เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 26

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 26

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 26


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 26 บทเพลงแห่งจันทรา 2

หลังจากตระหนักถึงคุณค่าของ ‘บทเพลงแห่งจันทรา’ วิเซริสก็ตัดสินใจกลับที่พักพร้อมกับแดเนริส โดยระหว่างทางเขาก็พบว่าหนังสือเล่มบางนี้มีเนื้อหาประมาณ 3,000 คำ โดยเนื้อหาหลักเป็นการสรรเสริญและบูชาดวงจันทร์ ข้อความถูกเขียนเป็นภาษาไฮวาลีเรียน และมีจังหวะที่ไพเราะราวกับบทสวด นอกจากนี้ยังต้องจินตนาการถึงแสงจันทร์ขณะอ่านซึ่งเพิ่มระดับความยากเข้าไปอีก

ขณะที่วิเซริสกำลังอ่านอย่างตั้งใจ แดเนริสก็ถามขึ้นมาว่า “พี่คะ ช่วงนี้พี่ฝันบ่อยเหรอ?”

“ฮ่า ๆ พี่สบายดี” วิเซริสตอบพลางลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นว่าน้องสาวเป็นห่วงเขาอย่างจริงใจ ส่วนด้านแดเนริสเองก็แอบตั้งใจไว้ว่าต่อจากนี้เธอจะคอยเตือนให้พี่ชายพักผ่อนมากขึ้น

ตอนค่ำวิเซริสก็รู้สึกว่าแสงจันทร์ของคืนนี้นั้นสวยเป็นพิเศษ แสงสีเงินอ่อน ๆ ทาบลงบนพื้น ทำให้บรรยากาศเงียบสงบมากขึ้น พร้อมกับ ‘บทเพลงแห่งจันทรา’ ที่อยู่ในมือเขา ทำให้เขาตัดสินใจปีนขึ้นไปยังที่สูง และเริ่มสวดเบา ๆ ตามที่หนังสือแนะนำ

แน่นอนว่าก่อนเริ่มสวด เขาเหลือบมองค่าพลังเวทย์ของตนเล็กน้อย ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ 11.6 จากนั้นเขาก็เริ่มท่องบทสวดจากหนังสือ

“ราตรีฉายแสงจันทร์กระจ่าง ดาวระยิบระยับพรางพร่างพราว แสงจันทร์ส่องต้องดาว ส่องประกายวาววับจับตา”

          “แสงจันทร์นวลละมุนดุจไหม ส่องต้องสายน้ำใสไหลริน . . .”

เมื่อสวดไปได้สักพักเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานเย็นสบายที่ค่อย ๆ ไหลเข้าสู่ร่างกาย ความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ค่อย ๆ จางหายไป จิตใจของเขากลับมาสงบนิ่งและเฉยเมยต่อทุกสิ่งมากขึ้น หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งในสี่ชั่วโมง วิเซริสก็ลองตรวจสอบค่าพลังอีกครั้ง และพบว่าค่าพลังเวทย์ของเขาฟื้นขึ้นมา 2 หน่วย ทำให้ตอนนี้เพิ่มเป็น 13.6

วิเซริสรู้สึกตกตะลึงทันที เพราะอัตราการฟื้นตัวนี้เร็วกว่าปกติหลายเท่าตัว นั่นหมายความว่าเขาจะสามารถใช้ฝันแห่งมังกรได้บ่อยขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการรับมือกับนักฆ่าได้ดียิ่งขึ้น

และเมื่อเขายังคงสวดต่อไปค่าพลังเวทย์ของเขาก็เพิ่มขึ้นอีก จนถึง 15.2

‘เหมือนจะฟื้นตัวช้าลงนิดหน่อย’ วิเซริสคิดในใจ หลังจากคำนวณแล้วเขาสังเกตเห็นว่าผลของการฟื้นตัวลดลงประมาณ 20% ซึ่งหมายความว่าเขาจะสามารถฟื้นพลังเวทย์ได้ประมาณ 6 หน่วยต่อชั่วโมง และในชั่วโมงที่สองจะยิ่งลดลง แต่ถ้าสวดตลอดทั้งคืนเขาก็น่าจะฟื้นพลังกลับมาได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

วิเซริสยังคงสวดต่อไปเรื่อย ๆ และหลังจากผ่านไปสามชั่วโมง ค่าพลังเวทย์ของเขาก็กลับมาเต็มอีกครั้ง

“ดูเหมือนว่าขีดจำกัดพลังเวทย์ของข้าจะไม่เพิ่มขึ้น หรือบางทีข้าอาจจะยังสวดไม่นานพอ?” วิเซริสครุ่นคิดด้วยความสงสัยเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าบทสวดนี้ไม่ได้แค่ฟื้นฟูพลังเวทย์เท่านั้น แต่ยังช่วยฟื้นฟูพลังงานของร่างกายด้วย ตอนนี้แม้จะเกือบตีหนึ่งแล้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามสมองกลับยิ่งเฉียบแหลมและกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมซะอีก

“เดี๋ยวนะ ถ้าวิหารของเหล่านักขับขานแห่งจันทรามีประโยชน์ขนาดนี้ แล้ววิหารของจ้าวแห่งแสงล่ะ?” จู่ ๆ วิเซริสก็ตระหนักว่าเขาอาจค้นพบขุมทรัพย์แห่งโอกาสเข้าแล้ว

ในนิยายของชาติก่อน เมลิซานเดร นักเวทย์คนแรกที่รับใช้ฝ่ายมนุษย์นั้นบูชาจ้าวแห่งแสง และถ้าหากวิหารของเหล่านักขับขานแห่งจันทรามีข้อดีขนาดนี้ วิหารของจ้าวแห่งแสงก็น่าจะมีประโยชน์มากกว่านี้แน่นอน

นอกจากนี้ในเมืองบราวอส ยังมีวิหารอื่น ๆ อีก เช่น ‘วิหารบิดาแห่งสายน้ำ’, ‘ที่หลบภัยศักดิ์สิทธิ์’ และ ‘บ้านขาวและดำ’ แม้ว่าวิหารสุดท้ายอาจเข้าถึงยาก แต่สองแห่งแรกสามารถเข้าถึงได้หากมีเงิน

“อาจมีของล้ำค่าอื่น ๆ ในวิหารของเหล่านักขับขานแห่งจันทราด้วย” วิเซริสคิด ‘บทเพลงแห่งจันทรา’ ดูเหมือนจะเป็นเพียงเทคนิคพื้นฐาน เปรียบเสมือนวิชาฝึกหัดในนิยายของชาติก่อน ถ้ามีวิธีฝึกพื้นฐานสำหรับคนนอก ก็น่าจะมีวิธีฝึกขั้นสูงสำหรับคนวงในด้วยเช่นกัน

ซึ่งครั้งนี้การมาเยือนวิหารของเหล่านักขับขานแห่งจันทราทำให้พวกเขาสูญเสียเงินไปกว่า 30 เหรียญทองมังกร ดังนั้นของที่มีราคาสูงกว่านี้ ย่อมต้องใช้เงินมากขึ้นแน่นอน

“เราต้องหาเงิน . . . และต้องหาให้เร็ว!”

สัญชาตญาณของวิเซริสบอกเขาว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่พลังเวทย์ของโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้หัวหน้าของวิหารต่าง ๆ อาจไม่ได้ให้ค่ากับสิ่งเหล่านี้มากนัก และตราบใดที่มีเงินก็สามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาต้องการเงิน แต่เขาไม่สามารถรีบแตะต้องทรัพย์สินของอิลลิริโอได้ เพราะนั่นเป็นกองทุนสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หากนำมาใช้เร็วเกินไปจะทำให้เขาดูสิ้นหวังและอาจถูกมองว่าไม่น่าไว้ใจ จะดีกว่าหากปล่อยให้เงินนั้นอยู่ในธนาคารเหล็กไปก่อน

. . .

ในสองวันถัดมาวิเซริสใช้ประโยชน์จากอากาศดีและแสงจันทร์ในตอนกลางคืนวางแผนให้แดเนริสฝึกฝนบทบทเพลงแห่งจันทราไปด้วยกัน

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะมองข้ามปัญหาหนึ่งไป นั่นก็คือแดเนริสเพิ่งจะเป็น ‘เด็กที่รู้หนังสือครึ่ง ๆ กลาง ๆ’ เท่านั้น ทำให้มีคำศัพท์มากมายที่เธอไม่เข้าใจ หรือบางคำเธอไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ!

ในช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ที่บราวอส สองพี่น้องถูกพามาที่นี่โดย เซอร์วิลเล็ม ดาร์รี แต่โชคร้ายที่เขาเสียชีวิตไปไม่กี่ปีหลังจากนั้น ซึ่งตอนนั้นแดเนริสยังเด็กมาก ทำให้เธอแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยในช่วงเวลานั้น การศึกษาของเธอในตอนนี้จึงเปรียบเสมือนการเรียนรู้ของเด็กเล็ก ๆ วิเซริสจึงต้องจ้างครูสอนพิเศษคนใหม่มาช่วยสอนการอ่านและการเขียนให้เธออย่างจริงจัง

ในขณะเดียวกันวิเซริสก็ใช้โอกาสนี้จดบันทึกความรู้จากชีวิตก่อนของเขาเป็นตัวอักษรจีน เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ลืมมันไป โดยเฉพาะข้อมูลที่สำคัญที่สุดก็คือเหตุการณ์สำคัญในนิยายต้นฉบับ รวมถึงชะตากรรมของตัวละครต่าง ๆ แน่นอนว่าข้อมูลเหล่านี้รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับแดเนริสด้วย เพราะนี่เป็นเหตุผลที่เขาไม่สอนภาษาจีนให้เธอ

เดิมทีวิเซริสเองก็ชื่นชอบการอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ก่อนที่เขาจะเดินทางมา เพราะประวัติศาสตร์มักมีคำตอบสำหรับปัญหาในปัจจุบัน ทำให้เขามักจะเล่าเรื่องราวจากโลกของเขาให้แดเนริสฟัง โดยเปลี่ยนชื่อและรายละเอียดไปบ้าง ซึ่งช่วยให้เขาเข้าใจเนื้อหาเหล่านั้นลึกซึ้งขึ้น ส่วนแดเนริสก็รู้สึกแปลกใจที่วิเซริสเล่าเรื่องเก่งขึ้นมากจากเดิมที่ใช้แค่สูตรสำเร็จของนิทานเด็กอย่าง ‘กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว’

นอกจากนี้ต้องขอบคุณเทียนไขน้ำมันปลาวาฬจากโรงงานของมอเรลที่ทำให้งานอดิเรกยามค่ำคืนของพวกเขาจึงสนุกสนานและมีชีวิตชีวามากขึ้น เทียนไขเหล่านี้ให้แสงสว่างสดใส ควันน้อย และเผาไหม้ได้นาน ทำให้พวกเขาไม่ต้องทนอยู่ในความมืดเหมือนเมื่อก่อน แต่สามารถใช้เวลาอ่านและเขียนได้มากขึ้น ต่างจากแต่ก่อนที่ทำได้แค่นั่งนับดวงดาว ซึ่งบ่อยครั้งก็ถูกบดบังด้วยหมอกหนาของบราวอส

จนกระทั่งคืนหนึ่งในขณะวิเซริสตัดสินใจพักจากการอ่าน และกำลังเล่านิทานเรื่อง ‘เงือกน้อย’ ให้แดเนริสฟัง พอถึงช่วงสำคัญที่แอเรียลแลกเสียงของเธอเพื่อขา จู่ ๆ ก็มีจดหมายจากเฮลโบถูกส่งมาถึงเขา

แม้ว่าแดเนริสจะอยากรู้ชะตากรรมของเงือกน้อยต่อไป แต่เธอก็นั่งรออย่างว่าง่าย

“ลอร์ดวิเซริส นี่คือจดหมายจากท่านเฮลโบ” คนรับใช้กล่าวขณะยื่นซองจดหมายให้

วิเซริสรับซองจดหมายมาและฉีกมันออกอย่างระมัดระวัง ซึ่งข้อความในจดหมายนั้นก็สั้นและตรงประเด็นเช่นกัน “ลอร์ดวิเซริส ข้าได้เชิญมอเรลมาหารือเรื่องการชำระเงินที่บ้านของข้าพรุ่งนี้ ท่านโปรดมาด้วย นอกจากนี้ รางวัลสำหรับการแข่งขันกวีนิพนธ์ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็น ไข่มังกร”

ไข่มังกร โอกาสที่ไม่อาจพลาด!

แค่เห็นคำว่า ‘ไข่มังกร’ วิเซริสก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที

แม้ว่าทุกคนจะเชื่อว่ามังกรได้สูญพันธุ์ไปแล้วและไข่ไม่สามารถฟักได้อีก แต่ไข่มังกรก็ยังคงมีค่ามหาศาล ทั้งในแง่ของการสะสมและตกแต่ง อิลลิริโอเป็นพ่อค้าขายไข่มังกร ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่าบราวอสหรือแม้แต่วังของซีลอร์ดอาจจะใช้ไข่มังกรเป็นรางวัล

แน่นอนว่ามีโอกาสที่พวกเขาจะใช้ไข่มังกรเป็นแค่ ‘ตัวล่อ’ เพื่อดึงดูดผู้เข้าแข่งขันและแอบเอากลับไปทีหลังได้เช่นกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรวิเซริสก็ไม่มีทางพลาดโอกาสนี้เด็ดขาด!

หากต้องการชนะเพื่อเอาไข่มังกร เขาก็จะต้องหาทางติดต่อกับเลดี้มูนชาโดว์ และกลายเป็นนักร้องของเธอให้ได้ เพราะว่ากันว่าเลดี้มูนชาโดว์เข้าถึงได้ยากมากสำหรับคนทั่วไป ดังนั้นเขาจำเป็นต้องหาวิธีเจาะเข้าไปในวงในของเธอ

แม้ว่ารางวัลไข่มังกรจะค่อนข้างแน่นอนแล้ว แต่ดาบเหล็กกล้าวาลีเรียนกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง อาวุธชนิดนี้มีพลังเวทมนตร์อย่างแท้จริง และยังไม่แน่ใจว่าวังของซีลอร์ดจะสามารถมอบมันเป็นรางวัลได้หรือไม่

ส่วนการเชิญของเฮลโบครั้งนี้ก็มีเป้าหมายแฝงอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือเพื่อให้วิเซริสช่วยจัดการเรื่อง ‘เงิน’ ให้ได้มากที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้เกิดอุบัติเหตุในการผลิตที่โรงงานของมอเรล คนงานใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาทำให้เกิดไฟไหม้เล็ก ๆ เพราะขาดทักษะ ส่งผลให้น้ำมันปลาวาฬหลายร้อยปอนด์ และแม่พิมพ์เทียนไขหลายอันถูกทำลาย นอกจากนี้ คนงานฝีมือดียังถูกโรงงานคู่แข่งซื้อตัวไปด้วยค่าแรงที่สูงกว่า ซึ่งเห็นได้ชัดว่ามีอำนาจที่แข็งแกร่งและมีเงินทุนมหาศาล หนุนหลังโรงงานคู่แข่งเพื่อพยายามทำลายธุรกิจของมอเรล

แน่นอนว่าเฮลโบไม่ได้กังวลนักเกี่ยวกับอนาคตของโรงงานมอเรล แต่เขากังวลเรื่องเงินที่เขาจะได้รับมากกว่า เพราะมอเรลได้รับการสนับสนุนจากเลดี้มูนชาโดว์ ซึ่งทำให้เฮลโบไม่สามารถขัดแย้งกับเขาได้โดยตรง

โดยวิเซริสคาดเดาว่าครั้งนี้มอเรลอาจต้องขายทรัพย์สินบางส่วนเพื่อจ่ายหนี้ หรืออาจต้องเปลี่ยนน้ำมันปลาวาฬเป็นเงินอย่างแน่นอน

“น้ำมันปลาวาฬ . . .” วิเซริสพึมพำซ้ำไปซ้ำมา ก่อนที่สายตาของเขาจะเป็นประกายขึ้นมาอย่างฉับพลัน “น้ำมันปลาวาฬเป็นไขมันสัตว์ นอกจากกินและใช้ให้แสงสว่างแล้ว มันยังใช้ทำ สบู่ ได้ด้วย!”

วิเซริสรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที และรีบหยิบปากกาพร้อมกับกระดาษออกมารีบจดแนวคิดของเขา ทำให้แดเนริสที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พยายามแอบมองสิ่งที่เขาเขียน แต่พอเธออ่านมันเธอก็เห็นว่ามันเป็นตัวอักษรสี่เหลี่ยมประหลาดที่เธออ่านไม่ออก เพราะวิเซริสยังไม่เคยสอนเธอเกี่ยวกับภาษานี้

เมื่อเขียนไปได้สี่ถึงห้าหน้า วิเซริสก็หยุดลงและมองดูเอกสารเหล่านั้นด้วยความพึงพอใจ ราวกับว่าเขากำลังเห็นดอกไม้ผลิบานบนหน้ากระดาษ

“แดเนริส!” วิเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะหันมาหาเธอ “อีกไม่นาน เราจะมีไข่มังกรแล้ว!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 26

คัดลอกลิงก์แล้ว