เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 29

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 29

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 29


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 29 ซ่องโสเภณีธีมแมว

พลังความฝันแห่งมังกรของวิเซริสยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะกำหนดเป้าหมายได้โดยตรง ข้อมูลที่เขาได้รับจากพลังนี้ในครั้งนี้จึงไม่ถูกต้องทั้งหมด อย่างไรก็ตามถึงแม้พลังเวทมนตร์ของเขาจะมีขีดจำกัด แต่ความสามารถในการวิเคราะห์ของเขาไม่ได้มีขีดจำกัดแต่อย่างใด

ถึงแม้บราวอสจะกว้างใหญ่ แต่ก็มีจุดศูนย์กลางสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการขนส่งและรวมกลุ่มผู้คน ทำให้ด้วยวิธีการคัดกรองอย่างเป็นระบบ เขาก็สามารถจำกัดขอบเขตความเป็นไปได้ให้แคบลงได้อย่างรวดเร็ว

ก่อนอื่นท่าเรือสีม่วงซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในบราวอส อนุญาตให้เฉพาะเรือท้องถิ่นเท่านั้นที่เข้าจอดได้ โรงเตี๊ยมและโรงแรมในบริเวณนี้ก็ให้บริการเฉพาะกับคนในพื้นที่ เว้นแต่จะเป็นแขกที่ร่ำรวยหรือมีอำนาจมากพอ เนื่องจากนักฆ่าล่องเรืออยู่กลางทะเลมานานกว่าสิบวัน จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาพักที่นี่ ดังนั้นท่าเรือสีม่วงจึงถูกตัดออกจากตัวเลือก

ส่วนสถานที่ที่มีโอกาสมากที่สุดก็คือ ท่าเรือแร็กแมนซึ่งอยู่ติดกับท่าเรือสีม่วง และเชี่ยวชาญในการต้อนรับคนนอก โดยมีหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงในย่านนี้ก็คือ ‘อินออฟเดอะกรีนอีล’ ในเรื่องราวต้นฉบับนั้นแซม ทาร์ลี่ เพื่อนของจอน สโนว์ และอาร์ยา สตาร์ค ก็เคยแวะพักที่นี่

โรงแรมแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องแขกที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ ผู้คนพูดภาษาต่าง ๆ มากมาย ทำให้ที่นี่เป็นที่ซ่อนตัวที่เหมาะสมสำหรับนักฆ่าที่มาเพื่อลอบสังหารวิเซริสและแดเนริส

วิเซริสใช้เหรียญเงินดวงจันทร์เช่าเรือที่ดูธรรมดาเพื่อเดินทางไปใกล้กับท่าเรือแร็กแมน และตั้งใจจะไปที่อินออฟเดอะกรีนอีลโดยตรง และเนื่องจากบราวอสเป็นเมืองการค้าอันคึกคัก และไม่มีแนวคิดเรื่อง ‘เคอร์ฟิว’ ทำให้ท่าเรือจึงเต็มไปด้วยแรงงานที่ทำงานเป็นกะกลางคืนเพื่อหาเงินเพิ่ม

เมื่อมาถึงท่าเรือวิเซริสก็เห็นกลุ่มแรงงานกำลังขนของขึ้นเรือ พวกเขาตะโกนพร้อมกันและออกแรงดึงของหนักจากน้ำทะเลสีดำ ซึ่งจากมุมมองของเขาพวกเขาดูราวกับกำลังจะถูกทะเลกลืนกินไม่มีผิด

คลื่น!!

เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังขึ้นเมื่อวิเซริสก้าวขึ้นฝั่ง และใกล้กับท่าเรือแร็กแมนนั้นก็มีสถานที่แห่งหนึ่งชื่อ ‘เดอะแคทเทอรี’ แม้ชื่อจะดูเหมือนบ้านแมว แต่ที่จริงแล้วมันคือซ่องโสเภณีที่มีธีมแมว

หญิงบริการที่นี่สวมหูแมวปลอม และเลียนเสียงแมวตัวเมียเวลาผสมพันธุ์เพื่อดึงดูดลูกค้า โดยเสียงของพวกเธอหวานจนทำให้กระดูกผู้ชายแทบละลาย

“แค่ปฏิกิริยาปกติ . . . ปฏิกิริยาปกติ . . .” วิเซริสรีบขยี้หน้าตัวเองเดินออกจากบริเวณนั้นและพึมพำเบา ๆ พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รับไอเค็มของทะเลเพื่อทำให้จิตใจสงบลง ก่อนจะเดินเข้าไปในอินออฟเดอะกรีนอีล

โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในละแวกนี้ ภายในกว้างขวาง เสาแต่ละต้นถูกตกแต่งด้วยเชิงเทียนสองถึงสามอัน และใช้เทียนน้ำมันปลาวาฬ ทำให้ห้องโถงสว่างเป็นพิเศษ แขกส่วนใหญ่สามารถมองเห็นกันได้ชัดเจน หญิงเสิร์ฟห้าหรือหกคนกำลังรินเหล้าให้แขก และบางคนก็ถูกพวกนักเลงลูบก้น แต่พวกเธอก็ไม่ขัดขืนเพราะรู้ว่าแขกประเภทนี้ให้ทิปหนัก

วิเซริสกวาดตามองโรงแรมที่คึกคัก ภายในมีคนอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยคน มีทั้งชาวบราวอส คนจากเวสเทอรอส และแม้แต่โดธรากีสองคนที่สะพายดาบโค้งอยู่ด้านหลัง ซึ่งถ้าดูจากความยาวของเปีย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยพ่ายแพ้ในการต่อสู้หลายครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขาห่างไกลจากการเป็นนักรบผู้เกรียงไกรตามแบบฉบับของเผ่าตน

และมันก็เป็นอย่างที่คิด การหานักฆ่าในฝูงชนเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยวิเซริสสังเกตเห็นว่ามีกลุ่มหลักสามกลุ่มที่กำลังสนทนากัน กลุ่มหนึ่งพูดภาษาเวสเทอรอส และอีกสองกลุ่มพูดภาษาไฮวาเลเรียน

ตอนนี้วิเซริสกำลังแต่งตัวเป็นกะลาสีเรือ โดยพันผ้าคลุมสีน้ำตาลรอบศีรษะ ทำให้กลมกลืนไปกับคนอื่นและไม่เป็นที่สะดุดตา ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปใกล้กลุ่มที่พูดภาษาเวสเทอรอสก่อน และได้ยินว่าพวกเขากำลังถกเถียงกันเรื่องกบฏที่หมู่เกาะเหล็กเมื่อไม่กี่ปีก่อน และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่หัวข้อที่นักฆ่าจากเวสเทอรอสจะให้ความสนใจ

ด้วยเหตุนี้เองวิเซริสจึงเดินแยกตัวออกมาเงียบ ๆ และเดินไปฟังอีกสองกลุ่มที่พูดภาษาไฮวาเลเรียน แต่พวกเขาก็กำลังสนใจเรื่องเทศกาล 10 วันที่กำลังจะมาถึง

เมื่อแน่ใจว่านักฆ่าไม่น่าจะอยู่ในกลุ่มที่คุยเรื่องซุบซิบกัน วิเซริสจึงสั่งไวน์หนึ่งแก้วและหาที่นั่งในจุดที่สามารถมองเห็นทั่วทั้งโรงแรมได้ ก่อนจะเริ่มประเมินแขกทีละคนอย่างเป็นระบบเพื่อค้นหาคนที่น่าสงสัย

โดยชายสองคนแรกนั้นแต่งตัวฉูดฉาด คล้ายกับไก่แจ้ในเล้าไก่ พวกเขาดูเป็นนักดาบระบำสายน้ำในบราวอส ซึ่งไม่น่าใช่นักฆ่า

ต่อมาเป็นพ่อค้าหลายคนที่แบกสัมภาระขนาดใหญ่ก็ดูไม่น่าสงสัย เพราะพวกเขามีท่าทางของพ่อค้าที่เดินทางมาเพื่อค้าขายอย่างแท้จริง

