- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 32
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 32
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 32
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 32 กับดัก
การร้องขอความช่วยเหลือเสียงดังเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์เช่นนี้ เพราะมันบ่งบอกถึงความไร้ความสามารถในการควบคุมสถานการณ์ และเป็นการส่งสัญญาณถึงความอ่อนแอ ขณะที่ชายหนุ่มตรงหน้าค่อย ๆ ขยับเข้ามาใกล้ ฟาเลียก็รู้สึกได้ถึงเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่าง โดยเฉพาะที่หูของเธอ วันนี้เธอกำลังจะเสียท่าอย่างนั้นหรือ?
“อะแฮ่ม!”
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเลียริมฝีปากและจะแตะต้องเธอ เสียงกระแอมเบา ๆ ก็ดังขึ้นขัดจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา ทำให้ฟาเลียถอนหายใจอย่างโล่งอกทันที
“เลดี้ฟาเลีย เวลาพบปะของท่านวันนี้ใกล้จะหมดแล้ว” เสียงของอาชา สาวใช้ของฟาเลียดังขึ้น
ชายหนุ่มหยุดชะงัก ใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง แต่เขาก็ไม่กล้าทำอะไรมากไปกว่านี้ การก่อเรื่องอาจนำปัญหามาสู่ตระกูลของเขา เว้นเสียแต่ว่าอีกฝ่ายยินยอมแต่โดยดี
“ความงามไม่ใช่บาป ข้าต้องขออภัยในความไร้มารยาทของข้า ข้าขอโทษจริง ๆ ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย เลดี้ฟาเลีย”
ฟาเลียสงบใจลงก่อนตอบกลับอย่างนุ่มนวล “ท่านช่างมีเมตตาเหลือเกิน ในแง่หนึ่ง ข้าก็ถือว่าเป็นเกียรติ”
เมื่อชายหนุ่มออกจากห้องโดยสารไป ฟาเลียก็สูดลมหายใจลึก ๆ โสเภณีระดับสูงเหล่านี้ แม้จะเป็นหญิงที่งดงามและมีเสน่ห์เย้ายวน แต่พวกเธอไม่มีวิธีป้องกันตัวเองมากนัก
อาชารีบเดินเข้ามาในห้อง ดวงตาทรงอัลมอนด์สีเข้มของเธอเต็มไปด้วยความกังวล “นายหญิง ท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
“ข้าไม่เป็นไร”
อาชา ซึ่งมีสายเลือดของโดธรากี ดวงตาทรงอัลมอนด์และผมเปียยาวทำให้เธอดูดุดันกว่าหญิงสาวทั่วไปในบราวอส ร่างกายของเธอดูมีทรวดทรงที่แข็งแกร่งกว่า หากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นเธอคงต้องยืนหยัดเพื่อปกป้องนายหญิงของตน ตัวอย่างเช่นหากชายหนุ่มตระกูลสูงผู้นั้นไม่ยอมปล่อยมือ อาชาอาจต้องเสียสละตัวเองเพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ โชคดีที่พวกเธอรอดพ้นจากเรื่องวุ่นวายมาได้
เมื่อทั้งนายหญิงและสาวใช้สงบสติอารมณ์ลง อาชาก็เอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง “นายหญิง มอเรลต้องการแนะนำให้ท่านรู้จักกับใครบางคน เขาชื่อวิเซรีส ทาร์แกเรียน”
แม้ว่าจะเพิ่งเผชิญกับเหตุการณ์น่าหวาดหวั่นมา แต่ธุรกิจก็ต้องดำเนินต่อไป
“วิเซรีส?” ฟาเลียขมวดคิ้วพยายามนึกถึงชื่อที่คุ้นหู
“ราชาขอทาน” ในฐานะสาวใช้ส่วนตัวของฟาเลีย อาชารู้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสำคัญในบราวอส รวมถึงเมืองเสรีอื่น ๆ บ้าง และแม้แต่เธอก็ยังรู้จักชื่อของวิเซรีสในฐานะผู้สืบทอดราชวงศ์ที่ล่มสลาย
“เขาต้องการอะไรจากข้า?”
