- หน้าแรก
- ผมเป็นหลานชายของฟิล โคลสัน
- เจ้าหน้าที่หมายเลข 124
เจ้าหน้าที่หมายเลข 124
เจ้าหน้าที่หมายเลข 124
ตอนที่ 124
ใครมีกำปั้นใหญ่กว่าก็มีสิทธิ์พูด!
ตอนนี้เมืองบริดจ์ทาวน์ทั้งหมดได้ถูกปิดกันโดยบุคลากรจากแผนกโลจิสติกส์ของชีลด์ นักวิทยาศาสตร์สวมชุดป้องกันสีขาวถือกล่องเครื่องมือสำหรับการวิจัย เจ้าหน้าที่ในชุดสูทสีดำที่มีร่างกายกำยำแข็งแกร่งสามารถพบเห็นได้ทั่วทุกที่ ขณะเดียวกันตอนนี้ชาวเมืองทั้งหมดได้ถูกอพยพไปยังเมืองข้าง ๆ เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้นการฟื้นฟูหลังสงครามของชีลด์ที่ไม่ต้องการให้โลกภายนอกรับรู้เรื่องนี้ดำเนินการไปอย่างราบรื่นมาก
ซึ่งเหตุการณ์ที่นิวเม็กซิโกในครั้งนี้ก็ทำให้ชีลด์ได้รู้ซึ้งถึงความอ่อนแอของตัวเองเช่นกัน ตอนที่เดสทรอยเยอร์โจมตี ถึงแม้ว่าจะมีตัวแปรอย่างลีออนมันก็ยังแทบจะไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี
การมาถึงล่าช้าของกองทัพเจ้าหน้าที่ชั้นยอด และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่ได้มีบทบาทอะไรเลยในการต่อสู้ครั้งนี้ และกว่าพวกเขาจะมาถึงการต่อสู้มันก็ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว
สิ่งนี้ทำให้ลีออนอดบ่นในใจไม่ได้ว่าชีลด์มันดูเหมือนกับหนังฮ่องกงสมัยก่อนไม่มีผิด กว่ากำลังเสริมจะมาถึงตัวเอกก็ได้จัดการบอสตัวสุดท้ายไปเรียบร้อยแล้ว
แน่นอนว่าเรื่องนี้ลีออนก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน เพราะใครบอกให้ชีลด์ที่เป็นหน่วยข่าวกรองระดับโลกถูกไฮดราแทรกซึมได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นไม่ว่าจะออกปฏิบัติการอะไรทุกอย่างมันก็ช้าไปหมด . . .
ทำให้ตอนนี้ลีออนเริ่มเข้าใจแล้วทำไมทีมอเวนเจอร์สถึงไม่ได้ถูกควบคุมโดยชีลด์ และฟิวรี่ที่คอยชักใยเบื้องหลังเพื่อจัดระเบียบอยู่เสมอ เพราะการที่จะจัดการกับศัตรูอย่างมนุษย์ต่างดาวที่ทรงพลัง โลกก็จะต้องมีทีมฉุกเฉินที่สามารถขับไล่พวกมันไปได้และสามารถมาถึงสนามรบได้อย่างรวดเร็ว
นี่มันไม่ใช่การทำเพื่อชีลด์ แต่เป็นการทำเพื่อช่วยเหลือคนทั้งโลก!
ดังนั้นอเวนเจอร์สจึงเรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของทุกคน ในขณะภัยคุกคามจากนอกโลกที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ตามลีออนก็มีความรู้สึกว่าสาเหตุอเวนเจอร์สไม่ค่อยเชื่อฟังคำสั่งของฟิวรี่ส่วนใหญ่เป็นเพราะฟิวรี่ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ!
พูดตามตรงฟิวรี่เป็นเพียงแค่คนธรรมดา และเป็นผู้อำนวยการของหน่วยข่าวกรองระดับโลก แต่ถึงแม้ว่าหน่วยข่าวกรองนี้จะมีขนาดใหญ่จนหน้าตกใจ . . .
แต่เขาก็ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสามารถสั่งคนเย่อหยิ่งที่มีเงินหลายแสนล้าน สัญลักษณ์แห่งสันติภาพ นักวิทยาศาสตร์ที่สามารถกลายร่างเป็นยักษ์เขียวตอนที่โกรธได้ตลอดเวลา ด้วยคำพูดอย่างคนธรรมดาของเขาได้เลย
นี่เป็นความจริงที่เกิดขึ้น!
