เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 8

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 8

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 8


มหาศึกชิงบัลลังก์ : บุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 8 นองเลือดยามค่ำคืน

ก่อนหน้านี้วิเซริสได้ใช้ขวดไวน์และไหทำเป็นกับดักเตือนภัย ไม่ว่าบาเนอร์การ์และพรรคพวกของเขาจะปีนกำแพงหรือพยายามแอบเข้าทางประตูเขาจะรู้ตัวทันที ดังนั้นเขาจึงซ่อนตัวอยู่ในเงามืดตรงมุมกำแพงรอคอยอย่างเงียบงัน พลางเงี่ยหูฟังเสียงความเคลื่อนไหวภายนอก

ไม่นานนักเขาก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบที่ประตู และก่อนจะทันได้คิดว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไรมันก็มีเสียงดังสนั่น พร้อมกับประตูที่ล้มหลุดจากวงกบกระแทกพื้นดัง ตึง! ฝุ่นและใบไม้ปลิวกระจาย พวกมันถึงกับพังประตูเข้ามา!

ชายฉกรรจ์หลายคนถือหอกไม้พุ่งเข้ามายึดพื้นที่ลานบ้านอย่างรวดเร็ว โดยบางคนถึงกับถือคบไฟมาด้วย และอาวุธในมือทำให้พวกมันกล้าได้กล้าเสียมากขึ้น

ขณะที่พวกมันกำลังจะบุกเข้าไปในห้องเสียงดัง ปัง! สองครั้งติดกันก็ดังก้องกังวานไปทั่วลานบ้าน ก่อนที่ชายคนหนึ่งที่ถือคบไฟและอีกคนที่ถือหอกจะส่งเสียงร้องครางอย่างเจ็บปวด ทำให้พวกที่เหลือรีบหันไปมองหาต้นตอของลูกธนูที่พุ่งเข้ามา

ที่นั่นมีชายหนุ่มผมสีเงินยืนอยู่ข้างกำแพง ซึ่งเมื่อบาเนอร์การ์เห็นอีกฝ่ายเขาก็จำได้ทันทีและตะโกนลั่น “ฆ่ามันซะ!”

ในขณะเดียวกันสองคนที่ถูกยิงยังไม่ทันรู้ตัวว่าโดนยิงตรงไหน ทันใดนั้นขาของพวกเขาก็หมดแรงทรุดลงกลายเป็นศพเย็นอยู่บนพื้น

เวลามีจำกัด วิเซริสไม่มีเวลาบรรจุลูกธนูใส่หน้าไม้ทั้งสองกระบอก เขาจึงขว้างอันที่ถืออยู่ใส่ศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด จากนั้นฉวยโอกาสรีโหลดอีกกระบอกแล้วยิงออกไปอีกนัดคร่าชีวิตศัตรูไปได้อีกคน

“ลูกธนูมันหมดแล้ว! ลุยเลย!” บาเนอร์การ์เป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เขาคว้าคบไฟที่ตกอยู่แล้วตะโกนสั่ง

ตอนนี้บาเนอร์การ์เหลือลูกน้องอีกสองคน หนึ่งในนั้นเป็นนักดาบ อีกคนเป็นนักหอก เขาคิดว่าแผนนี้ไร้ช่องโหว่ แต่กลับเสียคนไปกว่าครึ่งภายในพริบตา

บาเนอร์การ์มองวิเซริสที่ยืนหอบหายใจ ไฟจากคบเพลิงสะท้อนดวงตาของเขาราวกับปีศาจที่คลานขึ้นมาจากขุมนรก ก่อนที่เขาจะแลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างน่าขนลุก

วิเซริสและนักดาบชักดาบออกมาเผชิญหน้ากัน

“หมอนี่ฝีมือไม่ธรรมดา” วิเซริสคิดขณะประเมินคู่ต่อสู้ ก่อนที่ชั่วพริบตาต่อมา นักดาบที่ชื่อเองกิสจะพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ เสียงดาบแหวกอากาศฟังดูแหลมคมและน่าหวาดหวั่น

วิเซริสรู้สึกถึงแรงกดดันทันที ฝีมือดาบของเองกิสเหนือกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีนักหอกคอยโจมตีแทรกเป็นระยะ ทำให้สถานการณ์ของเขายิ่งย่ำแย่

จนมุมแล้ว!

