- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 33
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 33 โดนหลอก
วันนี้วิเซรีสอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาถึงกับลงมือทำไก่ฉีกให้แดเนริสทานเอง ซึ่งตั้งแต่ย้ายที่อยู่แดเนริสแทบไม่ได้ลิ้มรสอาหารที่พี่ชายทำเลย ส่วนเหตุผลที่วิเซรีสอารมณ์ดีเช่นนี้ก็เพราะมอเรลบอกเขาว่าฟาเลียตกลงจะพบกับเขาที่โรงละครมูนพูลใกล้กับท่าเรือสีม่วง
สองพี่น้องรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย มือของพวกเขามันแวววาวไปด้วยคราบน้ำมัน ทำให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อดรู้สึกอิจฉาไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกละอายเล็กน้อย เพราะแม้แต่นายของตนเองยังทำอาหารได้อร่อยกว่าตัวเธอ
หลังจากทานอาหารเสร็จสาวใช้ก็นำอ่างน้ำมาให้พวกเขาล้างมือ แต่แดเนริสที่กำลังจะจุ่มมือลงไปก็ถูกวิเซรีสหยุดเอาไว้ก่อน “เดี๋ยวก่อน”
แดเนริสมองดูพี่ชายหยิบวัตถุทรงกลมบางอย่างออกมา มันมีลักษณะเป็นวงรีคล้ายกับไข่ห่าน และมีสีม่วงอ่อน เมื่อเธอรับมันจากมือของวิเซรีส เธอก็รู้สึกได้ถึงพื้นผิวที่เรียบลื่น และมีกลิ่นหอมจาง ๆ ของการ์ดิเนีย
“เอาไปทำให้เปียก แล้วถูกับมือแบบนี้”
แดเนริสทำตามคำแนะนำของวิเซรีส และกลายเป็นบุคคลแรกในโลกนี้ที่ได้ล้างมือด้วยสบู่สมัยใหม่
“เป็นยังไง? สะอาดขึ้นไหม?”
แดเนริสมองมือตัวเองอย่างตะลึง และพบว่ามันสะอาดจริง ๆ ในอดีตแม้เธอจะล้างมือนานแค่ไหน น้ำมันก็ยังคงเหนียวติดอยู่ แต่หลังจากล้างด้วยสิ่งนี้ ไม่เพียงแต่มือจะไม่มันอีกต่อไป แต่ยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ อีกด้วย สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ก็มองฟองสบู่ในอ่างน้ำด้วยความสงสัยเช่นกัน
“สิ่งนี้เรียกว่า . . .”
‘บ้าจริง ข้าไม่รู้ว่าภาษาวาเลอเรียนเรียกสบู่ว่าอะไร’
วิเซรีสชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกเธอว่ามันเรียกว่าสบู่ ซึ่งแดเนริสก็จำได้ทันทีว่ามันมีวันหนึ่งที่วิเซรีสเคยบอกเธออย่างตื่นเต้นว่า ‘พวกเรากำลังจะได้ครอบครองไข่มังกร’ แต่สบู่นี่มันเกี่ยวอะไรกับไข่มังกรกันล่ะ?
“พี่ชาย ท่านจะขายสิ่งนี้หรือ?”
