เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 โดนหลอก

วันนี้วิเซรีสอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาถึงกับลงมือทำไก่ฉีกให้แดเนริสทานเอง ซึ่งตั้งแต่ย้ายที่อยู่แดเนริสแทบไม่ได้ลิ้มรสอาหารที่พี่ชายทำเลย ส่วนเหตุผลที่วิเซรีสอารมณ์ดีเช่นนี้ก็เพราะมอเรลบอกเขาว่าฟาเลียตกลงจะพบกับเขาที่โรงละครมูนพูลใกล้กับท่าเรือสีม่วง

สองพี่น้องรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย มือของพวกเขามันแวววาวไปด้วยคราบน้ำมัน ทำให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายเล็กน้อย เพราะแม้แต่นายของตนเองยังทำอาหารได้อร่อยกว่าตัวเธอ

หลังจากทานอาหารเสร็จสาวใช้ก็นำอ่างน้ำมาให้พวกเขาล้างมือ แต่แดเนริสที่กำลังจะจุ่มมือลงไปก็ถูกวิเซรีสหยุดเอาไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อน”

แดเนริสมองดูพี่ชายหยิบวัตถุทรงกลมบางอย่างออกมา มันมีลักษณะเป็นวงรีคล้ายกับไข่ห่าน และมีสีม่วงอ่อน เมื่อเธอรับมันจากมือของวิเซรีส เธอก็รู้สึกได้ถึงพื้นผิวที่เรียบลื่น และมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของการ์ดิเนีย

“เอาไปทำให้เปียก แล้วถูกับมือแบบนี้”

แดเนริสทำตามคำแนะนำของวิเซรีส และกลายเป็นบุคคลแรกในโลกนี้ที่ได้ล้างมือด้วยสบู่สมัยใหม่

“เป็นยังไง? สะอาดขึ้นไหม?”

แดเนริสมองมือตัวเองอย่างตะลึง และพบว่ามันสะอาดจริง ๆ ในอดีตแม้เธอจะล้างมือนานแค่ไหน น้ำมันก็ยังคงเหนียวติดอยู่ แต่หลังจากล้างด้วยสิ่งนี้ ไม่เพียงแต่มือจะไม่มันอีกต่อไป แต่ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกด้วย สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ก็มองฟองสบู่ในอ่างน้ำด้วยความสงสัยเช่นกัน

“สิ่งนี้เรียกว่า . . .”

‘บ้าจริง ข้าไม่รู้ว่าภาษาวาเลอเรียนเรียกสบู่ว่าอะไร’

วิเซรีสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกเธอว่ามันเรียกว่าสบู่ ซึ่งแดเนริสก็จำได้ทันทีว่ามันมีวันหนึ่งที่วิเซรีสเคยบอกเธออย่างตื่นเต้นว่า ‘พวกเรากำลังจะได้ครอบครองไข่มังกร’ แต่สบู่นี่มันเกี่ยวอะไรกับไข่มังกรกันล่ะ?

“พี่ชาย ท่านจะขายสิ่งนี้หรือ?”

“ใช่ และก็ไม่ใช่”

แดเนริสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“ฮ่า ๆ น้องไม่ต้องกังวล รอฟังข่าวดีจากพี่ก็พอ”

หลังอาหารเย็น วิเซรีสก็ขึ้นรถม้าไปยังท่าเรือใกล้ ๆ และขึ้นเรือไปยังท่าเรือสีม่วง เมื่อเข้าใกล้ท่าเรือเขาก็มองเห็นหาดทรายสีม่วงที่ไกลออกไป ซึ่งดูราวกับทุ่งลาเวนเดอร์ริมทะเล แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่ลาเวนเดอร์ แต่มันเป็นเปลือกหอยทากสีม่วงที่ถูกบดและตากแดดไว้

เมื่อผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกค้นพบบราวอส พวกเขารีบใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอันล้ำค่าของที่นี่ นั่นก็คือหอยทากสีม่วง บราวอสนั้นเติบโตขึ้นจากการค้าสีม่วง และสบู่ของวิเซรีสก็ถูกทำขึ้นโดยใช้เม็ดสีนี้เช่นกัน

ในไม่ช้าเขาก็มาถึงโรงละครมูนพูล และเมื่อก้าวลงจากเรือเขาก็เหลือบไปเห็นพระราชวังของซีลอร์ดอยู่ไกล ๆ ซึ่งตอนที่เขามาถึงบราวอสครั้งแรก ซีลอร์ดเคยให้การต้อนรับเขา และไม่นานก็กลายเป็นพยานให้เขา แต่ตอนนี้ เขาไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะพบซีลอร์ดอีกต่อไป

‘ตราบใดที่ธุรกิจสบู่ของเราประสบความสำเร็จ ข้าก็สามารถเริ่มสะสมไข่มังกรได้’

ในเรื่องราวดั้งเดิมแดเนริสฟักไข่มังกรสามฟอง และได้รับมังกรสามตัว มังกรเหล่านี้เองที่ทำให้เธอได้รับสมญานาม ‘แม่มังกร’ และตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาอีกกว่าสี่ปีก่อนถึง ‘ดาวสีเลือด’ ถ้าหากเขาสามารถรวบรวมไข่มังกรได้แปดหรือสิบฟอง แดเนริสก็จะสามารถฟักและเลี้ยงพวกมันได้ แล้วในอีกไม่กี่ปีเมื่อมังกรเติบโต เขาจะกลับไปยังเวสเทอรอสและแก้แค้นพวกกบฏ!

วิเซรีสคิดแผนการสำหรับอนาคตด้วยความตื่นเต้น และเริ่มจินตนาการถึงตัวเองที่กำลังขี่มังกรบินอยู่บนท้องฟ้า ‘ข้ายังไม่เคยขี่มังกรเลย ถ้าแม้แต่ในโลกนี้ข้ายังไม่ได้ขี่มังกรอีก ข้าคงเสียชาติเกิดจริง ๆ!’

โดยไม่รู้ตัวเขาก็มาถึงโรงละครมูนพูลเรียบร้อยแล้ว คำกล่าวที่ว่าบริเวณท่าเรือสีม่วงเต็มไปด้วยผู้มีอำนาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะหลายคนที่นี่สวมเสื้อผ้าสีดำหรือขาวได้อย่างหรูหรา และไม่นานหลังจากที่วิเซรีสลงจากรถม้าก็มีคนรับใช้ในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลแดงและเสื้อกั๊กสีเหลืองวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

“ท่านคือท่านลอร์ดวิเซรีสใช่หรือไม่? ท่านหญิงฟาเลียกำลังรอท่านอยู่ ได้โปรดเชิญตามข้ามา”

พวกเขาเดินไปบนถนนหินที่เรียบเนียน ก่อนจะก้าวขึ้นพรมเนื้อนุ่ม และคนรับใช้ก็พาวิเซรีสมาหยุดที่หน้าประตูห้องรับรอง

“ท่านหญิงฟาเลียรอท่านอยู่ข้างใน” คนรับใช้พูดพร้อมเปิดประตูไม้เคลือบแลคเกอร์สีม่วงให้เขา

วิเซรีสรู้สึกทั้งตื่นเต้นและสงสัย เพราะตอนนี้เขากำลังจะได้เห็นโฉมหน้าของฟาเลีย ‘เลดี้มูนชาโดว์’ อันเลื่องชื่อ ในความคิดของเขาเหล่าโสเภณีชั้นสูงเหล่านี้คงไม่ต่างจาก ‘เกอิชา’ ในยุคโบราณของโลกเดิมของเขา และในหลาย ๆ เรื่องที่เขาเคยอ่านตัวเอกก็มักจะมีคอลเลกชันของโสเภณีชั้นสูงเสมอ และเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า . . .

‘บางทีข้าก็อาจมีโอกาสเช่นกัน’

วิเซรีสสงบจิตใจ ก่อนก้าวเข้าไปในห้อง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นชายหนุ่มวัยปลายยี่สิบ ผมสีดำสนิทหยักศกเล็กน้อยถูกหวีจัดทรงอย่างประณีต เสื้อกำมะหยี่สีฟ้าเข้มของเขาถูกรีดจนเรียบสนิท ชายหนุ่มผู้นี้เปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและความสามารถ ท่าทางของเขาไร้ที่ติราวกับหุ่นโชว์เสื้อผ้า

‘หืม? ข้านึกว่าข้าจะได้พบกับท่านหญิงฟาเลียซะอีก?’

