เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ยืมจักรยาน

บทที่ 19 ยืมจักรยาน

บทที่ 19 ยืมจักรยาน


บทที่ 19 ยืมจักรยาน

เยว่เฟิงถือไฟฉาย หิ้วไก่สองตัว เดินทอดน่องมาจนถึงบ้านของหวังเจี้ยนกั๋ว

เวลานี้ ครอบครัวหวังเจี้ยนกั๋วกำลังตั้งโต๊ะกินข้าวเย็นกันอยู่พอดี

บ้านเลขาธิการหมู่บ้านนี่อาหารการกินไม่ธรรมดาจริงๆ บนโต๊ะเตี้ยบนเตียงเตา นอกจากจะมีแกงมันฝรั่งชามโตแล้ว ยังมีถั่วลิสงทอดกับเนื้อหัวหมูอีกอย่างละจาน หวังเจี้ยนกั๋วกำลังนั่งจิบเหล้าอยู่คนเดียวอย่างสบายอารมณ์

"อาหวัง! ก๊งเหล้าอยู่เหรอครับ?"

"อ้าว! เสี่ยวเฟิงนี่เอง กินข้าวมาหรือยังล่ะ? มาๆ นั่งก๊งเป็นเพื่อนอาหน่อยสิ!" หวังเจี้ยนกั๋วเหลือบมองของป่าในมือเยว่เฟิงแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยชวนอย่างเป็นกันเอง

"ผมไม่ดื่มครับอา กินข้าวมาจากบ้านเรียบร้อยแล้ว!"

"มีธุระอะไรหรือเปล่า?"

"มีเรื่องรบกวนนิดหน่อยครับ! พรุ่งนี้เช้าผมอยากจะขอยืมจักรยานอาเข้าเมืองสักหน่อย รับรองว่าเอามาคืนก่อนเจ็ดโมงเช้าแน่นอน! อ้อ นี่ไก่เฟยหลงกับไก่ป่าซาปั้นที่ผมล่ามาได้จากบนเขา แวะเอามาให้อากับคุณอาผู้หญิงชิมดูครับ!" เยว่เฟิงบอกจุดประสงค์อย่างไม่อ้อมค้อม

"โอ๊ย จะยืมจักรยานก็เดินมาเข็นไปได้เลยสิ ไม่เห็นต้องเอาของมาฝากเลย คนกันเองทั้งนั้น ทำตัวห่างเหินไปได้! โห ไก่เฟยหลงยังเป็นๆ อยู่เลยนี่ ของหายากนะเนี่ย ทำซุปล่ะก็หวานน้ำต้มกระดูกสุดๆ!" หวังเจี้ยนกั๋วหัวเราะร่วน

"ฮี่ๆๆ ฝีมือเหยี่ยวผมน่ะครับ! ถ้าอาชอบ วันหลังผมหามาให้อีก!"

"ตกลง! จักรยานเอ็งเข็นไปได้เลย พรุ่งนี้เช้าอาไม่ได้ใช้!" หวังเจี้ยนกั๋วพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย

"งั้นผมขอตัวไปเข็นรถเลยนะครับ?"

"อืม อยู่ในโรงเก็บของตรงลานบ้านนั่นแหละ! มาๆ เดี๋ยวอาพาไปดู!"

หลังจากส่งเยว่เฟิงกลับไป หวังเจี้ยนกั๋วก็เดินกลับเข้าบ้าน สบตากับ 'จางชุ่ยเหลียน' ผู้เป็นภรรยาพอดี เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดเสียงขรึม "ไอ้ลูกคนรองบ้านเยว่นี่ มันคิดเป็นแล้วแฮะ!"

จางชุ่ยเหลียนขมวดคิ้ว "เยว่เล่ยพ่อของมันน่ะหัวดื้อจะตาย ปกติก็เป็นพวกเถรตรงยอมหักไม่ยอมงอ ชอบเรียกร้องความยุติธรรม บ้ากฎระเบียบ ถ้าไม่ได้คุณคอยหนุนหลังให้ลับๆ ป่านนี้โดนคนในหมู่บ้านเอาเปรียบไปถึงไหนต่อไหนแล้ว! ดูท่าเยว่เล่ยจะสู้ไอ้ลูกคนรองไม่ได้ซะแล้วสิ!"

หวังเจี้ยนกั๋วเบ้ปาก "จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว เยว่เล่ยแกเป็นคนตรงเกินไปก็จริง แต่พอมีเรื่องคอขาดบาดตายในหมู่บ้าน แกไม่เคยถอยหนีเลยนะ!

เมื่อปีก่อนตอนที่มีเรื่องชกต่อยกับหมู่บ้านข้างๆ ลูกชายคนรองของลุงจ้าวโดนตีหัวแตก ก็มีแต่แกกับหลี่เหวินถงนี่แหละที่คว้า 'มีดพราน' วิ่งนำหน้าบุกเข้าใส่พวกมันก่อนใคร!

คนอื่นในหมู่บ้าน มีสักกี่คนที่มีความกล้าแบบนั้น?

เยว่เล่ยแกแค่ไม่อยากลดตัวลงมาประจบสอพลอใครก็เท่านั้นเอง แต่เนื้อแท้แล้วแกเป็นคนดีมีคุณธรรมเต็มเปี่ยม!

ฉันเป็นแค่ข้าราชการชั้นผู้น้อย ถึงจะวางตัวเป็นกลางเป๊ะๆ ไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยอมให้คนซื่อๆ อย่างแกโดนรังแกไม่ได้เหมือนกัน!"

"แต่ปีนี้ครอบครัวแกคงลำบากน่าดู ขาหักแบบนี้ต้องพักเป็นร้อยวัน ปลายปีตอนคิด 'แต้มงาน' (กงเฟิน) คงหายไปบานตะไทเลย!"

หวังเจี้ยนกั๋วยกจอกเหล้าขึ้นจิบ ก่อนจะพูดเนิบๆ "เรื่องขาหัก ก็ถือว่าบาดเจ็บจากการทำงานให้ส่วนรวมนั่นแหละ ตามหลักการแล้วก็ถือว่าเป็นอุบัติเหตุจากการทำงาน!

เรื่องแต้มงาน ฉันแอบโปะชดเชยให้แกไปเรียบร้อยแล้ว! แต่เรื่องนี้รู้กันแค่เธอสองแม่ลูกนะ ห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ขืนชาวบ้านรู้เข้าเดี๋ยวจะแห่กันมาเรียกร้องวุ่นวายไปหมด!"

'หวังเสี่ยวหน่า' ลูกสาวของหวังเจี้ยนกั๋วเม้มปากแน่น ไม่ปริปากพูดอะไร

จางชุ่ยเหลียนผู้เป็นภรรยาฟังแล้วก็คิดตาม "ถ้าอย่างนั้น เราก็รับไก่ป่าที่ลูกชายแกเอามาให้กินได้แบบไม่ตะขิดตะขวงใจแล้วสิ!"

"แหงสิ! ฉันเป็นอา รับไก่กระจอกๆ จากหลานชายมาสองตัว มันจะผิดตรงไหน! แต่พูดก็พูดเถอะ หิมะยังไม่ตก ไก่เฟยหลงเป็นๆ แบบนี้หาดูยากนะเนี่ย พรุ่งนี้เธอจัดการทำความสะอาดซะนะ เดี๋ยวเชฟหวังคนนี้จะโชว์ฝีมือปลายจวักให้พวกเธอชิมเอง!"

"ได้เลย"

...