“ใช่ และก็ไม่ใช่”
แดเนริสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ฮ่า ๆ น้องไม่ต้องกังวล รอฟังข่าวดีจากพี่ก็พอ”
หลังอาหารเย็น วิเซรีสก็ขึ้นรถม้าไปยังท่าเรือใกล้ ๆ และขึ้นเรือไปยังท่าเรือสีม่วง เมื่อเข้าใกล้ท่าเรือเขาก็มองเห็นหาดทรายสีม่วงที่ไกลออกไป ซึ่งดูราวกับทุ่งลาเวนเดอร์ริมทะเล แต่อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่ลาเวนเดอร์ แต่มันเป็นเปลือกหอยทากสีม่วงที่ถูกบดและตากแดดไว้
เมื่อผู้ลี้ภัยกลุ่มแรกค้นพบบราวอส พวกเขารีบใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอันล้ำค่าของที่นี่ นั่นก็คือหอยทากสีม่วง บราวอสนั้นเติบโตขึ้นจากการค้าสีม่วง และสบู่ของวิเซรีสก็ถูกทำขึ้นโดยใช้เม็ดสีนี้เช่นกัน
ในไม่ช้าเขาก็มาถึงโรงละครมูนพูล และเมื่อก้าวลงจากเรือเขาก็เหลือบไปเห็นพระราชวังของซีลอร์ดอยู่ไกล ๆ ซึ่งตอนที่เขามาถึงบราวอสครั้งแรก ซีลอร์ดเคยให้การต้อนรับเขา และไม่นานก็กลายเป็นพยานให้เขา แต่ตอนนี้ เขาไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะพบซีลอร์ดอีกต่อไป
‘ตราบใดที่ธุรกิจสบู่ของเราประสบความสำเร็จ ข้าก็สามารถเริ่มสะสมไข่มังกรได้’
ในเรื่องราวดั้งเดิมแดเนริสฟักไข่มังกรสามฟอง และได้รับมังกรสามตัว มังกรเหล่านี้เองที่ทำให้เธอได้รับสมญานาม ‘แม่มังกร’ และตอนนี้ก็ยังเหลือเวลาอีกกว่าสี่ปีก่อนถึง ‘ดาวสีเลือด’ ถ้าหากเขาสามารถรวบรวมไข่มังกรได้แปดหรือสิบฟอง แดเนริสก็จะสามารถฟักและเลี้ยงพวกมันได้ แล้วในอีกไม่กี่ปีเมื่อมังกรเติบโต เขาจะกลับไปยังเวสเทอรอสและแก้แค้นพวกกบฏ!
วิเซรีสคิดแผนการสำหรับอนาคตด้วยความตื่นเต้น และเริ่มจินตนาการถึงตัวเองที่กำลังขี่มังกรบินอยู่บนท้องฟ้า ‘ข้ายังไม่เคยขี่มังกรเลย ถ้าแม้แต่ในโลกนี้ข้ายังไม่ได้ขี่มังกรอีก ข้าคงเสียชาติเกิดจริง ๆ!’
โดยไม่รู้ตัวเขาก็มาถึงโรงละครมูนพูลเรียบร้อยแล้ว คำกล่าวที่ว่าบริเวณท่าเรือสีม่วงเต็มไปด้วยผู้มีอำนาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องจริง เพราะหลายคนที่นี่สวมเสื้อผ้าสีดำหรือขาวได้อย่างหรูหรา และไม่นานหลังจากที่วิเซรีสลงจากรถม้าก็มีคนรับใช้ในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลแดงและเสื้อกั๊กสีเหลืองวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
“ท่านคือท่านลอร์ดวิเซรีสใช่หรือไม่? ท่านหญิงฟาเลียกำลังรอท่านอยู่ ได้โปรดเชิญตามข้ามา”
พวกเขาเดินไปบนถนนหินที่เรียบเนียน ก่อนจะก้าวขึ้นพรมเนื้อนุ่ม และคนรับใช้ก็พาวิเซรีสมาหยุดที่หน้าประตูห้องรับรอง
“ท่านหญิงฟาเลียรอท่านอยู่ข้างใน” คนรับใช้พูดพร้อมเปิดประตูไม้เคลือบแลคเกอร์สีม่วงให้เขา
วิเซรีสรู้สึกทั้งตื่นเต้นและสงสัย เพราะตอนนี้เขากำลังจะได้เห็นโฉมหน้าของฟาเลีย ‘เลดี้มูนชาโดว์’ อันเลื่องชื่อ ในความคิดของเขาเหล่าโสเภณีชั้นสูงเหล่านี้คงไม่ต่างจาก ‘เกอิชา’ ในยุคโบราณของโลกเดิมของเขา และในหลาย ๆ เรื่องที่เขาเคยอ่านตัวเอกก็มักจะมีคอลเลกชันของโสเภณีชั้นสูงเสมอ และเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า . . .
‘บางทีข้าก็อาจมีโอกาสเช่นกัน’
วิเซรีสสงบจิตใจ ก่อนก้าวเข้าไปในห้อง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นชายหนุ่มวัยปลายยี่สิบ ผมสีดำสนิทหยักศกเล็กน้อยถูกหวีจัดทรงอย่างประณีต เสื้อกำมะหยี่สีฟ้าเข้มของเขาถูกรีดจนเรียบสนิท ชายหนุ่มผู้นี้เปล่งประกายความเฉลียวฉลาดและความสามารถ ท่าทางของเขาไร้ที่ติราวกับหุ่นโชว์เสื้อผ้า
‘หืม? ข้านึกว่าข้าจะได้พบกับท่านหญิงฟาเลียซะอีก?’
วิเซรีสคิดว่าตัวเองคงมาผิดห้อง เขาจึงหันไปมองบริกรด้วยสายตาสงสัย ราวกับถามเป็นนัยว่าทำไมถึงพาเขามาผิดที่เช่นนี้
แต่ก่อนที่บริกรจะได้ตอบอะไร ชายหนุ่มผมดำก็กล่าวขึ้นก่อน “ท่านลอร์ดวิเซรีส”
วิเซรีสชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ เขาคลายสีหน้าให้ดูผ่อนคลายขึ้น และเดินกลับเข้าไปในห้องและนั่งลงตรงข้ามชายหนุ่ม
“ข้ามาที่นี่แทนท่านหญิงฟาเลีย ท่านสามารถพูดสิ่งที่ต้องการจะพูดได้เลย” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
วิเซรีสมองออกไปนอกหน้าต่าง เขารู้ดีว่าเวลาใดควรโกรธ และเวลาใดควรอดกลั้น ตอนนี้เขาต้องการใช้ชื่อของฟาเลียเพื่อเข้าแข่งขันในเทศกาลสิบวันและคว้าไข่มังกรมาให้ได้
นอกจากนี้เขายังต้องการความช่วยเหลือจากเธอในการขายสบู่ของเขาด้วย ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายร้องขอก็สมควรอดทนไว้ก่อน รอให้ฝ่ายตรงข้ามตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่เขามีเสียก่อน แล้วจึงค่อยแสดงอำนาจของตน
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจทำตัวต่ำต้อยเกินไปได้
วิเซรีสหยิบสบู่สามก้อนออกจากถุง หนึ่งก้อนสีขาว หนึ่งก้อนสีน้ำเงิน และอีกก้อนเป็นสีม่วง ทำให้ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามมองสบู่ทั้งสามก้อนด้วยความสนใจชัดเจน
“ก่อนอื่น ข้าขอบอกไว้ก่อนว่าข้าไม่ได้ต้องการเงิน และประการที่สองมีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถผลิตสิ่งเหล่านี้ได้ วัตถุดิบที่ใช้ทำมันมาจากน้ำมันปลาวาฬ ซึ่งสามารถช่วยกอบกู้กิจการของโรงงานของมอเรลได้” วิเซรีสอธิบายตรงเข้าประเด็นทันที
จากนั้นเขาหยิบก็ขนมอบจากบนโต๊ะซึ่งชุ่มไปด้วยไขมัน และบีบมันเล็กน้อยเพื่อให้มือของเขาเปื้อนไขมันจนมันเยิ้ม แม้ว่าชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าวิเซรีสกำลังจะทำอะไร แต่เขายังคงสงบนิ่ง
หลังจากนั้นวิเซรีสก็หยิบสบู่ก้อนหนึ่งขึ้นมา ใช้น้ำจากกาน้ำชาที่อยู่ข้าง ๆ รดลงบนมือ แล้วเริ่มถูมือเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นฟองสบู่สีขาวจำนวนมากปรากฏขึ้น หลังจากล้างมือเสร็จเขาก็ลุกขึ้นและยื่นมือที่สะอาดหมดจดให้ชายหนุ่มดู
“ข้าหวังว่าราคาของสบู่นี้จะอยู่ที่ยี่สิบเหรียญเงินดวงจันทร์ ท่านสามารถนำมันกลับไปให้ท่านหญิงฟาเลีย ดูได้” วิเซรีสกล่าว จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูของห้อง “หากท่านหญิงฟาเลียไม่ขัดข้อง ข้าก็อยากพบกับท่านหญิงไนติงเกลและท่านกวีหญิงด้วย ดังนั้นข้าหวังว่าท่านจะให้คำตอบกับข้าโดยเร็ว”
กล่าวจบเขาปิดประตูเดินจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะเขายังต้องไปดูว่า ‘นักฆ่าสาว’ คนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เพราะหญิงสาวคนนี้ได้ครอบครองความลับของพวกสกินเชนเจอร์เอาไว้ . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …