เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เจ้าหน้าที่หมายเลข 140

เจ้าหน้าที่หมายเลข 140

เจ้าหน้าที่หมายเลข 140


ตอนที่ 140

ทำทุวิถีทางเพื่อความอยู่รอด!

นิวยอร์ก ควีนส์

บนถนนที่มีผับบาร์ที่มีชื่อเสียงมากมายและบรรยากาศคึกครื้นทำให้ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมารู้สึกเมามายโดยไม่ต้องดื่ม โดยบนถนนเส้นนี้มีบาร์แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า ‘ลิเลียน’ ที่เงียบเหงากว่าบาร์แห่งอื่น ๆ มาก

ภายในบาร์แห่งนี้กำลังมีวงดนตรีแจ๊สเล่นอยู่บนเวทีอย่างไพเราะควบคู่ไปกับเอฟเฟกต์แสงสลัวทำให้ผู้คนตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา

ในฐานะลูกค้าประจำของที่นี่เขามักจะมาดื่มคนเดียวเสมอ ซึ่งโดยปกติแล้วเขาจะสั่งโมฮิโตหนึ่งแก้วและนั่งเงียบ ๆ ที่มุมหนึ่ง

เมื่อมองดูสีหน้าที่เย็นชาของลีออนในตอนนี้ดูเหมือนว่าเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ . . .

[ภารกิจ : สงครามมหาประลัยคนเกราะเหล็ก]

[สถานะ : เสร็จสมบูรณ์ (80%/100%)]

[รางวัลภารกิจ : ค่าประสบการณ์ 15,000 แต้ม]

เมื่อมองดูอัตราความสำเร็จของภารกิจ 80% ที่แสดงอยู่บนหน้าต่างภารกิจ ลีออนก็สงสัยเล็กน้อยว่าถ้าหากเขาจัดการแผนการของไอแวนก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าโจมตีงานเอ็กซ์โปมันจะทำให้ภารกิจนี้ของเขาสำเร็จ 100% หรือไม่?

แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นเพียงแค่สมมุติฐานเท่านั้น!

ถ้าหากเขาบุกเข้าไปที่แฮมเมอร์ อินดัสตรีส์โดยไม่มีหลักฐานอะไรเลยเพื่อไปจับกุมตัวของไอแวน เขาจะต้องถูกพาตัวขึ้นศาลด้วยทนายความของจัสติน แฮมเมอร์อย่างแน่นอน

การลงมือคนเดียวมันมีตัวแปรมากมายที่จะต้องคิดวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ในขณะเดียวกันมันก็ไม่ใช่เพราะว่าลีออนไม่ต้องการใช้วิธีที่ดีที่สุดในการทำภารกิจให้สำเร็จและได้รับค่าประสบการณ์มากมาย

เพราะนอกเหนือจากการทำภารกิจแล้วเขาจะต้องคิดหาวิธีทำให้มันเกิดประโยชน์ต่อตัวเขาสูงสุดด้วย!

ในฐานะที่เขาเป็นคนที่รู้ว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินไปแบบไหน ดังนั้นเขาจะทิ้งความได้เปรียบของตัวเองไปทำไม? เพื่อไปทำในสิ่งที่ตัวเองไม่มั่นใจอย่างนั้นหรอ?

นอกจากนี้ลีออนยังคิดว่าการที่จะเขาจะต้องเสียค่าประสบการณ์ไปเล็กน้อยเพื่อแลกกับมิตรภาพอันดีจากโทนี่และเปปเปอร์ในครั้งนี้มันคุ้มค่ามาก!

ซึ่งหลังจากที่ภารกิจนี้เสร็จสิ้นมันก็ทำให้ลีออนมีค่าประสบการณ์สะสมจนเกือบจะเรียนรู้ [พลังแห่งธอร์] ได้แล้ว

หกหมื่นห้าพันแต้มประสบการณ์ ตอนนี้มันกำลังอยู่ห่างจากหนึ่งแสนไม่ไกลแล้ว . . .

"ไงลีออน!"

ในขณะที่ลีออนกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเองทันใดนั้นมันก็มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นมาขัดจังหวะความคิดของเขา

เมื่อลีออนเงยหน้าขึ้นเขาก็เห็นหน้าตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ทำให้ลีออนอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า "ไงนาตาชา!"

ผมสีแดง ใบหน้าที่งดงาม และชุดเดรสสีเบจทำให้นาตาชากลายเป็นจุดสนใจของผู้ชายทุกคนในบาร์ทันที

นาตาชาดึงเก้าอี้ออกและนั่งลงตรงข้ามกับลีออน

"โทษที นายรอนานไหม?"

ลีออนส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม "ไม่ ฉันก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน . . . "

หลังจากนาตาชานั่งลงเธอก็หันไปมองรอบ ๆ เพื่อสังเกตสภาพแวดล้อมของบาร์เล็กน้อย "ที่นี่ดีใช้ได้เลย นายไปเจอมันได้ยังไงเนี้ย?"

"ฉันมักจะมาที่นี่บ่อย ๆ เวลาอยากอยู่คนเดียว"

นาตาชาเหลือบมองวงดนตรีแจ๊สที่กำลังเล่นอยู่บนเวที และถามขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า "ฉันคิดว่านายชอบ EMD[1] มากกว่านะ . . . "

"ไม่ ๆ ถึงแม้ว่าเพลงจะมีหลายประเภท แต่ฉันไม่ค่อยชอบเพลงแบบนั้นสักเท่าไหร่" ลีออนส่ายนิ้วและอธิบายขึ้นมาว่า "เธอไม่คิดว่าดนตรีแจ๊สมันแสดงถึงความเงียบสงบที่ตัดขาดจากโลกภายนอกบ้างหรอ?"

นาตาชาพยักหน้าเล็กน้อยขณะมองไปที่ลีออน "น่าจะนะ . . . "

ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างลีออนและนาตาชาอาจจะกล่าวได้ว่ามันค่อนข้างละเอียดอ่อนมาก ตราบใดที่มีคนใดคนหนึ่งก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า ‘เฟรนโซน’ ไปความสัมพันธ์ของพวกเขาจะก้าวข้ามไปอีกระดับทันที

อย่างไรก็ตามพวกเขาทั้งคู่กับเลือกที่จะหยุดความสัมพันธ์เอาไว้ที่ ‘เฟรนโซน’ แบบนี้

บางทีในใจของพวกเขาอาจจะไม่เต็มใจที่จะทำลายความสัมพันธ์ที่สนิทสนมแบบนี้ไป . . .

"เชียร์!!"

ค็อกเทลสีใสสองแก้วชนกันเล็กน้อย หลังจากดื่มค็อกเทลในแก้วจนหมด ลีออนก็มองนาตาชาผ่านแสงสลัว ๆ และถามขึ้นมาว่า "ภารกิจของโทนี่ สตาร์คเสร็จหรือยัง?"

นาตาชาขมวดคิ้วเล็กน้อย "นายรู้จริง ๆ ด้วยสินะ"

"แน่นอน! ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าภารกิจของเธอคืออะไร แต่ฉันก็พอเดาได้แล้วตอนที่เห็นเธอยืนอยู่กับเปปเปอร์ที่งานตอนนั้น"

"เป็นไงการเป็นผู้ช่วยส่วนตัวสนุกไหม?"

"ก็พอใช้ได้ อย่างน้อยเงินเดือนก็สูงกว่าชีลด์มาก . . . "

ลีออนไม่คิดว่านาตาชาจะพูดขึ้นแบบนี้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้สึกเห็นด้วยเล็กน้อย "ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"

นาตาชาผู้ที่ทรยศมาจากองค์กรอื่นไม่ได้ร่ำรวยเหมือนกับ ‘เศรษฐีรุ่นสอง’ เหมือนลีออน

ถ้าหากไม่ใช่เพราะว่าชีลด์ให้เงินเดือนกับเธอ นาตาชาก็คงไม่มีเงินแม้แต่จะจ่ายค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ในนิวยอร์กด้วยซ้ำ

ในฐานะเครื่องจักรสังหารของห้องแดง ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นห้องแดงจะจัดเตรียมเอาไว้ให้เธอเสมอ ดังนั้นนาตาชาจะไปมีความคิดที่จะเก็บเงินเอาไว้ใช้เองได้อย่างไร จนกระทั่งเธอออกมาจากห้องแดงและมาที่ประเทศแห่งใหม่ และองค์กรแห่งใหม่ก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเธอให้มีชีวิตอิสระมากยิ่งขึ้น . . .

เมื่อมองไปที่นาตาชาที่ดูมีพลังและกระฉับกระเฉงมากเป็นพิเศษ ลีออนก็พูดขึ้นมาว่า "นาตาชา ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะต่างจากที่พบตอนแรกแบบเทียบไม่ติดเลย . . . "

"จริงหรอ?" นาตาชากระตุกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย "ฉันไม่คิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องมาปวดหัวกับเรื่องเงินเดือน"

ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างเงียบสงบ ลีออนในตอนนี้กำลังสนใจการแสดงออกของนาตาชาที่เปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน นาตาชาในตอนนี้ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นและมีความสุขมากกว่าตอนที่เธอมานิวยอร์กเป็นครั้งแรกมาก

ซึ่งสิ่งนี้มันก็ยิ่งย้ำเตือนลีออนว่าการตัดสินใจพาเธอกลับมาที่นิวยอร์กในครั้งนั้นของเขามันถูกต้องที่สุดแล้ว!

ยิ่งคุณอยู่ในโลกมาร์เวลนานเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งผูกพันกับผู้คนมากคนเท่านั้น

ถึงแม้ว่าในบางครั้งเขาจะนอนพลิกตัวไปมาบนเตียงเนื่องจากนอนไม่หลบและถามตัวเองเสมอว่า ‘ถ้าหากเขาสามารถกลับสู่โลกเดิมได้ เขาจะยอมกลับไปที่โลกใบนั้นโดยไม่หันหลังกลับมามองได้หรือไม่?’

ซึ่งตอนนี้คำตอบของเขามันค่อย ๆ เปลี่ยนจาก ‘ใช่’ เป็น ‘ไม่’ อย่างช้า ๆ . . .

เขารู้สึกว่าการที่เขาข้ามมายังโลกมาร์เวลแห่งนี้มันอาจจะเป็นเรื่องของโชคชะตา โชคชะตาที่ต้องการทำให้เขาเห็นถึงวิถีชีวิตที่แตกต่างออกไป!

การใช้ชีวิตในโลกนี้หรือโลกใบเดิมมีเป้าหมายสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ . . .

ทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอด!

โปรดติดตามตอนต่อไป …

[1] EMD หมายถึง แนวดนตรีประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาก โดยจะใช้เครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีเป็นหลัก (เพลงตี๊ด)

จบบทที่ เจ้าหน้าที่หมายเลข 140

คัดลอกลิงก์แล้ว