- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 24
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 24
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 24
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 24 วิหารนักขับขานแห่งจันทรา
“เขาต้องไม่ได้ขึ้นฝั่งเด็ดขาด!” แค่คิดถึงความสามารถที่มือสังหารแสดงออกมา วิเซริสก็รู้สึกเหงื่อเย็นไหลซึมเต็มหน้าผาก พวกสกินเชนเจอร์น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง พวกเขาสามารถควบคุมสัตว์เพื่อสังหารหรือวางยาพิษได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ เรียกไดเว่าทักษะของพวกเขาน่ากลัวไม่แพ้ความฝันแห่งมังกรของเขาเลย
แต่ไม่นานวิเซริสก็สงบใจลง อย่างแรกมือสังหารที่ทรงพลังเช่นนี้ไม่น่าจะอยู่ภายใต้คำสั่งของใครได้ง่าย ๆ มิฉะนั้นการใช้เขาในการลอบสังหารคนอย่างตนก็เป็นการเสียเปล่า หากมือสังหารทำงานให้โรเบิร์ต ทำไมถึงไม่ใช้เขาจัดการกับปัญหาหนี้สินของตัวเองก่อน? ความอคติของโรเบิร์ตที่มีต่อเวสเทอแลนด์อาจถูกนำมาใช้เพื่อกำจัดเซอร์ซีหรือแม้กระทั่งไทวิน
แล้วถ้ามือสังหารเป็นของลิตเติ้ลฟิงเกอร์หรือวาริส? เรื่องนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่เลย เพราะคนพวกนี้ไม่เคยไว้ใจใครง่าย ๆ ลิตเติ้ลฟิงเกอร์วางแผนปีนขึ้นสู่อำนาจมาโดยตลอด การฆ่าจอน แอรินบิดาอุปถัมภ์ของเน็ดและโรเบิร์ตเขายังต้องใช้ไลซาเป็นเครื่องมือ และใครจะไปรู้ว่าวาริสกำลังวางแผนอะไรอยู่? หากวาริสสามารถควบคุมสกินเชนเจอร์ที่ทรงพลังเช่นนี้ได้ เขาคงใช้มันให้เกิดประโยชน์ไปนานแล้ว
ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าคนอื่น ๆ ไม่รู้ขอบเขตความสามารถที่แท้จริงของมือสังหารคนนี้ ซึ่งนี่ทำให้วิเซริสรู้สึกกังวลเล็กน้อย แต่เมื่อสงบสติได้แล้ว เขาก็ตระหนักได้ว่าในเมื่อเขามีพลังความฝันแห่งมังกร เขาก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป แม้ว่าวิธีการของมือสังหารจะประหลาด แต่เขาก็มีข้อได้เปรียบจากการมองเห็นอนาคต หากมือสังหารขึ้นฝั่งที่บราวอสได้จริง ๆ เขาก็สามารถเตรียมการล่วงหน้า หรือแม้แต่จัดวางกับดักเพื่อซุ่มโจมตีได้ โอกาสชนะยังคงอยู่ข้างเขา!
ด้วยเหตุนี้เองวิเซริสจึงตัดสินใจไปเยี่ยมชมวิหารต่าง ๆ ในบราวอสเพื่อดูว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับการเพิ่มพลังเวทมนตร์หรือไม่ โดยเป้าหมายแรกของเขาคือวิหารนักขับขานแห่งจันทรา ก่อนที่บราวอสจะถูกสร้างขึ้น พวกนักขับขานแห่งจันทราเป็นผู้ชี้นำทาสที่หลบหนีจากจักรวรรดิวาลีเรียให้ค้นพบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ และคำพยากรณ์ก็เป็นเรื่องจริงในโลกของ ‘มหาศึกชิงบัลลังก์’ หากพวกเขาสามารถทำนายอนาคตได้ นั่นหมายความว่าพวกเขามีพลังบางอย่าง ในเนื้อเรื่องดั้งเดิมนักขับขานแห่งจันทราเคยสอนแดเนริสเกี่ยวกับบทเพลงแห่งการให้กำเนิด ซึ่งบางทีมันอาจมี ‘บทเพลง’ อื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ วิเซริสจึงตัดสินใจใช้เวลาว่างเดินทางไปเยี่ยมชม
แน่นอนว่าช่วงนี้แดเนริสยังคงฝึกดาบอย่างหนักทุกวัน ทำให้วิเซริสตั้งใจจะให้เธอได้หยุดพักบ้าง และพาเธอไปด้วยเพื่อเป็นการผ่อนคลายไปในตัว
“เราจะไปไหนกันคะ?” แดเนริสถามอย่างตื่นเต้น เพราะครั้งสุดท้ายที่เธอได้ออกไปกับวิเซริสก็คือไปซื้อปลา
“ไปวิหารนักขับขานแห่งจันทรา เอาเงินติดตัวไปด้วยนะ”
“ได้เลยค่ะท่านพี่!” แดเนริสตอบรับอย่างร่าเริง
แดเนริสเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีฟ้าอ่อน มัดผมสีเงินขาวเป็นเปียปล่อยยาวลงด้านหลังอย่างรวดเร็ว ทำเอาวิเซริสอดไม่ได้ที่จะสังเกตว่าเสื้อผ้าสีอ่อนเข้ากับสีผมและสีผิวของพวกเขาได้ดีเพียงใด
ในโลกที่เต็มไปด้วยความ ‘สกปรกและมืดมน’ พวกเขาทั้งสองจึงกลายเป็นจุดสนใจทันทีเมื่อเดินไปขึ้นรถม้า และหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง พวกเขาทั้งสองก็ผ่านสะพานโค้งและมองเห็นวิหารนักขับขานแห่งจันทราอยู่ไกล ๆ
แดเนริสที่นั่งอยู่ในรถม้าแหวกม่านออกและมองออกไปด้านนอกด้วยดวงตาสีม่วงของเธอ เธอจำได้ทันทีว่าสิ่งปลูกสร้างสีขาวนั้นคือวิหารนักขับขานแห่งจันทรา วิหารสีขาวบริสุทธิ์แห่งนี้โดดเด่นอย่างมากท่ามกลางอาคารอื่น ๆ มันเป็นวิหารที่ใหญ่ที่สุดในบราวอส สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและขอบคุณนักขับขานแห่งจันทรา โดยพระราชวังหินอ่อนอันยิ่งใหญ่นี้มีโดมสีเงินขาวขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยหน้าต่างกระจกน้ำนมที่สลักภาพของดวงจันทร์ในแต่ละข้างขึ้น
และเมื่อพวกเขามาถึงที่หมายและลงจากรถม้า พวกเขาก็เห็นรูปปั้นหินอ่อนของหญิงสาวคู่หนึ่งที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูทางเข้า โดยพื้นหินที่สะอาดสะอ้านยิ่งเสริมความรู้สึกเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์
ทันใดนั้นหญิงสาวที่งดงามคนหนึ่งก็เดินออกมาจากวิหารพร้อมกับสาวใช้ของเธอ และบังเอิญพบกับสองพี่น้องพอดี
“เด็กสาวช่างงดงามนัก ข้าหวังว่าลูกของข้าจะงดงามเช่นนี้” หญิงสาวพูดเบา ๆ พร้อมลูบท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยของเธอ
“แน่นอนค่ะ ท่านหญิงเมธิส ความงดงามของท่านจะถูกถ่ายทอดไปยังลูกของท่านแน่นอน” สาวใช้ตอบด้วยความเคารพ ทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ
จากนั้นเลดี้เมธิสก็สังเกตเห็นว่าแดเนริสยืนอยู่ข้างชายหนุ่มคนหนึ่ง และเมื่อเห็นว่าทั้งสองมีลักษณะคล้ายกัน เธอจึงเดาว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน “ชายหนุ่มผู้นั้นก็ดูหล่อเหลามากเช่นกัน”
วิเซริสพยักหน้าให้หญิงสาวเล็กน้อย ขณะที่แดเนริสยิ้มตอบดวงตาสีม่วงของเธอก็ส่องประกายราวกับอัญมณี ทำให้หัวใจของหญิงสาวละลายเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะพยักหน้าให้สาวใช้ที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งรีบก้าวเข้ามาหาสองพี่น้องและกล่าวว่า “นายท่าน คุณหญิงเมธิสต้องการสนทนากับท่าน ไม่ทราบว่าสะดวกหรือไม่?”
“แน่นอน” วิเซริสตอบ
สาวใช้พาสองพี่น้องไปพบเลดี้เมธิส วิเซริสสังเกตว่าหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ผู้นี้น่าจะอยู่ในช่วงวัยกลางยี่สิบ และดูเหมือนจะตั้งครรภ์อยู่ด้วย ใบหน้ากลมและแก้มแดงระเรื่อของเธอบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดี แม้ว่าภายใต้สีสันนั้นจะมีร่องรอยของความขาวซีดเล็กน้อยก็ตาม นอกจากนี้หน้าท้องที่นูนขึ้นเพียงเล็กน้อยนี้ยังแสดงให้เห็นว่าเธอถูกดึงดูดมาที่แดเนริสเพราะความรักของแม่ที่เอ่อล้น
‘ที่แท้วิหารนักขับขานแห่งจันทราก็เป็นวิหารของสตรี และที่นี่คือสถานที่ผูกพันกับเด็ก ๆ สินะ’ วิเซริสคิดในใจ ก่อนจะก้าวเข้าไปหาหญิงสูงศักดิ์และกล่าวว่า “ท่านหญิง ความงดงามของท่านเป็นดั่งเครื่องประดับของนครแห่งนี้จริง ๆ”
“โอ้ คำชมของท่านช่างอบอุ่นราวกับสายลมแห่งฤดูใบไม้ผลิ” นางตอบด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “แต่ข้าต้องยอมรับว่าความงดงามของท่านและน้องสาวของท่านทำให้ข้ารู้สึกอิจฉาอยู่บ้าง”
แดเนริสหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอายเมื่อรู้ว่าหญิงสูงศักดิ์กำลังชมเธอ ซึ่งปฏิกิริยานี้ยิ่งทำให้หญิงสูงศักดิ์รู้สึกเอ็นดูแดเนริสมากขึ้นไปอีก นางถอดสร้อยข้อมือที่ประดับด้วยอัญมณีหลากสีจากข้อมือตนเองและยื่นให้แดเนริส
สร้อยข้อมือนี้ทำจากทองคำ ประดับด้วยอัญมณีขนาดเท่าไข่นกพิราบดูก็รู้ว่ามีค่ามหาศาล ทำให้วิเซริสที่เห็นเช่นนั้นก็ตั้งใจจะปฏิเสธด้วยมารยาท แต่เมื่อเห็นความเอื้อเฟื้อของหญิงสูงศักดิ์เขาก็ตัดสินใจเปลี่ยนใจ ในขณะเดียวกันแดเนริสก็เหลือบมองวิเซริสเพื่อขอความเห็น และเมื่อเห็นพี่ชายพยักหน้าเชิงอนุญาต เธอจึงยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อยค้อมศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ และปล่อยให้หญิงสูงศักดิ์สวมสร้อยข้อมือให้เธอ
สำหรับเด็กหญิงอายุแปดขวบ สร้อยข้อมือเส้นนี้ใหญ่เกินไปจนเธอต้องงอแขนไว้เพื่อไม่ให้มันหลุด ส่วนหญิงสูงศักดิ์ก็ดูจะพึงพอใจกับการพบปะครั้งนี้ และไม่นานหลังจากนั้นนางก็จากไปโดยมีสาวใช้ช่วยพาขึ้นรถม้าที่สวยงาม โดยวิเซริสสังเกตเห็นว่าสัญลักษณ์รูปมือสองข้างที่ด้านหลังรถม้า และจำได้ว่านั่นเป็นตราประจำตระกูลซาไลน์
ตระกูลซาไลน์เป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของบราวอส ร่วมกับตระกูลแอนทารีออน ซึ่งเป็นตระกูลของซีลอร์ดคนปัจจุบัน และตระกูลเฟรการ์ แม้ว่าซีลอร์ดจะถูกเลือกจากประชากรทั้งหมดของบราวอสตามกฎ แต่ในทางปฏิบัติ เกือบทั้งหมดล้วนมาจากสามตระกูลนี้
‘ใครบอกว่าความงามใช้จ่ายไม่ได้? นี่แหละ วิธีใช้มันให้เกิดประโยชน์’ วิเซริสคิดพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หลังจากตรวจดูสร้อยข้อมือเพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นของแท้ เขาก็จับมือแดเนริสและพาเธอเดินเข้าไปในวิหาร
โปรดติดตามตอนต่อไป …