เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 30 ชื่อเสียงของวิเซริส

ติ๊ง~ ติ๊ง~~

เสียงกระทบแก้วดังขึ้นอีกครั้งจากที่ใดที่หนึ่งในโรงแรม ก่อนที่ชายหนุ่มแต่งตัวดีคนหนึ่งจะลุกขึ้นยืน ปลายแขนเสื้อของเขาถูกติดกระดุมไว้อย่างเรียบร้อย และจมูกที่โด่งตรงก็ทำให้เขาดูมีอำนาจไม่น้อย

“ทุกท่าน ข้ารู้เรื่องเกี่ยวกับราชาขอทานเล็กน้อยนะ ท่านซินแบด” เขากล่าว พลางยกถ้วยเหล้าขึ้นให้วิเซริสก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง แล้วเริ่มเล่าเรื่อง

“ราชาขอทาน หรือที่แท้จริงแล้วคือ วิเซริส ทาร์แกเรียน เป็นเชื้อพระวงศ์ที่ถูกโค่นล้มของเวสเทอรอส เรื่องนี้หลายคนคงรู้อยู่แล้ว เขาถูกเรียกว่าราชาขอทานก็เพราะว่าเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน เขาขายมงกุฎของมารดาตัวเองเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูกองทหารรับจ้าง หวังว่าพวกเขาจะช่วยเขากอบกู้บัลลังก์คืนมา”

ชายหนุ่มหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ “งานเลี้ยงนั้นถูกเรียกว่า ‘งานเลี้ยงแห่งมงกุฎ’ ซึ่งข้ามีโอกาสได้เข้าร่วมด้วย พวกท่านก็รู้กองทหารรับจ้างเป็นเหมือนพ่อค้า พวกเขาไม่เชื่อว่าราชาขอทานจะทำตามสัญญาได้จึงหัวเราะเยาะเขาอย่างเมามัน แถมข้ายังจำได้เลยว่าหัวหน้าของ ‘กำปั้นเหล็ก’ ถึงกับหัวเราะเยาะและเรียกเขาว่า ‘เด็กที่เดินหานมไปทั่ว’”

พูดจบชายหนุ่มก็ยิ้มให้วิเซริส ซึ่งวิเซริสก็พยายามยิ้มตอบอย่างสุภาพ

‘นี่สินะที่เรียกว่าโดนกลั่นแกล้ง’ วิเซริสคิดในใจ ‘คนส่วนใหญ่ไม่รู้รายละเอียดของงานเลี้ยงนั้น แต่ตอนนี้พวกเขาได้รู้กันหมดแล้ว’

วิเซริสเลือกที่จะสงบสติอารมณ์และยอมรับเรื่องนี้ แม้จะขมขื่นอยู่ในใจก็ตาม ทันใดนั้นเสียงกระทบแก้วก็ดังขึ้นอีกครั้ง

ติ๊ง~ ติ๊ง~~

ชายร่างเตี้ยล่ำคนหนึ่งลุกขึ้นยืน และด้วยความเตี้ยของเขา ทำให้แขกที่นั่งไกลแทบมองไม่เห็นตั้งแต่แรก แถมคอของเขาก็หนาแทบจะขนาดเดียวกับหัว

“แค่ก ๆ ท่านครับ เรื่องที่ท่านพูดมันก็เป็นแค่ประวัติศาสตร์ไปแล้ว ความจริงก็คือ ราชาขอทานคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา” ชายเตี้ยล่ำกล่าว ก่อนจะเขย่งเท้าโบกมือให้วิเซริส แล้วเริ่มเล่าเรื่องของตน

“ไม่รู้ว่าท่านยังจำ ‘บริษัทเฟียร์สฟิช’ ได้หรือไม่? เจ้าราชาขอทานนี่แหละที่จัดการกวาดล้างพวกมันจนหมดเพียงลำพัง!”

“เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาไม่มีเงินเลย จึงใช้ ‘น้องสาว’ เป็นหลักประกัน”

“น้องสาวของเขางดงามมาก เจ้าหนี้จึงตกลงรับข้อเสนอ แต่เมื่อถึงเวลาต้องชำระหนี้ วิเซริสไม่มีเงินจ่าย เจ้าหนี้จึงส่งคนมาทวงและพยายามพาตัวน้องสาวเขาไปด้วยกำลัง หลังจากนั้นราชาขอทานก็สังหารพวกมันทั้งหมด!”

“ว่ากันว่าเหตุการณ์นั้นโหดร้ายมาก เลือดไหลท่วมตรอกจนล้นออกมาเลย!”

“พระเจ้า!” มีคนอุทานขึ้น

“เขาฆ่าคนไปกี่คนกัน?” อีกคนถาม

“ทำไมเขาถึงไม่โดนจับ?” อีกเสียงหนึ่งถามอย่างสงสัย

ทันใดนั้นจากการถูกดูแคลนในตอนแรก ความคิดเห็นของผู้คนที่มีต่อวิเซริสก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้พวกเขาทั้งตกใจในความ ‘เหี้ยมโหด’ ของเขามาก และรังเกียจที่เขา ‘ผิดนัดชำระหนี้’ ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะชาวบราวอสในพื้นที่ อย่างไรก็ตามชาวโดธราคีสองคนกลับดูตื่นเต้นมาก พวกเขาคิดว่าเรื่องแบบนี้แหละที่ทำให้ชายคนหนึ่งเป็นนักรบที่แท้จริง

“และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ราชาขอทานได้รับฉายา ‘นักล่าปลาผู้ดุร้าย’” ชายร่างเตี้ยล่ำกล่าวต่อ ก่อนจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิเซริสที่ทำงานเป็นกรรมกรในโรงงานด้วยท่าทีโอ้อวดเกินจริง

แม้เรื่องราวจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่เสียงที่เคยดูแคลนวิเซริสเรื่องหนีหนี้ก็เงียบลงไปแล้ว แทนที่ด้วยความตื่นตะลึงที่บราวอสมีนักรบสุดโหดเกิดขึ้นอีกคนหนึ่ง

ในขณะเดียวกันชาวโดธราคีสองคนก็ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ พวกเขาทุบอกตัวเองแล้วเปล่งเสียงร้องแปลก ๆ ดึงดูดความสนใจจากแขกคนอื่น

เมื่อสองคนแรกเล่าจบก็ไม่มีใครพูดอะไรเพิ่มเติม วิเซริสจึงขอบคุณทุกคนก่อนจะลุกขึ้นออกจากโรงแรม

ความจริงแล้วในขณะที่ชายเตี้ยล่ำกำลังเล่าเรื่อง วิเซริสก็ใช้สายตาเหลือบมองคนอื่น ๆ อย่างเงียบ ๆ แต่เพราะทั้งสองเล่าได้อย่างมีชีวิตชีวาเกินไป ทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นอะไรผิดปกติเลย

ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจวนเวียนอยู่ข้างนอกสักพัก หากนักฆ่าอยู่ในโรงแรมก็คงจะตามเขามา หากไม่ใช่ก็ต้องไปหาที่อื่นต่อ และถ้านักฆ่าคนนั้นเข้าใจหลักการของ ‘การชดใช้’ เขาก็อาจต้องไปที่แคทเทอรี

วิเซริสเดินช้าลงและเลือกเส้นทางแคบที่มีคนน้อย ซึ่งเขาเดินอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงโดยไม่พบใครตามมาจึงคิดจะไปที่อื่น แต่พอเขากำลังจะออกไป จู่ ๆ มันก็มีคนคนหนึ่งที่ห่อหุ้มตัวเองด้วยผ้าคลุมสีเทาอมฟ้าและเดินหลังค่อมปรากฏตัวขึ้น มองแวบแรกเขาดูเหมือนกุ้งตัวใหญ่ แต่เมื่อเดินสวนกันวิเซริสก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ยังจับผิดไม่ได้