วิเซรีสคิดว่าตัวเองคงมาผิดห้อง เขาจึงหันไปมองบริกรด้วยสายตาสงสัย ราวกับถามเป็นนัยว่าทำไมถึงพาเขามาผิดที่เช่นนี้

แต่ก่อนที่บริกรจะได้ตอบอะไร ชายหนุ่มผมดำก็กล่าวขึ้นก่อน “ท่านลอร์ดวิเซรีส”

วิเซรีสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ เขาคลายสีหน้าให้ดูผ่อนคลายขึ้น และเดินกลับเข้าไปในห้องและนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม

“ข้ามาที่นี่แทนท่านหญิงฟาเลีย ท่านสามารถพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดได้เลย” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง

วิเซรีสมองออกไปนอกหน้าต่าง เขารู้ดีว่าเวลาใดควรโกรธ และเวลาใดควรอดกลั้น ตอนนี้เขาต้องการใช้ชื่อของฟาเลียเพื่อเข้าแข่งขันในเทศกาลสิบวันและคว้าไข่มังกรมาให้ได้

นอกจากนี้เขายังต้องการความช่วยเหลือจากเธอในการขายสบู่ของเขาด้วย ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายร้องขอก็สมควรอดทนไว้ก่อน รอให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่เขามีเสียก่อน แล้วจึงค่อยแสดงอำนาจของตน

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจทำตัวต่ำต้อยเกินไปได้

วิเซรีสหยิบสบู่สามก้อนออกจากถุง หนึ่งก้อนสีขาว หนึ่งก้อนสีน้ำเงิน และอีกก้อนเป็นสีม่วง ทำให้ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามมองสบู่ทั้งสามก้อนด้วยความสนใจชัดเจน

“ก่อนอื่น ข้าขอบอกไว้ก่อนว่าข้าไม่ได้ต้องการเงิน และประการที่สองมีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถผลิตสิ่งเหล่านี้ได้ วัตถุดิบที่ใช้ทำมันมาจากน้ำมันปลาวาฬ ซึ่งสามารถช่วยกอบกู้กิจการของโรงงานของมอเรลได้” วิเซรีสอธิบายตรงเข้าประเด็นทันที

จากนั้นเขาหยิบก็ขนมอบจากบนโต๊ะซึ่งชุ่มไปด้วยไขมัน และบีบมันเล็กน้อยเพื่อให้มือของเขาเปื้อนไขมันจนมันเยิ้ม แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าวิเซรีสกำลังจะทำอะไร แต่เขายังคงสงบนิ่ง

หลังจากนั้นวิเซรีสก็หยิบสบู่ก้อนหนึ่งขึ้นมา ใช้น้ำจากกาน้ำชาที่อยู่ข้าง ๆ รดลงบนมือ แล้วเริ่มถูมือเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นฟองสบู่สีขาวจำนวนมากปรากฏขึ้น หลังจากล้างมือเสร็จเขาก็ลุกขึ้นและยื่นมือที่สะอาดหมดจดให้ชายหนุ่มดู

“ข้าหวังว่าราคาของสบู่นี้จะอยู่ที่ยี่สิบเหรียญเงินดวงจันทร์ ท่านสามารถนำมันกลับไปให้ท่านหญิงฟาเลีย ดูได้” วิเซรีสกล่าว จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูของห้อง “หากท่านหญิงฟาเลียไม่ขัดข้อง ข้าก็อยากพบกับท่านหญิงไนติงเกลและท่านกวีหญิงด้วย ดังนั้นข้าหวังว่าท่านจะให้คำตอบกับข้าโดยเร็ว”

กล่าวจบเขาปิดประตูเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะเขายังต้องไปดูว่า ‘นักฆ่าสาว’ คนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหญิงสาวคนนี้ได้ครอบครองความลับของพวกสกินเชนเจอร์เอาไว้ . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33

คัดลอกลิงก์แล้ว