เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 10

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 10

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 10


มหาศึกชิงบัลลังก์ : บุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 10 นักล่าปลาผู้ดุร้าย

ในช่วงเช้ามืดบาเนอร์การ์และพรรคพวกค่อย ๆ ได้สติคืนมาหลังจากถูกพิษที่ทำให้ร่างกายเป็นอัมพาต พิษนี้ไม่ใช่เพียงยาชา แต่มันเป็นพิษที่ร้ายแรงจริง ๆ เพราะเพื่อทดสอบความรุนแรงของมันวิเซริสถึงกับจับหนูมาทดลองด้วยตัวเอง

เมื่อบาเนอร์การ์รู้สึกตัว เขาก็มองเห็นว่าพื้นดินเบื้องล่างราวกับกำลังหมุนไปมา อวัยวะภายในปั่นป่วนไปหมด รสชาติในปากก็ทั้งคาวและขม ทำให้รู้สึกคลื่นไส้และไม่สบายตัว

แกรก! แกรก! แกรก!

จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงลับมีด และเมื่อเปิดตาขึ้นเขาก็เห็นเด็กหนุ่มผมสีเงินคนหนึ่งกำลังถือดาบกับหินลับมีด ขัดคมใบดาบอย่างแรงจนประกายไฟแตกกระจายออกมา ซึ่งตอนนี้บาเนอร์การ์ได้รู้แล้วว่าว่าชายหนุ่มตรงหน้าของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่ทายาทของอาณาจักรที่ล่มสลายตามข่าวลือ ตรงกันข้ามเขาดูเหมือนปีศาจที่มีเขี้ยวกระหายเลือด พร้อมจะตะครุบเหยื่อได้ทุกเมื่อ

ในความเป็นจริงสัญชาตญาณของบาเนอร์การ์นั้นถูกต้อง หลังจากผ่านสนามรบมาเกือบสิบปี วิเซริสได้เห็นเลือดมามากมาย และมากมายจริง ๆ

“โอ้ จ้าวแห่งนักล่าปลาผู้ดุร้าย ในที่สุดเจ้าก็ตื่น” วิเซริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“แดงลาร์สเจ้าหนี้ของข้าเป็นคนสั่งให้ข้าทำ ข้าสามารถให้เงินเจ้าหรือชำระหนี้แทนเจ้าได้” บาเนอร์การ์นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่วิเซริสฆ่าพรรคพวกของเขา ก่อนที่เขาจะเลือกพูดอย่างระมัดระวัง เพราะเขาคิดว่ามันคงจะดีกว่าที่จะไม่พูดจาเหลวไหลกับเด็กหนุ่มตรงหน้านี้และยื่นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมแทน

วิเซริสไม่ได้ตอบในทันที แต่กลับชี้ไปที่ศพของเอนกิสแล้วกล่าวว่า “หมอนี่เป็นนักโทษต้องการตัวของ บราวอส ข้าไม่รู้ว่าเจ้ามีธุระอะไรกับมัน”

มุมปากของบาเนอร์การ์กระตุกเล็กน้อย เขารู้ว่าวิเซริสกำลังเรียกร้องสิ่งตอบแทน แต่บาเนอร์การ์ก็ได้แต่พยายามฝืนยิ้ม และกัดฟันพูดขึ้นมาว่า “งั้นก็ตั้งราคามา”

“ข้าอยากรู้ว่าใครพยายามฆ่าข้ากับน้องสาวของข้า” วิเซริสกล่าวพลางวางหินลับมีดลงและเดินเข้ามาใกล้

หลังจากถูกลอบโจมตีถึงสองครั้งติดต่อกัน วิเซริสจำเป็นต้องรู้ความจริง แม้ว่าแดงลาร์สจะเป็นเจ้าหนี้ของบาเนอร์การ์ แต่วิเซริสก็เชื่อว่าแดงลาร์สไม่ใช่ตัวการที่แท้จริง เพราะจากการสนทนาของลูกชายของบาเนอร์การ์เมื่อคืนวิเซริสสงสัยว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ยินบทสนทนา เขาก็สามารถคาดเดาได้อยู่ดี

ท้ายที่สุดแล้ววิเซริสเคยเห็น ‘บทละคร’ มาแล้ว และเขาก็จำได้ว่า อิลิเรียน พ่อค้าผู้จัดการแต่งงานระหว่าง แดเนริส กับจ้าวแห่งทุ่งหญ้าเคยบอกว่าเขาอยากแต่งงานกับแดเนริส แต่ติดที่ว่าแดเนริสขี้ขลาดเกินไปจึงล้มเลิกความคิดนั้น ทว่าตามความเห็นของวิเซริสนี่มันไร้สาระโดยสิ้นเชิง พ่อค้าที่เห็นแก่ผลกำไรเป็นอันดับแรกจะไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไปโดยไม่มีเหตุผลที่แท้จริง เหตุผลเดียวที่เป็นไปได้คือเขาคิดว่าเขาไม่สามารถ ‘ครอบครอง’ แดเนริส ได้ และมันจะนำพาปัญหามาให้เขาเท่านั้น!

อิลิเรียน เป็นคนที่สามารถเจรจากับจ้าวแห่งทุ่งหญ้าได้ และเขามีอิทธิพลเหนือกว่าแดงลาร์ส ถ้าหากคนอย่างอิลิเรียนยังไม่กล้าแตะต้องแดเนริส แล้วแดงลาร์สจะกล้าได้อย่างไร?

ดังนั้นวิเซริสจึงต้องการเบาะแสจากบาเนอร์การ์ แน่นอนว่าบาเนอร์การ์ปฏิเสธว่าเขาไม่รู้อะไรเลย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ตัวตนของคนที่อยู่เบื้องหลัง แต่เขารู้ว่าเขาไม่สามารถมีเรื่องกับคนคนนั้นได้แน่ ๆ

“เจ้ามั่นใจจริง ๆ นะว่าไม่รู้?” วิเซริสถามด้วยน้ำเสียงแฝงความอำมหิต

“ข้าไม่รู้จริง ๆ!”บาเนอร์การ์ยืนยันด้วยการกัดฟันแน่น และตัดสินใจจะยืนหยัดให้ถึงที่สุด ท้ายที่สุดแล้ว เด็กหนุ่มตรงหน้าจะกล้าฆ่าเขาจริง ๆ หรือ? วิเซริสได้ฆ่าคนไปแล้วสองคน หากเขาฆ่ามากเกินไป ผลที่ตามมาจะร้ายแรง แถมวิเซริสยังมีน้องสาวที่ต้องดูแล ดังนั้นเขาน่าจะเลือกหยุดก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายเกินไป

แต่วิเซริสกลับหัวเราะเย็นชา ก่อนจะหยิบเชือกป่านออกมาจากที่ไหนสักแห่ง โดยที่ปลายเชือกนั้นมีตะปูเหล็กยาวผูกติดอยู่ เขานำมันไปจ่อที่ลำคอของลูกน้องบาเนอร์การ์คนหนึ่งแล้วถามซ้ำ “เจ้าแน่ใจจริง ๆ นะว่าไม่รู้?”

บาเนอร์การ์รู้สึกว่าลิ้นของเขาชา แต่ก็ยังยืนยันว่าวิเซริสคงไม่กล้าฆ่าทุกคน “ข้าไม่รู้จริง ๆ!”

วิเซริสมองลงไปที่ลูกน้องของบาเนอร์การ์ซึ่งกำลังตัวสั่นเทา และไม่ลังเลที่จะตอกตะปูเหล็กยาวนั้นทะลุผ่านกรามของชายคนนั้น ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังลั่น ขณะที่ชายคนนั้นบิดเร่าเหมือนปลาถูกเสียบเบ็ด

“ยังไม่รู้จริงๆ เหรอ?!” วิเซริสตะคอกถาม

บาเนอร์การ์รู้สึกว่าความแข็งเกร็งแผ่กระจายไปถึงลำคอของเขา แต่เขาก็ยังพยายามส่ายหัว วิเซริสที่เห็นเช่นนั้นก็ทำแบบเดิมอีกครั้งตอกตะปูทะลุกรามของลูกน้องอีกคน

“ยังจำไม่ได้อีกงั้นเหรอ?!”

บาเนอร์การ์รู้สึกถึงความเย็นเยียบแล่นไปตามกระดูกสันหลัง ความกล้าหาญเมื่อครู่ของเขาหายไปสิ้น ฟันกรามที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความดุดันของเขาตอนนี้กลับสั่นกระทบกันด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่วิเซริสคว้าคอของบาเนอร์การ์เอาไว้ และตอกตะปูเหล็กทะลุผ่านปากของเขา ทำให้เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนไปทั่วทั้งละแวก

ตอนนี้วิเซริสรู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะการที่บาเนอร์การ์ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลใด ๆ แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ต้องการกำจัดเขากับน้องสาวต้องเป็นคนที่มีอำนาจมาก แต่ในเมื่อคนผู้นั้นยังต้องหลบซ่อนตัว แสดงว่าชื่อเสียงของเขามีความสำคัญ หากวิเซริสและน้องสาวต้องการเอาตัวรอดในบราวอส พวกเขาจำเป็นต้องทำให้ทุกคนเห็นว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่ใครจะมาเล่นด้วยได้ง่าย ๆ

วิเซริสจัดการแขวนร่างของทั้งคนที่ยังมีชีวิตและศพเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังแอบมองจากหลังประตู ซึ่งมันก็คือคนขายน้ำดื่มที่อาศัยอยู่แถวนี้ ที่โดยปกติแล้วเขามักจะลากลาไปขายน้ำจืดจากคลองยาว

“เฮ้ เจ้านั่นน่ะ มานี่!” วิเซริสตะโกนเรียก

พ่อค้าน้ำร่างผอมสะดุ้งเฮือกทันที ก่อนจะชี้ที่ตัวเองด้วยความไม่แน่ใจ

“ใช่ เจ้านั่นแหละ ลาของเจ้า ข้าขอยืมหน่อย”

“ได้ ๆ!” คนขายน้ำรีบพาลาของเขามาให้ทันที

วิเซริสหยิบเหรียญเงินดวงจันทร์ออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนให้ชายคนนั้น “ข้าจะคืนให้พรุ่งนี้!”

“ได้เลย เชิญเลย!” พ่อค้าน้ำตอบเสียงสั่นไม่กล้าปฏิเสธ เหรียญเงินดวงจันทร์หนึ่งเหรียญมีค่ามากพอสำหรับอาหารของครอบครัวห้าคนไปทั้งสัปดาห์ และยังเทียบเท่ารายได้สองวันของเขาด้วย

วิเซริสมัดบาเนอร์การ์ที่กำลังร้องโหยหวนไว้กับหลังลาเตรียมนำตัวพวกเขาไปส่งที่ที่ว่าการเมือง บราวอส นั้นใหญ่เกินกว่าที่ซีลอร์ดผู้ปกครองสูงสุดจะมาดูแลทุกซอกทุกมุมได้ด้วยตัวเอง

เมื่อวิเซริสเดินทางมาถึงบราวอสใหม่ ๆ ซีลอร์ดเคยเห็นแววในตัวเขาจึงยอมพบหน้าเขาและถึงกับยอมเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ แต่ตอนนี้ความโปรดปรานนั้นลดน้อยลงไปมากแล้ว บางทีอาจจะยังเหลือเยื่อใยอยู่บ้าง แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาจะฝากความหวังได้อีกต่อไป

“แดเนริส ออกไปข้างนอกกับพี่สักพัก เดี๋ยวบ่าย ๆ ค่อยกลับมานอน” วิเซริสเรียกน้องสาว

“อืม!” แดเนริสตอบรับ พลางลุกจากเตียงด้วยอาการมึนเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามวิเซริสไปยังที่ว่าการเมือง

. . .

“โอ้ พระเจ้า! นั่นข้าเห็นอะไรอยู่?! คนพวกนั้น . . . เขาคือ . . .!” ชาวเมืองคนหนึ่งเกือบจะเอ่ยว่าราชาขอทาน ก่อนที่เขาจะรีบกลืนคำพูดลงคอทันที

ไม่มีใครเข้าใจผิดเกี่ยวกับความน่าสะพรึงกลัวของวิเซริสในตอนนี้ เสื้อผ้าของเขาชุ่มไปด้วยเลือด และเขากำลังลากคนหลายคนตามหลังมาราวกับเป็นปลาที่ถูกเกี่ยวไว้บนเชือก

“นั่นมันบาเนอร์การ์! โอ้พระเจ้า! นั่นมันบาเนอร์การ์!” ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักของตลาดเช้า เสียงตะโกนดังขึ้นเมื่อมีคนจำได้ว่าใครคือชายที่น่าเวทนาอยู่บนหลังลา บาเนอร์การ์ชายผู้มีชื่อเสียงฉาวโฉ่บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาพน่าสังเวช และคนที่ทำให้เขากลายเป็นแบบนี้ก็คือชายหนุ่มที่กำลังจูงลาอยู่นั่นเอง

วิเซริสเดินนำลาที่บรรทุกบาเนอร์การ์และพวกของเขาไปตามถนนด้วยใบหน้าของเขาเย็นชาและไร้อารมณ์ ขณะที่แดเนริสซึ่งนั่งอยู่บนหลังลานั้นหน้าแดงด้วยความอับอายจากสายตาของผู้คนที่จับจ้องมา เบื้องหลังของลาบาเนอร์การ์และลูกน้องของเขาถูกลากตามมา ปากของพวกเขาถูกแทงทะลุด้วยเชือกป่าน และพวกเขายังต้องแบกศพของเอนกิส และลูกน้องอีกคนที่ถูกแขวนเหมือนปลาบนราว

ขณะที่พวกเขาเดินผ่านถนนผู้คนในเมืองบิทเทอร์เวลล์ต่างก็หลีกทางให้ชายหนุ่มหน้าตาถมึงทึง โดยทุกที่ที่เขาเดินผ่านได้ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดทอดยาว

จากวันนั้นเป็นต้นไปในเมืองบิทเทอร์เวลล์ชื่อของวิเซริส ‘นักล่าปลาผู้ดุร้าย’ ก็เข้ามาแทนที่ ‘ราชาขอทาน’ อย่างสมบูรณ์!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 10

คัดลอกลิงก์แล้ว