จนกระทั่งเขาคนนั้นหายไปที่มุมตึก วิเซริสถึงเพิ่งนึกออก กลิ่น! เขาคนนั้นไม่น่าจะมีกลิ่นทะเลแรงขนาดนี้ ทันใดนั้นเขาก็นึกย้อนถึงความฝันก่อนหน้านี้ ซึ่งนักฆ่าคนนั้นดูเหมือนจะเคยติดพายุและลอยอยู่กลางทะเลเป็นเวลาหลายวัน

วิเซริสรีบไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาคนนั้นก็หายไปแล้ว และแน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องมีแผนบางอย่างแน่นอน!

ในขณะที่วิเซริสกำลังมองไปรอบ ๆ ลมกรรโชกหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เขา ทันใดนั้นร่างกายของวิเซริสก็ตอบสนองโดยอัตโนมัติเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันถ่วงที พร้อมกับมีดสั้นแวววาวที่เฉียดผ่านเขาไปทิ้งไว้เพียงเงาวาบของคมมีด

เป็นเขาคนนั้น! ตอนนี้เขายืนตัวตรงสง่าผ่าเผย การปลอมตัวของเขาหลุดออกไปเหมือนงูสลัดคราบ

“เจ้าเป็นใคร? ทำไมต้องตามข้าด้วย?” วิเซริสถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะตื่นตัวสุด ๆ เลยก็ตาม

ใบหน้าของนักฆ่ายังคงอยู่ในเงามืด ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดด้วยเสียงแหบพร่าซึ่งถูกปรับเปลี่ยนอย่างจงใจ “เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าตามเจ้า?”

“โรเบิร์ตส่งเจ้ามาเหรอ?” วิเซริสถาม และใช้ตาจ้องเขม็ง “อยู่กลางทะเลมาหลายวัน คงลำบากมากเลยสินะ?”

ดวงตาของนักฆ่าเบิกกว้างด้วยความตกใจทันที ‘เขารู้เรื่องพายุได้อย่างไร? แล้วเรื่องเรือของตระกูลซาไลน์ล่ะ? เขาตามข้ามาที่นี่ได้ยังไง?!’

ข้อมูลที่แม่นยำของวิเซริสทำให้นักฆ่ารู้สึกเหมือนถูกเปิดโปง จู่ ๆ นักฆ่าก็ตัดสินใจหันหลังหนีด้วยความปราดเปรียวราวกับแมวดำ

แต่วิเซริสยังคงใจเย็น และชักหน้าไม้แล้วยิงไปในทิศทางที่เธอวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

ฟิ้ว!

ตุบ!

เสียงกระทบเป้าหมายดังขึ้น ก่อนที่วิเซริสจะเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง และเห็นร่างของนักฆ่านอนแน่นิ่งราวกับเป็นอัมพาต

‘พิษจากปลาทะเลไม่น่าจะออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้!’ วิเซริสคิดในใจ ก่อนจะพลิกร่างของนักฆ่าขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็เห็นว่านักฆ่ากำลังกลืนบางอย่างลงไปในลำคอ!

‘ยาพิษ!’

วิเซริสตอบสนองทันที เขาซัดหมัดเข้าไปที่ท้องของนักฆ่าอย่างแรงจนร่างกระตุก พร้อมกับของเหลวสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่ถูกพ่นออกมาจากปาก

เมื่อเห็นแผนฆ่าตัวตายล้มเหลว นักฆ่าก็พยายามกัดลิ้นตัวเองเพื่อจบชีวิต แต่ดูเหมือนว่าพิษจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ทำให้กรามของเขาอ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ไหว

เมื่อแน่ใจว่านักฆ่าไม่สามารถก่อภัยคุกคามได้อีก วิเซริสจึงเริ่มค้นตัวอีกฝ่าย และทันใดนั้นดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “นักฆ่าผู้หญิงงั้นเหรอ!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30

คัดลอกลิงก์แล้ว