เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 97 - ข้อเรียกร้องที่สูงลิ่ว

บทที่ 97 - ข้อเรียกร้องที่สูงลิ่ว

บทที่ 97 - ข้อเรียกร้องที่สูงลิ่ว


บทที่ 97 - ข้อเรียกร้องที่สูงลิ่ว

สีหน้าของโจนส์ดูอึดอัดเล็กน้อย

เย่เทียนสังเกตเห็นได้ทันที แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถาม ถึงเวลาเขาคงพูดออกมาเอง

หลังจากปรับอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง โจนส์ก็เริ่มอธิบาย

"เรื่องเป็นแบบนี้ครับ หลังจากประกาศการประมูลโมเดลเฟอร์รารีออกไปไม่นาน ก็มีคนติดต่อมาที่บริษัทประมูล อ้างว่าโมเดลรถสปอร์ตพวกนั้นเป็นของพ่อเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว พร้อมทั้งเอาหลักฐานมาแสดงด้วย

ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกเขาไม่รู้เรื่องโกดังห้องนี้ นึกว่าพ่อของพวกเขายกโมเดลให้คนอื่นไปแล้ว ก็เลยไม่ได้ตรวจสอบให้ละเอียด ปล่อยให้โกดังหมดสัญญาจนถูกนำมาประมูล"

"แล้วไงครับ พวกเขาอยากได้คืนเหรอ"

เย่เทียนถามเสียงเย็น สีหน้าเริ่มเรียบตึง

โมเดลเฟอร์รารีพวกนี้พี่ประมูลมาด้วยเงินทองของพี่ ถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่าง ต่อให้เทวดาหน้าไหนมา ถ้าจ่ายไม่ถึงราคาที่พี่พอใจ ก็อย่าหวังจะเอาไปได้ง่ายๆ

โจนส์ยิ้มเจื่อนแล้วพูดต่อ

"ไม่ใช่จะเอาคืนดื้อๆ หรอกครับ พวกเขาปรึกษาทนายมาแล้ว รู้ว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ไม่มีข้อกฎหมายไหนรองรับข้อเรียกร้องแบบนั้น

คนพวกนี้กะจะมาเกลี้ยกล่อมให้คุณถอนการประมูล เพื่อตกลงซื้อขายกันแบบส่วนตัว จะขอซื้อโมเดลเฟอร์รารีพวกนี้คืน แน่นอนว่าอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่คุณ"

ได้ยินแบบนี้ สีหน้าเย่เทียนก็ดูดีขึ้นหน่อย

เขาไม่ได้รังเกียจวิธีนี้ ข้อแม้คือเงินต้องถึง ไม่งั้นก็ไม่ต้องคุย

ดูจากกระแสตอบรับในงานพรีวิว ทางเลือกแรกย่อมเป็นการประมูลอยู่แล้ว เพราะนั่นหมายถึงราคาที่พุ่งทะยานไร้เพดาน

เย่เทียนไม่ได้ขัดจังหวะ ปล่อยให้โจนส์พูดต่อ

"พอเริ่มงานพรีวิว พวกเขาก็มาหาอีก เสนอวิธีซื้อขายแบบนี้ และอยากคุยกับคุณต่อหน้า ผมเลยโทรเรียกคุณมา

ในฐานะบริษัทประมูล ถึงแม้เปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าจะเท่าเดิม แต่เราอยากให้มีการประมูลแบบเปิดเผยมากกว่าการซื้อขายส่วนตัว เพราะเราเริ่มงานเตรียมการไปหมดแล้ว"

"ผมยอมเจอพวกเขาได้ครับ ฟังราคาดูหน่อย ถ้าเป็นที่น่าพอใจ ผมก็ไม่ขัดข้องที่จะถอนการประมูล"

เย่เทียนสีหน้ากลับมาเป็นปกติ พูดด้วยท่าทีผ่อนคลาย

พี่เงื้อมีดรอแล้ว มาดูกันว่าหมูตัวไหนจะมาให้เชือด ถ้าเลือดไม่เยอะพอก็ไปนอนเล่นที่อื่นไป

สีหน้าโจนส์ดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย หยุดคิดนิดหนึ่งแล้วพูดต่อ

"สตีเวน ในเมื่อคุณไม่รังเกียจการถอนประมูลเพื่อซื้อขายส่วนตัว และยอมเจรจา งั้นเริ่มตอนนี้เลยได้ไหม พวกเขารออยู่ที่ห้องรับรองข้างๆ ผมเพิ่งมาจากทางนั้น"

"ไม่มีปัญหา ตอนนี้เลยก็ได้ ยิ่งเร็วยิ่งดี"

"งั้นโอเค ผมไปเรียกพวกเขามา"

โจนส์พยักหน้า แล้วเดินออกไปห้องข้างๆ

จะเป็นใครกันนะ เพิ่งจะมานึกถึงของดีที่บ้านเอาป่านนี้ ความรู้สึกช้าไปหน่อยมั้ง

เย่เทียนนั่งรออยู่ในห้องรับรองคนเดียว นึกสงสัยอยู่บ้าง

สองสามนาทีต่อมา โจนส์ก็พาคู่สามีภรรยาชาวผิวขาวสี่คู่เดินเข้ามา

กวาดตามองแวบเดียว เย่เทียนก็ประเมินได้คร่าวๆ

ครอบครัวชนชั้นกลางค่อนไปทางสูง พยายามถีบตัวเข้าสู่ชนชั้นนำ แต่ไม่ใช่เศรษฐีแน่นอน

ตอนที่เขาประเมินฝ่ายตรงข้าม สามีภรรยาพวกนั้นก็สำรวจเขาเช่นกัน ทุกคนดูแปลกใจ แววตาแฝงความดูถูกและความอิจฉา

พวกเขาคิดไม่ถึงว่าคนที่ประมูลโกดังได้จะเป็นคนจีน นี่มันน้อยคนนัก คนจีนก็เล่นเกมเสี่ยงดวงแบบนี้ด้วยเหรอ

ขณะเดียวกัน ความเหยียดเชื้อชาติที่ฝังอยู่ในกมลสันดาน ทำให้พวกเขาปรับราคาในใจลดลงทันที กะจะกดราคาซื้อโมเดลรถสปอร์ตล้ำค่าพวกนี้กลับไป แล้วฟันกำไรเอง

"สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ ท่านนี้คือเจ้าของโมเดลรถสปอร์ตเฟอร์รารี คุณสตีเวน"

โจนส์เริ่มแนะนำทั้งสองฝ่าย แต่เพิ่งพูดไปประโยคเดียวก็โดนขัดจังหวะ

"ฉันขอแก้หน่อย โมเดลรถสปอร์ตเฟอร์รารีทั้งหมดเป็นของสะสมส่วนตัวของพ่อฉัน จอย ฟอสเตอร์ เป็นของสะสมที่ท่านทุ่มเทเก็บรักษามาร่วมหกสิบปี ไม่เคยเป็นของคนอื่น"

ป้าผิวขาววัยห้าสิบพูดอย่างมีอารมณ์ น้ำเสียงสะเทือนใจ ฟังดูน่าสงสารมาก

"ใช่ เคลลี่พูดถูก โมเดลรถสปอร์ตพวกนี้เป็นของตระกูลฟอสเตอร์เท่านั้น"

"ใช่ ใครก็มาแย่งของรักของหวงพวกนี้ไปจากมือเราไม่ได้"

