- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 11
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 11
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 11
มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 11 คฤหาสน์เฟียร์สฟิชถล่มลง
“ท่านลอร์ด เรื่องมันเป็นแบบนี้ พวกเขาบุกเข้ามาในบ้านของข้าเมื่อคืนและพยายามจะลักพาตัวน้องสาวของข้า ซึ่งบราวอสมีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ไม่เพียงแค่นั้นพวกเขายังพัวพันกับอาชญากรที่โฉดชั่วที่สุดในรายชื่อหมายจับ!” วิสเซริสบรรยายเหตุการณ์เมื่อคืนให้กับท่านนายกเทศมนตรีฟังโดยระมัดระวังที่จะไม่เอ่ยถึงรายละเอียดใด ๆ ที่อาจทำให้ตนเองดูไม่ดี
เขาเคยจินตนาการว่าศาลของบราวอสคงจะเหมือนกับที่เห็นในละครอิงประวัติศาสตร์ มีลอร์ดแห่งความยุติธรรมประจำบัลลังก์หลัก ฝูงชนมุงดูด้านนอก และผู้พิพากษาเคาะค้อนให้ประชาชนปรบมือส่งเสียงเฮ ทว่าในความเป็นจริงมันต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
วิสเซริสยืนอยู่ในห้องโถงที่ค่อนข้างกว้าง มีเตาผิงตั้งอยู่รอบ ๆ ห้องและพื้นปูด้วยแผ่นหิน ไม่มีประชาชนทั่วไปยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านนอก มีเพียงเหล่าผู้มีอำนาจที่ดูทรงเกียรติหลายคนที่มาร่วมฟังการพิจารณา
ผู้ชมเหล่านั้นแต่งกายด้วยชุดสีดำหรือขาวมองพวกเขาอย่างพินิจพิเคราะห์ แม้บรรยากาศจะเคร่งเครียด แต่รูปลักษณ์ของพวกเขาก็ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นอยู่บ้าง บางทีอาจเป็นเพราะแดเนริสที่ขี้อายดูน่ารักน่าเอ็นดู และวิสเซริสเองก็ดูผอมบางแต่มีความมุ่งมั่น
วิสเซริสสังเกตเห็นว่าแฟชั่นที่นี่ค่อนข้างแตกต่างไปจากที่อื่น ที่บราวอสคนรวยและชนชั้นสูงสวมเสื้อผ้าสีขาวและดำเพื่อแสดงฐานะ ซึ่งตรงกันข้ามกับสถานที่อื่น ๆ สิ้นเชิง ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้ก็คือบรรยากาศที่ดูเคร่งขรึม ชวนให้นึกถึงทูตแห่งความตาย แต่ถึงแม้จะรู้สึกเช่นนั้นวิสเซริสก็ยังคงสำรวมและสุภาพหวังจะได้รับความเห็นใจจากท่านนายกเทศมนตรี
นายกเทศมนตรีแห่งเมืองบิทเทอร์เวลล์ ฟรานซ์ เป็นชายวัยสี่สิบปลาย ๆ ซึ่งเขาอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เช้าเมื่อได้ยินข่าวการฆาตกรรมในเมือง เพราะวันนี้เป็นวันเกิดปีที่สิบสี่ของลูกสาวคนสุดท้องของเขา และข่าวร้ายนี้ก็ทำให้วันของเขาหม่นหมองลงเล็กน้อย
นอกจากนี้เขายังประหลาดใจที่ได้ยินว่า ‘ราชาขอทาน’ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่ก็เป็นเพียงความประหลาดใจชั่วครู่ ท้ายที่สุดบราวอสก็เป็นที่หลบภัยของเหล่าผู้ลี้ภัย และพี่น้องคู่นี้แม้จะมีสถานะที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ก่อนที่อารมณ์ของฟรานซ์จะดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นอาชญากรที่มีหมายจับ เพราะมันถือเป็นความสำเร็จของเขาในแง่หนึ่ง อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีนี้และต้องการสอบถามเพิ่มเติม
“เจ้าจะบอกข้าว่าเจ้าจัดการพวกมันหกคนได้เพียงลำพัง? ด้วยสิ่งนี้?” นายกเทศมนตรีฟรานซ์หยิบหน้าไม้ที่หักขึ้นมาดูด้วยสีหน้าสงสัยชัดเจน
“ใช่ ข้าเอาลูกศรไม้ไปชุบในไส้ของปลาท้องดำ . . .” วิสเซริสเริ่มอธิบาย
“ไส้ปลา?” ฟรานซ์ขัดขึ้น ดูเหมือนว่าเขาไม่คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้นัก
ทันใดนั้นชายผู้มีท่าทางคล้ายเมสเตอร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฟรานซ์ก็กระซิบบางอย่างให้เขาฟัง ทำให้ฟรานซ์พยักหน้าอย่างเข้าใจ และข้อสงสัยเริ่มลดลง
บาเนอร์การ์เป็นที่เลื่องลือเรื่องความโหดเหี้ยม ส่วนเอนกิสก็เป็นนักโทษหลบหนี ในทางปฏิบัติฟรานซ์จึงเอนเอียงไปทางพี่น้องมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้นท่าทางที่สุภาพและจริงใจของวิสเซริสก็สร้างความประทับใจที่ดีให้กับเขาไม่น้อย
ฟรานซ์พยักหน้าและออกคำสั่ง “พาบาเนอร์การ์และพวกมันเข้ามา!”
ไม่นานหลังจากนั้นทหารสองสามนายก็ลากบาเนอร์การ์และสมุนของเขาเข้ามา พวกเขาตัดเชือกที่มัดพวกมันออกเพื่อให้ท่านนายกเทศมนตรีสอบสวน ก่อนที่ฟรานซ์จะมองพวกมันด้วยสายตาเหยียดหยาม
“พวกเจ้าบุกเข้าบ้านของพวกเขาในยามค่ำคืน แถมยังอยู่กับอาชญากรที่มีหมายจับ พวกเจ้ากำลังทำอะไรกันแน่?” ฟรานซ์ถามเสียงแข็ง
“ข้าไม่รู้จักเจ้าเอนกิส ข้าไม่รู้จักมัน” บาเนอร์การ์ซึ่งมีแผลแตกที่ริมฝีปาก พยายามพูดให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการโกหกหน้าตาย
วิสเซริสมองบาเนอร์การ์ด้วยความตกตะลึงที่เขากล้าปฏิเสธหน้าด้าน ๆ
“มันเป็นหนี้พวกเรา เราก็แค่ไปทวงเงิน! แต่แทนที่จะคืนเงิน มันกลับโจมตีพวกเราและฆ่าพรรคพวกของข้า ท่านนายกเทศมนตรี ขอให้ท่านจับมันเถอะ!” บาเนอร์การ์กล่าวพลิกสถานการณ์ทันที
‘บ้าชะมัด! มันกำลังใส่ร้ายเรา!’ วิสเซริสคิดอย่างไม่อยากเชื่อ
“โอ้? เป็นเช่นนั้นหรือ?” ฟรานซ์หันไปมองวิสเซริสพร้อมกับความเห็นใจที่มีให้เริ่มลดลง ชาวบราวอสรังเกียจคนที่ผิดนัดหนี้สิน และการไม่จ่ายหนี้ถือเป็นเรื่องเสื่อมเสียทางศีลธรรม
วิสเซริสรีบตอบกลับทันที “ท่านลอร์ด ข้ายอมรับว่าข้าติดหนี้พวกมัน แต่ข้าก็พยายามทำงานอย่างขยันขันแข็ง ข้าหางานที่ดีได้แล้วและจะใช้คืนพวกมันได้ในอีกไม่เกินสองเดือน! และ . . .” เขาชี้ไปที่ศพของเอนกิส “นักโทษรายนี้มีค่าหัวหลายเหรียญทอง ข้าจะสามารถใช้หนี้คืนได้ในไม่ช้า!”
“ท่านนายกเทศมนตรี ข้ายอมรับว่าข้าติดหนี้พวกมัน แต่พวกมันพยายามจะพาน้องสาวข้าซึ่งเป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของข้าไป ข้าจะทำอะไรได้ล่ะต่อหน้าพวกนักทวงหนี้เหล่านี้?” วิสเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ฟรานซ์ขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปทางบาเนอร์การ์ “เจ้าพยายามลักพาตัวเด็กงั้นหรือ?”
บาเนอร์การ์ลังเล เขารู้ดีว่าข้อกล่าวหานี้หนักหนา และชาวบราวอสก็รังเกียจพวกค้ามนุษย์ยิ่งกว่าคนผิดนัดชำระหนี้เสียอีก
“มันโกหก! พวกข้าไม่เคยพูดอะไรแบบนั้น!”
“ใช่ พวกข้าไม่เคย!”
ก่อนที่วิสเซริสจะทันได้โต้ตอบ แดเนริสก็ทรุดตัวลงข้างเขาทันที เหล่าสตรีผู้มาชมการพิจารณาถึงกับร้องอุทานด้วยความตกใจ
“แดเนริส!” วิสเซริสรีบประคองเธอขึ้นมา พลางใช้มือแตะหน้าผากของเธอ และรู้ทันทีว่าเธอกำลังมีไข้
เขารู้ดีว่าเด็กมักมีร่างกายที่อ่อนแอกว่าและป่วยได้ง่าย ส่วนใหญ่มักเกิดจากความเหนื่อยล้าหรือความเครียดทางอารมณ์ และแดเนริสก็เข้าข่ายอย่างหลังอย่างชัดเจน
“แดเนริส! เป็นอะไรไป แดเนริส!” วิสเซริสกอดเธอแน่นเสียงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล แม้พวกเขาจะอยู่ด้วยกันเพียงครึ่งเดือน แต่ก็เคยผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน แม้ว่าเขาจะปฏิบัติกับเธออย่างเข้มงวด แต่สายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องก็ไม่อาจปฏิเสธได้ พวกเขาเติบโตมาด้วยกันเจ็ดหรือแปดปีแล้ว และความรู้สึกเหล่านั้นก็ได้ส่งผ่านมาถึงวิสเซริส ดังนั้นการเห็นแดเนริสหมดสติทำให้เขาตื่นตระหนก เพราะในยุคกลางการไข้สูงอาจถึงแก่ชีวิตได้
“แดเนริส! แดเนริส อย่าทำให้พี่กลัวสิ!” วิสเซริสร้องออกมาปล่อยให้อารมณ์พรั่งพรู พร้อมกับน้ำตาหยดหนึ่งที่ไหลลงอาบแก้มของเขา
“พวกแกมันสารเลว! ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวข้า ข้าจะฆ่าพวกแกให้หมด!” ดวงตาของวิสเซริสแดงก่ำ น้ำเสียงของเขาดุดันราวกับมังกรพิโรธ
เหล่าขุนนางที่มาชมการพิจารณาคดีต่างเริ่มเข้าข้างพี่น้องคู่นี้ บางคนเป็นพ่อแม่และเข้าใจดีว่าเด็กเล็กสามารถป่วยได้ง่ายเพียงใดจากความตกใจ ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าบาเนอร์การ์และพรรคพวกมีเจตนาไม่ดี และอดีตอันเลวร้ายของพวกมันก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นเลย
“ท่านลอร์ด พวกคนชั่วพวกนี้ควรถูกขังคุก!”
“ใช่! ขังคุกมันซะ!”
เสียงร้องของฝูงชนทำให้การตัดสินใจของฟรานซ์เริ่มเอนเอียงไปทางวิสเซริส บาเนอร์การ์รู้ตัวว่าสถานการณ์กำลังพลิกผันและพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ในตอนนั้นเองก็มีประกาศดังขึ้นจากด้านนอก
“ท่านนายกเทศมนตรี มีเหตุเพลิงไหม้ที่คฤหาสน์เฟียร์สฟิชบนถนนบลูวอเตอร์เมื่อคืนที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตสามราย”
“คฤหาสน์เฟียร์สฟิช นั่นมันบ้านข้านี่!?” บาเนอร์การ์อุทานออกมา เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความตื่นตระหนก “ใคร . . . ใครถูกไฟคลอกตาย?”
ชายผู้รายงานข่าวดูเหมือนจะรู้จักบาเนอร์การ์ เขามองอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลก ๆ ก่อนจะกล่าวว่า “ยังไม่ได้ยืนยันตัวตนแน่ชัด แต่ดูเหมือนจะเป็นลูกชายสองคนของเจ้ากับหญิงโสเภณีคนหนึ่ง”
“ม่ายยยยยย!” บาเนอร์การ์กรีดร้องออกมา ก่อนจะหมดสติล้มลงกับพื้นทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป …