- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 21
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 21
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 21
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 21 การบัฟ
อิลิริโอเปล่งออร่าแห่งความหรูหรา แต่หากอยู่ในพื้นที่ห่างไกลเขาจะดูโดดเด่นยิ่งกว่านี้ราวกับปลาที่ถูกโยนขึ้นบก อย่างไรก็ตามบรรดาบอดี้การ์ดของเขาก็ไม่ใช่พวกมือสมัครเล่นเช่นกัน คนขับรถม้าและทหารรักษาการณ์ที่ติดตามมาแต่ละคนล้วนไม่ธรรมดา โดยเฉพาะชายในเสื้อคลุมสีน้ำตาล ด้วยหน้าอกที่กว้างขวางและต้นขาที่แข็งแรงของเขาสะท้อนถึงพละกำลังอันมหาศาลได้เป็นอย่างดี แม้ว่ามันจะซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าก็ตาม
อิลิริโอเองก็เคยเป็นนักฆ่ามาก่อน และพวกพ้องของเขาก็ล้วนเป็นคนที่ไม่ควรประมาท ดังนั้นพวกเขาจึงสำรวจกันและกันอย่างรวดเร็วด้วยสายตาของผู้เชี่ยวชาญ
“เจ้าชายวิเซรีส” อิลิริโอเรียกขณะที่เขาก้าวลงจากรถม้าด้วยความช่วยเหลือของผู้ติดตาม พร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของเขา
“ท่านลอร์ดอิลิริโอ” วิเซรีสตอบกลับ
“เจ้าชายช่างดูคล้ายกับเจ้าชายเรการ์มากขึ้นทุกที”
อิลิริโอรู้ดีว่าการเปรียบเทียบวิเซรีสกับบิดาของเขา ‘ราชาสติฟั่นเฟือน’ นั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เขาจึงเลือกชมวิเซรีสโดยเปรียบเทียบกับเรการ์ ซึ่งยังคงมีชื่อเสียงค่อนข้างดี แม้จะมีข้อบกพร่องบ้างก็ตาม
“ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านล้อข้าเล่นแล้ว ข้ายังห่างไกลจากพี่ชายของข้ามาก แต่ท่านก็มาถูกเวลาเช่นกัน เพราะหมอกในบราวอสเบาบางลงตั้งแต่มีข่าวว่าท่านจะมา”
ทั้งสองแลกเปลี่ยนคำทักทายอย่างเป็นกันเองก่อนจะเดินเข้าสู่ห้องรับรอง อิลิริโอสังเกตได้ทันทีว่าวิเซรีสเปลี่ยนไป จากที่เคยแข็งทื่อและเป็นทางการในสังคม ตอนนี้เขากลับดูสบายใจและมั่นใจมากขึ้น แม้จะอยู่ในที่พักที่ไม่หรูหราเท่าเมื่อก่อน แต่ท่วงท่าของวิเซรีสก็ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูมีระดับขึ้นมาทันที
ระหว่างเดินผ่านลานกว้างอิลิริโอก็มองเห็นหุ่นซ้อมดาบและชั้นวางอาวุธ แม้ว่าชั้นวางอาวุธที่สะอาดสะอ้านอาจเป็นผลงานของคนรับใช้ แต่รอยฟันดาบบนหุ่นซ้อมที่หนาแน่นกับบ่งบอกว่าวิเซรีสไม่ได้ละเลยการฝึกฝนฝีมือของตนเลยแม้แต่น้อย
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงห้องรับรอง เฟอร์นิเจอร์ในห้องค่อนข้างธรรมดา มีโคมไฟจำนวนพอเหมาะที่มอเรลเป็นผู้จัดหาให้ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของอิลิริโอก็คือเก้าอี้ที่มันกว้างกว่าปกติเล็กน้อย และเมื่อนั่งลงมันกลับให้ความรู้สึกนุ่มสบาย ราวกับถูกโอบกอด
ทันใดนั้นด้วยสัญชาตญาณของพ่อค้าที่ประสบความสำเร็จ อิลิริโอก็รับรู้ถึงศักยภาพของเก้าอี้เหล่านี้ทันที
‘หรือว่านี่จะเป็นสินค้าใหม่จากบราวอส? ไม่น่าใช่ ถ้าบราวอสมันมีของแบบนี้ ข้าต้องรู้ข่าวแน่!’ อิลิริโอคิดกับตัวเองในใจเงียบ ๆ หรือว่าเจ้าชายหนุ่มตรงหน้าเขาจะเป็นผู้คิดค้นมันขึ้นมาเอง?
แม้จะอยากรู้อยากเห็น แต่เขาก็เก็บความสงสัยไว้ก่อนและหันกลับไปสนใจวิเซรีส “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าชายทำธุรกิจเกี่ยวกับเงินกู้?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่ ก็แค่พอเลี้ยงน้องสาวของข้าได้” วิเซรีสตอบอย่างใจกว้าง เขาเล่าถึงวิธีที่เขาเข้ามาใน ‘อุตสาหกรรม’ นี้ด้วยท่าทางที่เปิดเผย ซึ่งท่าทีที่ไม่ปิดบังนี้ของเขาก็ทำให้อิลิริโอประทับใจเพิ่มขึ้นไม่น้อย
อิลิริโอรู้ว่าขุนนางที่ล่มสลายบางคนมักทะเยอทะยานเกินตัว แต่กลับไร้ความสามารถในการลงมือทำจริง พวกเขาไม่ต้องการทำงานหนักและเลือกที่จะอยู่ในความยากจนแทน แต่สำหรับวิเซรีสเขามีแนวคิดที่แตกต่างออกไป และนั่นทำให้เขาดูน่าสนใจในฐานะ ‘การลงทุน’ ของอิลิริโอ อย่างไรก็ตามหากวิเซรีสคิดจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดโดยไม่มีเป้าหมายที่จะทวงคืนบัลลังก์ การลงทุนในตัวเขาก็อาจไม่มีค่าอะไร
“แล้วอนาคตของท่านเจ้าชายล่ะ ท่านมีแผนการอย่างไร?” อิลิริโอถามอย่างอ้อม ๆ เพื่อดูว่าวิเซรีสมีความทะเยอทะยานแค่ไหน
ริมฝีปากของวิเซรีสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย และแทนที่จะตอบตรง ๆ เขากลับถามกลับว่า “ท่านคิดว่าการปกครองของโรเบิร์ตมั่นคงหรือไม่?”
อิลิริโอตาเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด “ตอนที่โรเบิร์ตก่อกบฏ เขาได้รับการสนับสนุนจากภาคเหนือ หุบเขา และแม่น้ำแลนด์ เขาเติบโตมากับเน็ด สตาร์ค เจ้าแห่งวินเทอร์เฟล โดยมีลอร์ดแอรินแห่งหุบเขาเป็นผู้ปกครอง ทั้งสองสนิทกันราวกับพี่น้อง ต่อมาเขาก็ได้รับการสนับสนุนจากเวสเทอร์แลนด์ด้วยการแต่งงานกับเซอร์ซี ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ไฮการ์เดนจึงยอมสวามิภักดิ์ ส่วนดอร์น . . . ก็เป็นดินแดนที่ค่อนข้างโดดเดี่ยวและอ่อนแอ”
วิเซรีสพยักหน้าเล็กน้อย เขาเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการเปลี่ยนขั้วอำนาจนั้นยากเพียงใด ในช่วงแรกหลังจากราชวงศ์ทาร์แกเรียนล่มสลาย ดอร์นเคยติดต่อเขาเพื่อหารือเรื่องการแต่งงานทางการเมือง แต่สุดท้ายเขาก็กลับไปสวามิภักดิ์ต่อโรเบิร์ต นี่แสดงให้เห็นว่าความมั่นคงของโรเบิร์ตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และอิลิริโอต้องการดูปฏิกิริยาของเขาต่อเรื่องนี้
“ท่านลอร์ด . . .” วิเซรีสเริ่มพูดขึ้นมาอย่างแนบช้า “ข้าเชื่อว่าโชคชะตาของเวสเทอรอส อาจขึ้นอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียว”
อิลิริโอเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสนใจ “หมายความว่าอย่างไร?”