นอกจากนี้แม้แต่เจ้าหน้าที่ของชีลด์สองคนอย่าง แบล็ควิโดว์ และฮอว์กอาย ก็ค่อย ๆ หลุดจากการควบคุมของฟิวรี่หลังจากที่อเวนเจอร์สถูกก่อตั้งขึ้น ด้วยเหตุนี้หลังจากวิเคราะห์เหตุและผลทั้งหมดสาเหตุหลักก็คือความสามารถของฟิวรี่ที่ไม่สามารถขึ้นเป็นผู้นำทีมได้และทำให้ทีมนี้ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง
แต่สิ่งที่ฟิวรี่ทำไม่ได้มันไม่ได้หมายความว่าลีออนจะทำไม่ได้เหมือนเขา!
ท้ายที่สุดแล้วความแข็งแกร่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาก็คือ ‘ระบบ’ ที่อยู่ภายในร่างกาย!
ความแข็งแกร่งของเขาสามาถเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง . . .
หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่นิวเม็กซิโกในครั้งนี้ไปทำให้ลีออนสามารถยกค่าความชอบของธอร์ให้กลายเป็น ‘สนใจ’ ได้เรียบร้อย และมันยังตรงตามข้อกำหนดของระบบที่เขาจะสามารถเรียนทักษะของธอร์ ‘เทพเจ้าแห่งสายฟ้า’ ได้แล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือตราบใดที่เขามีค่าประสบการณ์เพียงพอ เขาก็สามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งในระดับเดียวกับธอร์ได้ภายในชั่วข้ามคืน!
ถ้าหากเขามีความแข็งแกร่งนี้ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถเอาชนะฟิวรี่ได้ในเรื่องของอำนาจ แต่ฟิวรี่ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เช่นกัน เนื่องจากความแข็งแกร่งของเขา!
ดังนั้นการที่จะกลายเป็นหนึ่งในแกนหลักของอเวนเจอร์สจึงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป ความเป็นจริงมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ . . . ใครมีกำปั้นใหญ่กว่าก็มีสิทธิ์พูด!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกมาร์เวลแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยอาวุธไฮเทคและเทพเจ้าที่บินอยู่บนท้องฟ้า . . .
. . .
"ใช่ครับ ค้อนอันนั้น . . . "
"ครับท่าน ตัวตนของเขาค่อนข้างซับซ้อน เดี๋ยวผมจะกลับไปอธิบายให้ท่านฟังด้วยตัวเอง . . . "
"ใช่ครับ ลีออนจะกลับไปพร้อมกับผมด้วย . . ."
เมื่อมองไปที่โคลสันที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จและเดินมายืนข้าง ๆ เขา ลีออนก็โบกมือให้หมอที่กำลังทำแผลอยู่ข้าง ๆ ออกไปก่อน
"เป็นไงบ้างครับ? ผู้อำนวยการฟิวรี่พูดอะไรบ้าง?"
โคลสันนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ ลีออนและไม่ได้ตอบคำถามของลีออนขึ้นมาทันที แต่เงยหน้าขึ้นและถามขึ้นมาว่า "อาการบาดเจ็บของเธอเป็นยังไงบ้าง?"
"ไม่เป็นอะไรแล้วครับ พวกนี้มันก็แค่แผลถลอกเล็กน้อย และหมอก็ทำแผลให้ผมหมดแล้ว"
การโจมตีของเดสทรอยเยอร์นั้นทรงพลังมาก ถ้าหากเป็นคนธรรมดาคงถูกมันฆ่าตายด้วยการโบกแขนเพียงครั้งเดียว โชคดีที่เขามีทักษะผิวหนังคงกระพัน และอาการบาดเจ็บมันก็ไม่ได้รุนแรงมากนักเนื่องจากเขาใช้ดาบถังรับแรงกระแทกเอาไว้ส่วนหนึ่ง ทำให้หลังจากผ่านไปประมาณสองชั่วโมงอาการบาดเจ็บภายในของลีออนก็ค่อย ๆ จางหายไปเหลือเพียงแค่รอยฟกช้ำตามแขนขาที่ทำให้เขายิ้มขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดตอนทายาฆ่าเชื้อ
หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ลีออนรู้สึกว่าเรื่องชุดต่อสู้เขาจะต้องคิดเกี่ยวกับมันจริงแล้ว ท้ายที่สุดแล้วตอนนี้เขาก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ปลายแถวอีกต่อไป แต่เป็นเจ้าหน้าที่มีความแข็งแกร่งเป็นอันดับต้น ๆ ของชีลด์ ดังนั้นการใส่แต่ชุดลำลองและชุดสูทธรรมดามันแทบจะไม่ช่วยป้องกันอะไรเขาได้เลย!
