- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 7
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 7
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 7
มหาศึกชิงบัลลังก์ : บุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 7 ทวงหนี้อย่างรุนแรง 2
“ยกมือให้สูงขึ้น! ยิงมาให้โดนพี่!” วิเซริสสั่ง
แดเนริสถือหน้าไม้ที่วิเซริสทำให้ด้วยแขนเล็ก ๆ ของเธอที่สั่นไหว ขณะที่เธอลั่นไกลูกธนูก็พุ่งออกไป แต่มันกับไม่เฉียดวิเซริสเลยสักนิด ทำให้เขาแทบไม่ต้องขยับตัวเพื่อหลบด้วยซ้ำ แค่ยืนเฉย ๆ ลูกธนูก็พลาดเป้าไปเอง
“ทำไมหลับตาอีกแล้ว? ถ้ายังทำแบบนี้อีก เธอจะต้องฝึกเพิ่มตอนกลางคืน!” วิเซริสตำหนิ
แดเนริสเบะปากรู้สึกน้อยใจเล็กน้อย ทำไมวิเซริสต้องเข้มงวดขนาดนี้ด้วย? ตั้งแต่เขาสร้างหน้าไม้ขึ้นมา เขาก็บังคับให้เธอฝึกทุกวัน แขนของเธอปวดเมื่อยไปหมด มืออันบอบบางเต็มไปด้วยตุ่มพอง จนกระทั่งวิเซริสต้องเย็บถุงมือแบบง่าย ๆ ให้ปัญหาถึงได้บรรเทาลง
ความจริงแล้วแดเนริสไม่ได้ผิดอะไร เธอยังไม่ใช่ ‘แม่มังกร’ อย่างที่เธอจะเป็นในอนาคต เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงขี้อายคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนวิเซริสก็มักเผลอใช้น้ำเสียงที่แข็งกระด้างหรือหงุดหงิดเพราะติดนิสัยจากชีวิตก่อนหน้า ทำให้บางครั้งแดเนริสคิดว่าวิเซริสผู้โหดร้ายคนเก่าได้กลับมาแล้ว และมันทำให้เธอกลัว
เมื่อเห็นสีหน้าของน้องสาวตัวเอง วิเซริสก็รู้ตัวว่าเขาอาจจะกดดันเธอมากเกินไป เขาเพียงแค่หวังให้แดเนริสสามารถป้องกันตัวเองได้บ้าง แต่เธอก็เป็นเพียงเด็กหญิงอายุไม่ถึงแปดขวบ และไม่ใช่เด็กทุกคนจะใจแข็งและโหดเหี้ยมเหมือนอาร์ยา สตาร์คที่กล้าฆ่าคนตั้งแต่ยังเด็ก หากพิจารณาจากอนาคตของแดเนริสกับอาร์ยา แดเนริสจะมีพรสวรรค์ด้านการเมือง ในขณะที่อาร์ยาจะเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้
“พักก่อนเถอะ” วิเซริสเดินเข้าไปหาแดเนริสและจัดเส้นผมที่เปียกเหงื่อและติดอยู่บนหน้าผากของเธอ พลางรับหน้าไม้จากมือเธอ
“ไม่ค่ะ พี่ชาย หนูไม่เหนื่อย” แต่แดเนริสกับดึงมือกลับและส่ายหัว เธอหยิบลูกธนูไม้จากถุงคาดเอวและบรรจุมันเข้าไปอย่างชำนาญ
“โอเค คราวนี้เราเปลี่ยนเป้าเป็นไหเหล้าใบนั้น” วิเซริสยืนอยู่ข้างหลังเธอ จับมือเธอที่ถือหน้าไม้ และเล็งไปที่ไหเหล้าที่อยู่ห่างออกไปยี่สิบก้าว “ตอนยิงต้องมองเป้า ไม่ใช่มองที่หน้าไม้ และห้ามหลับตาเด็ดขาด”
คำสอนอย่างอดทนของวิเซริสทำให้แดเนริสใจเย็นลง “เธอต้องโฟกัสที่เป้าหมายจินตนาการว่า หน้าไม้ในมือเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่มีอะไรหลุดรอดสายตาของเธอไปได้ ลั่นไก!”
แดเนริสเหนี่ยวไกทันทีส่งลูกธนูไม้พุ่งไปเจาะไหดินเผาจนเป็นรู
“หนูยิงโดนแล้ว!” แดเนริสร้องออกมา ดวงตาสีม่วงของเธอเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นขณะหันไปมองวิเซริส
“ดี ฝึกให้มากขึ้นและทำให้คุ้นมือ”
“อืม!” แดเนริสพยักหน้าแรง ๆ แล้วหยิบลูกธนูอีกดอกออกมา
. . .