คนอื่นรีบส่งเสียงสนับสนุน อารมณ์พุ่งพล่านเหมือนกัน บางคนถึงกับทำหน้าเศร้า

แต่จากการแสดงที่ดูเสแสร้ง แววตาที่ลอกแลก เย่เทียนมองเห็นอารมณ์อีกแบบ

ไม่ได้เกี่ยวกับความเศร้าเลย มีแต่ความโลภล้วนๆ

โจนส์โดนหักหน้าจนหน้าแดงเกือบจะสำลัก พูดไม่ออกไปชั่วขณะ

สีหน้าของเย่เทียนเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที

แบบนี้จะคุยกันยังไง พวกแกยังไม่ยอมรับกรรมสิทธิ์ของพี่เลย แล้วจะคุยกันเพื่ออะไร

ผ่านไปไม่กี่วินาที โจนส์ข่มความโกรธ เตรียมจะแนะนำต่อ

คราวนี้โดนเย่เทียนขัดจังหวะบ้าง เขายกมือขึ้นกดลงเบาๆ

โจนส์จำใจต้องเงียบเสียง แล้วมองเย่เทียนอย่างสงสัย ไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไร

อีกฝ่ายก็มองเย่เทียนด้วยความสงสัยระคนเป็นศัตรู

เย่เทียนนิ่งไปนิดหนึ่ง แล้วพูดกับคนตระกูลฟอสเตอร์ว่า

"สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ ผมนับถือความมุ่งมั่นของคุณจอย ฟอสเตอร์ ที่สะสมของพวกนี้มาตลอดหกสิบปี จิตวิญญาณแบบนี้มีค่าน่าเคารพยกย่อง

แต่คุณจอยได้จากไปแล้ว ตอนนี้โมเดลรถสปอร์ตพวกนี้เป็นของผม เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัย ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีใครปฏิเสธได้ ไม่ใช่ว่ามาโวยวายไม่กี่คำแล้วความจริงจะเปลี่ยน"

ได้ยินแบบนี้ สีหน้าคนตระกูลฟอสเตอร์เปลี่ยนทันที หน้าดำหน้าแดงเหมือนญาติเสีย

อ้อ ไม่สิ ญาติพวกเขาเสียไปแล้วจริงๆ

พวกเขาอยากจะเถียง แต่หาเหตุผลหรือข้ออ้างไม่ได้เลย

เพราะทุกคำที่เย่เทียนพูดมันคือความจริงที่เถียงไม่ได้ ทุกคนในที่นี้รู้ดี

เห็นคนพวกนี้หน้าเขียวหน้าเหลือง โจนส์สะใจเป็นบ้า แอบยกนิ้วโป้งให้เย่เทียนในใจ ทำได้สวย

เย่เทียนไม่สนใจสีหน้าของคนพวกนี้ พูดต่อว่า

"พวกคุณอยากซื้อของสะสมพวกนี้คืน ผมยินดีต้อนรับ ประตูเปิดกว้างเสมอ เวลาเรามีจำกัด งั้นเรามาคุยกันตรงๆ เลยดีกว่า เสนอราคามาเลยครับ

ถ้าราคาเหมาะสม ผมจะถอนการประมูล แต่ถ้าไม่เหมาะ ก็ต้องขอโทษด้วย ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาขวางไม่ให้ผมประมูลของของตัวเอง"

พูดจบ เย่เทียนก็ยกกาแฟขึ้นจิบ แล้วยิ้มมองคนครอบครัวนี้ แววตาลึกๆ แฝงแววเย้ยหยัน

เขาไม่เคยเห็นคนพวกนี้อยู่ในสายตา และไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะจ่ายราคาที่เขาต้องการได้

"อะไรนะ จะเริ่มต่อรองราคาแล้วเหรอ จะรีบไปไหน"

"ไร้มารยาท ไม่อยากจะเสวนากับคนแบบนี้เลย"

คนตระกูลฟอสเตอร์ซุบซิบกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลน

ชัดเจนว่าตั้งแต่ต้นพวกเขาไม่เคยเห็นหัวเย่เทียน

แต่ตอนนี้เย่เทียนกุมความได้เปรียบไว้ทั้งหมด พวกเขาเลยจำใจต้องเริ่มปรึกษาราคากันเสียงเบา

ทุกกิริยาอาการของคนบ้านนี้อยู่ในสายตาเย่เทียนหมด สำหรับคำดูถูกพวกนั้น เย่เทียนขี้เกียจจะใส่ใจ เดี๋ยวมีวิธีเอาคืนให้เจ็บแสบกว่านี้เยอะ

