เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 31

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 31

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 31


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 31 เฮลโบ : เขาป่วย  

“นายท่าน เราซื้อไขปลาวาฬเป็นมูลค่า 1,250 เหรียญทองมังกร หลังจากแบ่งให้พี่น้องคนอื่น ๆ แล้ว เรายังมีเหลืออีก 842 เหรียญทองมังกร” นักบัญชีหนุ่มคำนวณผลกำไรให้กับเฮลโบอย่างขยันขันแข็ง กองเหรียญทองกองเล็ก ๆ เปล่งประกายในแสงเทียนไขปลาวาฬ

เฮลโบที่กำลังอารมณ์ดีคว้ากำมือหนึ่งของเหรียญทองจากกองแล้ววางลงตรงหน้านักบัญชีหนุ่ม “เป็นของเจ้า”

“ขอบคุณนายท่านเฮลโบ! ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่าน!” นักบัญชีหนุ่มรู้สึกตื้นตัน สมองของเขาหมุนติ้วเพื่อหาคำพูดมาประจบประแจงเฮลโบเพิ่มเติม ตอนนี้เขาภูมิใจไม่น้อยที่คิดว่าถ้าวิเซรีสเชื่อฟังเขาพวกเขาคงทำกำไรได้มากกว่านี้ และที่สำคัญเขาเองก็คงได้มากขึ้นด้วย

เนื่องจากการ ‘ทรยศ’ กะทันหันของวิเซรีส เฮลโบจึงสามารถซื้อไขปลาวาฬมาได้เพียง 200 ปอนด์ จากที่ตั้งใจไว้ 350 ปอนด์ อย่างไรก็ตามโรงงานทำเทียนอีกแห่งหนึ่งกลับเสนอราคาสูงกว่าที่เขาคาดไว้ ทำให้เฮลโบอารมณ์ดีจนแทบอยากร้องเพลงออกมา ก่อนที่เขาจะรีบยกแก้วไวน์ขึ้นจิบด้วยดวงตาหยีลงอย่างพึงพอใจ

เขาตัดสินใจแล้วว่าจะตัดขาดจากวิเซรีส และเขายังรู้มาอีกว่ากำลังจะถึงวันเกิดของแดเนริสเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเขาวางแผนจะส่งของขวัญไปให้แต่จะไม่ไปเอง และวิเซรีสก็น่าจะเข้าใจความหมายของเขาดี

ขณะที่เฮลโบกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ทันใดนั้นก็มีวัตถุบางอย่างสีดำถูกโยนเข้ามาในห้องของเขาทางหน้าต่าง และพอดูใกล้ ๆ เขาก็ถึงรู้ว่าเป็นคน!

เฮลโบยังคงนิ่งสงบ แต่ใบหน้าของนักบัญชีหนุ่มกับซีดเผือดอย่างกะทันหัน

‘มีคนคิดจะเล่นงานข้า? กล้าดียังไง ทั้งที่วิเซรีสยังอยู่ข้างข้า!’ เฮลโบมองไปทางหน้าต่าง สมองคิดหาความเป็นไปได้ แต่ทันใดนั้นเงาร่างที่คุ้นเคยก็กระโดดเข้ามาในห้องจากหน้าต่าง และด้วยเส้นผมสีเงินเด่นเป็นประกาย มันก็ทำให้เขารู้ทันทีว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

“ท่านลอร์ดวิเซรีส นี่มัน . . .”

“นักฆ่า ถูกส่งมาโดยกษัตริย์แห่งโสเภณี” วิเซรีสกล่าวอย่างใจเย็น ‘กษัตริย์แห่งโสเภณี’ ที่เขาหมายถึงก็คือโรเบิร์ต VVIP แห่งซ่องในคิงส์แลนดิ้ง

ด้วยสภาพร่างกายที่ดีขึ้นในช่วงนี้ วิเซรีสสามารถแบกชายหนัก 80 - 90 ปอนด์ขึ้นหลังแล้วลอบเข้าบ้านเฮลโบได้โดยไม่เกิดเสียงรบกวน แถมบ้านของชายคนนี้ยังมีเวรยามสองคนเฝ้าอยู่ด้วย

“ที่บ้านข้าพื้นที่ค่อนข้างกว้าง และมีแดเนริสอยู่ด้วย ข้าเลยเอาตัวกลับไปด้วยไม่ได้ เพราะงั้นข้าฝากเจ้าช่วยดูแลแทนหน่อย”