เยว่เฟิงเข็นจักรยานของเลขาธิการหมู่บ้านกลับมาถึงบ้าน ก็รีบล้างเท้าล้างตาขึ้นเตียงนอนทันที

วันนี้ทั้งวัน เยว่เฟิงเหนื่อยจนแทบขาดใจ ออกจากบ้านตั้งแต่ตีสาม ลากยาวไปจนเกือบสี่โมงเย็นถึงได้กลับมา พอได้เอาน้ำอุ่นล้างเท้าแล้วเอนหลังลงบนเตียงเตา เขาก็รู้สึกปวดเมื่อยและตึงเปรี๊ยะไปทั้งสองขา นี่ขนาดพันผ้าพันขาเตรียวตัวมาอย่างดีก่อนขึ้นเขาแล้วนะ ถ้าไม่พันคงอาการหนักกว่านี้

ด้วยความอ่อนเพลียขั้นสุด พอหัวถึงหมอน เยว่เฟิงก็หลับสนิทไปในพริบตา

เพราะมีจักรยานให้ยืมขี่ เช้าวันรุ่งขึ้นเยว่เฟิงเลยตื่นสายกว่าเดิมได้ตั้งชั่วโมง ตีสี่ฟ้าเริ่มสาง เขาถึงเพิ่งงัวเงียลุกจากที่นอน

ปกติถ้าเดินเท้าต้องใช้เวลาชั่วโมงครึ่ง แต่พอปั่นจักรยาน ครึ่งชั่วโมงก็ถึงที่หมายแล้ว

พอไปถึงตลาดมืด เยว่เฟิงก็จอดจักรยานแอบไว้ริมถนน แล้วล้วงเอาไก่เฟยหลงที่ห่อถุงเท้าไว้อย่างมิดชิดออกมาวางเรียงเป็นแถว

เมื่อวานตอน 'ออกล่าสัตว์เล็ก' เยว่เฟิงจับไก่มาได้ทั้งหมด 18 ตัว เป็นไก่เฟยหลง 14 ตัว ไก่ป่าซาปั้น 4 ตัว

แบ่งให้บ้านลุงหลี่ไป ไก่เฟยหลง 1 ซาปั้น 2 และให้บ้านอาหวังไป ไก่เฟยหลง 1 ซาปั้น 1 ตอนนี้เยว่เฟิงจึงมีของมาขายทั้งหมด 13 ตัว แบ่งเป็นไก่เฟยหลง 12 ตัว ส่วนไก่ป่าซาปั้นกลับกลายเป็นของแรร์ มีแค่ตัวเดียว

ด้วยประสบการณ์การขายที่ฉลุยตั้งแต่วันแรก วันนี้เยว่เฟิงจึงไม่ลุกลี้ลุกลน เขาสอดมือเข้าแขนเสื้อ นั่งยองๆ ริมถนน รอให้ลูกค้ามาหาเองอย่างใจเย็น

วันนี้เยว่เฟิงขี่จักรยานมา เลยมาถึงเร็วกว่าเมื่อวานเป็นสิบนาที บนถนนในตลาดมืดก็มีคนเดินขวักไขว่มากกว่าเมื่อวานนิดหน่อย

ไก่เฟยหลงที่ถูกมัดอยู่ในถุงเท้าวางเรียงรายบนพื้น ดึงดูดสายตาคนซื้อได้ในเวลาไม่นาน

"สหายสวัสดี นี่ไก่เฟยหลงใช่ไหม? ขายยังไง?"

"ไก่เฟยหลงตัวละหนึ่งหยวนหนึ่งเหมา ไก่ป่าซาปั้นตัวผู้เจ็ดเหมา! ขนสวยไร้ตำหนิ เป็นๆ ทุกตัว!"

"ลดราคาหน่อยได้ไหม? ตัวละหนึ่งหยวนละกัน ฉันเอาสองตัว!"

เยว่เฟิงส่ายหน้า "ต้องขอโทษด้วยครับ ลดไม่ได้จริงๆ! คุณรู้จักไก่เฟยหลงเป็นๆ แบบนี้ ก็คงรู้ดีว่ากว่าจะจับแบบไร้รอยขีดข่วนแถมยังมีชีวิตมาวางขายตรงนี้ได้ มันยากลำบากขนาดไหน! เมื่อวานผมเพิ่งตั้งแผงได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็มีคนสองคนมาเหมาไปเกลี้ยงเลยนะ!"

ลูกค้าคนนั้นรู้ดีว่าเยว่เฟิงไม่ได้โม้ เขาขมวดคิ้วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้างั้น... ฉันเอาไก่เฟยหลงตัวนึง ไก่ป่าซาปั้นตัวนึงละกัน! เงินฉันมีไม่ค่อยพอ เมียเพิ่งตั้งท้อง เลยอยากซื้อของป่าไปบำรุงแกหน่อย!"

"ตกลงครับ เดี๋ยวผมคัดตัวอ้วนๆ ให้เลย! คุณเอาถุงมาใส่หรือเปล่า?"

"ไม่ได้เอามา!"

"งั้นผมเอาลวดมัดรวบให้คุณหิ้วกลับไปละกันนะ? ถุงเท้าที่ใช้ใส่ไก่นี่ผมให้ไปไม่ได้จริงๆ!"

"โอเค ได้เลย!"

ตกลงกันเสร็จ เยว่เฟิงก็ล้วงลวดเส้นเล็กออกมาจากกระเป๋า จับไก่เฟยหลงกับไก่ป่าซาปั้นมาจัดระเบียบปีกและขา แล้วมัดรวมกันแน่นหนา ก่อนจะส่งให้ลูกค้า

ลูกค้าจ่ายแบงก์สองหยวนมาให้ เยว่เฟิงก็ทอนแบงก์หนึ่งเหมาไปให้สองใบ

เปิดบิลแรกสำเร็จ ฤกษ์งามยามดี!

หลังจากขายไก่ป่าไปได้สองตัว ก็มีคนแวะเวียนมาถามราคาอีกหลายคน เพราะละแวกนี้อยู่ไม่ไกลจากเทือกเขาฉางไป๋ ใครๆ ก็รู้ว่าไก่เฟยหลงเป็นของดีบำรุงร่างกายชั้นยอด แต่ราคาตัวละตั้งหยวนกว่าๆ ก็ทำเอาชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปถอยกรูดเหมือนกัน

ผ่านไปราวๆ ยี่สิบนาที ลูกค้ากระเป๋าหนักที่เหมาไก่เยว่เฟิงไปเมื่อวาน ก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

"โอ้โห! วันนี้มีแต่ไก่เฟยหลงรึ? ราคาเดิมหรือเปล่า?"

พอลูกค้าขาประจำเห็นหน้าเยว่เฟิงชัดๆ ก็เอ่ยทักทายอย่างอารมณ์ดี ความสนิทสนมเริ่มก่อตัวขึ้น

"ไก่เฟยหลงตัวละหนึ่งหยวนหนึ่งเหมา ถ้าพี่จะเหมาหมด ผมคิดแค่ 12 หยวนถ้วน! ล็อตนี้มีตัวเมียแค่สองตัว นอกนั้นเป็นตัวผู้ไซส์เบิ้ม อ้วนกลมดิ๊กทุกตัว ราคานี้ไม่แพงหรอกพี่!" เยว่เฟิงเสนอราคา

"ตกลง! ฉันเหมาหมดนี่แหละ!" ลูกค้าใจป้ำโบกมือรับข้อเสนอทันที

เขาล้วงเอากระสอบปุ๋ยใบเดิมออกมา เยว่เฟิงจัดการถ่ายเทไก่ทั้งหมดใส่กระสอบให้อย่างรวดเร็ว แล้วมัดปากถุงจนแน่น

ยื่นหมูแมว ยื่นเงินมา ไม่นานนัก 'แบงก์สิบหยวน (ต้าถวนเจี๋ย)' กลิ่นหมึกใหม่เอี่ยมหนึ่งใบ กับแบงก์หนึ่งหยวนอีกสองใบ ก็ถูกส่งมาอยู่ในมือเยว่เฟิง

"รีบไปไหนหรือเปล่าน้องชาย? ถ้าไม่รีบ เราขยับไปคุยกันตรงหัวมุมถนนโน่นหน่อยดีไหม?" ลูกค้าชี้มือไปยังทางแยกที่อยู่ห่างออกไป

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 19 ยืมจักรยาน

คัดลอกลิงก์แล้ว