- หน้าแรก
- มหาศึกชิงบัลลังก์ : ข้าคือบุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน
- มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 5
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 5
มหาศึกชิงบัลลังก์ ตอนที่ 5
มหาศึกชิงบัลลังก์ : บุตรชายคนที่สองของตระกูลทาร์แกเรียน ตอนที่ 5 ระบำแห่งสายน้ำ
จากการประเมินของวิเซริส บราวอสอาจเคยเป็นปล่องภูเขาไฟขนาดมหึมา บริเวณรอบนอกของเมืองประกอบไปด้วยหมู่เกาะภูเขายาวแคบหลายแห่งคล้ายกำแพงที่คอยปกป้อง ‘นครแห่งเกาะนับพัน’
ไม่นานหลังจากออกจากบ้านวิเซริสก็สามารถมองเห็นรูปปั้นไททันแห่งบราวอส ซึ่งเพิ่งส่งเสียงคำรามออกมา รูปปั้นขนาดเกือบ 300 เมตรนี้เป็นหนึ่งใน ‘เก้าสิ่งมหัศจรรย์ของโลก’ ไม่ว่ามองไปทางไหนในบราวอส ก็มักจะเห็นรูปปั้นอันยิ่งใหญ่นี้เสมอ
“มันอาจถูกแกะสลักจากภูเขา หรืออาจเกิดจากเวทมนตร์ก็ได้ . . .” วิเซริสครุ่นคิด ท้ายที่สุดแล้วเวทมนตร์ก็มีอยู่จริงในโลกนี้ และมันยังปรากฏอยู่ในแผงสถานะของเขาเองด้วย ดังนั้นสมมติฐานนี้จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงนัก
แดงลาร์สอาศัยอยู่ในเขตคนรวย แต่เช้าตรู่พ่อค้าก็น้ำได้นำน้ำ ‘จืดหวาน’ มาส่งให้ย่านนี้ ดังนั้นเพื่อเข้าถึงน้ำนี้ชาวบราวอสจึงได้สร้างทางน้ำยาวไหลผ่านเมือง และเรียกมันว่า ‘ลำคลองใหญ่’ เพื่อให้ได้น้ำจืดหวาน โดยครอบครัวที่อาศัยอยู่ไกลจากลำคลองต้องพึ่งพาพ่อค้าน้ำในการขนน้ำมาขาย และเพื่อให้ขายได้ราคาดี พ่อค้าน้ำเหล่านี้จึงแต่งตัวสะอาดสะอ้าน
เมื่อวิเซริสและแดเนริสออกจากบ้านในตอนเช้า เสื้อผ้าที่ดูซอมซ่อของพวกเขายังไม่โดดเด่นมากนัก แต่เมื่อเทียบกับผู้คนรอบข้างที่แต่งตัวดี เสื้อผ้าของพวกเขากลับดูแตกต่างอย่างชัดเจน วิเซริสตั้งใจว่าหากเหลือเงินหลังจากชำระหนี้ที่เฮลโบทิ้งไว้ เขาจะซื้อชุดที่สะอาดและพอดีตัวให้แดเนริส ส่วนตัวเขาเองยังต้องอดทนไปก่อน
วิเซริสพาแดเนริสไปยังบ้านของแดงลาร์สตามความทรงจำ บ้านหลังนี้มีลานกว้างคล้ายคฤหาสน์ เมื่อพวกเขามาถึง คนรับใช้ของตระกูลแดงลาร์สก็กำลังออกไปซื้อน้ำพอดี ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นพี่น้องทั้งสอง พวกเขาก็พยายามไล่พวกเขาไปตามสัญชาตญาณ แต่เมื่อสังเกตเห็นผมสีเงินของพวกเขา อีกฝ่ายกลับยิ้มเยาะแล้วพูดว่า “เมื่อไหร่เจ้าจะใช้หนี้ข้าเสียทีล่ะ ราชาขอทาน?”
เสียงของเขาดังพอที่จะดึงดูดความสนใจของคนรอบข้าง ทำให้ผู้คนพากันหันมามองทันที เพราะในบราวอสการเป็นหนี้ถือเป็นเรื่องน่าอับอายยิ่งนัก และในย่านคนรวยนี้ หลายคนเคยได้ยินเรื่องของ ‘ราชาขอทาน’ เป็นประจำ
“เขาคือราชาขอทานงั้นหรือ?”
“ดูจากเสื้อผ้าแล้วก็เป็นขอทานจริง ๆ นั่นแหละ”
“เฮ้ ดูสิ เขายังพาขอทานตัวน้อยมาด้วยอีก!”
แดเนริสรู้สึกอับอายกับสายตาของฝูงชน เธอจึงซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของวิเซริส แต่เพียงแค่วิเซริสกวาดตามองอย่างเย็นชา เสียงซุบซิบเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เงียบลง
“เอาไปสิ!” วิเซริสพูดพลางหยิบถุงเงินออกมา เสียงเหรียญกระทบกันดังก้องในถุงไหม สร้างเสียงกังวานที่ไพเราะ
คนรับใช้เอื้อมมือมาหยิบมัน แต่วิเซริสกับดึงมือกลับอย่างรวดเร็ว “ไปบอกนายเจ้าว่า ให้นำตั๋วหนี้ของข้าออกมา แล้วเราจะหายกัน”
หลังจากนั้นไม่นานแดงลาร์สปรากฏตัวขึ้น เขาเคยเป็นกะลาสีที่มากประสบการณ์และเสียใบหูข้างหนึ่งจากอุบัติเหตุบนเรือ ทำให้เกิดช่องว่างดำมืดบนแก้มซ้ายของเขา ซึ่งเขาไม่อยากจะเชื่อว่าวิเซริสสามารถหาเงินมาชำระหนี้ได้ ตามแผนของเขาแดเนริสควรจะถูกเฮลโบจับตัวไปขึ้นเรือแล้ว แต่ตอนนี้พี่น้องทั้งสองกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอย่างปลอดภัย
วิเซริสสะพายดาบยาวไว้ที่หลัง ใช้ดวงตาเย็นชาจ้องตรงมายังแดงลาร์ส
‘เด็กคนนี้ . . . เปลี่ยนไปแล้ว’ แดงลาร์สคิดพลางหรี่ตาสีน้ำตาลลง เมื่อก่อนวิเซริสเป็นเพียงวิญญาณที่ใกล้จะแตกสลาย และถูกหลอกให้เป็นหนี้ก้อนโต แต่ตอนนี้เขากลับดูเหมือนดาบที่ถูกชักออกจากฝัก แผ่กลิ่นอายอันเย็นยะเยือก
“นับดูสิ หนึ่งร้อยสามสิบห้าเหรียญทอง” วิเซริสกล่าวก่อนจะโยนถุงเงินให้แดงลาร์ส
แดงลาร์สไม่ได้เสียเวลานับเหรียญ เขาเพียงแค่ชั่งน้ำหนักของถุงในมือ จากนั้นจึงหยิบตั๋วหนี้ของวิเซริสออกมา วิเซริสบีบมันทิ้งเป็นก้อน พร้อมกับมองแดงลาร์สอย่างมีความหมาย “ตอนนี้เราหายกันแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเจ้าต่อไป มันไม่เกี่ยวข้องกับข้า”
ได้ยินเช่นนั้นหัวใจของแดงลาร์สพลันหนักอึ้ง วิเซริสรู้ว่าเขาไม่สามารถแสดงความอ่อนแอได้ เพราะงั้นการข่มขู่เล็กน้อยอาจช่วยซื้อเวลาให้เขาได้มากขึ้น
หลังจากที่พี่น้องเดินจากไป แดงลาร์สหันไปสั่งคนรับใช้ว่า “ไปถามเฮลโบว่ามันกำลังทำบ้าอะไรอยู่!”
ตอนนี้ใบหน้าของแดงลาร์สมืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ใช่เพียงเจ้าของเรือเล็ก ๆ ที่พยายามจับตัวแดเนริสเท่านั้น แต่เขายังเป็น ‘ถุงมือขาว’ ของบุคคลที่ทรงอำนาจกว่านั้นมาก . . .
. . .
“ปลากระพงดำ! ปลากระพงดำสด ๆ จ้า!”
“หัวหอมเพิ่งมาถึงจากแผ่นดินใหญ่!”
หลังจากออกจากบ้านของแดงลาร์สสองพี่น้องก็มุ่งหน้าไปยังตลาด ซึ่งที่นี่แตกต่างจากเขตคนรวย เพราะถนนที่นี่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำและกับดักที่ซ่อนอยู่ พวกเขาเดินผ่านตลาดโดยที่แดเนริสเดินตามวิเซริสราวกับลูกเป็ดที่ตามแม่
บราวอสเป็นเมืองขนาดใหญ่ แบ่งออกเป็นเจ็ดถึงแปดเขตย่อย วิเซริสและแดเนริสอาศัยอยู่ใน ‘เมืองบิทเทอร์เวลล์’ ซึ่งได้ชื่อนี้มาจากคุณภาพของน้ำดื่มที่ไม่ดีแต่ผักราคาถูก อาหารหลักของชาวบราวอสทั่วไปคือปลา ส่วนผักถือเป็นของหายาก
วิเซริสเคยหลีกเลี่ยงสถานที่อย่างตลาดแห่งนี้มาก่อน แต่ตอนนี้สถานที่ที่ไร้ซึ่งอารยธรรมอุตสาหกรรมกลับรู้สึกแปลกใหม่สำหรับเขา แม้ว่าเขาจะเคยเป็นสามัญชนที่มักขอเงินคนอื่นบ่อยครั้ง แต่เป้าหมายส่วนใหญ่ของเขามักเป็นชนชั้นสูงในบราวอส ในหมู่ชาวบ้านทั่วไปเขาไม่เป็นที่รู้จักมากนัก นอกจากนี้แม้ว่าในบราวอสจะมีผู้สืบสายเลือดวาเลเรียนอยู่บ้าง แต่ผมสีขาวและดวงตาสีม่วงก็ยังคงหายากและไม่ได้น่าตื่นเต้นนัก
อย่างไรก็ตามใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็ยังเป็นข้อได้เปรียบอยู่บ้าง
“พี่สาว ปลาตัวนี้ราคาเท่าไหร่?” วิเซริสถามพร้อมเผยให้เห็นรอยยิ้มอันหล่อเหลาของเขา
แม่ค้าหญิงในเสื้อกั๊กสีเขียวเข้มหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย “อ่า . . . ห้า เอ้ย สามเหรียญเหล็กต่อตัวจ้ะ”
สามเหรียญ ถือว่าราคาไม่แพงนัก “โอเค งั้นช่วยเลือกให้ข้าสักสองสามตัวนะขอรับ”
“ได้เลยจ้า~” เสียงของแม่ค้าฟังดูอ่อนโยนจนเกือบกระซิบ
ไม่รู้ทำไมปลาวันนี้ถึงได้ลื่นเป็นพิเศษ แม่ค้าดูท่าทีตื่น ๆ เล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคัดเลือกปลาทะเลที่อ้วนที่สุดให้กับวิเซริส โดยขณะที่ส่งปลาให้แดเนริสเธอก็แอบใส่หอยนางรมเพิ่มไปอีกสองสามตัว
เมื่อพี่น้องเดินจากไปหญิงสาวก็รู้สึกเสียดายอย่างน่าประหลาดใจ จนไม่ได้ยินเสียงลูกค้าที่เรียกเธอเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้ เจ๊! ยังขายอยู่ไหมเนี่ย?”
เสียงบ่นดังขึ้นดึงเธอกลับมาสู่ความจริงอีกครั้ง ก่อนที่ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที “จะเอาอะไรก็เลือกไปสิ!”
หลังจากออกจากตลาด วิเซริสก็ซื้อมีดสั้นเพิ่มอีกสองเล่ม ด้วยอาวุธนี้พลังในการต่อสู้ระยะประชิดของเขาจะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ นอกจากนี้เขายังคาดการณ์ว่าครั้งหน้าคงต้องการอุปกรณ์เพิ่มเติม จึงหาซื้อเชือกยืดหยุ่นจากตลาดและวางแผนที่จะทำหน้าไม้สองอันอย่างง่าย ๆ
หลังจากนั้นเขาก็ซื้อชุดกระโปรงผ้าลินินให้แดเนริสอีกด้วย แม้ว่าวัสดุและสีจะไม่ดีเท่าชุดสีฟ้าของเธอ แต่ก็ดูสะอาดและเหมาะสม แถมแดเนริสยังชอบมันมาก
ในขณะที่สองพี่น้องกำลังจะออกจากตลาด จู่ ๆ มันก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นรอบตลาดอย่างกะทันหัน
“มีการดวลกันระหว่างนักดาบสองคนที่จัตุรัส!” เด็กชายในเสื้อแขนยาวสีเหลืองตะโกนขณะวิ่งผ่าน ดึงดูดความสนใจของผู้คน
ทันใดนั้นหลายคนก็หยุดกิจกรรมที่ทำอยู่ การสนทนาหยุดลง คนเดินเล่นก็หยุดยืนแม้แต่คู่รักหนุ่มสาวก็หันมาสนใจ
“ไปกัน รอฉันด้วย”
“รีบไปเร็ว! ครั้งนี้เป็นเคลส์ นักดาบภายใต้เลดี้ลิดา! เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระบำแห่งสายน้ำ!”
‘ระบำแห่งสายน้ำ! นั่นมันทักษะที่โด่งดังของสาวหมาป่าตัวน้อยอาร์ย่า ของตระกูลสตาร์คไม่ใช่เหรอ?’
ด้วยความสนใจวิเซริสจึงตัดสินใจพาแดเนริสไปดูการดวลครั้งนี้
โปรดติดตามตอนต่อไป …