- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 6
มหาศึกชิงบัลลังก์ : บุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 6 ระบบ AFK
เมื่อข่าวการประลองดาบแพร่สะพัดไป ตลาดก็เงียบเหงาลงไปบ้าง แม้จะไม่ถึงกับไร้ผู้คน แต่ก็น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งแดเนริสเองก็อยากไปดูเช่นกัน และถ้าหากเป็นเมื่อก่อนวิเซริสย่อมไม่มีทางปล่อยให้น้องสาวไปไหนตามใจชอบแน่ ๆ
แถมตอนนี้วิเซริสก็ยังไม่เอ่ยอะไร ดังนั้นเธอจึงทำได้แค่ยืนมองผู้คนที่มุ่งหน้าไปยังลานประลองด้วยสายตาอาลัย
“เอาล่ะ! เราก็ไปดูกันบ้างเถอะ”
วิเซริสวางเหยือกน้ำไว้ที่มุมหนึ่งซึ่งค่อนข้างลับตา จากนั้นจับมือแดเนริสแล้วพาวิ่งไปยังลานประลอง ซึ่งแดเนริสที่ตื่นเต้นจนใบหน้าเล็ก ๆ แดงก่ำ เธอพยายามเร่งฝีเท้าให้ทันพี่ชาย
วิเซริสสนใจ ‘ระบำแห่งสายน้ำ’ หรือวิชาดาบของบราวอสเป็นพิเศษ เขาจำได้ว่าอาร์ยา สตาร์ค หรือที่คนในบ้านเรียกว่า ‘คุณหนูสอง’ เคยเรียนศิลปะการต่อสู้นี้จากนักดาบบราวอสคนหนึ่งตอนอยู่ที่คิงส์แลนดิ้ง และในตอนจบของเรื่อง เธอก็ใช้วิชานี้สังหารไนท์คิงได้สำเร็จ
ทักษะนี้ช่างแข็งแกร่งเหลือเชื่อ!
เมื่อสังเกตเห็นว่าแดเนริสที่ตัวเล็กกว่าวิ่งตามไม่ทัน วิเซริสจึงอุ้มเธอหนีบไว้ใต้รักแร้ ก่อนจะก้าวขายาว ๆ มุ่งหน้าสู่ลานประลองอย่างรวดเร็ว และพวกเขาก็มาถึงพอดีกับตอนที่นักดาบทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“แดเนริส มานี่!”
ก่อนที่แดเนริสจะรู้ตัว เธอก็ถูกพี่ชายจับโยนขึ้นไปแบกบนบ่าเสียแล้ว
ตอนแรกเธอรู้สึกเขินเล็กน้อย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าตอนนี้พี่รองของเธอดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก บางทีนี่อาจเป็นการชดเชยจากเจ็ดเทพก็เป็นได้!
แต่ไม่นานเธอก็ละสายตาจากพี่ชาย แล้วหันไปสนใจการประลองตรงหน้าแทน
ในขณะเดียวกันในสายตาของวิเซริสนักดาบที่ถูกเรียกว่า ‘นักระบำแห่งสายน้ำ’ เริ่มใช้กระบวนท่าคล้ายกับ ‘กีฬาฟันดาบ’ ที่เขาเคยเห็นมาก่อน นักดาบทั้งสองดูอายุยังไม่มากน่าจะราว ๆ ยี่สิบปี พวกเขายืนในท่าหันข้าง ประลองกันเป็นเส้นตรงเสียส่วนใหญ่ คนหนึ่งสวมเสื้อสีเหลืองอ่อน อีกคนสวมเสื้อสีแดงเข้ม ท่วงท่าของพวกเขาดูว่องไวและสง่างาม ราวกับกวางป่าที่กระโดดไปมาในหุบเขา หรือกระรอกที่โลดแล่นอยู่บนกิ่งไม้ ดาบของพวกเขาสะท้อนแสงเป็นประกาย พร้อมกับเสียงเชียร์จากผู้ชมรอบ ๆ ดังระงม
ต้องยอมรับว่าทั้งสองคนสู้อย่างสุดกำลัง นักดาบที่สวมเสื้อเหลืองเริ่มมีบาดแผลหลายจุด เลือดสีแดงเข้มซึมออกมาจนเปื้อนเสื้อไปหมด ดูแล้วค่อนข้างน่าหวาดเสียว ทำให้แดเนริสเห็นฉากนี้ก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย และกอดไหล่พี่ชายแน่นขึ้น
แต่วิเซริสไม่ได้สังเกตเรื่องนี้ เพราะตอนนี้เขายังจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้า เขาพบว่าดาบของนักระบำแห่งสายน้ำเหล่านี้มีขนาดบางและแคบมาก น่าจะเป็นเพราะต้องการเพิ่มความเร็วในการฟาดฟัน
แม้ว่ามันจะไม่ได้แคบขนาดดาบฟันดาบของนักกีฬา แต่ก็ดูเหมือนจะกว้างเพียงแค่สองนิ้วเท่านั้น ซึ่งถ้านำไปใช้ในสนามรบจริง ๆ คงทะลุเกราะหนังแทบไม่ได้
อย่างไรก็ตามวิชาดาบของพวกเขาก็ยังมีจุดที่น่าสนใจให้เรียนรู้โดยเฉพาะ ‘การก้าวเท้า’ ถ้าเทียบกับวิชาดาบของเวสเทอรอสที่เน้นความมั่นคงของการยืนพื้น นักระบำแห่งสายน้ำกลับเน้นความคล่องตัวมากกว่า
ตอนนี้วิเซริสได้ตัดสินใจทันทีว่าถ้าหากมีโอกาสต้องฝึกฝนวิชานี้แน่นอน และแดเนริสก็ต้องเรียนด้วย เพราะในสถานการณ์ของพวกเขาตอนนี้ มีทักษะเยอะย่อมดีกว่าไม่มี!
จากประสบการณ์ในชีวิตก่อนหน้าวิเซริสสามารถคาดเดาผลการประลองได้ล่วงหน้า แม้ว่านักดาบเสื้อเหลืองจะมีบาดแผลหลายจุด แต่ก็เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วนักดาบเสื้อแดงอยู่ในสภาพที่แย่กว่าเสียอีก
เนื่องจากสีของเสื้อทำให้ผู้ชมมองไม่เห็นเลือดที่ซึมออกมา ทว่าในสายตาของวิเซริสฝีเท้าของชายคนนี้เริ่มเสียสมดุลแล้ว
เมื่อทั้งสองฝ่ายมีบาดแผลมากขึ้นเรื่อย ๆ และเสื้อผ้าก็เปียกโชกไปด้วยเลือด วิเซริสก็สังเกตว่าแดเนริสที่อยู่บนไหล่ของเขาเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น เขาจึงตัดสินใจพาเธอออกจากที่นั่นก่อน “เราไปกันเถอะ”
“อืม” แดเนริสพยักหน้าเหมือนถอนหายใจโล่งอก
. . .
ตอนนี้เธอรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก เพราะในสายตาของเธอตอนนี้พี่รองของเธอเริ่มจะ ‘เหมือนมนุษย์ธรรมดา’ มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เพียงแต่เลิกทารุณเธอเท่านั้น แต่ยังอุ้มเธอไปดูเรื่องสนุก ๆ และตอนนี้ถึงขั้นทำอาหารให้เธอเองกับมือ
รสชาติของปลาตุ๋นซีอิ๊วที่หวานละมุนกระจายไปทั่วปาก ความสุขที่ได้จากโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตนั้นช่างไร้เทียมทาน!
ไม่นานนักพี่น้องทั้งสองก็กินจนอิ่มพุงกาง ก่อนที่แดเนริสพยายามจะลุกขึ้นไปเก็บจาน แต่กลับถูกพี่ชายห้ามไว้ “เพิ่งกินอิ่ม เดี๋ยวค่อยทำก็ได้”
“อืม” แดเนริสรับคำเบา ๆ แล้วนั่งลงข้าง ๆ วิเซริส แดเนริสรู้สึกว่าพี่ชายของเธอเปลี่ยนไปมาก แต่ทำไมกันนะ? สมองเล็ก ๆ ของเธอคิดไม่ออกเลย ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ขยับตัวเข้าหาวิเซริสทีละนิด และพอเห็นว่าเขาไม่ว่าอะไร เธอก็ซบหัวลงบนตัวเขาอย่างสบายใจ
วิเซริสกางแขนออกเล็กน้อย ปล่อยให้น้องสาวตัวน้อยหนุนศีรษะลงบนตักของเขา ไม่นานเสียงหายใจเบา ๆ ของเธอก็ดังขึ้น
วิเซริสเปิดแผงระบบของตัวเองขึ้นมาดู และตั้งใจจะดูว่าพอจะตัดแต้มจากสกิลอื่นเพื่ออัพเกรดตัวเองได้หรือไม่ แต่ทันทีที่เปิดขึ้นมา เขากลับพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง . . .
‘ข้าจำได้ว่าเมื่อวานทักษะอาวุธปืนยังเป็นทักษะระดับเริ่มต้นอยู่เลย แต่ตอนนี้ทำไมมันกลายเป็นทักษะธรรมดาแล้วล่ะ?’
วิเซริสเคยลดทักษะการใช้ปืนของตัวเองลงมาอยู่ที่ระดับเริ่มต้น (100/100) +- แต่ตอนนี้มันกลายเป็นระดับธรรมดา (87/300) +- ก่อนที่เขาจะลองดูทักษะด้านมารยาทราชวงศ์และภาษากลาง และแน่นอนว่ามันก็เพิ่มขึ้นมาหลายสิบแต้ม ส่วนทักษะอื่น ๆ ที่ไม่ได้ถูกลดลงยังคงอยู่ที่เดิม
แม้ว่ามันจะดูแปลกไปบ้าง แต่วิเซริสกับรู้สึกตื่นเต้นแทน เพราะนี่หมายถึงสิ่งสำคัญบางอย่าง หากเขาเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ และเชี่ยวชาญมันถึงระดับหนึ่ง เขาจะได้รับแต้มความชำนาญเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ?! เขารีบตรวจสอบแต้มที่สามารถแจกจ่ายได้อีกครั้งและพบว่ามันเพิ่มจาก 4 เป็น 17
‘หา? ข้าได้แต้มเพิ่มมาตั้ง 13 แต้มเลยเหรอ?’
เขาเห็นว่าแต้มค่าสถานะที่สามารถใช้ได้ตอนนี้กลายเป็น 0.1 และดูเหมือนจะรีเฟรชทุกวัน
‘แต้มค่าสถานะดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นวันละ 0.1 และแต้มความชำนาญก็ขึ้น ๆ ลง ๆ’ เขาคิดในใจ ถึงตอนนี้เขาอยู่ในโลกนี้ยังไม่ถึงวัน ดังนั้นตัวอย่างที่มีจึงยังน้อยเกินไปจะสรุปอะไรได้แน่ชัด แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือระบบของเขาทรงพลังมากกว่าที่เขาประเมินไว้ในตอนแรก
ในตอนนี้การอัพเกรดทักษะการต่อสู้และดาบของเขายังต้องใช้เวลา ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเริ่มทำหน้าไม้โดยเร็วที่สุด
วิเซริสมองไปที่ซากปลาที่ถูกควักไส้วางอยู่บนพื้น ก่อนหน้านี้พ่อค้าบอกเขาว่าปลาพวกนี้มีพิษทำให้เป็นอัมพาต และต้องทำความสะอาดอย่างละเอียดก่อนนำไปรับประทาน
หลังจากอุ้มแดเนริสที่หลับสนิทกลับไปนอนบนเตียง วิเซริสก็เริ่มลงมือทำหน้าไม้ นอกจากหน้าไม้แล้วเขายังต้องการติดตั้งกลไกเตือนภัยบางอย่างด้วย เมื่อมองมองไปที่ประตูไม้และกำแพง เขาก็เริ่มคิดแผนการขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
. . .