ทำให้ในที่สุดตอนนี้ก็เหลือเพียงไม่กี่คนที่อาจเป็นเป้าหมายของเขา แต่หลังจากนั้นไม่นานวิเซริสก็รู้ตัวอย่างรวดเร็วว่าวิธีระบุตัวคนร้ายแบบนี้มันไม่มีประสิทธิภาพเลยสักนิด เพราะนักฆ่าฝีมือดีย่อมต้องเชี่ยวชาญในการพรางตัวอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเลือกแนวทางที่กล้าหาญมากกว่าเดิม นั่นก็คือ ล่อเสือออกจากถ้ำ!

ใครก็ตามที่แสดงความสนใจใน ‘ราชาขอทาน’ จะต้องเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างแน่นอน!

วิเซริสรีบเรียกพนักงานเสิร์ฟสาวคนหนึ่งมาหาเขา เธอดูอายุราวสิบเจ็ดปี มีรูปร่างอวบเล็กน้อยกว่าปกติ และส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ ก่อนที่วิเซริสจะจับมือเธอไว้ และถึงแม้เธอจะแสร้งทำท่าถอนมือออก แต่เขาก็ลอบยัดเหรียญทองมังกรเต็มกำมือให้เธออย่างแนบเนียน

“ช่วยซื้อเหล้าให้ทุกคนหน่อยสิ” วิเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าชู้ “บอกพวกเขาว่านี่เป็นน้ำใจจากกะลาสีซินแบดที่อยากฟังเรื่องเกี่ยวกับราชาขอทาน ส่วนที่เหลือก็เป็นของเจ้า”

เมื่อเห็นสมบัติสีทองเล็ก ๆ ในมือ หัวใจของพนักงานเสิร์ฟก็เต้นแรงขึ้น และเหลือบมอง ‘กะลาสีซินแบด’ อีกครั้ง และพบว่าใบหน้าภายใต้เครานั้นก็ดูหล่อเหลาทีเดียว ทำให้ความลังเลของเธอหายไปทันที และพยักหน้าเล็กน้อยแอบเก็บเหรียญทองหนึ่งเหรียญเข้าชายเสื้อ ก่อนเดินไปที่เคาน์เตอร์

ซึ่งที่เคาน์เตอร์มีเจ้าของโรงแรมชายหัวล้านวัยสี่สิบต้น ๆ ที่มีคางสองชั้นอันโดดเด่นจากการดื่มกินอย่างฟุ่มเฟือยมาหลายปีกำลังยืนอยู่หลังบาร์ และเมื่อเห็นว่ามีคนเลี้ยงเหล้าทั้งโรงแรม ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นมาทันที เพราะนั่นหมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้เขาหยิบแก้วทองแดงสีทองออกมาแล้วเคาะมันด้วยช้อนทันที

ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!

เสียงกระทบแก้วดังใสกริ๊ง ทำให้โรงแรมเงียบลงทันที พร้อมกับทุกคนที่หันไปสนใจที่บาร์

เจ้าของโรงแรมชี้ไปทางวิเซริสแล้วประกาศเสียงดัง “ทุกท่าน! กะลาสีซินแบดของเราต้องการเลี้ยงเครื่องดื่มทุกคน ยกแก้วของท่านขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา! ดื่มให้ซินแบด!”

“ดื่มให้ซินแบด!” แขกทั้งโรงแรมโห่ร้องขึ้นมาพร้อมกัน เพราะไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ดื่มฟรี พวกเขาต่างยกแก้วขึ้นไปยังทิศที่เจ้าของโรงแรมชี้ ส่วนวิเซริสก็พยักหน้าให้ทุกคนเล็กน้อย

“นอกจากนี้ท่านซินแบดยังต้องการทราบเรื่องของราชาขอทาน ข้าสงสัยว่ามีใครพอจะเล่าอะไรให้เราฟังได้บ้างไหม?”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 29

คัดลอกลิงก์แล้ว