ทันใดนั้นวิเซริสก็รีบถอยหลัง พลางควักมีดสั้นจากเอวแล้วขว้างใส่นักหอก

เสียง ฉึก! ดังขึ้น มีดปักเข้าร่างศัตรูอย่างแม่นยำ แต่นั่นก็ทำให้เองกิสฉวยโอกาสพุ่งเข้าใส่ วิเซริสพยายามหลบ แต่ก็ถูกดาบเฉือนเข้าที่สีข้างเป็นแผลลึกห้าถึงหกนิ้ว

วิเซริสขว้างมีดอีกเล่มใส่เองกิส แต่นักดาบระบำแห่งสายน้ำกับหลบได้อย่างง่ายดาย ในขณะที่บาเนอร์การ์ที่ถือคบไฟอยู่ถึงกับตะลึง เขาเตรียมการมาอย่างดีแท้ ๆ แต่เด็กคนนี้ยังรอดมาได้

“ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้แล้ว”

แม้เองกิสจะได้เปรียบ แต่บาเนอร์การ์ตัดสินใจเข้าร่วมด้วย เขาขว้างคบไฟทิ้ง หยิบหอกไม้ขึ้นมาแล้วค่อย ๆ ลอบไปด้านหลังของวิเซริส

แน่นอนว่าวิเซริสรู้ว่าบาเนอร์การ์กำลังทำอะไร แต่เขาไม่มีเวลาหันไปสนใจ!

ในที่สุดบาเนอร์การ์ก็สบโอกาส เขาแทงหอกไปที่หลังของวิเซริสอย่างรวดเร็ว ถึงแม้วิเซริสจะเสียเปรียบด้านดาบ แต่การต่อสู้ระยะประชิดคือสิ่งที่เขาถนัดที่สุด สัญชาตญาณและปฏิกิริยาของเขารวดเร็วเหนือมนุษย์ ทำให้ก่อนที่ปลายหอกจะปักเข้าเนื้อ เขาก็ใช้มือคว้ามันเอาไว้อย่างกะทันหัน!

เองกิสเองก็สบโอกาสฟันดาบเข้าใส่อีกครั้ง ทำให้วิเซริสรีบใช้ดาบของตัวเองปัดป้อง ในขณะที่มือซ้ายยังยึดหอกไว้แน่น ก่อนที่เขาจะกัดฟันสู้ ขณะที่เองกิสก็แสยะยิ้มดุร้ายดวงตาสีน้ำตาลเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหด

ทันใดนั้นบาเนอร์การ์ก็คำรามและออกแรงดันหอกให้จมลึกลงไป ซึ่งวิเซริสก็รู้สึกได้ว่ากำลังของตัวเองเริ่มลดลง และกำลังถูกกดดันเต็มที่ และคงต้านได้นานสุดไม่เกินสามถึงห้าวินาที

แต่ทันใดนั้นเองจู่ ๆ ร่างของบาเนอร์การ์ก็สะดุ้งเฮือก แรงที่เขาใช้กดหอกพลันหายไปเหมือนลูกโป่งถูกเจาะ!

วิเซริสรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นกัน เขากระชากหอกออกจากร่างตัวเองและแทงไปข้างหน้า ทำให้บาเนอร์การ์ที่เสียการทรงตัวพุ่งไปข้างหน้าตามแรงแทง ก่อนที่หอกในมือเขาจะปักเข้ากลางลำตัวของเองกิส!

เองกิสที่ไม่ทันตั้งตัวได้ทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงที่ดาบ ทำให้ไม่มีโอกาสหลบเลย และปลายหอกเสียบเข้าช่องท้องเขาอย่างจัง ในขณะเดียวกันเมื่อมองเห็นโอกาส วิเซริสก็ฟันคอของเองกิสอย่างรวดเร็ว

ฉัวะ!!

