เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 25

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 25

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 25


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 25 บทเพลงแห่งจันทรา

หลังจากก้าวเข้าสู่วิหาร วิเซริสและแดเนริสก็ต้องตกตะลึงกับความขาวบริสุทธิ์ของกำแพง โดม รูปปั้น และแสงอาทิตย์ที่ส่องผ่านหน้าต่างจากภายใน ซึ่งออกแบบให้เป็นรูปข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ และสร้างแสงเป็นวงกลมบนพื้น ดูราวกับวงเวทมนตร์ใต้เท้าของพวกเขา ซึ่งเอฟเฟกต์อันน่าหลงใหลนี้ช่วยเสริมบรรยากาศอันเงียบสงบและเหนือธรรมชาติของวิหารได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ที่ด้านหน้าของวิหารรูปปั้นเทพธิดาสามองค์ก็เป็นสิ่งที่สะดุดตาที่สุดเช่นกัน รูปปั้นถูกแกะสลักจากหินอ่อน แต่ละองค์สูงราวสี่ถึงห้าเมตร ทำให้วิเซริสนึกถึงความยิ่งใหญ่ของรูปปั้นเดวิดที่เขาเคยเห็นในชาติก่อน โดยเทพธิดาตรงกลางนั้นสวมฮู้ดและถือหนังสือไว้ ขณะที่เทพธิดาสององค์ที่เตี้ยกว่าทางซ้ายและขวาถือดาบและตะเกียงตามลำดับ

ในขณะเดียวกันทางขวาของรูปปั้นเหล่านี้ก็มีกล่องบริจาคไม้สีเหลืองตั้งอยู่ เพื่อให้ผู้ศรัทธาหย่อนเหรียญลงไปหลังจากสวดภาวนา ก่อนที่วิเซริสจะสังเกตเห็นชายคนหนึ่งที่กำลังยืนสวดอ้อนวอนต่อหน้าเทพธิดาพอดี มือทั้งสองข้างของเขาประสานกันด้วยความเคารพ และท่องบทสวดด้วยความศรัทธา ดังนั้นวิเซริสที่ไม่ต้องการรบกวนผู้สักการะจึงพาแดเนริสไปสำรวจจิตรกรรมฝาผนังที่บรรยายตำนานของเหล่านักขับขานแห่งจันทรา

ทันใดนั้นจู่ ๆ แดเนริสก็ชี้ไปยังภาพหนึ่งแล้วกระซิบว่า “พี่คะ ดูสิ ดวงจันทร์แตกออกเป็นรอยร้าว”

“แตก?” วิเซริสเบนสายตาไปตามที่เธอชี้ และเห็นว่าดวงจันทร์ในจิตรกรรมฝาผนังมีรอยร้าวพาดผ่าน ตอนแรกเขานึกว่าเป็นตำหนิของกำแพง แต่เมื่อมองดูดี ๆ ก็เห็นชัดว่าภาพวาดจงใจให้ดวงจันทร์มันแตกร้าว

วิเซริสนึกถึงตำนานของชาววาลีเรียที่กล่าวว่ามังกรเกิดจากดวงจันทร์ที่แตกสลาย แต่แปลกที่เรื่องราวนี้กลับไม่ปรากฏอยู่ในภาพวาด ซึ่งเขาคิดว่ามันคงมีคำอธิบายอื่น แต่ตัดสินใจเก็บปริศนานี้ไว้ในใจเอาไว้ก่อน

หลังจากนั้นไม่นานกลุ่มผู้สวดมนต์ก็เดินออกไป วิเซริสจึงพาแดเนริสไปที่รูปปั้นเทพธิดาตรงกลางอีกครั้ง โดยบริเวณใกล้ ๆ กันนั้นมีแม่ชีร่างสูงโปร่งสวมฮู้ดสีขาวยืนอยู่ เธอนั้นคอยตอบคำถามแก่ผู้มาเยือนตามจำนวนเงินบริจาคที่พวกเขามอบให้ ทำให้ในขณะที่พวกเขาเข้าไปใกล้ แม่ชีคนนั้นก็หันมาจ้องมองพวกเขาด้วยความสนใจเล็กน้อย

วิเซริสพยักหน้าให้นางเล็กน้อย และดูเหมือนพวกเขาทั้งคู่จะตกอยู่ในภวังค์เมื่อสบตากันโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่วิเซรัสจะหลับตาลง และขมวดคิ้วเล็กน้อยเพื่อให้ดูเหมือนกำลังกังวลบางอย่าง และเขาก็เชื่อว่าเธอจะต้องสังเกตเห็นมันแน่นนอน ซึ่งถ้าหากต้องการเปิดบทสนทนาที่มีความหมาย เขาก็ต้องใช้ ‘พลังแห่งเงินตรา’ ในการขอคำแนะนำกับเธอด้วยเช่นกัน

หลังจากผ่านไปสองถึงสามนาที วิเซริสก็เดินไปที่กล่องบริจาค และหยิบเหรียญทองออกมาจำนวนหนึ่งหย่อนลงไปทางช่องบนฝา ทำให้กลุ่มแม่ชีเบิกตากว้างเมื่อเห็นการบริจาคอย่างใจกว้างของเขา นอกจากความหล่อเหลาแล้ว ความมั่งคั่งของเขายังทำให้เธอมั่นใจว่านี่ต้องเป็นบุคคลสำคัญแน่ ๆ แถมยังเห็นได้ชัดว่าเขามีบางอย่างรบกวนจิตใจอยู่ ทำให้พวกนางจึงรู้สึกอยากช่วยเหลือทันที

เมื่อเขาหันหลังจากกล่องบริจาค แม่ชีก็เดินเข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม และใช้นิ้ววาดเป็นวงกลมบนหน้าอกของตัวเอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งเหล่านักขับขานแห่งจันทรา จากนั้นก็กล่าวว่า “ขอให้เทพธิดานำทางพวกเรา”

“ขอให้เทพธิดานำทางพวกเรา” วิเซริสตอบกลับตามมารยาท

“ข้าสังเกตเห็นสีหน้าหนักใจของท่านระหว่างสวดภาวนา ท่านกำลังพบปัญหาใช่หรือไม่? หากท่านมีญาติที่เดินทางไกล ข้ามีบทเพลงคุ้มครอง หากภรรยาของท่านกำลังให้กำเนิดบุตร ข้ามีบทเพลงแห่งการคลอดบุตร และหากท่านสับสนในบางสิ่ง ข้าก็มีบทเพลงนำทางให้ท่าน”

วิเซริสโค้งศีรษะเล็กน้อยก่อนตอบว่า “ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่าน ข้าไม่มีญาติที่เดินทางไกล ข้ากับน้องสาวเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของกันและกัน”

แม่ชีเบิกตากว้างขึ้นอย่างแปลกใจ นางเข้าใจผิดว่าเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่แต่งกายงดงามเช่นนี้ต้องมาจากตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพล แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่เป็นเด็กกำพร้า ความเข้าใจผิดนี้ทำให้เธอรู้สึกละอายเล็กน้อย

“ข้ายังไม่มีภรรยาด้วย” วิเซริสกล่าวต่อ “แต่ถ้าพูดถึงความสับสน . . .”

แม่ชีที่เห็นโอกาสจึงรีบพูดแทรกขึ้นทันที “โปรดบอกข้าว่าอะไรที่รบกวนจิตใจท่าน”

วิเซริสแสดงท่าทีอึดอัด คล้ายลังเลที่จะพูด ก่อนจะพูดขึ้นอย่างช้า ๆ ว่า “จริง ๆ แล้วข้าไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ช่วงนี้ข้าฝันแปลก ๆ บ่อยมาก และเมื่อตื่นขึ้นมาข้ากับรู้สึกเวียนหัวและอ่อนเพลีย ข้ากังวลว่าข้าอาจเป็นโรคประหลาด แต่หมอหลวงบอกว่าร่างกายของข้ายังแข็งแรงดี ดังนั้นข้าจึงมาขอคำชี้แนะจากท่านเทพธิดา”

แม่ชีนิ่งเงียบครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพราะนี่ดูไม่เหมือนปัญหาทางจิตใจที่เธอจะใช้ ‘การบำบัดด้วยคำพูด’ ช่วยแก้ไขได้ แต่เธอก็ไม่อยากปฏิเสธเขาโดยไม่ลองช่วยเหลือดูเสียก่อน

“เช่นนั้นหรือ? ถ้าเช่นนั้น ท่านช่วยรออยู่สักครู่ได้หรือไม่? ข้าจะไปนำสิ่งหนึ่งที่อาจช่วยท่านได้มาให้”

“ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง” วิเซริสตอบ ขณะมองแม่ชีเดินผ่านรูปปั้นเข้าไปยังประตูบานเล็ก

แน่นอนว่าทุกถ้อยคำของวิเซริสเข้าหูแดเนริสเต็ม ๆ เธอเคยคิดว่าเขาเป็นดั่งบ่อน้ำแห่งพลังงานที่ไม่มีวันเหือดแห้ง เขาตื่นก่อนเธอและหลับหลังจากเธอปิดตาลงเสมอ ทำให้เธอไม่เคยคิดเลยว่าพี่ชายของเธอจะมีปัญหากับร่างกายเช่นนี้ ซึ่งความคิดนี้ทำให้เธอเป็นกังวลมาก และอดไม่ได้ที่จะโทษตัวเองอยู่เงียบ ๆ

ห้านาทีต่อมา แม่ชีก็กลับมา พร้อมถือสมุดเล่มบาง ๆ ในมือของเธอ

“ข้าคิดว่าสิ่งที่รบกวนจิตใจท่านอาจเป็นสิ่งที่อยู่ในความฝันของท่าน นี่คือ ‘บทเพลงแห่งจันทรา’ จากวิหารนักขับขานแห่งจันทรา การสวดมนต์บทนี้ภายใต้แสงจันทร์จะช่วยให้จิตใจสงบและอาจช่วยท่านได้”

วีเซรีสมองไปที่สมุดเล่มเล็ก ซึ่งมีสีเหลืองหม่นเล็กน้อย ราวกับว่าพี่แม่ชีเคยใช้มันมาก่อน

“นี่ต้องเป็นของส่วนตัวของท่าน มันล้ำค่าเกินไป ข้าคิดว่าข้ารับไว้ไม่ได้ . . .”

แม่ชียิ้มอย่างอบอุ่น พร้อมกับยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากของเธอเพื่อทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ “อย่ากังวลไปเลย ข้าท่องจำเนื้อหาได้หมดแล้ว ถือว่าเป็นของขวัญก็แล้วกัน”

“ของขวัญ! นี่มัน . . .” วีเซรีสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับสมุดเล่มเล็กมา ก่อนจะเปิดเช็คแผงสถานะของตนโดยไม่รู้ตัว

ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นว่าทันทีที่เขาสัมผัสสมุดเล่มเล็ก ค่ามานาของเขาก็ฟื้นคืนกลับมาทันที 5 หน่วย ดูเหมือนว่านี่จะเป็นของดีไม่น้อย!

เมื่อรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่เสียเปล่า วีเซรีสจึงสำรวจตัวเองและพบว่าตอนนี้เขามีเงินติดตัวไม่มากนัก ทำให้เขาได้แต่พูดขอโทษด้วยความลำบากใจ “ขออภัย ข้าคิดว่าคงต้องกลับมาอีกเร็ว ๆ นี้ ข้าสามารถมาพบท่านอีกได้หรือไม่?”

“แน่นอนว่าไม่มีปัญหา” แม่ชีพยักหน้าเล็กน้อย ทว่าดวงตาของนางกลับเหลือบมองไปที่สร้อยข้อมือบนมือของแดเนริส และเข้าใจได้ทันทีว่าสมุดเล็ก ๆ ของนางนั้นไม่มีค่าพอเมื่อเทียบกับสิ่งนั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 25

คัดลอกลิงก์แล้ว