“ลองดูโรเบิร์ตเป็นตัวอย่าง บาราเธียนทุกคนล้วนมีผมดำและตาสีฟ้า แต่ลูกทั้งสามของเขากลับมีผมสีทองและตาสีฟ้า”
“อีกตัวอย่างหนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน มีข่าวลือว่า ‘ลิตเติ้ลฟิงเกอร์’ เคยโอ้อวดว่าเขาได้นอนกับแคทเธอลิน ทัลลี แต่ที่จริงแล้วคนที่รักเขาคือ ไลซา น้องสาวของนาง ท่านรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับไลซา? นางแต่งงานกับจอน แอริน ชายที่แก่พอจะเป็นพ่อของนางได้ และอำนาจของลิตเติ้ลฟิงเกอร์ในราชสำนักก็แยกไม่ออกจากอิทธิพลของนาง”
อิลิริโอผู้ที่ทำธุรกิจโดยพึ่งพาข้อมูลข่าวสารเอนตัวมาข้างหน้าอย่างสนใจชัดเจน โดยที่วิเซรีสยังคงพูดต่อไปว่า “แล้วท่านเคยได้ยินเรื่องของบุตรนอกสมรสของเน็ด สตาร์คหรือไม่?”
อิลิริโอพยักหน้าเล็กน้อย ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกอยากรู้แล้วว่ามีอะไรมากกว่านี้ในเรื่องที่วิเซรีสกำลังบอกเขาหรือไม่
“ว่ากันว่าบุตรชายของเน็ด สตาร์ค อาจเป็นบุตรของเรการ์กับไลแอนนา สตาร์คแท้ ๆ” วิเซรีสกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกลับ
ดวงตาของอิลิริโอเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ ความคิดนี้ดูไม่น่าเป็นไปได้ในตอนแรก แต่เมื่อเขาคิดทบทวน มันก็ไม่ได้เป็นไปไม่ได้เลยเสียทีเดียว ทุกคนในเจ็ดอาณาจักรรู้เรื่องของเรการ์กับไลแอนนา ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่ทำให้เกิดกบฏของโรเบิร์ต แต่หากสิ่งที่วิเซรีสพูดเป็นความจริง มันจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน
‘นี่แหละความได้เปรียบของการเป็นผู้หลงเข้ามาในโลกนี้’ วิเซรีสคิดอย่างภาคภูมิใจ แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้สึกสงสารหลานชายของตนเล็กน้อย
แน่นอนว่าอิลิริโอที่เป็นพ่อค้าที่มีไหวพริบโดยสัญชาตญาณ ทำให้เขารีบตรวจสอบความจริงของเรื่องนี้ทันที “ข่าวของท่าน . . .”
วิเซรีสยังคงทำท่าทีลึกลับ และตอบสั้น ๆ ว่า “วาริส”
ดวงตาของอิลิริโอเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ทุกอย่างเริ่มสมเหตุสมผลแล้ว ไม่มีใครรู้ข้อมูลดีกว่าวาริส เขาไม่เคยนึกมาก่อนว่าวาริสอาจยังคงติดต่อกับวิเซรีสอยู่ แม้ว่าจะอยู่ในป้อมปราการสีแดงก็ตาม
อิลิริโอมองวิเซรีสด้วยความเคารพมากขึ้น มิน่าล่ะวิเซรีสถึงสามารถฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้ภายใน ‘งานเลี้ยงมงกุฎ’ ได้ เพราะเขาพบพันธมิตรที่ทรงอำนาจนี่เอง แต่สิ่งที่อิลิริโอสงสัยก็คือวาริสติดต่อวิเซรีสได้อย่างไร? และทำไมเขาถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย?
ซึ่งก่อนที่เขาจะได้หาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ วิเซรีสก็เปลี่ยนเรื่องสนทนาซะก่อน “ไม่นานมานี้ ข้าได้ยินสุภาษิตที่ชาญฉลาดมากประโยคหนึ่ง ‘โชคไม่เข้าข้างคนโง่ และโอกาสมีไว้สำหรับผู้ที่เตรียมพร้อม’”
“อัศวินที่ดีต้องลับดาบของเขาให้คมอยู่เสมอเพื่อรอเวลาที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ ศึกษาหาความรู้ หรือแม้แต่เก็บเงินทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ข้าจำเป็นต้องทำ และข้ากำลังทำมันอยู่”
โปรดติดตามตอนต่อไป …