- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 30
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 30 ชื่อเสียงของวิเซริส
ติ๊ง~ ติ๊ง~~
เสียงกระทบแก้วดังขึ้นอีกครั้งจากที่ใดที่หนึ่งในโรงแรม ก่อนที่ชายหนุ่มแต่งตัวดีคนหนึ่งจะลุกขึ้นยืน ปลายแขนเสื้อของเขาถูกติดกระดุมไว้อย่างเรียบร้อย และจมูกที่โด่งตรงก็ทำให้เขาดูมีอำนาจไม่น้อย
“ทุกท่าน ข้ารู้เรื่องเกี่ยวกับราชาขอทานเล็กน้อยนะ ท่านซินแบด” เขากล่าว พลางยกถ้วยเหล้าขึ้นให้วิเซริสก่อนจะกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง แล้วเริ่มเล่าเรื่อง
“ราชาขอทาน หรือที่แท้จริงแล้วคือ วิเซริส ทาร์แกเรียน เป็นเชื้อพระวงศ์ที่ถูกโค่นล้มของเวสเทอรอส เรื่องนี้หลายคนคงรู้อยู่แล้ว เขาถูกเรียกว่าราชาขอทานก็เพราะว่าเมื่อเกือบหนึ่งปีก่อน เขาขายมงกุฎของมารดาตัวเองเพื่อเป็นค่าเลี้ยงดูกองทหารรับจ้าง หวังว่าพวกเขาจะช่วยเขากอบกู้บัลลังก์คืนมา”
ชายหนุ่มหยุดไปครู่หนึ่ง แววตาเปล่งประกายด้วยความภาคภูมิใจ “งานเลี้ยงนั้นถูกเรียกว่า ‘งานเลี้ยงแห่งมงกุฎ’ ซึ่งข้ามีโอกาสได้เข้าร่วมด้วย พวกท่านก็รู้กองทหารรับจ้างเป็นเหมือนพ่อค้า พวกเขาไม่เชื่อว่าราชาขอทานจะทำตามสัญญาได้จึงหัวเราะเยาะเขาอย่างเมามัน แถมข้ายังจำได้เลยว่าหัวหน้าของ ‘กำปั้นเหล็ก’ ถึงกับหัวเราะเยาะและเรียกเขาว่า ‘เด็กที่เดินหานมไปทั่ว’”
พูดจบชายหนุ่มก็ยิ้มให้วิเซริส ซึ่งวิเซริสก็พยายามยิ้มตอบอย่างสุภาพ
‘นี่สินะที่เรียกว่าโดนกลั่นแกล้ง’ วิเซริสคิดในใจ ‘คนส่วนใหญ่ไม่รู้รายละเอียดของงานเลี้ยงนั้น แต่ตอนนี้พวกเขาได้รู้กันหมดแล้ว’
วิเซริสเลือกที่จะสงบสติอารมณ์และยอมรับเรื่องนี้ แม้จะขมขื่นอยู่ในใจก็ตาม ทันใดนั้นเสียงกระทบแก้วก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ติ๊ง~ ติ๊ง~~
ชายร่างเตี้ยล่ำคนหนึ่งลุกขึ้นยืน และด้วยความเตี้ยของเขา ทำให้แขกที่นั่งไกลแทบมองไม่เห็นตั้งแต่แรก แถมคอของเขาก็หนาแทบจะขนาดเดียวกับหัว
“แค่ก ๆ ท่านครับ เรื่องที่ท่านพูดมันก็เป็นแค่ประวัติศาสตร์ไปแล้ว ความจริงก็คือ ราชาขอทานคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา” ชายเตี้ยล่ำกล่าว ก่อนจะเขย่งเท้าโบกมือให้วิเซริส แล้วเริ่มเล่าเรื่องของตน
“ไม่รู้ว่าท่านยังจำ ‘บริษัทเฟียร์สฟิช’ ได้หรือไม่? เจ้าราชาขอทานนี่แหละที่จัดการกวาดล้างพวกมันจนหมดเพียงลำพัง!”
“เมื่อไม่กี่เดือนก่อน เขาไม่มีเงินเลย จึงใช้ ‘น้องสาว’ เป็นหลักประกัน”
“น้องสาวของเขางดงามมาก เจ้าหนี้จึงตกลงรับข้อเสนอ แต่เมื่อถึงเวลาต้องชำระหนี้ วิเซริสไม่มีเงินจ่าย เจ้าหนี้จึงส่งคนมาทวงและพยายามพาตัวน้องสาวเขาไปด้วยกำลัง หลังจากนั้นราชาขอทานก็สังหารพวกมันทั้งหมด!”
“ว่ากันว่าเหตุการณ์นั้นโหดร้ายมาก เลือดไหลท่วมตรอกจนล้นออกมาเลย!”
“พระเจ้า!” มีคนอุทานขึ้น
“เขาฆ่าคนไปกี่คนกัน?” อีกคนถาม
“ทำไมเขาถึงไม่โดนจับ?” อีกเสียงหนึ่งถามอย่างสงสัย
ทันใดนั้นจากการถูกดูแคลนในตอนแรก ความคิดเห็นของผู้คนที่มีต่อวิเซริสก็เริ่มเปลี่ยนไป ตอนนี้พวกเขาทั้งตกใจในความ ‘เหี้ยมโหด’ ของเขามาก และรังเกียจที่เขา ‘ผิดนัดชำระหนี้’ ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะชาวบราวอสในพื้นที่ อย่างไรก็ตามชาวโดธราคีสองคนกลับดูตื่นเต้นมาก พวกเขาคิดว่าเรื่องแบบนี้แหละที่ทำให้ชายคนหนึ่งเป็นนักรบที่แท้จริง
“และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ราชาขอทานได้รับฉายา ‘นักล่าปลาผู้ดุร้าย’” ชายร่างเตี้ยล่ำกล่าวต่อ ก่อนจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับวิเซริสที่ทำงานเป็นกรรมกรในโรงงานด้วยท่าทีโอ้อวดเกินจริง
แม้เรื่องราวจะดูเกินจริงไปบ้าง แต่เสียงที่เคยดูแคลนวิเซริสเรื่องหนีหนี้ก็เงียบลงไปแล้ว แทนที่ด้วยความตื่นตะลึงที่บราวอสมีนักรบสุดโหดเกิดขึ้นอีกคนหนึ่ง
ในขณะเดียวกันชาวโดธราคีสองคนก็ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ พวกเขาทุบอกตัวเองแล้วเปล่งเสียงร้องแปลก ๆ ดึงดูดความสนใจจากแขกคนอื่น
เมื่อสองคนแรกเล่าจบก็ไม่มีใครพูดอะไรเพิ่มเติม วิเซริสจึงขอบคุณทุกคนก่อนจะลุกขึ้นออกจากโรงแรม
ความจริงแล้วในขณะที่ชายเตี้ยล่ำกำลังเล่าเรื่อง วิเซริสก็ใช้สายตาเหลือบมองคนอื่น ๆ อย่างเงียบ ๆ แต่เพราะทั้งสองเล่าได้อย่างมีชีวิตชีวาเกินไป ทำให้เขาไม่ทันสังเกตเห็นอะไรผิดปกติเลย
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจวนเวียนอยู่ข้างนอกสักพัก หากนักฆ่าอยู่ในโรงแรมก็คงจะตามเขามา หากไม่ใช่ก็ต้องไปหาที่อื่นต่อ และถ้านักฆ่าคนนั้นเข้าใจหลักการของ ‘การชดใช้’ เขาก็อาจต้องไปที่แคทเทอรี
วิเซริสเดินช้าลงและเลือกเส้นทางแคบที่มีคนน้อย ซึ่งเขาเดินอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงโดยไม่พบใครตามมาจึงคิดจะไปที่อื่น แต่พอเขากำลังจะออกไป จู่ ๆ มันก็มีคนคนหนึ่งที่ห่อหุ้มตัวเองด้วยผ้าคลุมสีเทาอมฟ้าและเดินหลังค่อมปรากฏตัวขึ้น มองแวบแรกเขาดูเหมือนกุ้งตัวใหญ่ แต่เมื่อเดินสวนกันวิเซริสก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ยังจับผิดไม่ได้
จนกระทั่งเขาคนนั้นหายไปที่มุมตึก วิเซริสถึงเพิ่งนึกออก กลิ่น! เขาคนนั้นไม่น่าจะมีกลิ่นทะเลแรงขนาดนี้ ทันใดนั้นเขาก็นึกย้อนถึงความฝันก่อนหน้านี้ ซึ่งนักฆ่าคนนั้นดูเหมือนจะเคยติดพายุและลอยอยู่กลางทะเลเป็นเวลาหลายวัน
วิเซริสรีบไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว แต่เขาคนนั้นก็หายไปแล้ว และแน่นอนว่าอีกฝ่ายจะต้องมีแผนบางอย่างแน่นอน!
ในขณะที่วิเซริสกำลังมองไปรอบ ๆ ลมกรรโชกหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เขา ทันใดนั้นร่างกายของวิเซริสก็ตอบสนองโดยอัตโนมัติเบี่ยงตัวหลบได้อย่างทันถ่วงที พร้อมกับมีดสั้นแวววาวที่เฉียดผ่านเขาไปทิ้งไว้เพียงเงาวาบของคมมีด
เป็นเขาคนนั้น! ตอนนี้เขายืนตัวตรงสง่าผ่าเผย การปลอมตัวของเขาหลุดออกไปเหมือนงูสลัดคราบ
“เจ้าเป็นใคร? ทำไมต้องตามข้าด้วย?” วิเซริสถามด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้ว่าเขาจะอยู่ในสภาวะตื่นตัวสุด ๆ เลยก็ตาม
ใบหน้าของนักฆ่ายังคงอยู่ในเงามืด ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดด้วยเสียงแหบพร่าซึ่งถูกปรับเปลี่ยนอย่างจงใจ “เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่าข้าตามเจ้า?”
“โรเบิร์ตส่งเจ้ามาเหรอ?” วิเซริสถาม และใช้ตาจ้องเขม็ง “อยู่กลางทะเลมาหลายวัน คงลำบากมากเลยสินะ?”
ดวงตาของนักฆ่าเบิกกว้างด้วยความตกใจทันที ‘เขารู้เรื่องพายุได้อย่างไร? แล้วเรื่องเรือของตระกูลซาไลน์ล่ะ? เขาตามข้ามาที่นี่ได้ยังไง?!’
ข้อมูลที่แม่นยำของวิเซริสทำให้นักฆ่ารู้สึกเหมือนถูกเปิดโปง จู่ ๆ นักฆ่าก็ตัดสินใจหันหลังหนีด้วยความปราดเปรียวราวกับแมวดำ
แต่วิเซริสยังคงใจเย็น และชักหน้าไม้แล้วยิงไปในทิศทางที่เธอวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
ฟิ้ว!
ตุบ!
เสียงกระทบเป้าหมายดังขึ้น ก่อนที่วิเซริสจะเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง และเห็นร่างของนักฆ่านอนแน่นิ่งราวกับเป็นอัมพาต
‘พิษจากปลาทะเลไม่น่าจะออกฤทธิ์เร็วขนาดนี้!’ วิเซริสคิดในใจ ก่อนจะพลิกร่างของนักฆ่าขึ้นมา ทันใดนั้นเขาก็เห็นว่านักฆ่ากำลังกลืนบางอย่างลงไปในลำคอ!
‘ยาพิษ!’
วิเซริสตอบสนองทันที เขาซัดหมัดเข้าไปที่ท้องของนักฆ่าอย่างแรงจนร่างกระตุก พร้อมกับของเหลวสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่าที่ถูกพ่นออกมาจากปาก
เมื่อเห็นแผนฆ่าตัวตายล้มเหลว นักฆ่าก็พยายามกัดลิ้นตัวเองเพื่อจบชีวิต แต่ดูเหมือนว่าพิษจะเริ่มออกฤทธิ์แล้ว ทำให้กรามของเขาอ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ไหว
เมื่อแน่ใจว่านักฆ่าไม่สามารถก่อภัยคุกคามได้อีก วิเซริสจึงเริ่มค้นตัวอีกฝ่าย และทันใดนั้นดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง “นักฆ่าผู้หญิงงั้นเหรอ!”
โปรดติดตามตอนต่อไป …