- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 13
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 13
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 13
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 13 ปรมาจารย์ดาบ
ในช่วงสองเดือนต่อมาเฮลโบค่อย ๆ เข้าควบคุมธุรกิจของบาเนอร์การ์เกือบทั้งหมด ทำให้เขาขยายอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลาที่ต้องไปทวงหนี้ เขาก็เพียงแค่พาวิสเซริสไปด้วย ลูกหนี้ทั้งหลายก็รีบจ่ายคืนโดยไม่มีการต่อรองแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าเฮลโบเองก็เป็นคนรอบคอบพอที่จะไม่ลากวิสเซริสเข้าไปพัวพันกับการคุกคามหญิงหม้ายและเด็กกำพร้า เพราะเขารู้ว่าคนเหล่านั้นมักจะไม่มีเงินจ่ายอยู่แล้ว
แม้จะมีข้อจำกัดนี้แต่ในเวลาไม่ถึงสองเดือน วิสเซริสก็สะสมเหรียญทองมังกรได้เกือบ 500 เหรียญ ซึ่งเงินจำนวนนี้มากพอจะทำให้เขาเลี้ยงดูแดเนริสจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้อย่างสบาย ๆ นอกจากนี้วิสเซริสยังผสานมีดกระดูกมังกรเข้ากับวิชาต่อสู้ของเขา ด้วยความคมและความแข็งแกร่งของมัน ทำให้มีดเล่มนี้กลายเป็นเหมือนกับกรงเล็บแห่งรัตติกาลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลอบสังหาร
นอกจากนี้ในระหว่างที่พวกเขาออกไปทวงหนี้กันครั้งหนึ่ง พวกเขาก็ได้รับครึ่งหนึ่งของไข่มังกรฟอสซิล จากพ่อค้าที่ล้มละลาย ทำให้แต้มค่าสถานะที่ใช้ได้ของวิสเซริสเพิ่มขึ้นถึงสามแต้มในวันนั้น!
ถึงแม้ว่าเขาจะอยากได้ไข่มังกรทั้งใบ แต่ด้วยราคาที่สูงถึงหลายพันเหรียญทองมังกร ทำให้เขาต้องล้มเลิกความคิดไปก่อน อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้ก็ทำให้เขามองเห็นหนทางใหม่ในการเพิ่มพลังของตนเองอย่างรวดเร็ว นั่นก็คือการสะสมไข่มังกรหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากกระดูกมังกร ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล
โดยถ้าหากอิงจากเหตุการณ์ในเนื้อเรื่องเดิม อีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะเกิด ‘ดาวเลือด’ ดาวหางสีแดงจะพาดผ่านท้องฟ้านำมาซึ่งการคืนชีพของเวทมนตร์ และเหตุการณ์นี้จะทำให้แดเนริสสามารถฟักไข่มังกรได้
ดังนั้นไม่ว่าจะเพื่อให้แดเนริสฟักมังกรหรือเพื่อให้เขาแข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือ สะสมความมั่งคั่งและรวบรวมไข่มังกรเอาไว้ให้ได้มากที่สุด
ในขณะเดียวกันในระหว่างนี้ชีวิตของพวกเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สองพี่น้องย้ายกลับไปอยู่ในย่านคนรวย และจ้างสาวใช้สองคน แม้ว่ามันยังห่างไกลจากพระราชวังเดิมที่พวกเขาเคยอยู่ แต่ตอนนี้พวกเขาก็สามารถดื่มน้ำจืดได้ทุกวัน และอาบน้ำอย่างเหมาะสม แทนที่จะต้องใช้กะละมังใบเดียวกัน ทำให้เด็กหญิงขี้อายที่เคยมาถึงบราวอสใหม่ ๆ ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
