เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 28

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 28

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 28


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 28 เฮลโบ : คนโง่เง่า

แน่นอนว่าวิเซริสไม่ได้คิดจะปรึกษาเฮลโบก่อนเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาเคยเห็นขุนนางชั้นสูงหัวเราะด่าทอ และเคยเห็นมหาเศรษฐีเอ่ยคำพูดออกมาเป็นทอง ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่เคยมีความหมายอะไรกับเขาเลย เพราะตราบใดที่เขาสามารถสร้างผลประโยชน์ได้อย่างมั่นคง ผู้คนก็จะติดตามเขาโดยธรรมชาติ

ดังนั้นถึงแม้ระหว่างเขากับเฮลโบจะเรียกว่า ‘ความร่วมมือ’ แต่แท้จริงแล้วมันก็แค่ ‘งาน’ งานหนึ่งเท่านั้น ตอนนี้วิเซริสมีทั้งทักษะและทุนแล้วทำไมเขาจะต้องทำงานให้คนอื่นอีก?

แม้ว่าเฮลโบจะมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ และมอเรลก็ดูสับสน แต่วิเซริสก็ประกาศเงื่อนไขของตนอย่างไม่ลังเล “ข้ามีเงื่อนไขสองข้อ”

“เชิญว่ามา” มอเรลเอ่ยอย่างกระตือรือร้น หากเกิดรอยร้าวระหว่างวิเซริสและเฮลโบ มันอาจเป็นโอกาสของเขา

“ข้อแรก ข้าหวังว่าท่านจะสามารถจัดหาสถานที่ให้ข้าได้ ข้ามีไอเดียบางอย่างที่อยากลองทำ”

“ได้! ไม่มีปัญหา”

มอเรลตอบตกลงแทบจะทันที แม้กระทั่งศีรษะล้านที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาจากความเครียดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ดูเหมือนจะเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่เฮลโบกลับกระดกเหล้าเข้าไปอีกสองสามอึก หากวิเซริสไม่ได้อยู่ข้างเขา เขาคงไม่กล้าทำข้อเรียกร้องอุกอาจเช่นนี้

350 ปอนด์ คำนวณคร่าว ๆ แล้วสุดท้ายเขาก็คงได้มาเพียง 200 ปอนด์ ส่วนของวิเซริสที่เขาอ้างว่าไม่ต้องการในตอนนี้ก็หมายความว่าเขาไม่ต้องกังวลกับมัน

“ข้อที่สอง ข้าต้องการให้ท่านแนะนำข้าให้รู้จักกับเลดี้ฟาเลีย”

เฮลโบเหลือบมองวิเซริส มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ เขาเข้าใจแล้วว่าวิเซริสกำลังพยายามทำอะไร หมอนี่คงต้องการคว้าโอกาสนี้เพื่อก่อตั้งธุรกิจของตัวเอง

แน่นอนว่าเฮลโบไม่เข้าใจว่าทำไมวิเซริสถึงคิดจะทำแบบนั้น เขารู้ดีว่าวิเซริสมีเงินอยู่เท่าไหร่ และจำนวนเงินที่เขามีนั้นอาจพอให้ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคิดจะทำอะไรใหญ่โต ควรเลิกล้มความคิดไปตั้งแต่ตอนนี้จะดีกว่า

ส่วน ‘ไอเดีย’ ของเขาน่ะหรือ? ในบราวอสมีคนที่มีไอเดียมากมาย วันหนึ่งมีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากกว่าจำนวนปลาในทะเลเสียอีก เขาจะมีอะไรพิเศษกว่าคนเหล่านั้นกัน?

เฮลโบคิดว่าวิเซริสกำลังทำลายโอกาสดี ๆ ของตัวเองในวันนี้ แต่เมื่อคิดดูอีกทีบางทีมันอาจจะไม่ใช่เรื่องเลวร้ายขนาดนั้น หากวิเซริสถูกปฏิเสธและสูญเสียทุกอย่าง เขาจะอยู่ในสถานะที่ควบคุมง่ายขึ้น และที่สำคัญใครจะไปพบเลดี้ฟาเลียแห่งมูนชาโดว์ได้ตามใจชอบกัน?

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เฮลโบก็ผ่อนคลายลง และหันไปสังเกตปฏิกิริยาของมอเรลแทน

เมื่อได้ยินคำขอของวิเซริส คิ้วของมอเรลที่เพิ่งคลายตัวกลับขมวดอีกครั้ง เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบว่า “ข้าสามารถแนะนำให้ท่านรู้จักได้ แต่ว่า . . . ดูเหมือนตารางงานของเลดี้ฟาเลียจะเต็มมาก ข้าเองก็เพิ่งพบกับนางเพียงสามครั้งเท่านั้น”

ในความเป็นจริงแล้วมอเรลไม่เคยพบกับนางเลยสักครั้ง ทุกครั้งที่มีการเจรจาเขาจะพูดคุยผ่านพ่อบ้านของฟาเลียเท่านั้น แน่นอนว่าในงานเลี้ยงเขาเคยเห็นนางจากระยะไกลเพียงครั้งเดียว โดยฟาเลียนั้นมีฉายาว่า ‘มูนชาโดว์’ ดังนั้นในที่สาธารณะนางมักจะสวมผ้าคลุมหน้าเสมอ ทำให้มอเรลแม้เคยเห็นตัวนาง แต่ก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของนาง ซึ่งก็นับว่าไม่ต่างอะไรกับการไม่เคยพบเลย

เฮลโบหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร

“ไม่เป็นไร แค่ท่านเอ่ยนามของข้าก็พอ”

เมื่อได้ยินคำพูดของวิเซริสเฮลโบก็แค่นหัวเราะในใจทันที ‘เอ่ยนามของเจ้า? นามของราชาขอทานอย่างนั้นรึ?’

มอเรลยังคงเงียบ เขารู้เพียงอย่างเดียวว่าตอนนี้วิเซริสอยู่ข้างเขา “ตกลง ท่านต้องการพบกับนางเมื่อใด?”

“ข้าจะแจ้งท่านอีกที”

การประชุมครั้งนี้จบลงด้วยผลลัพธ์ที่ค่อนข้างน่าพอใจ อย่างน้อยก็สำหรับวิเซริสและมอเรล ส่วนเฮลโบนั้นแน่นอนว่าพยายามถ่วงเวลาไว้ แต่หลังจากนั้นวิเซริสก็ไปที่โรงงานกับมอเรลโดยตรง โดยมีเฮลโบยืนส่งพวกเขาที่ประตูมองดูพวกเขาจากไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเช่นกัน แน่นอนว่าอำนาจของวิเซริสเป็นปัจจัยสำคัญ

เมื่อมาถึงโรงงาน มอเรลก็รีบจัดหาสถานที่ที่เหมาะสมและสะอาดให้กับวิเซริสทันที พร้อมกับอุปกรณ์ทุกอย่างพร้อมใช้งาน ทำให้วิเซริสรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ก่อนที่วิเซริสจะสั่งให้คนไปซื้อวัสดุต่าง ๆ และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนคนหนึ่งเป็นผู้ดูแล เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างเป็นความลับ หลังจากนั้นวิเซริสจึงลงมือทำเองแทบทุกอย่าง โดยที่คนอื่น ๆ มีหน้าที่ช่วยงานหยาบเท่านั้น

ตอนแรกแรบไบรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดวิเซริสจึงทำอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผ้าห่ม แต่ภายใต้คำสั่งสอนของบิดา เขาก็กลับไปตั้งหน้าตั้งตาทำเทียนไขต่อไปโดยไม่ซักถามอีก

วิเซริสวางแผนที่จะสร้างตัวอย่างก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ต้องการวัตถุดิบมากนัก ส่วนของน้ำมันปลาวาฬนั้นถูกนำมาจากคลังโดยตรง ซึ่งมอเรลและลูกชายก็ไม่ได้พูดอะไร

ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายวิเซริสยุ่งอยู่เกือบทั้งวัน และในที่สุดก็ได้ผลลัพธ์ เขามองดูของเหลวข้น ๆ ในหม้อซึ่งมีลักษณะคล้ายข้าวต้มข้น ๆ และรู้ทันทีว่าเขาทำสำเร็จแล้ว ตอนนี้ก็เหลือเพียงแค่รอให้มันเซ็ตตัวเท่านั้น

สำหรับกระบวนการทำให้แห้งมันค่อนข้างใช้เวลานานเกินไป ดังนั้นเขาอาจต้องใช้วิธี ‘เร่งแห้ง’ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า แต่เมื่อเทคโนโลยีของเขาได้รับการยอมรับเมื่อไหร่ เขาก็สามารถทำให้กระบวนการนี้เป็นมาตรฐานได้

หลังจากนั้นวิเซริสก็สอบถามเกี่ยวกับมูลค่าของโรงงาน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 30,000 เหรียญทองมังกร โดยเลดี้ฟาเลียถือหุ้นอยู่ 40% โดยวิเซริสได้ใช้วิธีแหย่ถามอย่างแนบเนียน นอกจากนี้แรบไบยังเผยว่าเลดี้ฟาเลียดูเหมือนจะต้องการรักษาโรงงานนี้เอาไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงงานนี้มีความสำคัญต่อนางเช่นกัน สิ่งนี้ทำให้วิเซริสรู้สึกมั่นใจมากขึ้นในการพบกับฟาเลีย หญิงผู้ได้รับฉายาว่า ‘มูนชาโดว์’

ซึ่งการใช้วิธีเร่งแห้งนั้น วิเซริสคาดว่าต้องใช้เวลาครึ่งเดือนก่อนที่สบู่ก้อนแรกจะพร้อม ทำให้ในระหว่างนี้เขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึก โดยระบำแห่งสายน้ำนั้นแดเนริสได้เรียนครบทั้งชุดแล้ว ส่วนวิเซริสก็มุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนท่วงท่าพื้นฐาน ซึ่งทำให้ทักษะดาบของเขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

--

ทักษะดาบ : ระดับปรมาจารย์ (2164/10000) +-

--

‘ยังเหลือเวลากว่า 2 เดือน แค่นั้นน่าจะมากเกินพอแล้ว’ วิเซริสคิดในใจอย่างเงียบ ๆ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ นอกจากฝึกดาบแล้ว วิเซริสยังเริ่มเรียนยิงธนูด้วย และด้วยความช่วยเหลือของระบบที่สามารถ ‘รีเซ็ตคะแนน’ ได้อย่างแม่นยำ เขาจึงพัฒนาไปถึงระดับ [ชำนาญ] อย่างรวดเร็ว

ก่อนที่เวลาจะร่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งวันหนึ่งวิเซริสก็กระตุ้นพลังความฝันแห่งมังกรโดยไม่ตั้งใจ และเห็นว่านักฆ่าดูเหมือนจะปักหลักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในบราวอส ในอดีตพลังของวิเซริสมีขีดจำกัด เขาสามารถกระตุ้นพลังนี้ได้ก็ต่อเมื่อศัตรูมาถึง ทำให้เขาเอาตัวรอดได้เท่านั้น แต่ตอนนี้เขามีความแข็งแกร่งพอสมควรแล้ว หากมองทั้งบราวอส แม้แต่นักดาบรักษาการณ์ของซีลอร์ดยังแทบจะเทียบกับเขาไม่ได้

ทำให้คืนนั้นเองวิเซริสจึงสวมเสื้อคลุมสีดำ และมองดูแดเนริสที่กำลังหลับใหล จากนั้นก็หายตัวไปในความมืด เพราะคืนนี้เขาจะทำให้นักฆ่าได้เรียนรู้ว่า ‘การเป็นแขกในบ้านของผู้อื่น’ นั้นหมายความว่าอย่างไร!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 28

คัดลอกลิงก์แล้ว