- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 12
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 12
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 12
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 12 แม้แต่ผู้ที่ไม่ถูกเผาก็ยังมีไข้
เหลือเวลาไม่ถึงครึ่งปีจนกว่าจะถึง ‘เทศกาลสิบวัน’ ในบราวอส นายกเทศมนตรีฟรานซ์จึงอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาลให้ปิดคดีโดยเร็ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดของการสืบสวนมากนัก
เอนกิส อาชญากรที่มีค่าหัวถูกสังหาร และเงินรางวัลตกเป็นของวิสเซริส ขณะที่บาเนอร์การ์ถูกตัดสินจำคุกสิบปีให้ทำงานหนักในฐานะนักโทษ เขาถูกส่งตัวไปปลูกแนวกันลมในบราวอส ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนบลูวอเตอร์ถูกสรุปว่าเป็นฝีมือของหญิงโสเภณีที่ถูกเหยียดหยาม ซึ่งจุดไฟเผาบ้านด้วยตะเกียงที่พบในมือของเธอ
เรื่องนี้ได้ถูกรายงานไปยังซีลอร์ดแห่งบราวอส ซึ่งแน่นอนว่าเขาเข้าข้างวิสเซริส ไม่ใช่เพราะวิสเซริสมีอิทธิพลใด ๆ แต่เพราะซีลอร์ดต้องรักษาภาพลักษณ์ของบราวอส การที่เจ้าชายผู้ลี้ภัยเสียชีวิตในเขตแดนของบราวอสจะทำให้เมืองเสื่อมเสียชื่อเสียง หากวิสเซริสถูกฆ่าโดยคนนอกเมืองก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าหากถูกฆ่าโดยคนท้องถิ่นนั่นจะเป็นเรื่องที่ยากจะยอมรับได้ ดังนั้นด้วยการสนับสนุนของซีลอร์ดบริษัทเฟียร์สฟิชจึงถึงกาลอวสาน
หลังจากนั้นไม่นานข่าวการล่มสลายของบริษัทเฟียร์สฟิชจึงแพร่กระจายไปทั่วเมืองบิทเทอร์เวลล์อย่างรวดเร็ว
“แน่นอนสิ! แขวนคอคนเหมือนปลา! เจ้า ‘ราชาขอทาน’ ข้าหมายถึงวิสเซริส เป็นคนธรรมดาที่ไหนกัน!” ชาวประมงคนหนึ่งพูดอย่างตื่นเต้น พลางชูปลาตัวหนึ่งขึ้นมาเป็นตัวอย่าง
“งั้นบริษัทเฟียร์สฟิชก็จบสิ้นแล้วงั้นหรือ?” หญิงสาวคนหนึ่งถามพลางยิ้มหวาน
“แน่นอน! บาเนอร์การ์ถูกส่งไปปลูกต้นไม้ในป่ากันลม! ลูกชายสองคนของเขาก็ถูกไฟคลอกตาย!”
“ก็ดีเหมือนกัน” นางกล่าวขึ้น
“ใช่” คนอื่น ๆ พยักหน้าเห็นด้วย
แน่นอนว่าข่าวนี้ก็ไปถึงหูของเฮลโบเช่นกัน
“เป็นไปได้จริง ๆ หรือ ที่โสเภณีวัยสิบสี่ปีจะทำเรื่องทั้งหมดนั้นบนถนนบลูวอเตอร์?” เฮลโบพึมพำ พลางจุ่มมือในน้ำและขีดเขียนลงบนโต๊ะ ราวกับกำลังคำนวณระยะทางจากที่พักของวิสเซริสไปยังคฤหาสน์เฟียร์สฟิช
ไม่ว่าเขาจะคำนวณอย่างไรเขาก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าวิสเซริสไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะสัญชาตญาณของเขาบอกเป็นอย่างอื่น แต่เมื่อคดีถูกปิดไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะขุดคุ้ยต่อไป
ที่จริงแล้วเฮลโบและบาเนอร์การ์เป็นคู่แข่งกันมาตลอด โดยที่บาเนอร์การ์มักได้เปรียบอยู่เสมอ การล่มสลายของบริษัทเฟียร์สฟิชจึงเป็นผลดีต่อทั้งเฮลโบและวิสเซริส เฮลโบสามารถเข้าควบคุม ‘ตลาด’ ของบาเนอร์การ์ได้ และเขาวางแผนจะเข้าหาวิสเซริสเพื่อเชิญชวนให้เข้าร่วม ‘ทีม’ ของตน
‘ชายผู้ไร้ความปรานีเช่นนี้ ถ้าได้เข้าร่วมกับข้าเราจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นได้แน่นอน!’ เฮลโบคิดในใจอย่างตื่นเต้น
แต่ในตอนนี้วิสเซริสไม่ได้สนใจโลกภายนอกเลย เพราะเขากำลังทำทุกวิถีทางเพื่อลดไข้ของแดเนริส
เขาซื้อเหล้าแรง ๆ มาเช็ดตัวเธอจากนั้นใช้น้ำหวานชำระล้าง เนื่องจากไม่มียาลดไข้ที่มีประสิทธิภาพ เขาจึงต้องพึ่งพาวิธีทางกายภาพแทน เขานำเหรียญทองและเงินทั้งหมดที่ได้จากบาเนอร์การ์ไปแช่ในน้ำเย็นใช้คุณสมบัติการนำความร้อนของโลหะช่วยลดอุณหภูมิของร่างกายเธอ ก่อนที่เขาจะวางเหรียญเย็น ๆ บนคอ ใต้รักแร้ และต้นขาของแดเนริส แล้วเปลี่ยนใหม่ทันทีเมื่อมันอุ่นขึ้น
ขณะทำเช่นนี้วิสเซริสอดสงสัยไม่ได้ว่าไข้ของแดเนริสเกี่ยวข้องกับสายเลือดทาร์แกเรียนและภูมิต้านทานไฟของพวกเขาหรือไม่
ในระหว่างนี้เองเฮลโบก็แวะมาหาเขาเช่นกัน แต่เมื่อเห็นว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เขาจึงเลือกที่จะไม่เข้าไปในห้อง เพียงแต่ส่งคนนำยาสมุนไพร น้ำ และอาหารมาให้ ซึ่งวิสเซริสก็รับไว้ด้วยความขอบคุณ นอกจากนี้เพื่อนบ้านก็มาช่วยเหลือเช่นกัน โดยนำของใช้ในชีวิตประจำวันมาฝากไว้ พวกเขาเห็นโอกาสที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับ ‘ฆาตกร’ ประจำละแวกบ้าน ซึ่งแสดงถึงความฉลาดแกมโกงในแบบฉบับของชาวบราวอส
ด้วยเหตุนี้สถานะของวิสเซริสจึงเปลี่ยนจาก ‘ผู้ลี้ภัย’ เป็น ‘สุภาพบุรุษท่านนั้น’ อย่างรวดเร็ว และด้วยความพยายามของวิสเซริสเช้าวันรุ่งขึ้นแดเนริสก็ลืมตาตื่นอย่างช้า ๆ
เธอรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อเอื้อมมือออกไปจับบางสิ่ง เธอก็พบว่าเธอกำลังกำเหรียญทองไว้เต็มมือ ตอนนี้แดเนริสตัวน้อยกำลังคิดว่าเธอกำลังฝันไป และจ้องเหรียญเหล่านั้นอยู่นานราวกับไม่อยากปล่อยไป
ในตอนนั้นเองวิสเซริสก็ปรากฏตัวขึ้น และวางมือบนหน้าผากของเธอ เมื่อเห็นว่าไข้ลดลงแล้วเขาจึงถามอย่างอ่อนโยน “รู้สึกดีขึ้นหรือยัง?”
แดเนริสพยักหน้า พร้อมกับท้องของเธอที่ร้องโครกครากขึ้นมาอย่างถูกจังหวะ ทำให้วิสเซริสยิ้มเล็กน้อย เพราะรู้ดีว่าความหิวเป็นสัญญาณที่ดี
“อยากกินอะไรล่ะ? ปลาตุ๋น ปลานึ่ง ปลาต้มผักดอง หรือไข่ตุ๋น?”
แดเนริสเม้มริมฝีปากเล็ก ๆ ของเธอเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาด้วยเสียงอาย ๆ ว่า “ไข่ตุ๋นค่ะ”
“ได้เลย รอแป๊บเดียว” วิสเซริสตอบพลางเดินไปจัดเตรียมอาหาร
แดเนริสนอนอยู่บนเตียงมองดูแผ่นหลังของวิสเซริสที่กำลังวุ่นวายกับการทำอาหาร ในตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกไม่มีผิด ยิ่งกว่าตอนที่อยู่ในป้อมปราการสีแดงเสียอีก
ไม่นานหลังจากนั้นไข่ตุ๋นสีเหลืองทองก็ถูกยกมาแนบที่ริมฝีปากของแดเนริส หลังจากเธอทานเสร็จก็ผล็อยหลับไปอีกครั้ง วิสเซริสมองดูใบหน้าเล็ก ๆ ของน้องสาวที่กลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง และรู้ได้ทันทีว่าเธอจะไม่เป็นอะไรแล้ว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ของแดเนริสดีขึ้น วิสเซริสก็กินอะไรง่าย ๆ รองท้อง จากนั้นก็ถือโอกาสเปิดแผงสถานะของตนเอง ซึ่งทุกอย่างดูปกติหมด จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดที่แต้มค่าสถานะที่สามารถสามารถใช้ได้ และรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
แต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้เพิ่มขึ้นเป็น 1.15!
ตามปกติแล้วจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ แต้มนี้จะเพิ่มขึ้นเพียง 0.1 ต่อวันเท่านั้น แต่วันนี้กลับเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด! นี่มันแปลกเกินไปอย่างเห็นได้ชัด
วิสเซริสพยายามนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน มีคนห้าคนที่ตายเพราะเขา หรือว่านี่คือเหตุผลที่แต้มเพิ่มขึ้น? หรือว่าระบบนี้จะเกี่ยวข้องกับการฆ่า?
เดี๋ยวก่อน! หรือว่ามันจะเป็นเพราะ ‘มีดกระดูกมังกร’ กันแน่?
เขาหยิบมีดกระดูกมังกรออกมา พลางใช้นิ้วแตะลงบนคมดาบสีดำ แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบได้
“ชิ! ทำไมไม่เป็นเหมือนระบบอื่น ๆ ที่มีข้อความเด้งขึ้นมาว่า ‘ตรวจพบพลังงาน คุณต้องการดูดซับหรือไม่?’ นะ”
“เอาเถอะอย่างน้อยก็มีเจ้าระบบให้ใช้ จะบ่นทำไม? คอยดูไปก่อนแล้วกัน”
ถึงแม้ว่าในใจลึก ๆ วิสเซริสหวังว่ามันจะเป็นกรณีหลังมากกว่า แต่ถ้าหากระบบนี้ต้องการให้เขาแข็งแกร่งขึ้นผ่านการฆ่าฟันจริง ๆ งั้นเขาก็ควรหาทางเข้าร่วมกองทหารรับจ้างโดยเร็วที่สุด
หลังจากเหตุการณ์นี้ เขาคาดว่าชีวิตของเขาและแดเนริสน่าจะสงบลงได้ชั่วระยะหนึ่ง และเขาตั้งใจจะใช้ช่วงเวลานี้ในการฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นโดยเร็วที่สุด
ส่วนเรื่องการออกจากบราวอสเขาเคยคิดถึงมันอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจอยู่ต่อ
ถึงแม้ว่าจะมีคนในเงามืดกำลังจ้องเล่นงานแดเนริส แต่กฎหมายของบราวอสก็ยังมีอำนาจยับยั้งได้อยู่บ้าง แถมพ่อค้าทั้งหลายยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ และชาวบราวอสก็เคารพกฎหมาย อย่างน้อยที่สุดเมืองนี้ก็ไม่มีการค้าทาสอย่างเปิดเผย ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่เป็นประโยชน์สำหรับสองพี่น้องแห่งราชวงศ์ที่ล่มสลาย
ยิ่งไปกว่านั้น วิสเซริสยังมีแผนหาเงินบางอย่างที่สามารถทำได้เฉพาะในบราวอส ซึ่งเขาตั้งใจว่าจะเข้าร่วมกองทหารรับจ้างเมื่อฝีมือของเขาพัฒนามากพอ จากนั้นจึงค่อยขยับออกห่างจากเวสเทอรอสเพื่อลดโอกาสถูกลอบสังหาร
. . .
ไม่นานนักชื่อเสียงของวิสเซริสก็เริ่มแพร่กระจายไปถึงผู้ที่ให้ความสนใจในตัวเขา หนึ่งในนั้นคือพ่อค้าชาวเพนทอส อิลิริโอ โมพาติส ชายผู้เคยติดต่อกับสองพี่น้องตระกูลทาร์แกเรียนมาก่อน และเคยมีความคิดที่จะจับแดเนริสแต่งงานเพื่อสร้างพันธมิตร
เมื่อได้ยินเรื่องราวของวิสเซริสในครั้งนี้ อิลิริโอก็เริ่มให้ความสนใจในตัวเด็กหนุ่มอีกครั้ง ชายหนุ่มที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงราชาขอทาน กลับแสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดและไร้ความปรานีในการจัดการกับบริษัทเฟียร์สฟิช นี่ไม่ใช่วิสเซริสที่เขาเคยรู้จักมาก่อน!
การแสดงออกถึงความเฉลียวฉลาดและพละกำลังครั้งนี้ ทำให้อิลิริโอเริ่มคิดใหม่ว่าวิสเซริสอาจมีศักยภาพมากกว่าที่เขาเคยคาดการณ์ไว้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วเขาจะไปพบกับเด็กหนุ่มคนนี้อีกครั้งเพื่อประเมินมูลค่าและบทบาทที่เป็นไปได้ของเขาในแผนการอันยิ่งใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นคืนบัลลังก์เหล็กของตระกูลทาร์แกเรียน
แม้ว่าที่ผ่านมาอิลิริโอจะยุ่งอยู่กับธุรกิจของตัวเอง แต่เขาก็ยังคอยจับตาหาพันธมิตรที่มีศักยภาพอยู่เสมอ และตอนนี้เขาก็กำลังพิจารณากลุ่มผู้สนับสนุนที่เป็นไปได้ของวิสเซริสในการทวงคืนบัลลังก์เหล็ก เหล่าจ้าวนักรบแห่งโดธรากีได้เข้ามาอยู่ในแผนของเขาแล้ว แต่มันยังต้องการการวางแผนและกลยุทธ์ที่รอบคอบอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าเส้นทางของวิสเซริสและแดเนริสกำลังจะพลิกผันอีกครั้ง . . .
โปรดติดตามตอนต่อไป …