ช่วงสองปีที่ผ่านมาแดงลาร์สเจอแต่โชคร้าย เขาเคยเป็นเจ้าของเรือห้าลำ แต่สี่ลำจมลงไปก้นทะเล ส่วนลำที่ห้ายังหายสาบสูญ ทำให้ตอนนี้เขาอยู่บนเส้นทางของการล้มละลายเต็มตัว
ในช่วงเวลาสิ้นหวังนี้ขุนนางจากบราวอสที่อาศัยอยู่ตอนบนของคลองสายยาวได้เข้ามาหาเขา แน่นอนว่าขุนนางผู้นี้ไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ส่งคนรับใช้มาเจรจา พวกเขาเสนอเงินจำนวนมหาศาลถึงหนึ่งพันมังกรทองเพื่อแลกกับตัวแดเนริส เจ้าหญิงจากอาณาจักรที่ล่มสลาย
ส่วนเหตุผลที่พวกเขาเลือกแดงลาร์สก็เพราะก่อนที่เขาจะร่ำรวย เขาเคยเป็นนักเลงข้างถนนมาก่อน และมีประสบการณ์ในเรื่องผิดกฎหมายมากมาย เขาเป็น ‘ถุงมือขาว’ ที่เหมาะสม และสามารถจัดการงานสกปรกและละเอียดอ่อนได้ ดังนั้นเมื่อเฮลโบล้มเหลว แดงลาร์สก็รีบไปขอความช่วยเหลือจากอีกกลุ่มหนึ่งทันที
เขาไปหาบาเนอร์การ์แห่ง ‘บริษัทเฟียร์สฟิช’
บริษัทเฟียร์สฟิชเป็นที่รู้จักดีในหมู่ชนชั้นล่างของบราวอส พวกเขาพัวพันกับคดีฆาตกรรมมามากกว่าสิบคดี และจนถึงปัจจุบันสมาชิกของพวกเขากว่า 20 คนยังเป็นผู้ต้องหาหลบหนี โดยแต่ละคนล้วนมีประวัติฆ่าคนอย่างน้อยหนึ่งศพ
ตัวอย่างเช่น บาเนอร์การ์ ในวัยหนุ่มเขาเคยเข้าร่วมสงครามระหว่างแก๊ง และถูกฟันจนแก้มซ้ายขาดหายไป บวกกับด้วยข้อจำกัดของการแพทย์ในยุคนั้น แผลของเขาไม่สามารถเย็บปิดได้ ส่งผลให้ฟันกรามซ้ายของเขาเปิดเผยออกมา ทำให้เขาดูเหมือนซอมบี้ในหนังสยองขวัญ ใบหน้าของเขาทั้งน่ากลัวและน่าสยดสยองโดยไม่ต้องแสดงอารมณ์ใด ๆ และเมื่อเขายิ้มมันก็ดูเหมือนเขาพร้อมจะกัดคอใครสักคน
“ข้าไม่สนว่าเจ้าจะใช้วิธีไหน แต่เมื่อทำสำเร็จ 300 เหรียญมังกรทอง!” แดงลาร์สกล่าวเสียงเข้ม
บาเนอร์การ์แค่นหัวเราะ “หึ ข้าเคยเห็นยัยเด็กจากอาณาจักรที่ล่มสลายนั่นแล้ว แม้ไม่มีฐานะ เธอก็ยังมีค่าตัวถึง 500 เหรียญมังกรทองแค่เพราะใบหน้าของเธอ เจ้าคิดว่าข้าโง่รึไง?”
ขณะที่พูดบาเนอร์การ์ก็เอียงคอเผยให้เห็นฟันเหลือง ๆ ที่เต็มไปด้วยคราบอะไรบางอย่าง แต่แดงลาร์สเองก็ไม่ใช่คนใจอ่อนเช่นกัน
“ที่นี่มันบราวอส รู้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่เพื่อปิดปากเรื่องนี้แค่เพราะเธอเป็นเจ้าหญิงที่ล่มสลาย?” แดงลาร์สโต้กลับ
แต่บาเนอร์การ์ยังคงไม่แสดงท่าทีสนใจ เขาจิบไวน์แล้วลุกขึ้นพร้อมกับพูดว่า “งั้นไปหาคนอื่นเถอะ”
พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินจากไปเพื่อทดสอบว่าแดงลาร์สจะยอมแพ้หรือไม่ หนึ่งก้าว. . . สองก้าว . . . บาเนอร์การ์กำลังจะออกจากห้องโดยเหลืออีกเพียงสิบก้าวก็จะถึงประตู
จนกระทั่งในที่สุดแดงลาร์สก็ยอมแพ้ “ว่ามา อยากได้เท่าไหร่?”
บาเนอร์การ์หันกลับมายิ้มแย้มจนแก้มขวาของเขาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ถูกซ่อนอยู่ในเงามืด ในขณะที่แสงจากภายนอกตกกระทบแก้มซ้ายที่ขาดหาย ทำให้เขาดูเหมือนเฟียร์สฟิชที่เผยเขี้ยวเล็บ
“500 เหรียญมังกรทอง บวกกับ 20% ของเรือลำสุดท้ายที่เจ้ามีอยู่” บาเนอร์การ์กล่าว
แดงลาร์สรู้ว่าบาเนอร์การ์เองก็ต้องการล้างมือจากวงการนี้ และกำลังวางแผนจะซื้อทรัพย์สินของตัวเอง
“ตกลง!” แดงลาร์สตอบตกลงทันที
โปรดติดตามตอนต่อไป …