เมื่อได้รับคำเตือนจากสาวใช้ ฟาเลียจึงนึกออกว่าวิเซรีสคือใคร แต่เธอไม่เข้าใจว่าเขาต้องการพบเธอไปเพื่ออะไร เธอไม่ได้มีกองทัพ แม้ว่าเธอจะมีนักดาบอยู่บ้าง แต่พวกเขาก็เป็นเพียงองครักษ์ส่วนตัวเท่านั้น
“เขาบอกว่าอยากพูดคุยเรื่องโอกาสทางธุรกิจที่ดี”
‘ข้านึกว่าเขาจะมาขออะไรอย่างอื่นเสียอีก’ ฟาเลียคิดในใจ ดูเหมือนว่าราชาขอทานผู้นี้ไม่ได้กำลังวางแผนทวงคืนบัลลังก์ แต่กำลังพยายามสะสมความมั่งคั่งก่อน
แน่นอนว่าเธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเชื้อพระวงศ์ที่ถูกโค่น เพราะตอนนี้วิเซรีสตกอยู่ในอันตรายจากการลอบสังหารอยู่ตลอดเวลา และการเกี่ยวข้องกับเขาอาจทำให้เธอกลายเป็นเป้าหมายไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากโรเบิร์ตคิดว่าเธอกับวิเซรีสมีความลับบางอย่างร่วมกัน ฟาเลียจึงต้องการปฏิเสธ ‘โอกาสทางธุรกิจ’ นี้
แต่ในขณะที่กำลังจะตอบปฏิเสธทันที จู่ ๆ เธอกลับคิดทบทวนอีกครั้ง เพราะการปฏิเสธตรง ๆ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อวิเซรีสได้พบกับซีลอร์ดไปแล้ว ไม่ว่าเธอจะมีสถานะสูงเพียงใด ก็คงไม่อาจเทียบได้กับซีลอร์ด
ฟาเลียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดว่า “บอกไปว่าข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายไม่สะดวกออกไปพบ หากมีเรื่องสำคัญ รานเช่จะเป็นผู้จัดการแทน”
ซึ่งรานเช่ก็คือหัวหน้าผู้ดูแลบ้านและธุรกิจของฟาเลีย
“เข้าใจแล้วค่ะ” อาชาตอบรับก่อนออกจากห้องโดยสาร ทิ้งให้ฟาเลียอยู่ตามลำพัง
ขณะที่ไตร่ตรองสถานการณ์ของตัวเอง ฟาเลียก็เริ่มตระหนักว่าเธออาจตกอยู่ในแผนการบางอย่าง ผู้ชนะการประกวดความงามในช่วงเทศกาลสิบวันจะไม่ได้รับเพียงแค่ตำแหน่งและรางวัลเท่านั้น แต่ยังได้รับโอกาสในการยกระดับสถานะของตนเอง พวกเธอจะมีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่กำแพงสูงของสามตระกูลใหญ่แห่งบราวอส และอาจได้รวมชีวิตและสายเลือดเข้ากับพวกเขา
แม้ว่าจะไปไม่ถึงเป้าหมายสูงสุดนั้น อย่างน้อยในฐานะผู้ชนะการประกวดความงามที่จัดขึ้นทุกสามปี พวกเธอจะกลายเป็นสัญลักษณ์ของบราวอส ‘บุตรนอกสมรสของวาเลอเรีย’ พวกเธออาจได้รับโอกาสเข้าสู่แวดวงการทูต และมีอิทธิพลที่เหนือกว่าที่พวกเธอเคยมี
นี่คือความฝันของเหล่าสตรีชนชั้นสูง แต่การจะก้าวไปถึงจุดนั้น หรือแม้แต่การเข้าร่วมการประกวด มีกฎสำคัญข้อหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ความบริสุทธิ์! บราวอสอาจเป็นบุตรนอกสมรสของวาเลอเรีย แต่มันไม่ใช่ ‘หญิงขายบริการตัวน้อยของวาเลอเรีย’ ดังนั้นกฎเกณฑ์ของการเข้าร่วมจึงเข้มงวดเป็นพิเศษ