"ลีออน!"
โคลสันเอามือตีแขนของลีออนเพื่อปลุกหลานชายของตัวเองให้ตื่นขึ้นมาจากภวังค์ด้วยสีหน้าทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
"เธอกำลังฟังที่ลุงพูดอยู่ใช่ไหม?"
ลีออนเกาหัวอย่างเขินอายเล็กน้ยอ "เอ่อ . . . ขอโทษครับ ผมคิดอะไรเพลินไปหน่อย เมื่อกี้ลุงพูดว่าอะไรนะ?"
โคลสันกลอกตามองหลายชายของตัวเองเล็กน้อย และพูดซ้ำสิ่งที่เพิ่งพูดไปก่อนหน้านี้ขึ้นมาว่า "ฉันบอกว่า ผู้อำนวยการฟิวรี่สั่งให้เจ้าหน้าที่ซิทเวลล์อยู่ที่นี่และทำความสะอาดเมืองให้เรียบร้อย ส่วนฉันและเธอจะต้องนั่งควินเจ็ทกลับไปที่วอชิงตันเพื่อรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นกับเขา"
เมื่อมองไปที่ซิทเวลล์ที่กำลังสั่งให้เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ยกร่างของเดสทรอยเยอร์ขึ้นรถจากระยะไกล ลีออนก็พยักหน้าเล็กน้อยและพูดว่า "โอเคครับ แล้วเราจะออกเดินทางเมื่อไหร่?"
"ตอนนี้!"
. . .
ระดับความสูง 10,000 เมตรเครื่องบินควินเจ็ทกำลังมุ่งหน้าไปยังทางตะวันออกอย่างรวดเร็ว โดยบนเครื่องบินมีลุงและหลานชายอย่างโคลสันและลีออนกำลังพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อยู่ . . .
"เธอรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าธอร์เป็น . . . มนุษย์ต่างดาว?"
โคลสันเก็บคำถามนี้เอาไว้ในใจตั้งนานแล้ว ดังนั้นเขาจึงรอจนกว่าจะอยู่กันสองคนถึงกล้าถามกับลีออนขึ้นมา
"อะแฮ่ม . . . ถ้าจะพูดให้ถูกอันที่จริงแล้วเขาเป็นเทพเจ้าแห่งสาย ธอร์ ในตำนานนอร์ส"
โคลสันไม่สนใจท่าทีที่ต้องการเปลี่ยนเรื่องของลีออน และถามขึ้นมาต่อว่า "โอเค งั้นเธอช่วยบอกฉันที่ว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าเขาคือธอร์?"
"ฉันจำได้ว่าตอนนั้นเธอพาเขาไปยังฐานวิจัยเพื่อเอาค้อน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ในขณะที่พูดโคลสันก็จ้องมองลีออนด้วยสีหน้าจริงจัง ซึ่งความหมายของโคลสันที่ต้องการสื่อนั้นชัดเจนมากนั่นก็คือ ‘บอกความจริงมาอย่าได้คิดจะหลอกฉัน!’
ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ลีออนก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป เขารู้สึกว่าทุกครั้งที่โคลสันถามเรื่องราวประมาณนี้กับเขาหรือซิทเวลล์เขาจะต้องพยายามหาข้ออ้างมาโดยตลอด ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ปวดหัวมากและเขาก็รำคาญมันมากเช่นกัน นอกจากนี้พลังพิเศษของเขาไม่ช้าก็เร็วก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่ดี ดังนั้นเพื่อที่จะไม่ต้องหาข้ออ้างให้ปวดหัวทุกครั้ง ลีออนจึงตัดสินใจบอกความจริงกับลุงของตัวเอง!
โปรดติดตามตอนต่อไป …