‘ไอ้เวรเอ้ย! เจ้าป่วยรึเปล่า? เจ้ากับน้องสาวคิดว่าที่นั่นไม่ปลอดภัย แต่กลับคิดว่าทีนี่ปลอดภัยอย่างงั้นรึ?’ เฮลโบคิดในใจ แต่ไม่กล้าพูดออกมา เขารีบวางแก้วไวน์ลง คว้าข้อเท้านักฆ่าสาวขึ้นมาและช่วยวิเซรีสแบกออกไป

“ไปหา ‘นม’ มา แล้วเอามาให้ข้า” วิเซรีสสั่งนักบัญชีหนุ่ม นมสามารถช่วยเจือจางพิษได้ และเขาก็ไม่ต้องการให้มือสังหารตายเร็วเกินไป ดังนั้นทางที่ดีควรทำให้อาเจียนแล้วติดต่อโรเบิร์ตก่อน อย่างน้อยสิ่งนี้จะช่วยถ่วงเวลาเขาได้จนกว่างานฉลอง 10 วันจะจบลง และตราบใดที่โรเบิร์ตไม่ไปจ้างพวกชายไร้หน้า วิเซรีสก็ยังเอาตัวรอดได้

“ไม่มีนมวัวแล้ว ใช้นมแพะแทนได้ไหม?”

“ได้!”

ขณะเดียวกันวิเซรีสและเฮลโบก็ช่วยกันหิ้วร่างนักฆ่าไปที่ห้องใต้ดิน ซึ่งดูเหมือนว่าเฮลโบจะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นขุนนางจริง ๆ เพราะเล่ากันว่าพวกขุนนางชอบมีคุกใต้ดิน และบ้านของเฮลโบก็มีห้องลับใต้ดินที่ดูสมจริงจนน่าขนลุกอยู่ด้านล่าง

ภายในห้องมีเตียงไม้ที่ติดกลไกสำหรับตรึงตัวคน และยังมีอุปกรณ์ทรมานหลายชิ้น แต่พอมองดูดี ๆ แล้วเครื่องมือเหล่านี้ดูเหมือนจะใช้สำหรับ ‘ความบันเทิง’ มากกว่าทรมาน เพราะมันมีทั้งแท่งเกลียว หนามนูน กระบอง . . . ให้ตายเถอะ นี่มันอะไรกัน!?

วิเซรีสหันไปมองเฮลโบด้วยสายตาประหลาดใจ ทำเอาเฮลโบหน้าแดง ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะช่วยกันมัดนักฆ่าสาวลงบนเตียงในท่ากางแขนขาเป็นรูป ‘X’ และถอนหายใจด้วยความโล่งอก

ภายใต้แสงสลัววิเซรีสเพิ่งสังเกตว่านักฆ่าสาวคนนี้หน้าตาดีทีเดียว ใบหน้าของเธอดูอ่อนหวานและนุ่มนวล ไม่เหมือนมือสังหารเลยสักนิด

“ข้าจะไปก่อน เจ้าให้เธอกินนมเพิ่มอีกหน่อย จากนั้นปล่อยให้อดอาหารไปสักสองสามวัน”

“เข้าใจแล้ว” เฮลโบตอบเสียงเรียบ

หลังจากวิเซรีสจากไปเฮลโบก็หันกลับไปมองนักฆ่าสาวอีกครั้ง เขายอมรับว่าเธอดูมีเสน่ห์ไม่น้อย แต่เนื่องจากเธอเป็นเชลยของวิเซรีส เขาจึงไม่กล้าทำอะไรเกินเลย

ไม่กี่วันต่อมาเมื่อสบู่ของวิเซรีสเริ่มแห้ง เขาจึงให้มอเรลช่วยจัดการให้เขาได้พบกับเลดี้ฟาเลียแห่งมูนชาโดว์ ซึ่งโมเรลก็ไม่ได้คัดค้าน เพราะเขาเองก็รับปากที่จะช่วยประสานงานไปแล้ว อย่างไรก็ตามเขาก็เข้าใจดีว่าแค่จัดให้มีการแนะนำตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าการพบปะจะเกิดขึ้นจริง

และเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น มอเรลจึงติดสินบนสาวใช้ของฟาเลียให้ช่วยกล่าวถึงเรื่องนี้กับนายหญิงของตน ซึ่งสาวใช้ที่รับเงินไปแต่เธอก็ไม่ได้ให้คำมั่นอะไร และท่าทีของเธอก็สะท้อนถึงจุดยืนของมอเรลได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือแค่ตกลงช่วยแนะนำไม่ได้แปลว่าจะได้พบกันจริง ๆ และการรับเงินก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะสำเร็จตามต้องการ

ในวันหนึ่งฟาเลียเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงบนเรือส่วนตัวของเธอ โดยเป็นที่รู้กันว่าโสเภณีชั้นสูงทุกคนในบราวอสล้วนมีเรือของตัวเอง ซึ่งใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกและดำเนินธุรกิจของตนเอง โสเภณีระดับสูงที่มีเกียรติยศมักปกป้องชื่อเสียงของตนอย่างดี และจะมอบร่างกายให้เฉพาะกับผู้ที่สามารถมอบของกำนัลหรือผลประโยชน์ที่คุ้มค่าเท่านั้น

นอกเหนือจากนี้ยังมีกฎที่ไม่ได้พูดกันออกมาตรง ๆ ในหมู่โสเภณีอีกอย่างหนึ่งก็คือ ‘ยิ่งโสเภณีทำอะไรให้ใครมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นไปได้น้อยที่เธอจะมอบตัวให้เขาอย่างเต็มที่’ อย่างไรก็ตามพวกเธอมักจะมอบของที่ระลึกส่วนตัวให้เป็นระยะ เพื่อรักษาความหวังและความภักดีของผู้ที่มาหลงใหล

ฟาเลียเองในฐานะหนึ่งในโสเภณีชั้นสูงย่อมเข้าใจหลักการเหล่านี้ดี แต่ในวันนี้ลูกค้าของเธอดูจะดื้อดึงเป็นพิเศษ

“เลดี้ฟาเลีย ได้โปรดพิจารณาข้อเสนอของข้าด้วยความเมตตาเถิด ข้าจะไม่มีวันอวดอ้างถึงมันเหมือนพวกชายไร้ค่าเหล่านั้น” ชายตรงหน้าเธอพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เขามีผมสีดำ ดวงตาสีน้ำตาล ใบหน้าเรียวบาง สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินและกางเกงบลูมเมอร์สีม่วงที่มีเนื้อผ้าเนียนละเอียดจนฟาเลียต้องเบือนสายตาไปทางอื่นเพื่อไม่ให้แสดงออกว่าสนใจมากเกินไป

แต่ชายคนนี้ก็ยังคงจับจ้องฟาเลียไม่วางตา ไหล่ที่เรียวบางแต่ได้สัดส่วน หน้าอกที่นวลเนียนราวกับไขปลาวาฬ และส่วนเว้าส่วนโค้งที่เย้ายวนของเธอ ทำให้เขารู้สึกกระหายยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่สายตาของเขาจะลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดที่สะโพกที่กลมกลึงของเธอ ซึ่งทำให้เขารู้สึกแห้งผากราวกับกระหายน้ำ

“มาสเตอร์แดกซอน ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่าน แต่ตอนนี้ข้ายังสามารถดูแลโรงงานเทียนของข้าได้” ฟาเลียตอบเสียงเรียบ

แดกซอนหัวเราะแววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “อย่าพูดให้ข้าหัวเราะไปหน่อยเลย คูเปอร์ลดราคาลงไปครึ่งหนึ่งจากปีที่แล้ว ตอนนี้ไม่มีทางทำกำไรได้ ข้าได้ยินมาว่าโรงงานในกรีนวอเตอร์ทาวน์สูญเสียช่างฝีมือไปหลายคน เทียนที่พวกเขาทำไม่เพียงแต่คุณภาพแย่ แต่ยังแพงขึ้นอีก เจ้าจะดันทุรังไปทำไม?”

“ได้โปรด มอบหัวใจของเจ้ามาให้ข้าเถิด ข้ายินดีแม้แต่จะตายเพื่อมัน นับประสาอะไรกับโรงงานนั่น” เขากล่าวพร้อมกับเอนตัวไปข้างหน้าเหมือนหมาป่าหิวโซที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 31

คัดลอกลิงก์แล้ว