ผ่านไปครึ่งเดือนนับตั้งแต่เฮลโบและพรรคพวกมาหาพวกเขาครั้งล่าสุด ทักษะการป้องกันตัวของพี่น้องทั้งสองก็ดีขึ้นอย่างมาก แดเนริสสามารถยิงโดนเป้าหมายในระยะสิบก้าวได้ประมาณห้าถึงหกครั้งจากสิบครั้ง และหากเป็นระยะห้าก้าว เธอแทบจะยิงไม่พลาดเลย ทำให้ตอนนี้เธอไม่ใช่ลูกแกะตัวน้อยที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
ในขณะที่วิเซริสก็มุ่งพัฒนาค่าสถานะ ‘ร่างกาย’ ของตัวเองในช่วงสิบวันที่ผ่านมา ตอนนี้เขาเพิ่มพละกำลังของตัวเองมาเกือบถึง 45 แต้มแล้ว โดยสาเหตุหลักของความก้าวหน้านี้คือการที่เขาเลิกดื่มเหล้า ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ตามธรรมชาติ และหากต้องการเพิ่มให้มากกว่านี้คงต้องใช้เวลามากขึ้น
โดยเขาได้คำนวณว่าภายในครึ่งปี เขาจะสามารถเพิ่มค่าสถานะร่างกายไปถึง 60 แต้ม ซึ่งเทียบเท่ากับชายฉกรรจ์ที่แข็งแรงสามารถเป็นทหารราบหนักหรือทหารม้าหนักได้ และหากฝึกฝนต่อเนื่องเป็นปีการไปถึง 80 แต้มก็น่าจะเป็นไปได้ ซึ่งจะทำให้เขามีร่างกายแข็งแกร่งเทียบเท่านายพลทั่วไป และเมื่อรวมกับระบบของเขาที่สามารถให้แต้มคุณสมบัติได้ 36 แต้มต่อปี เขาจะสามารถเติบโตเป็นนายพลชั้นยอดได้แน่นอน และบรรดากลุ่มทหารรับจ้างที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทวีปคงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับเขาในการสร้างชื่อ
นอกจากนี้ทักษะบางอย่างของเขาก็ฟื้นคืนมาอย่างมาก ทักษะการใช้ปืนกลับมาอยู่ในระดับ ‘ชำนาญ’ อีกครั้ง และเขาก็มีความก้าวหน้าในด้านอื่น ๆ เช่นกัน อย่างไรก็ตามเขายังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะพัฒนาวิชาดาบของเขาจากระดับชำนาญไปเป็นระดับเชี่ยวชาญ
ในช่วงสิบวันที่ผ่านมาวิเซริสสังเกตเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยหลายคนอยู่รอบ ๆ บ้านของเขา คนพวกนี้คิดว่าพวกเขาซ่อนตัวได้ดี แต่สำหรับคนที่เคยเป็นลูกเสือฝีมือดีแล้วมันกลับชัดเจนมาก วิเซริสใช้เวลากลางคืนสะกดรอยตามพวกมันและค้นพบรังของพวกมัน โดยถ้าหากร่างกายของเขาฟื้นคืนมาสักครึ่งหนึ่งของที่เคยเป็น เขามั่นใจว่าเขาจะสามารถไล่ล่าพวกมันได้หมดจด และเขาก็คาดว่ากลุ่มนี้จะต้องลงมือภายในสองวันนี้อย่างแน่นอน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขาบังคับให้แดเนริสฝึกใช้หน้าไม้อย่างหนัก
ในบราวอสอาวุธอย่างคันธนูและลูกธนูถูกควบคุมอย่างเข้มงวด แต่แท่งไม้ที่ถูกเหลาให้แหลมก็สามารถใช้แทนได้ไม่ต่างกัน ยังไงพวกอันธพาลก็คงไม่ได้ใส่เกราะมาหาเขาอยู่แล้ว ดังนั้นแท่งไม้แหลมก็เพียงพอจะเจาะทะลุผิวหนังมนุษย์ได้
“บริษัทเฟียร์สฟิช . . . มาดูกันว่าพวกแกจะดุแค่ไหน” เขาพึมพำ พลางยกมือขึ้นยิงลูกธนูพุ่งทะลุใบไม้สองใบและตรึงมันไว้กับประตู
. . .