เสียงหอบกระเส่าหลุดจากลำคอของนักดาบระบำแห่งสายน้ำ ก่อนที่เขาจะทิ้งดาบลงใช้มือกุมแผลที่คอ พยายามหายใจ แต่เลือดก็ยังคงไหลทะลักออกมาราวกับเขื่อนแตก

ทุกอย่างพลิกกลับในชั่วพริบตา!

วิเซริสหันกลับไปมองด้านหลัง และพบว่าแดเนริสกำลังยืนอยู่ตรงนั้น พร้อมกับหน้าไม้ในมือ

เธอเป็นคนยิงบาเนอร์การ์!

“เยี่ยมมาก! ฝึกไว้คุ้มจริง ๆ!” วิเซริสพูดด้วยความตื่นเต้น ตอนนี้เขารู้สึกขอบคุณตัวเองที่บังคับให้เธอฝึกมาก

แดเนริสทิ้งหน้าไม้ และวิ่งไปหาพี่ชายอย่างรวดเร็ว “พี่! พี่บาดเจ็บ!”

“ไม่เป็นไร! แค่แผลถลอกนิดหน่อยเท่านั้น!” วิเซริสปลอบแดเนริส เขารู้ดีว่าถ้าแผลรู้สึกร้อนแสดงว่าไม่ลึกมาก แต่ถ้ารู้สึกอ่อนแรงหลังจากได้รับบาดเจ็บนั่นถึงจะเป็นเรื่องอันตราย แม้บาดแผลบนร่างกายเขาจะเจ็บ แต่ก็ไม่ได้อันตรายถึงชีวิต และตราบใดที่รักษาความสะอาดและป้องกันการติดเชื้อได้ดี เขาก็จะไม่เป็นอะไร

นอกจากนี้เขายังโชคดีที่บาเนอร์การ์ไม่ได้ชุบอาวุธด้วยสารแปลก ๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะกลัวว่าจะพลาดทำร้ายพรรคพวกของตัวเองในความมืด

แต่ถึงอย่างนั้นวิเซริสก็ไม่ได้รู้สึกขอบคุณบาเนอร์การ์เลยแม้แต่น้อย เพราะระหว่างที่สืบข้อมูล เขาก็ได้รู้มาว่าบาเนอร์การ์มีลูกชายสองคน ทั้งคู่เป็นวัยรุ่นตอนปลาย และบาเนอร์การ์กำลังวางแผนให้คนหนึ่งสืบทอดกิจการมืด ส่วนอีกคนดูแลธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมาย

วิเซริสรู้ว่าเขาไม่สามารถฆ่าทุกคนได้ เพราะมันจะทำให้ศาลตัดสินเรื่องนี้ยุ่งยากขึ้น แต่ลูกชายของบาเนอร์การ์ต้องถูกกำจัด ไม่เช่นนั้นบริษัทเฟียร์สฟิชจะรวมตัวกันแก้แค้นเขาภายใต้การนำของพวกมัน และเรื่องราวจะบานปลายไปไม่มีที่สิ้นสุด

นอกจากนี้แค่เด็กหนุ่มที่ปกป้องน้องสาวจากผู้บุกรุกได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่ออยู่แล้ว มันคงไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะเป็นฝ่ายบุกไปถึงบ้านของศัตรู และฆ่าลูกชายของศัตรูทิ้ง เพราะมันคงไม่มีเชื่อว่าเขาจะกล้าทำจริงแน่นอน

ดังนั้นถ้าเขาไม่ฉวยโอกาสนี้ เขาก็คงเป็นแค่คนโง่เท่านั้น!

วิเซริสมัดตัวคนที่ยังไม่ตายไว้แน่น และสั่งแดเนริสให้ยิงพวกมันทันทีถ้าฟื้นขึ้นมา และห้ามพูดคุยด้วยเด็ดขาด จากนั้นวิเซริสก็หายตัวไปในความมืด พร้อมกับหน้าไม้และมีดสั้นในมือ . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 8

คัดลอกลิงก์แล้ว