ภายใต้การดูแลของพี่ชายแดเนริสกลายเป็นเด็กที่ร่าเริงขึ้น การดูแลของสาวใช้ช่วยคืนความสง่างามให้เธอ และเมื่อวิสเซริสสอนวิชาดาบให้เธอก็กลายเป็นเด็กที่กระฉับกระเฉงมากขึ้นกว่าเดิม บาดแผลที่เคยมีบนร่างกายของเธอหายสนิทไปนานแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งพิสูจน์ว่า ‘ความรักสามารถสร้างเนื้อและเลือดใหม่ได้’
จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่วิสเซริสกำลังฝึกดาบกับแดเนริสในสนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ใหม่ของพวกเขา บ้านหลังใหม่นี้มีลานกว้างเพียงพอสำหรับฝึกฝนได้อย่างสะดวกสบาย แดเนริสสวมชุดฝึกสีน้ำเงินและรองเท้าหนังปลาวาฬสีขาวเคลื่อนไหวเลียนแบบพี่ชายอย่างคล่องแคล่ว ส่วนวิสเซริสที่กำลังสอนน้องสาวของตัวเองอยู่นั้นจู่ ๆ เขาก็สังเกตเห็นว่าระบบของเขามีหลักการที่เป็นวิทยาศาสตร์มาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่เขา ‘สอน’ หรือ ‘ประลองกับผู้อื่น’ ทักษะของเขาจะพัฒนาเร็วขึ้น ทำให้ตอนนี้วิชาดาบของเขาอยู่ห่างจากระดับ [ปรมาจารย์] เพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
“แดเนริส ฟังพี่ให้ดีนะ เวลาแกว่งดาบ มันไม่ใช่แค่แรงจากแขน แต่เป็นพลังจากลำตัว โดยใช้ไหล่ของเจ้าเป็นสะพานเชื่อม!” ทันใดนั้นใบดาบของวิสเซริสก็สะบัดออกเป็นเสี้ยวพระจันทร์กรีดลึกลงบนเป้าหมาย
ซึ่งในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้เขาเหมือนจะได้ยินเสียงสะท้อนของดาบอยู่ในหู มันคือความทรงจำของวิสเซริสคนก่อนตอนอยู่ที่ป้อมปราการสีแดง พร้อมกับเสียงดาบที่กระทบกันอย่างดุดันของเหล่าองครักษ์ดังก้องอยู่ไกล ๆ
โดยในบรรดาเสียงเหล่านั้นมีเสียงดาบของเรการ์พี่ชายของเขา อาร์เธอร์ เดน อัศวินแห่งรุ่งอรุณ, ผู้ไร้ความกลัว แบร์ริสตัน และ เพชฌฆาตกษัตริย์ เจมี แลนนิสเตอร์ กำลังปะทะกันอย่างดุดัน ก่อนที่เศษเสี้ยวของความทรงจำเหล่านี้จะค่อย ๆ มีชีวิตขึ้นมา และซึมซับเข้าสู่กล้ามเนื้อของเขา
ทันใดนั้นดาบยาวในมือของเขาก็ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายโดยสมบูรณ์
[วิชาดาบ : ปรมาจารย์ (1/10000)]
วิสเซริสไม่จำเป็นต้องเปิดแผงสถานะเพื่อยืนยัน เขาก็รู้ดีว่าตัวเองได้ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะมีอายุเพียง 15 ปี แต่ตอนนี้เขาสามารถรับมือกับใครก็ตามที่บุกรุกเข้ามาในบ้านได้อย่างง่ายดาย แม้กระทั่งพวกระดับเดียวกับเอนกิส
ในขณะเดียวกันแดเนริสที่เห็นภาพตรงหน้ามันก็ทำให้เธอหวนคิดถึงตอนที่วิสเซริสมาถึงบราวอสเป็นครั้งแรก ตอนนี้วิสเซริสเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ดาบในมือเขาร่ายรำอย่างสง่างามและสมบูรณ์แบบ ราวกับเป็นศิลปะแห่งการต่อสู้ แต่นี่กับไม่ใช่แค่การเต้นรำธรรมดา แต่มันคือจังหวะและเสน่ห์ของดาบที่แท้จริง!
แดเนริสเฝ้าดูด้วยความหลงใหล จนกระทั่งหลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที วิสเซริสก็หยุดแล้วมองแดเนริสด้วยสีหน้าเก้อเขิน “เอ่อ . . . มาต่อกันเถอะ”
ในขณะที่พวกเขากลับมาฝึกกันต่อ เฮลโบก็เดินทางมาที่คฤหาสน์พร้อมกับของขวัญบางอย่าง โดยเบื้องหลังเขามีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินตามมา ชายหนุ่มคนนี้ดูมีบุคลิกเหมือนนักปราชญ์ ผมสีน้ำตาลหยิก และรอยยิ้มอันอบอุ่น ซึ่งเขาคือ ‘นักบัญชี’ ที่เฮลโบเลือกพามาในวันนี้
ตามจริงแล้วเฮลโบอยากพาบัลด์ รีจิสมาแทน แต่เพราะรู้ว่าแดเนริสยังคงหวาดกลัวชายหัวโล้นคนนั้น เขาจึงเลือกนักบัญชีที่ดูอ่อนโยนแทน
“ท่านวิสเซริส” เฮลโบเอ่ยทักทายด้วยความเคารพ
ตามคำขอของวิสเซริส เขาได้ขอให้คนอื่นเลิกเรียกเขาว่า ‘เจ้าชาย’ ไปนานแล้ว ในเมื่อตอนนี้เขาเป็นกษัตริย์ที่ไร้อาณาจักร การใช้คำเรียกหรูหรานั้นคงไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่
“เฮลโบ” วิสเซริสพยักหน้า ขณะที่แดเนริสโค้งตัวเล็กน้อย และกล่าวตอบกลับอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะ เฮลโบ”
เฮลโบยิ้มและกล่าวอย่างจริงใจ “คุณหนูแดเนริส ท่านช่างงดงามขึ้นทุกวัน”
แม้ว่าเขาจะชื่นชมแดเนริสทุกครั้งที่พบกัน แต่ภายใต้สายตาของวิสเซริสเขาก็รู้ดีว่าควรเก็บอาการ หลังจากนั้นเฮลโบก็หยิบกล่องหนึ่งขึ้นมาเปิดและหยิบมีดเล่มหนึ่งออกมา มีดเล่มนี้มีด้ามจับสีเงินประดับด้วยอัญมณีล้ำค่าที่เขาคัดสรรเลือกมาให้แดเนริสเป็นอย่างดี ทำให้ดวงตาสีม่วงของแดเนริสเปล่งประกายด้วยความยินดีทันที
“ขอบคุณค่ะ” แดเนริสกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
“ฮ่า ๆ ดีใจที่เจ้าชอบ” เฮลโบตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนยื่นมีดให้เธออย่างระมัดระวัง
“มีงานอีกแล้วสินะ?” วิสเซริสถาม ขณะปักดาบลงกับพื้น พร้อมจะคุยธุรกิจทันที
เฮลโบวางของขวัญอื่น ๆ ไว้บนโต๊ะด้านข้าง ก่อนพยักหน้า “ใช่ แต่คราวนี้เป็นเรื่องใหญ่ และไม่ใช่การทวงหนี้”
วิสเซริสหันไปทางสาวใช้ “จิล พาแดเนริสไปเล่นหน่อย”
“ค่ะ นายท่าน” จิลรับคำ พร้อมจูงมือแดเนริสออกไป
แดเนริสเข้าใจดีว่าพี่ชายกำลังจะคุยเรื่องธุรกิจ เธอจึงเชื่อฟังและจากไปโดยไม่ถามอะไร เมื่อพวกเขาอยู่กันตามลำพังวิสเซริสก็นั่งลงที่โต๊ะก่อนเอ่ยขึ้นว่า “ว่ามาเลย งานอะไร?”
“ในเมืองมีโรงงานแห่งหนึ่งที่เชี่ยวชาญการผลิตเทียนไขน้ำมันปลาวาฬ พวกเขากำลังรับสมัครยาม” เฮลโบอธิบาย
วิสเซริสที่กำลังจะยกแก้วดื่มถึงกับชะงักไปเล็กน้อย “เจ้าไปหางานยามมาให้ข้ารึ?”
“ไม่ ไม่ ไม่!” เฮลโบรีบโบกมือปฏิเสธ
“ถ้ามันเป็นแค่งานยามธรรมดา ข้าคงไม่มาหาท่านหรอก” เฮลโบรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ช่วงนี้โรงงานเกิดปัญหา มีคนมาสร้างความวุ่นวายอยู่หน้าประตูตลอด ดังนั้นเจ้าของโรงงานเลยต้องการยามเพื่อรักษาความสงบเป็นเวลาหนึ่งเดือน และจะให้ค่าตอบแทนอย่างงาม”
วิสเซริสเอามือลูบคางอย่างครุ่นคิด เขาเคยอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับยุคที่นายทุนจ้างกองกำลังส่วนตัวเพื่อคุ้มกันกิจการของพวกเขา ในยุคกึ่งยุคกลางแบบนี้ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าของโรงงานจะต้องการนักเลงมาเป็นบอดี้การ์ด แต่ก่อนจะตกลงรับงาน เขาจะต้องแน่ใจก่อนว่าโรงงานนี้มั่นคงทางการเงินจะได้ไม่ต้องทำงานฟรี “เชื่อถือได้ใช่ไหม?”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น” เฮลโบรับรองอย่างมั่นใจ “โรงงานแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 'เลดี้เงาจันทรา ฟาเลีย' นางไม่มีทางเบี้ยวค่าจ้างเราแน่นอน”
วิสเซริสทวนชื่ออย่างสนใจ “เงาจันทรา ฟาเลีย?”
โปรดติดตามตอนต่อไป …