ครั้งนี้บาเนอร์การ์เอาจริงกับเรื่องของวิเซริสเป็นอย่างมาก เพราะนี่เป็นโอกาสของเขาที่จะไต่เต้าจากพวกคนไร้ที่ดินไปสู่ชนชั้นพ่อค้า และยกระดับสถานะทางสังคมของตัวเอง
ในบราวอสพ่อค้าเป็นอาชีพที่ได้รับการเคารพ ถือเป็นกระดูกสันหลังของเมือง พวกเขามีโอกาสได้รับเลือกเป็นซีลอร์ด (ผู้ปกครองสูงสุดของบราวอส) มากกว่าชาวเมืองทั่วไปเสียอีก
ซึ่งเงื่อนไขในการเป็นพ่อค้านั้นเข้มงวดมาก อย่างแรกสุดผู้สมัครต้องมีอสังหาริมทรัพย์เป็นของตัวเอง แต่ในบราวอสการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องมีผู้ค้ำประกัน และไม่มีใครคิดจะค้ำประกันให้คนอย่างบาเนอร์การ์ผู้มีประวัติอาชญากรรมติดตัวได้เลย โชคดีที่เขาสามารถขอให้แดงลาร์สช่วยค้ำประกันให้ได้ ดังนั้นเขาจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป
โดยครั้งนี้เขาจะทุ่มสุดตัว เพราะจากที่สืบมาจากเฮลโบ เขารู้ว่าวิเซริสเก่งการต่อสู้ระยะประชิดเป็นพิเศษ บาเนอร์การ์จึงยอมทุ่มเงินจ้างปรมาจารย์ดาบระบำแห่งสายน้ำมาในราคาสูงมาก นอกจากนี้เขายังพาชายฉกรรจ์ของตัวเองมาด้วยอีกห้าคน แต่ละคนติดอาวุธเป็นหอกไม้ โดยเป้าหมายคืนนี้ของพวกเขาคือชีวิตของวิเซริส!
“เองกิส เตรียมตัวได้แล้ว” บาเนอร์การ์พูดกับชายที่เขาจ้างมา
เองกิสเป็นนักดาบระบำแห่งสายน้ำฝีมือดีอายุสามสิบต้น ๆ มีรอยแผลเป็นตรงคิ้วซ้าย ดวงตาสีเหลืองของเขามีขนาดไม่เท่ากันบ่งบอกว่าเขาเคยได้รับบาดเจ็บหนักจากการต่อสู้ ซึ่งเขาเคยหนีออกจากบราวอสหลังจากพลาดฆ่าคนตาย แต่ถูกบาเนอร์การ์ตามตัวเจอ พร้อมข้อเสนอค่าตอบแทนที่งดงามสำหรับงานนี้
“อืม” เองกิสตอบสั้น ๆ หลังจากงานนี้จบลงเขาจะเป็นคนแบกรับข้อหาฆ่าคนเอง ส่วนบาเนอร์การ์ก็จะไม่มีอะไรให้ต้องกังวลอีก นอกจากนั้นบาเนอร์การ์ยังจ่ายเงินให้พวกทหารยามในพื้นที่เพื่อให้พวกเขา ‘ทำเป็นหูหนวกตาบอด’ เพื่อรับรองว่าแผนของเขาจะไม่มีทางล้มเหลวแน่นอนอีกชั้นหนึ่ง
หลังจากยืนยันแผนกับเองกิส บาเนอร์การ์ก็สั่งการลูกน้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะให้คนหนึ่งคอยเฝ้าระวัง แล้วพากันลอบเร้นไปในความมืดมุ่งหน้าสู่ที่พักของวิเซริส
ทันใดนั้นวิเซริสก็ลืมตาขึ้นทันที เขาเพิ่งตื่นจากความฝันของมังกร ซึ่งในฝันนั้นเขาถูกโจมตีอย่างกะทันหัน!
“แดเนริส! แดเนริส! ตื่นเร็ว!”
แดเนริสยังคงงัวเงียจากการหลับลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้า ๆ
“อยู่ในห้องแล้วซ่อนตัวไว้ เข้าใจไหม?”
ถึงแม้จะยังงุนงง แต่แดเนริสก็หยิบหน้าไม้ขึ้นมา เพราะเธอเห็นว่าวิเซริสเหน็บหน้าไม้สองกระบอกไว้ที่เอว ก่อนจะหยิบดาบแล้วเดินเงียบ ๆ ไปที่หน้าประตู
จากความฝันของมังกร วิเซริสรู้ว่าศัตรูไม่ใช่แค่มีนักดาบฝีมือดีเท่านั้น แต่ยังมีพวกยามคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกด้วย เรียกได้ว่าเขาไม่มีทางหนีเลย และมีทางเลือกเดียวเท่านั้นนั่นก็คือ ต้องสู้!
โปรดติดตามตอนต่อไป …