แต่ตอนนี้ฟาเลียกลับต้องเผชิญกับปัญหาเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่ง หากเธอไม่สามารถรักษากิจการโรงงานของฃมอเรลไว้ได้ เธออาจเสียโอกาสในการเลื่อนขั้นในช่วงเทศกาลสิบวัน และหากโรงงานของเธอกลายเป็นโรงละครไปจริง ๆ มันจะกลายเป็นหายนะต่อชื่อเสียงของเธอในฐานะ ‘เลดี้มูนชาโดว์’ ทันที
เรียกได้ว่าเธอในตอนนี้กำลังตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และถ้าหากเธอยอมพลีกายให้ชายหนุ่มคนเมื่อกี้ เธอก็อาจสูญเสียโอกาสเข้าร่วมประกวดความงาม แต่ในขณะเดียวกันชีวิตของเธอก็จะปลอดภัยอยู่ในกำมือของเขา
แม้ว่าเธอจะหาทางเข้าร่วมการแข่งขันด้วยวิธีอื่นได้ เธอก็จะตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาในอนาคต ซึ่งอาจทำให้เธอต้องยอมรับข้อเรียกร้องที่เธอไม่เต็มใจจะตอบสนอง แต่หากเธอเลือกที่จะรักษาความบริสุทธิ์ไว้ เธอก็จะเสียเปรียบอย่างมาก และมีแนวโน้มสูงที่จะพ่ายแพ้ เพราะตามกฎที่ไม่ได้ถูกพูดออกมา เมื่อโสเภณีระดับสูงชนะการแข่งขัน พวกเธอจะต้องกำจัดคู่แข่งเก่าอย่างไร้ความปรานี
ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดที่ฟาเลียพอจะหวังได้ก็คือการหนีออกจากบราวอส แต่สำหรับหญิงสาววัยเพียงสิบหกหรือสิบเจ็ดปี การออกจากบราวอสหมายถึงการสูญเสียอำนาจและความมั่นคงทั้งหมด และเธอจะกลายเป็นหญิงสาวไร้ที่พึ่งอย่างแท้จริง
ในชั่วขณะหนึ่งเธอรู้สึกเข้าใจสถานการณ์ของวิเซรีสและน้องสาวของเขาเป็นครั้งแรก ตอนนี้เธอมีศัตรูที่น่าเกรงขามสองคน ได้แก่ ‘กวีหญิง’ และ ‘ไนติงเกล’ ซึ่งไนติงเกลได้ประกาศไปแล้วว่าจะสร้างโรงละครแห่งใหม่ในกรีนวอเตอร์ทาวน์ เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าใครอยู่เบื้องหลังปัญหาที่เธอกำลังเผชิญ
“เราต้องรักษาโรงงานไว้ให้ได้” ฟาเลียตัดสินใจเด็ดขาด และสั่งให้รานเช่ติดต่อมอเรลอีกครั้งเพื่อตรวจสอบสถานการณ์ของโรงงาน ถ้าหากสถานการณ์เลวร้ายจริง ๆ เธอจะต้องลงมือช่วยกอบกู้มันด้วยตัวเอง
แม้ว่าชีวิตของเธอจะดูหรูหรา แต่การรักษาวิถีชีวิตแบบนี้ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมาก เหล่าสาวใช้ คนรับใช้ และญาติพี่น้องหลายคนต้องพึ่งพาเธอในการดำรงชีพ ฟาเลียอาจต้องพิจารณาขายทรัพย์สินหรือเครื่องประดับบางส่วนเพื่อนำเงินมารักษาโรงงานไว้
แต่เธอไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้ว โรงงานของมอเรลกำลังขาดทุนหนักเพียงใด . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …