เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 23

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 23

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 23


มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 23 คืนแห่งการสารภาพ และสกินเชนเจอร์ผู้ชวนขนลุก

ธนูกระดูกมังกรนี้ยิ่งช่วยยืนยันข้อสงสัยของวิเซรีส มันดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำจากชิ้นส่วนของมังกรสามารถให้แต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้กับเขา และตราบใดที่เขาสัมผัสมัน แต้มเหล่านั้นก็จะสะสมต่อไป

ทันทีที่การพบกับอิลิริโอสิ้นสุดลง วิเซรีสก็เปิดแผงสถานะของเขาเพื่อตรวจสอบทันที

ทุกเช้าวิเซรีสจะเพิ่มแต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้ให้กับค่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขา และโอนแต้มความชำนาญจากทักษะอื่นไปยังวิชาดาบของเขา และวันนี้เขาก็พบว่าแต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้ได้เพิ่มขึ้นจาก 0 เป็น 2.58

ธนูกระดูกมังกรเพิ่งมอบให้ถึง 2.5 แต้ม รวมกับโบนัส 0.05 แต้มจากกริชกระดูกมังกร และ 0.08 แต้มจากธนู มันทำให้อัตราการเพิ่มขึ้นรายวันของเขาสูงขึ้นเป็น 0.23 มากกว่าสองเท่าของอัตราเดิมที่ 0.1

ตอนนี้เหลือเวลาไม่ถึงสี่เดือนก่อนถึงงานเฉลิมฉลองสิบวัน นี่หมายความว่าค่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเขาจะสามารถเพิ่มขึ้นได้มากกว่า 20 หน่วย ทำให้แตะระดับ 80+ ซึ่งจะทำให้เขากลายเป็นนักรบชั้นยอด เพิ่มโอกาสในการเข้ารอบสูง หรือแม้แต่คว้าชัยชนะ

หากรางวัลของแชมป์ดาบเป็นดาบเหล็กวาเลเรียนจริง วิเซรีสจะต่อสู้เพื่อมันให้ได้ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม! เพราะดาบเหล็กวาเลเรียนนั้นมีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งและคมกริบ ถือเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในหัวใจของนักดาบทุกคน

อย่างไรก็ตามเขาก็อดสงสัยไม่ได้ว่าบราวอสจะยอมมอบอาวุธเช่นนี้ให้จริงหรือไม่ หรืออาจมีเบื้องหลังบางอย่างซ่อนอยู่?

นอกจากนั้นเขายังวางแผนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันกวีนิพนธ์ เพราะไม่มีใครบอกว่าเขาไม่สามารถลอกงานจากอีกโลกหนึ่งได้นี่จริงไหม?

ในฐานะอดีตนักเรียนศิลปะ วิเซรีสเคยได้ยินบทกวีคลาสสิกมานับไม่ถ้วน ซึ่งเพียงแค่บทเดียวมันก็อาจแพร่กระจายชื่อเสียงของเขาไปได้ทั่วโลกใบนี้

และถ้ารางวัลคือไข่มังกรล่ะ? แน่นอนว่าเขาต้องเข้าร่วมให้ได้ แต่มันก็มีปัญหาหนึ่งนั่นก็คือเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกวีนิพนธ์ เขาจำเป็นต้องได้รับการรับรองจากผู้มีฐานะสูงส่ง เว้นเสียแต่ว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงพอที่จะเข้าร่วมโดยไม่ต้องมีใครรับรอง มิฉะนั้นไม่ว่าเขาจะสร้างสรรค์งานดีเพียงใด มันก็จะไร้ค่าหากไม่มีผู้สนับสนุนให้เขาได้รับการยอมรับ

กลุ่มนางคณิกาเข้มงวดมากเกี่ยวกับศิลปินที่ต้องการใช้ชื่อเสียงของพวกเธอในการแข่งขัน หากทำได้ดีก็สามารถช่วยกันเสริมชื่อเสียง แต่ถ้าทำได้แย่มันก็จะเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรของพวกเธอ

แถมเจ้าหน้าที่บราวอสยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เช่นเดียวกับไฮการ์เดนแห่งเวสเทอรอสที่ให้ความเคารพต่อกวีและนักร้อง

หากรางวัลของการแข่งขันกวีนิพนธ์เป็นไข่มังกร วิเซรีสจะไม่ยอมพลาดแน่ นอกจากนี้ของขวัญล้ำค่าที่อิลิริโอมอบให้อีกอย่างก็คือ เงินก้อนโตในธนาคารเหล็ก

ซึ่งมันเป็นเงินกู้หรือเงินบริจาคกันแน่ไม่มีใครบอกได้ชัดเจน แต่สำหรับวิเซรีสเขาไม่มีความคิดจะคืนมันแม้แต่น้อย

. . .

ยามค่ำคืน

ระหว่างมื้อเย็นวิเซรีสก็สังเกตเห็นว่าแดเนริสดูซึมกว่าปกติ เธอเขี่ยอาหารไปมาโดยแทบไม่กิน และตอบกลับเขาเพียงน้อยนิดเมื่อเขาพูดด้วย

“หนูกินอิ่มแล้ว” แดเนริสพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้และเตรียมตัวจะขึ้นห้อง

“เดี๋ยวก่อน” วิเซรีสเอ่ยขึ้น พร้อมส่งสายตาให้สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เป็นสัญญาณให้เธอออกไป

เขารู้ว่าอารมณ์ของแดเนริสน่าจะเกี่ยวข้องกับข้อเสนอการแต่งงานของอิลิริโอในวันนี้ ดังนั้นเมื่อสาวใช้ออกไป ความเงียบก็เริ่มปกคลุมห้อง แสงเทียนสั่นไหวทอดเงาบนกำแพง และบรรยากาศก็ชวนให้อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ทำให้หัวใจของแดเนริสบีบรัดแน่นโดยไม่รู้ตัว

วิเซรีสมองแดเนริส แต่ดวงตาสีม่วงของแดเนริสก็รีบหลุบต่ำอย่างรวดเร็ว เส้นผมสีเงินถักเป็นเปียห้อยลงมาพาดบ่ากับหน้าอก แขนเรียวของเธอที่โผล่พ้นจากแขนเสื้อชุดเดรสเปล่งประกายราวไข่มุก เธอช่างงดงามอย่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ

“แดเนริส น้องจะอยู่เคียงข้างพี่ตลอดไปหรือไม่?” วิเซริสถามเสียงอ่อนโยน

แดเนริสสบตากับวิเซริส และชะงักไปกับความจริงจังในสายตาของเขา “หนู . . .”

“ก็เหมือนที่น้องนึกไว้นั่นแหละ” วิเซรีสกล่าวต่อ “เหมือนเอกอนกับพี่สาวของเขา”

แดเนริสไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงเริ่มเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของวิเซริส ก่อนที่ริมฝีปากของเธอสั่นเล็กน้อย หูของเธอร้อนฉ่า และสีแดงระเรื่อเริ่มแต่งแต้มแก้มของเธอ

วิเซรีสเดินเข้าไปใกล้ และกระซิบเบา ๆ ว่า “พี่จะไม่มีวันใช้น้องเป็นหมากในการต่อรอง”

จากนั้นวิเซรีสประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเธอ “รอจนกว่าน้องจะโตขึ้น”

แดเนริสมองตามแผ่นหลังของวิเซรีสขณะที่เขาเดินจากไป ก่อนที่เธอจะนั่งอยู่ที่เก้าอี้อยู่นาน พยายามประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

มันรู้สึกราวกับว่าเธอได้รับของขวัญล้ำค่าอะไรบางอย่าง . . .

ทันใดนั้นแดเนริสก็อดไม่ได้ที่จะยกปลายเท้าขึ้นเคาะพื้นเบา ๆ สองสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับห้องของเธอ

. . .

ในช่วงเวลานี้วิเซรีสรู้สึกสงบกว่าที่เคย เขาใช้เวลาช่วงกลางวันไปกับงานฝีมือ และตอนกลางคืนเขาก็ให้ความสำคัญกับแดเนริส

แน่นอนว่าเขายังฝึกยิงธนูเพิ่มเติมอีกด้วย แม้ว่ากฎหมายของบราวอสจะเข้มงวด และห้ามใช้ธนูนอกบ้าน ดังนั้นเขาจึงยังไม่คิดจะพัฒนาทักษะนี้มากนักจนกว่าจะเข้าร่วมกองทหารรับจ้าง

แต่เหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างมื้ออาหารก็ทำให้เขาตระหนักถึงบางสิ่ง วิเซรีสตระหนักได้ว่าถ้าหากตัวตนของแดเนริสถูกเปิดเผยต่อพวก ‘บุรุษไร้หน้า’ ความปลอดภัยของเธออาจตกอยู่ในอันตรายทันที และโรเบิร์ตอาจถึงขั้นจ้างพวกเขามาจัดการกับเธอ แถมบุรุษไร้หน้าอาจเสนอราคาพิเศษให้เขาด้วยซ้ำเพราะสำหรับพวกเขา การลอบสังหารไม่ใช่แค่ธุรกิจ แต่มันคือศิลปะ

ดังนั้นด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องเธอวิเซริสจึงเริ่มฝึกให้แดเนริสด้วยท่าทางเหมือนคนกลัวเผือกร้อน

‘หากไร้ซึ่งพลัง ย่อมไร้ซึ่งความปลอดภัย’ วิเซริสคิดขณะมองแดเนริสที่หลับใหล จากนั้นเขาก็เตรียมใช้ฝันแห่งมังกรอีกครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนักฆ่า

หลังจากใช้ฝันแห่งมังกรเพื่อค้นหาข้อมูลเป็นครั้งแรก เขาพบว่าค่าพลังเวทมนตร์ของเขาเพิ่มขึ้น 0.3 หน่วย ทำให้แตะระดับ 19 แล้ว ซึ่งถือว่าเร็วมากเมื่อเทียบกับค่าร่างกายที่เพิ่มขึ้นไม่ถึง 0.1 หน่วยต่อวันจากการฝึกฝนอย่างหนัก อย่างไรก็ตามระยะเวลาฟื้นตัวจากการใช้ฝันแห่งมังกรนั้นยาวนาน และต้องใช้เวลาสองถึงสามวันถึงจะหายดี ทำให้ในช่วงนี้เขาจะรู้สึกเฉื่อยชา และประสิทธิภาพในการฝึกฝนร่างกายหรือดาบจะลดลงมาก

เขาคิดว่าอีกสามถึงสี่ปีข้างหน้า เมื่อกระแสเวทมนตร์กลับมา บุคคลอย่างเมลิซานเดร ผู้มีญาณทิพย์ และสิ่งมีชีวิตวิเศษต่าง ๆ จะปรากฏตัวอีกครั้ง ทำให้เวทมนตร์กลายเป็นพลังหลักของโลกอีกครั้ง

แต่สำหรับวิเซริสพละกำลังและทักษะการต่อสู้เป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เวทมนตร์มากนัก ก่อนที่คืนนั้นเขาจะล้มตัวลงนอนและใช้ฝันแห่งมังกรเพื่อตามรอยนักฆ่าอีกครั้ง เขาคิดว่าในช่วงสิบกว่าวันที่ผ่านมา นักฆ่าคงตายไปแล้วกลางทะเล และเป้าหมายของเขาก็คือยืนยันสถานะของนักฆ่าให้เร็วที่สุดแล้วจบการมองเห็นโดยไว

ไม่นานนักวิเซริสก็เข้าสู่ภวังค์แห่งฝันแห่งมังกรอีกครั้ง ทันใดนั้นเสียงนกนางนวลก็ดังแว่วลอยมา พร้อมเสียงคลื่นซัดกระทบฝั่ง โดยมีแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าสาดแสงทองลงบนผิวน้ำอย่างงดงาม

ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกับทำให้เขาต้องตกตะลึงทันที เพราะนักฆ่ายังไม่ตาย! นักฆ่านอนแน่นิ่งอยู่บนเรือเล็ก ๆ ราวกับซากศพที่แห้งผากใกล้ตาย ก่อนที่ทันใดนั้นนักฆ่าจะลืมตา กลิ้งตัว และตะปบปลาตัวเล็กจากผิวน้ำได้อย่างคล่องแคล่ว

‘นี่มัน . . . เป็นไปได้ยังไง?!’ วิเซริสคิดในใจ ความสามารถในการเอาชีวิตรอดของชายคนนี้เหนือกว่าความรู้ที่เขามีเสียอีก ด้วยความที่เคยเป็นนักบินในกองทัพอากาศในชีวิตก่อน เขาถึงกับคิดว่าควรเรียนรู้ทักษะเอาตัวรอดจากนักฆ่าคนนี้เสียเลย เพราะถ้าชายคนนี้เก่งเรื่องจับปลาแบบนี้ เขาก็คงเอาชีวิตรอดกลางทะเลได้อีกเป็นสิบวันแน่นอน

นักฆ่าหยิบมีดออกมาแล่ปลาอย่างชำนาญ ท่าทางของเขาแฝงไว้ด้วยความสง่างาม แต่แล้ววิเซริสก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติตอนที่ชายคนนั้นลงมีดแล่ปลา ร่างของเขาสั่นสะท้านคล้ายถูกต่อยอย่างแรง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวราวกับต้องทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

ซึ่งวิเซริสที่รู้สึกไม่สบายใจจึงตัดการมองเห็นทิ้ง และเขาก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับเปิดแผงสถานะขึ้นมาตรวจสอบดู

--

เวทมนตร์ : 6.1

--

ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งนาทีเขาใช้พลังเวทไปจนแทบหมด โชคดีที่หยุดทันเวลา ไม่เช่นนั้นคงถึงขั้นวิงเวียนหรือสูญเสียการควบคุมตนเองแน่นอน

วิเซริสลุกขึ้นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ตอนนี้ท้องฟ้าภายนอกยังคงมืดสนิท ดูเหมือนว่าระยะของฝันแห่งมังกรจะสามารถมองข้ามช่วงเวลาต่าง ๆ ได้ด้วย ทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าวันหนึ่งเขาอาจไขปริศนาว่าทำไมดาวดวงนี้ถึงมีสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้วแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาต้องโยนความคิดนั้นออกไปก่อน แล้วหันไปจดบันทึกบนโต๊ะ

“วิธีจับปลาที่ไม่น่าเชื่อ . . . มันเหมือนเป็นการเชื่อมจิตสัมผัสอะไรสักอย่าง” วิเซริสครุ่นคิดลึกลงไปกับสิ่งที่เห็น

โดยปกติแล้วปลามีปฏิกิริยารวดเร็วมาก ถ้าหากใช้เครื่องมือแทงมันนั่นคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ชายคนนี้กำลังนอนอยู่บนเรือพาย แล้วจับปลาด้วยมือเปล่า ความเร็วและความแม่นยำของเขาน่าทึ่งมาก และที่สำคัญเขาหงายหน้าไปทางฟ้า ดังนั้นไม่มีทางเลยที่เขาจะมองเห็นปลาได้ แน่นอนว่าเขาอาจใช้การได้ยินจับเสียงการเคลื่อนไหวของปลา? แต่นั่นก็ฟังดูเหลือเชื่อเกินไปอยู่ดี

แล้วอาการสั่นเมื่อฆ่าปลาล่ะ? เขาไม่ได้ขาดอาหารเลยสักนิด มีปลามากมายให้กิน และร่างกายก็ยังดูแข็งแรงดี แต่พฤติกรรมของเขากลับแปลกประหลาด ราวกับว่ามีบางอย่างลงโทษเขาทุกครั้งที่เขาฆ่าสิ่งมีชีวิต

ซึ่งตอนนี้มันมีคำอธิบายเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถอธิบายได้ สกินเชนเจอร์!

ทันใดนั้นความเย็นยะเยือกแล่นขึ้นกระดูกสันหลังของวิเซริสโดยไม่รู้ตัว เพราะในนิยาย สกินเชนเจอร์ สามารถย้ายจิตสำนึกเข้าสู่ร่างของสัตว์ได้ และสัตว์ที่พวกเขาครอบครองจะถูกเรียกว่า ‘สัตว์คู่หู’ ไม่ว่าจะเป็นอินทรี แพะ สุนัข หรือหมาป่ายักษ์ โดยหนึ่งในสกินเชนเจอร์ที่มีชื่อเสียงก็คือ แบรน สตาร์ค ผู้สืบทอดตำแหน่ง เรเวนสามตา

แบรนสามารถเข้าสู่ร่างหมาป่าของเขาได้ หรือแม้แต่ควบคุมร่างของ โฮดอร์ ได้ นอกจากนี้ จอน สโนว์และพวกเถื่อนทางเหนือก็มักจะมีความสามารถนี้

โดยข้อมูลเกี่ยวกับ สกินเชนเจอร์ ได้ระบุเอาไว้ว่าหากสัตว์คู่หูของพวกเขาตาย พวกเขาจะได้รับผลกระทบทางจิตใจ และหากพวกเขาตายจิตสำนึกของพวกเขาจะติดอยู่ในร่างสัตว์ตลอดกาล ซึ่งปฏิกิริยาของนักฆ่าหลังจากฆ่าปลามันเหมือนกับ สกินเชนเจอร์ ทุกประการ

จากสถานการณ์ตอนนี้ นักฆ่าสามารถครอบครองสัตว์คู่หูได้อย่างรวดเร็ว และแม้จะฆ่ามันเขาก็ยังคงทนรับผลกระทบไหว นั่นแสดงว่าเขาอาจเป็น สกินเชนเจอร์ ระดับสูงมาก ระดับที่สามารถแทรกซึมจิตสำนึกของผู้อื่นได้เลยหรือไม่?!

ปัง!

วิเซริสทุบโต๊ะอย่างแรง ความวิตกกังวลพุ่งขึ้นเต็มอก

“บ้าจริง! ไอ้โรเบิร์ต ไอ้ขี้ข้าบัดซบ แกไปหาปีศาจโกงเกมแบบนี้มาจากไหนวะ?!”

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 23

คัดลอกลิงก์แล้ว