เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6

มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6


มหาศึกชิงบัลลังก์ : บุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 6 ระบบ AFK

เมื่อข่าวการประลองดาบแพร่สะพัดไป ตลาดก็เงียบเหงาลงไปบ้าง แม้จะไม่ถึงกับไร้ผู้คน แต่ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแดเนริสเองก็อยากไปดูเช่นกัน และถ้าหากเป็นเมื่อก่อนวิเซริสย่อมไม่มีทางปล่อยให้น้องสาวไปไหนตามใจชอบแน่ ๆ

แถมตอนนี้วิเซริสก็ยังไม่เอ่ยอะไร ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่ยืนมองผู้คนที่มุ่งหน้าไปยังลานประลองด้วยสายตาอาลัย

“เอาล่ะ! เราก็ไปดูกันบ้างเถอะ”

วิเซริสวางเหยือกน้ำไว้ที่มุมหนึ่งซึ่งค่อนข้างลับตา จากนั้นจับมือแดเนริสแล้วพาวิ่งไปยังลานประลอง ซึ่งแดเนริสที่ตื่นเต้นจนใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ เธอพยายามเร่งฝีเท้าให้ทันพี่ชาย

วิเซริสสนใจ ‘ระบำแห่งสายน้ำ’ หรือวิชาดาบของบราวอสเป็นพิเศษ เขาจำได้ว่าอาร์ยา สตาร์ค หรือที่คนในบ้านเรียกว่า ‘คุณหนูสอง’ เคยเรียนศิลปะการต่อสู้นี้จากนักดาบบราวอสคนหนึ่งตอนอยู่ที่คิงส์แลนดิ้ง และในตอนจบของเรื่อง เธอก็ใช้วิชานี้สังหารไนท์คิงได้สำเร็จ

ทักษะนี้ช่างแข็งแกร่งเหลือเชื่อ!

เมื่อสังเกตเห็นว่าแดเนริสที่ตัวเล็กกว่าวิ่งตามไม่ทัน วิเซริสจึงอุ้มเธอหนีบไว้ใต้รักแร้ ก่อนจะก้าวขายาว ๆ มุ่งหน้าสู่ลานประลองอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็มาถึงพอดีกับตอนที่นักดาบทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

“แดเนริส มานี่!”

ก่อนที่แดเนริสจะรู้ตัว เธอก็ถูกพี่ชายจับโยนขึ้นไปแบกบนบ่าเสียแล้ว

ตอนแรกเธอรู้สึกเขินเล็กน้อย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้พี่รองของเธอดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก บางทีนี่อาจเป็นการชดเชยจากเจ็ดเทพก็เป็นได้!

แต่ไม่นานเธอก็ละสายตาจากพี่ชาย แล้วหันไปสนใจการประลองตรงหน้าแทน

ในขณะเดียวกันในสายตาของวิเซริสนักดาบที่ถูกเรียกว่า ‘นักระบำแห่งสายน้ำ’ เริ่มใช้กระบวนท่าคล้ายกับ ‘กีฬาฟันดาบ’ ที่เขาเคยเห็นมาก่อน นักดาบทั้งสองดูอายุยังไม่มากน่าจะราว ๆ ยี่สิบปี พวกเขายืนในท่าหันข้าง ประลองกันเป็นเส้นตรงเสียส่วนใหญ่ คนหนึ่งสวมเสื้อสีเหลืองอ่อน อีกคนสวมเสื้อสีแดงเข้ม ท่วงท่าของพวกเขาดูว่องไวและสง่างาม ราวกับกวางป่าที่กระโดดไปมาในหุบเขา หรือกระรอกที่โลดแล่นอยู่บนกิ่งไม้ ดาบของพวกเขาสะท้อนแสงเป็นประกาย พร้อมกับเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบ ๆ ดังระงม

ต้องยอมรับว่าทั้งสองคนสู้อย่างสุดกำลัง นักดาบที่สวมเสื้อเหลืองเริ่มมีบาดแผลหลายจุด เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาจนเปื้อนเสื้อไปหมด ดูแล้วค่อนข้างน่าหวาดเสียว ทำให้แดเนริสเห็นฉากนี้ก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย และกอดไหล่พี่ชายแน่นขึ้น

แต่วิเซริสไม่ได้สังเกตเรื่องนี้ เพราะตอนนี้เขายังจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้า เขาพบว่าดาบของนักระบำแห่งสายน้ำเหล่านี้มีขนาดบางและแคบมาก น่าจะเป็นเพราะต้องการเพิ่มความเร็วในการฟาดฟัน

แม้ว่ามันจะไม่ได้แคบขนาดดาบฟันดาบของนักกีฬา แต่ก็ดูเหมือนจะกว้างเพียงแค่สองนิ้วเท่านั้น ซึ่งถ้านำไปใช้ในสนามรบจริง ๆ คงทะลุเกราะหนังแทบไม่ได้

อย่างไรก็ตามวิชาดาบของพวกเขาก็ยังมีจุดที่น่าสนใจให้เรียนรู้โดยเฉพาะ ‘การก้าวเท้า’ ถ้าเทียบกับวิชาดาบของเวสเทอรอสที่เน้นความมั่นคงของการยืนพื้น นักระบำแห่งสายน้ำกลับเน้นความคล่องตัวมากกว่า

ตอนนี้วิเซริสได้ตัดสินใจทันทีว่าถ้าหากมีโอกาสต้องฝึกฝนวิชานี้แน่นอน และแดเนริสก็ต้องเรียนด้วย เพราะในสถานการณ์ของพวกเขาตอนนี้ มีทักษะเยอะย่อมดีกว่าไม่มี!

จากประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้าวิเซริสสามารถคาดเดาผลการประลองได้ล่วงหน้า แม้ว่านักดาบเสื้อเหลืองจะมีบาดแผลหลายจุด แต่ก็เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วนักดาบเสื้อแดงอยู่ในสภาพที่แย่กว่าเสียอีก

เนื่องจากสีของเสื้อทำให้ผู้ชมมองไม่เห็นเลือดที่ซึมออกมา ทว่าในสายตาของวิเซริสฝีเท้าของชายคนนี้เริ่มเสียสมดุลแล้ว

เมื่อทั้งสองฝ่ายมีบาดแผลมากขึ้นเรื่อย ๆ และเสื้อผ้าก็เปียกโชกไปด้วยเลือด วิเซริสก็สังเกตว่าแดเนริสที่อยู่บนไหล่ของเขาเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจพาเธอออกจากที่นั่นก่อน “เราไปกันเถอะ”

“อืม” แดเนริสพยักหน้าเหมือนถอนหายใจโล่งอก

. . .

ตอนนี้เธอรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เพราะในสายตาของเธอตอนนี้พี่รองของเธอเริ่มจะ ‘เหมือนมนุษย์ธรรมดา’ มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่เลิกทารุณเธอเท่านั้น แต่ยังอุ้มเธอไปดูเรื่องสนุก ๆ และตอนนี้ถึงขั้นทำอาหารให้เธอเองกับมือ

รสชาติของปลาตุ๋นซีอิ๊วที่หวานละมุนกระจายไปทั่วปาก ความสุขที่ได้จากโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตนั้นช่างไร้เทียมทาน!

ไม่นานนักพี่น้องทั้งสองก็กินจนอิ่มพุงกาง ก่อนที่แดเนริสพยายามจะลุกขึ้นไปเก็บจาน แต่กลับถูกพี่ชายห้ามไว้ “เพิ่งกินอิ่ม เดี๋ยวค่อยทำก็ได้”

“อืม” แดเนริสรับคำเบา ๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆ วิเซริส แดเนริสรู้สึกว่าพี่ชายของเธอเปลี่ยนไปมาก แต่ทำไมกันนะ? สมองเล็ก ๆ ของเธอคิดไม่ออกเลย ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ขยับตัวเข้าหาวิเซริสทีละนิด และพอเห็นว่าเขาไม่ว่าอะไร เธอก็ซบหัวลงบนตัวเขาอย่างสบายใจ

วิเซริสกางแขนออกเล็กน้อย ปล่อยให้น้องสาวตัวน้อยหนุนศีรษะลงบนตักของเขา ไม่นานเสียงหายใจเบา ๆ ของเธอก็ดังขึ้น

วิเซริสเปิดแผงระบบของตัวเองขึ้นมาดู และตั้งใจจะดูว่าพอจะตัดแต้มจากสกิลอื่นเพื่ออัพเกรดตัวเองได้หรือไม่ แต่ทันทีที่เปิดขึ้นมา เขากลับพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง . . .

‘ข้าจำได้ว่าเมื่อวานทักษะอาวุธปืนยังเป็นทักษะระดับเริ่มต้นอยู่เลย แต่ตอนนี้ทำไมมันกลายเป็นทักษะธรรมดาแล้วล่ะ?’

วิเซริสเคยลดทักษะการใช้ปืนของตัวเองลงมาอยู่ที่ระดับเริ่มต้น (100/100) +- แต่ตอนนี้มันกลายเป็นระดับธรรมดา (87/300) +- ก่อนที่เขาจะลองดูทักษะด้านมารยาทราชวงศ์และภาษากลาง และแน่นอนว่ามันก็เพิ่มขึ้นมาหลายสิบแต้ม ส่วนทักษะอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกลดลงยังคงอยู่ที่เดิม

แม้ว่ามันจะดูแปลกไปบ้าง แต่วิเซริสกับรู้สึกตื่นเต้นแทน เพราะนี่หมายถึงสิ่งสำคัญบางอย่าง หากเขาเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ และเชี่ยวชาญมันถึงระดับหนึ่ง เขาจะได้รับแต้มความชำนาญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ?! เขารีบตรวจสอบแต้มที่สามารถแจกจ่ายได้อีกครั้งและพบว่ามันเพิ่มจาก 4 เป็น 17

‘หา? ข้าได้แต้มเพิ่มมาตั้ง 13 แต้มเลยเหรอ?’

เขาเห็นว่าแต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้ตอนนี้กลายเป็น 0.1 และดูเหมือนจะรีเฟรชทุกวัน

‘แต้มค่าสถานะดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นวันละ 0.1 และแต้มความชำนาญก็ขึ้น ๆ ลง ๆ’ เขาคิดในใจ ถึงตอนนี้เขาอยู่ในโลกนี้ยังไม่ถึงวัน ดังนั้นตัวอย่างที่มีจึงยังน้อยเกินไปจะสรุปอะไรได้แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือระบบของเขาทรงพลังมากกว่าที่เขาประเมินไว้ในตอนแรก

ในตอนนี้การอัพเกรดทักษะการต่อสู้และดาบของเขายังต้องใช้เวลา ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเริ่มทำหน้าไม้โดยเร็วที่สุด

วิเซริสมองไปที่ซากปลาที่ถูกควักไส้วางอยู่บนพื้น ก่อนหน้านี้พ่อค้าบอกเขาว่าปลาพวกนี้มีพิษทำให้เป็นอัมพาต และต้องทำความสะอาดอย่างละเอียดก่อนนำไปรับประทาน

หลังจากอุ้มแดเนริสที่หลับสนิทกลับไปนอนบนเตียง วิเซริสก็เริ่มลงมือทำหน้าไม้ นอกจากหน้าไม้แล้วเขายังต้องการติดตั้งกลไกเตือนภัยบางอย่างด้วย เมื่อมองมองไปที่ประตูไม้และกำแพง เขาก็เริ่มคิดแผนการขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

. . .

ช่วงสองปีที่ผ่านมาแดงลาร์สเจอแต่โชคร้าย เขาเคยเป็นเจ้าของเรือห้าลำ แต่สี่ลำจมลงไปก้นทะเล ส่วนลำที่ห้ายังหายสาบสูญ ทำให้ตอนนี้เขาอยู่บนเส้นทางของการล้มละลายเต็มตัว

ในช่วงเวลาสิ้นหวังนี้ขุนนางจากบราวอสที่อาศัยอยู่ตอนบนของคลองสายยาวได้เข้ามาหาเขา แน่นอนว่าขุนนางผู้นี้ไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ส่งคนรับใช้มาเจรจา พวกเขาเสนอเงินจำนวนมหาศาลถึงหนึ่งพันมังกรทองเพื่อแลกกับตัวแดเนริส เจ้าหญิงจากอาณาจักรที่ล่มสลาย

ส่วนเหตุผลที่พวกเขาเลือกแดงลาร์สก็เพราะก่อนที่เขาจะร่ำรวย เขาเคยเป็นนักเลงข้างถนนมาก่อน และมีประสบการณ์ในเรื่องผิดกฎหมายมากมาย เขาเป็น ‘ถุงมือขาว’ ที่เหมาะสม และสามารถจัดการงานสกปรกและละเอียดอ่อนได้ ดังนั้นเมื่อเฮลโบล้มเหลว แดงลาร์สก็รีบไปขอความช่วยเหลือจากอีกกลุ่มหนึ่งทันที

เขาไปหาบาเนอร์การ์แห่ง ‘บริษัทเฟียร์สฟิช’

บริษัทเฟียร์สฟิชเป็นที่รู้จักดีในหมู่ชนชั้นล่างของบราวอส พวกเขาพัวพันกับคดีฆาตกรรมมามากกว่าสิบคดี และจนถึงปัจจุบันสมาชิกของพวกเขากว่า 20 คนยังเป็นผู้ต้องหาหลบหนี โดยแต่ละคนล้วนมีประวัติฆ่าคนอย่างน้อยหนึ่งศพ

ตัวอย่างเช่น บาเนอร์การ์ ในวัยหนุ่มเขาเคยเข้าร่วมสงครามระหว่างแก๊ง และถูกฟันจนแก้มซ้ายขาดหายไป บวกกับด้วยข้อจำกัดของการแพทย์ในยุคนั้น แผลของเขาไม่สามารถเย็บปิดได้ ส่งผลให้ฟันกรามซ้ายของเขาเปิดเผยออกมา ทำให้เขาดูเหมือนซอมบี้ในหนังสยองขวัญ ใบหน้าของเขาทั้งน่ากลัวและน่าสยดสยองโดยไม่ต้องแสดงอารมณ์ใด ๆ และเมื่อเขายิ้มมันก็ดูเหมือนเขาพร้อมจะกัดคอใครสักคน

“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะใช้วิธีไหน แต่เมื่อทำสำเร็จ 300 เหรียญมังกรทอง!” แดงลาร์สกล่าวเสียงเข้ม

บาเนอร์การ์แค่นหัวเราะ “หึ ข้าเคยเห็นยัยเด็กจากอาณาจักรที่ล่มสลายนั่นแล้ว แม้ไม่มีฐานะ เธอก็ยังมีค่าตัวถึง 500 เหรียญมังกรทองแค่เพราะใบหน้าของเธอ เจ้าคิดว่าข้าโง่รึไง?”

ขณะที่พูดบาเนอร์การ์ก็เอียงคอเผยให้เห็นฟันเหลือง ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบอะไรบางอย่าง แต่แดงลาร์สเองก็ไม่ใช่คนใจอ่อนเช่นกัน

“ที่นี่มันบราวอส รู้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่เพื่อปิดปากเรื่องนี้แค่เพราะเธอเป็นเจ้าหญิงที่ล่มสลาย?” แดงลาร์สโต้กลับ

แต่บาเนอร์การ์ยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจ เขาจิบไวน์แล้วลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า “งั้นไปหาคนอื่นเถอะ”

พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินจากไปเพื่อทดสอบว่าแดงลาร์สจะยอมแพ้หรือไม่ หนึ่งก้าว. . . สองก้าว . . . บาเนอร์การ์กำลังจะออกจากห้องโดยเหลืออีกเพียงสิบก้าวก็จะถึงประตู

จนกระทั่งในที่สุดแดงลาร์สก็ยอมแพ้ “ว่ามา อยากได้เท่าไหร่?”

บาเนอร์การ์หันกลับมายิ้มแย้มจนแก้มขวาของเขาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ถูกซ่อนอยู่ในเงามืด ในขณะที่แสงจากภายนอกตกกระทบแก้มซ้ายที่ขาดหาย ทำให้เขาดูเหมือนเฟียร์สฟิชที่เผยเขี้ยวเล็บ

“500 เหรียญมังกรทอง บวกกับ 20% ของเรือลำสุดท้ายที่เจ้ามีอยู่” บาเนอร์การ์กล่าว

แดงลาร์สรู้ว่าบาเนอร์การ์เองก็ต้องการล้างมือจากวงการนี้ และกำลังวางแผนจะซื้อทรัพย์สินของตัวเอง

“ตกลง!” แดงลาร์สตอบตกลงทันที

โปรดติดตามตอนต่อไป …

จบบทที่ มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6

คัดลอกลิงก์แล้ว