โจนส์ตื่นเต้นจนแทบจะร้องเชียร์แล้ว

สมกับเป็นจิ้งจอกเฒ่าในวงการประมูล เขาดูออกนานแล้วว่าเย่เทียนไม่ได้กะจะขายให้คนพวกนี้เลย แค่กำลังปั่นหัวเล่นเฉยๆ

สะใจ โคตรสะใจ

สองสามนาทีผ่านไป คนตระกูลฟอสเตอร์ก็ได้ข้อสรุป

ชายคนที่ดูอาวุโสที่สุดลุกขึ้นพูดว่า

"สตีเวน นี่คือของสะสมของพ่อผม โปรดเห็นแก่ความผูกพันทางใจ ยอมถอยให้เราสักก้าว เราก็จะแสดงความจริงใจอย่างที่สุด 500,000 ดอลลาร์ คุณว่าไง"

"ฮ่าๆๆ"

เย่เทียนหลุดขำออกมาทันที โจนส์ก็กลั้นไม่อยู่แอบหัวเราะออกมา

กล้าเปิดราคามาได้นะ ทำไมไม่ไปปล้นเอาเลยล่ะ

"คุณฟอสเตอร์ครับ ขอโทษด้วย ราคานี้ผมรับไม่ได้ ห่างไกลความจริงเกินไป ราคาในใจผมคือ 10,000,000 ดอลลาร์ ผมว่าเราไม่จำเป็นต้องคุยกันแล้ว เสียเวลาเปล่า"

เย่เทียนปฏิเสธอย่างไม่ลังเล ตัดบทครอบครัวนี้ทันที

คนตระกูลฟอสเตอร์อึ้งกิมกี่ มองเย่เทียนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

ทุกคนสงสัยหูตัวเองว่าฟังผิดหรือเปล่า สิบล้านดอลลาร์ เป็นไปได้ยังไง

โจนส์ก็เหวอไปเหมือนกัน นี่แหละเรียกว่าข้อเรียกร้องที่สูงลิ่วของจริง เปิดหูเปิดตาแล้ว

เย่เทียนลุกขึ้นยืน ยิ้มพูดว่า

"โจนส์ ถ้าคุณฟอสเตอร์พวกนี้ยอมจ่าย 10,000,000 ดอลลาร์ คุณโทรหาผมได้เลย ผมพร้อมถอนการประมูลทุกเมื่อ แต่ถ้าไม่ถึงราคานี้ ก็ไม่ต้องติดต่อมานะครับ เสียเวลา"

พูดจบเย่เทียนก็เดินไปทางประตู เตรียมจะออกไปที่ห้องจัดแสดงข้างล่าง

"ได้เลย สตีเวน"

โจนส์รับคำอย่างรู้กัน แสดงความเป็นมืออาชีพมาก แต่ในใจหัวเราะร่าไปแล้ว

คนตระกูลฟอสเตอร์เพิ่งได้สติ เห็นเย่เทียนจะไป ก็เริ่มร้อนรน

"10,000,000 ดอลลาร์ เป็นไปได้ไง โมเดลพวกนั้นไม่มีทางค่าถึงขนาดนั้น"

ชายคนที่อายุมากที่สุดตาถลนตะโกนใส่

"ของสะสมพวกนั้นเป็นของผม ผมว่ามันถึง มันก็ต้องถึง"

เย่เทียนยิ้มตอบ แต่น้ำเสียงเย็นชา

"ไอ้สารเลว แกไม่มีความจริงใจเลยสักนิด"

ผู้หญิงอีกคนด่าออกมาตรงๆ อาการเริ่มควบคุมไม่อยู่

"คุณผู้หญิง คำหยาบไม่ได้ช่วยให้ผมเปลี่ยนใจ 10,000,000 ดอลลาร์ นั่นแหละความจริงใจของผม"

เย่เทียนสวนกลับเสียงเรียบ แล้วเดินออกจากห้องรับรองไป

จังหวะที่ออกจากประตู เขาหันกลับมายิ้มพูดกับคนตระกูลฟอสเตอร์ว่า

"ถึงการเจรจาจะไม่สำเร็จ แต่พวกคุณยังมีโอกาส ไปร่วมประมูลสิครับ ไปแข่งกับคนอื่น ดูซิว่าพวกคุณมีปัญญาแค่ไหน ขอให้โชคดี

ถ้าพวกคุณยังไม่พอใจ จะไปฟ้องร้องก็ได้ ผมพร้อมเสมอ ผมมีทนายที่วอลล์สตรีท เขาคงยินดีที่จะไปเจอกับพวกคุณในศาล

สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีครับ รีบลงไปดูที่ห้องจัดแสดงเถอะ ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนมีวันที่สมบูรณ์แบบ เหมือนกับผม"

พูดจบเขาก็ปิดประตูห้องรับรอง เดินจากไปพร้อมเสียงหัวเราะ ทิ้งให้คนทั้งห้องนั่งเอ๋อรับประทาน

สองสามวินาทีต่อมา ในห้องรับรองก็ระเบิดเสียงด่าทอด้วยความโกรธแค้น

"ฟัค ไอ้บ้านี่มันเลวระยำจริงๆ เลวบริสุทธิ์"

"บัดซบ ทำไมถึงมีคนแบบนี้ได้ ไอ้บ้า"

พวกเขาทำได้แค่ด่า ทุกคนรู้ดีว่าทำอะไรไอ้หมอนี่ไม่ได้เลย

ท่ามกลางความโกรธแค้น มีคนหนึ่งที่กำลังมีความสุขจนแทบคลั่ง

นั่นก็คือโจนส์

กลับมาที่ห้องจัดแสดง เย่เทียนทิ้งเรื่องขุ่นข้องหมองใจเมื่อครู่ไปจนหมด เริ่มชื่นชมของเก่าล้ำค่า รถแข่งสีแดงเพลิงเหล่านี้

นอกจากตอนออกไปกินข้าวเที่ยง เขาและเจสันขลุกอยู่ในห้องจัดแสดงเฟอร์รารีเกือบสามชั่วโมง

มองดูรถสปอร์ตสีแดงเพลิงพวกนี้ เย่เทียนชักจะไม่อยากขายซะแล้ว

เขารู้ดีว่าพอของพวกนี้ถูกประมูลออกไป ก็จะกลายเป็นของสะสมส่วนตัวทันที โอกาสจะได้เห็นอีกแทบจะเป็นศูนย์

แต่สุดท้าย เงินดอลลาร์และคฤหาสน์หรูริมเซ็นทรัลพาร์กก็เย้ายวนกว่า ทำให้เขาไม่ตัดสินใจวู่วามถอนการประมูลเพื่อเก็บไว้เอง

ออกจากห้องจัดแสดงโมเดลเฟอร์รารี พวกเขาก็ไปห้องจัดแสดงเครื่องดนตรี ไปดูกีตาร์สองตัวนั้น

ที่นี่คนน้อยกว่าหน่อย แต่รอบๆ กีตาร์สองคอก็ยังมีแฟนเพลงร็อกคลั่งไคล้มุงดูอยู่เพียบ ในจำนวนนั้นมีพวกคนที่ดูภูมิฐานวัยสามสี่สิบรวมอยู่ด้วย

ออกจากโซเธอบีส์ก็สี่โมงเย็นกว่าแล้ว

ทั้งสองไม่ได้ไปที่อื่น ขับรถขายอาหารหัวตัดกลับบรูคลินเลย

"สตีเวน ดูเหมือนมีคนตามเรามาอีกแล้ว"

ตอนข้ามสะพานแมนฮัตตัน เจสันที่เป็นคนขับพูดขึ้นมาลอยๆ

"หรือจะเป็นคนตระกูลฟอสเตอร์ ปฏิกิริยาไวเกินไปมั้ง"

เย่เทียนวางมือถือลง พึมพำเบาๆ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 97 - ข้อเรียกร้องที่สูงลิ่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว