- หน้าแรก
- ผมเป็นหลานชายของฟิล โคลสัน
- เจ้าหน้าที่หมายเลข 176
เจ้าหน้าที่หมายเลข 176
เจ้าหน้าที่หมายเลข 176
ตอนที่ 176
พี่เลี้ยงเด็ก!
แม้ว่า "กำลังใจ" ของเพียร์ซจะทำให้ลีออนดูไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ อย่างไรก็ตามในสายตาของโคลสันที่อยู่ข้าง ๆ ลีออนนั้นการที่อดีตผู้อำนวยการชีลด์คนปัจจุบันมาชมลีออนแบบนี้เขากับมองว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมาก
โคลสันกระแทกข้อศอกใส่ลีออนเบา ๆ ทำให้ลีออนยิ้มขึ้นมาอย่างงุนงง ก่อนที่จะได้ยินโคลสันพูดขึ้นมาว่า "ลีออน ตอนนี้ทั้งผู้อำนวยการฟิวรี่และท่านเพียร์ซต่างก็คาดหวังในตัวของเธอสูงมาก ดังนั้นเธอต้องทุ่มเททำงานหนักเข้านะ!"
"เอ่อ . . . ผมจะพยายามแล้วกัน" ลีออนตอบอ้อมแอ้ม
อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าตอนนี้โคลสันจะถูกดึงดูดความสนใจจากก้อนน้ำแข็งของกัปตันอเมริกาอีกครั้ง และยืนอยู่หน้าห้องทดลองมองเข้าไปข้างใน ก่อนที่ทันใดนั้นโคลสันจะมีความรู้สึกว่าระยะห่างระหว่างเขากับไอดอลมันช่างไกลซะเหลือเกิน ทำให้โคลสันพูดขึ้นมาว่า "เราเข้าไปดูข้างในกันไหม?"
"เอ๊ะ?!"
ก่อนที่ลีออนจะตอบ โคลสันที่กระตือรือร้นก็ดึงร่างของลีออนไปอย่างรวดเร็ว เปิดประตูอัตโนมัติของห้องทดลอง และเดินเข้าไปด้านใน
เมื่อก้าวเข้าไปในห้องทดลองลีออนก็รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่เย็นกว่าอุณหภูมิปกติจากภายนอกมาก ลีออนเหลือบมองสตีฟ โรเจอร์สในก้อนน้ำแข็งและเดาว่านี่อาจจะเป็นกลไกการปกป้องกัปตันอเมริกาที่หลับใหลอยู่โดยไม่ใช้วิธีการละลายน้ำแข็งทั้งหมดในคราวเดียว
ในขณะเดียวกันถ้าดูจากข้อมูลที่แสดงบนอุปกรณ์ทดสอบต่าง ๆ ลีออนก็พบว่าชายผมบลอนด์ที่กำลังนอนหลับอยู่นั้นมีสัญญาณชีพเหมือนกับชายหนุ่มทั่วไป มีเพียงแค่อัตราการเต้นของหัวใจของเขาที่ค่อนข้างช้า . . .
ในขณะเดียวกันโคลสันก็เดินเข้าไปใกล้ ๆ ก้อนน้ำแข็งจ้องมองสตีฟ โรเจอร์สอย่างใกล้ชิด ส่วนลีออนนั้นก็เดินไปหาผู้รับผิดชอบที่นี่ถามกับเขาว่า "กัปตัน . . . เขาเป็นอย่างไรบ้าง?"
"สุขภาพของเขาดีมาก! และสัญญาณชีพของเขาสูงกว่าคนปกติทั่วไปมาก ซึ่งมันเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อเลยว่าหลังจากที่เขาถูกแช่แข็งเป็นเวลาเจ็ดสิบปี เขาจะยังคง . . ."
นักวิทยาศาสตร์ที่สวมชุดกาวน์สีขาวและแว่นตา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อพูดถึงกัปตันอเมริกา ทำให้ลีออนที่เห็นเช่นนั้นก็กัดริมฝีปากเล็กน้อย และบ่นในใจว่า ‘เจอพวกคลั่งวิทยาศาสตร์อีกคนแล้ว . . .’
ลีออนรีบลบความคิดที่ไร้ประโยชน์ทิ้ง และพูดขัดจังหวะด้วยการถามขึ้นมาเสียงดังว่า "แล้วใช้เวลานานแค่ไหนกว่าน้ำแข็งจะละลายทั้งหมด?"
"ด้วยอัตราการละลายในปัจจุบัน ก้อนน้ำแข็งจะละลายทั้งหมดจะต้องใช้เวลาประมาณสองวัน . . ."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ลีออนก็เงียบไป
สองวัน?
กล่าวอีกนัยหนึ่งสองวันต่อมาทหารผ่านศึกในตำนานคนนี้จะลืมตาตื่นขึ้นหลังจากผ่านมาเจ็ดสิบปี และได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกใหม่ที่ไม่รู้จักอีกครั้ง?
ทันใดนั้นลีออนก็อยากรู้มากว่ากัปตันอเมริกาจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเขาตื่นขึ้นมาและมองดูโลกตรงหน้าที่ไม่ใช่สิ่งที่เขารู้จักอีกต่อไป
บางทีคำว่า "ความรู้สึกผสมปนเป" อาจเหมาะสมที่สุดสำหรับเขาในเวลานั้น
ซึ่งจริง ๆ แล้วสถานการณ์ของลีออนนั้นค่อนข้างคล้ายกับกัปตันอเมริก . . .
คนหนึ่งคือผู้มาเยือนจากอีกโลกหนึ่ง เดินทางผ่านกาลเวลาและอวกาศเพื่อมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ส่วนอีกคนเป็นชายชราที่หลับใหลมาหลายปีและตื่นขึ้นมกในยุคปัจจุบัน
ทั้งคู่ตื่นขึ้นและลืมตาขึ้นพร้อมกับทุกสิ่งที่พวกเขาคุ้นเคยก่อนหน้านั้นที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่
ซึ่งเมื่อเทียบกับกัปตันอเมริกาแล้ว ลีออนที่เป็นผู้เดินทางข้ามมาอีกโลกย่อมสามารถปรับตัวและยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ได้รวดเร็วกว่า
ใครบอกให้เขาดูหนังมาร์เวลมาหลายปีกันล่ะ . . .
. . . . . .
สองวันผ่านไปในพริบตา
ในขณะที่ลีออนนอนอยู่บนโซฟาที่บ้าน และกำลังลังเลว่าจะไปดูฉากอเมริกันลืมตาตื่นขึ้นมาดีหรือไม่ แขกที่ไม่คาดคิดก็ได้มาที่เคาะประตูอพาร์ทเมนต์ของเขา!
"มาแล้ว!"
ลีออนที่สวมชุดนอนลายสก๊อตสีน้ำเงินเดินไปเปิดประตูด้วยท่าทางสบาย ๆ ซึ่งคนที่ยืนอยู่หน้าประตูอพาร์ตเมนต์ของเขาก็คือ นิก ฟิวรี่ หัวใหญ่ตาเดียวผิวดำของเขา!
ลีออนอึ้งไปครู่หนึ่งเหม่อมองฟิวรี่ที่ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูด้วยความงุนงง และถามว่า "สวัสดีครับท่าน ท่านมาทำอะไรที่หรอครับ . . . ?"
ฟิวรี่จ้องมองชุดของลีออนด้วยตาข้างเดียวพร้อมกับยิ้มมุมปาก และพูดขึ้นมาอย่างมาดเท่ห์ว่า "เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วตามฉันมา!"
เมื่อเห็นหัวหน้าใหญ่มาเยือนที่ประตูบ้านของเขาด้วยตัวเอง ลีออนก็ไม่กล้าละเลยและรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนเปลี่ยนเป็นชุดสูทสีดำอย่างรวดเร็ว
ฟิวรี่รอจนกระทั่งลีออนเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ และเมื่อเห็นลีออนที่สวมชุดสูทและรองเท้าหนังเดินออกมาจากห้องนอนฟิวรี่ก็พยักหน้าอย่างพอใจเล็กน้อย ก่อนที่จะพากันเดินออกมาจากอพาร์ตเมนต์
เมื่อเดินลงมาชั้นล่างลีออนก็รู้สึกประหลาดใจที่พบว่าหน้าอพาร์ทเมนต์ของเขามีรถเชฟโรเลตซับเออร์บันสีดำห้าคันจอดเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบจอดอยู่!
ฟิวรี่ไม่ได้อธิบายอะไรมากนัก หลังจากเจ้าหน้าที่เปิดประตูรถลีออนก็เดินขึ้นรถคันกลางตามหลังของฟิวรี่ไป
ทันใดนั้นเสียงเครื่องยนต์ก็ดังก้องพร้อมกับรถเชฟโรเลตซับเออร์บันสีดำหลายคันเรียงรายเป็นขบวนยาวมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง
ในขณะเดียวกันบรรยากาศภายในรถนั้นเงียบสงัดมาก ต่างกับเสียงภายนอกที่ดังลอดผ่านกระจกรถมาอย่างสิ้นเชิง
ลีออนนั่งอยู่ข้างฟิวรี่โดยไม่พูดอะไรและรอให้ฟิวรี่เป็นคนพูดเปิดขึ้นมาก่อน
เมื่อรถมาถึงสี่แยกไฟแดง ทันใดนั้นฟิวรี่ก็พูดขึ้นมาอย่างกะทันหันว่า "เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ฉันได้รับข่าวจากสาขานิวยอร์กว่า กัปตันกำลังลืมตาตื่นขึ้น . . ."
ลีออนขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะคำพูดนี้มันฟังดูแล้วเหมือนจะมีความแฝงอะไรบางอย่างอยู่
ซึ่งมันก็เป็นตามที่ลีออนคาดเอาไว้!
เพราะคำพูดต่อมาของฟิวรี่มันทำให้หัวใจของลีออนเต้นรัว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ
"ความแตกต่างของเจ็ดสิบปีก่อนกับปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปรับตัวได้ทัน ถึงแม้ว่าชายคนนั้นจะเป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ตาม . . ." ฟิวรี่หยุดพูดชั่วครู่ราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีฟิวรี่ก็พูดขึ้นมาต่อว่า "ดังนั้นเพื่อให้เขาปรับตัวเข้ากับโลกสมัยใหม่ได้ทันที จะต้องมีคนที่คอยแนะนำเขาอยู่ข้าง ๆ"
นี่เป็นงานที่ดูเหมือนจะง่าย แต่แท้จริงแล้วมันซับซ้อนมาก!
ลีออนเคยสัมผัสกับความรู้สึกของการเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับคนอื่นมาก่อน
ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย . . .
หลังจากก้มหน้าลงไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ลีออนก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือเห็นด้วยทันที แต่กลับถามขึ้นมาว่า "ทำไมต้องเป็นผม?"
"ผมคิดว่าคุณโคลสันน่าจะเหมาะกับงานนี้มากกว่า ตราบใดที่เป็นเรื่องของกัปตันอเมริกา เขาจะมีความสุขมากและเต็มใจที่จะทำทุกอย่างเพื่อกัปตันอเมริกา . . ."
ไม่ใช่ว่าความรักของโคลสันที่มีต่อกัปตันอเมริกาจะไม่ดี . . .
ท้ายที่สุดทุกคนก็มีไอดอลและแบบอย่างของตัวเอง!
เพียงแต่ว่าตามความเข้าใจของลีออนที่มีต่อโคลสัน ถ้าหากโคลสันรู้ว่าเขาได้รับภารกิจนี้ โคลสันคงอิจฉาเขามากอย่างแน่นอน และโคลสันคงมาถามเรื่องของกัปตันอเมริกากับเขาทั้งวันจนไม่มีเวลาทำงานทำการ
"มันก็เป็นอย่างที่นายพูด ความรู้สึกของเขาที่มีต่อกัปตันนั้นมันคลั่งไคล้มากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่เหมาะกับภารกิจนี้"
"ซึ่งถ้าเทียบกับนายที่มีใบหน้าเด็กพอ ๆ กับกัปตัน การสื่อสารกับเขามันจะง่ายกว่ามาก . . ."
เมื่อได้ยินเช่นนี้ลีออนก็อยากจะพูดอะไรบางอย่างขึ้นมา แต่เขาก็ถูกขัดจังหวะขึ้นมาด้วยเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังกึกก้อง
[ติ๊ง!]
โปรดติดตามตอนต่อไป …