- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 12 - การประมูลที่บ้าคลั่ง
บทที่ 12 - การประมูลที่บ้าคลั่ง
บทที่ 12 - การประมูลที่บ้าคลั่ง
บทที่ 12 - การประมูลที่บ้าคลั่ง
เห็นปฏิกิริยาของคนรอบข้าง การ์เซียหน้าเปลี่ยนสีทันที รีบแก้ตัวพัลวัน
"เพื่อน ฉันไม่ใช่พวกเหยียดเชื้อชาตินะ นายพูดถูก ฉันก็เป็นชนกลุ่มน้อย เป็นเหยื่อของการเหยียดเชื้อชาติเหมือนกัน จะไปเหยียดคนอื่นได้ไง
เราอย่ามาติดใจเรื่องนี้กันเลย มาสนใจชุดเครื่องเงินนี้ดีกว่า ฉันชอบมันจริงๆ อยากซื้อกลับไปใช้ที่บ้าน"
เขาแก้ตัวสองสามประโยคก็รีบเปลี่ยนเรื่อง กลัวเย่เทียนจะขยี้ประเด็นเหยียดเชื้อชาติต่อ เดี๋ยวจะเรียกศัตรูมาเพิ่มเปล่าๆ
ฟังเขาพูดแบบนี้ เย่เทียนก็ต้องยอมรามือ หันกลับมาสนใจชุดเครื่องเงินตรงหน้าอีกครั้ง
"คุณผู้ชาย ชุดเครื่องเงินนี้ผมให้ 575 ดอลลาร์ ขายให้ผมเถอะ"
การ์เซียเริ่มเสนอราคากับเจ้าของแผง เพิ่มไป 25 ดอลลาร์ เตรียมจะปาดหน้าเค้กเย่เทียน
สำหรับการขึ้นราคาของเขา เจ้าของแผงแน่นอนว่ายกมือเห็นด้วย เรื่องดีๆ แบบนี้ ใครจะปฏิเสธลง
ส่วนความคิดของเย่เทียน สำคัญไหม เจ้าของแผงโยนทิ้งไปนอกโลกนานแล้ว
ตอนนี้เย่เทียนหงุดหงิดมาก นี่มันมารผจญชัดๆ มาทำลายเรื่องดีๆ ของเขา นิสัยแย่จริงๆ
แต่เขาจะพูดอะไรได้ ในเมื่อยังไม่ได้จ่ายเงิน ของยังอยู่ในมือเจ้าของแผง ตัวเองไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจสักนิด
แต่ชุดเครื่องเงินตรงหน้าต้องเอามาให้ได้ งั้นก็ต้องยอมให้ตาอินกับตานาหาปลา ตาอยู่อย่างเจ้าของแผงคว้าพุงเพียวๆ ยอมยื่นคอให้เจ้าของแผงเชือด ต่อให้การ์เซียเป็นหน้าม้า เขาก็ต้องยอม
โชคดีที่มูลค่าที่แท้จริงของชุดเครื่องเงินนี้พวกนั้นอาจจะไม่รู้ ขอแค่เขาได้มา ยังไงก็ไม่ขาดทุน
ดังนั้นพอได้ยินราคาของการ์เซีย เขาเลยสวนกลับไปทันทีด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"600 ดอลลาร์ มันยังเป็นของฉัน"
เสนอราคาเสร็จ เขาก็มองการ์เซียด้วยสายตาเย็นชา รอให้หมอนั่นต่อ
การ์เซียหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย กัดฟันเสนอราคาใหม่
"625 ดอลลาร์"
เสียงยังไม่ทันขาดคำ เสียงเย็นๆ ของเย่เทียนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"650 ดอลลาร์"
เสนอราคาเสร็จ เขายังคงมองการ์เซียด้วยสายตาเย็นชา ไม่ได้สนใจเจ้าของแผงที่ดีใจจนเนื้อเต้น หมอนั่นไม่สำคัญแล้ว
คนเราอยู่ได้ด้วยศักดิ์ศรี
ชุดเครื่องเงินโบราณชุดนี้ วันนี้ไม่ว่าจะยังไงเขาก็ต้องเอามาให้ได้
มุมปากการ์เซียกระตุก สีหน้าเขียวคล้ำ ดูไม่ได้เลย
เขาคิดไม่ถึงว่าเย่เทียนจะสู้ไม่ถอยแบบไม่เสียดายเงิน งานเข้าแล้วสิ
การ์เซียไม่ได้จะซื้อไปใช้เอง เขาเป็นนักล่าสมบัติมืออาชีพ ตั้งใจจะซื้อไปเก็งกำไร เขาดูออกว่านี่เป็นชุดเครื่องเงินโบราณ แต่ประเมินราคาขายสูงสุดไว้แค่ 1000 ดอลลาร์
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ กำไรจะน้อยลงเรื่อยๆ สุดท้ายอาจจะไม่คุ้มทุน เหนื่อยเปล่า แถมยังไปล่วงเกินคนอื่นโดยใช่เหตุ นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่อยากเห็น
แต่ตอนนี้ยังมีกำไรเหลืออยู่ เขาเลยเพิ่มไปอีก 50 ดอลลาร์ กะจะขู่ให้เย่เทียนถอย แล้วคว้าของไป
"700 ดอลลาร์"
เขากัดฟันเสนอราคานี้ แล้วเชิดคางมองเย่เทียนอย่างท้าทาย ทำท่าทางป๋าจัด พร้อมสู้ยิบตา
แต่ความตื่นตระหนกแวบหนึ่งในดวงตาเขา ไม่อาจรอดพ้นสายตาอันแหลมคมของเย่เทียนไปได้
ส่วนการยั่วยุ มีประโยชน์ที่ไหน
พวกนักเลงข้างถนนในอเมริกาก็ทำท่าอวดเบ่งว่าข้าใหญ่กันทั้งนั้น เห็นจนชินแล้ว
"800 ดอลลาร์"
เย่เทียนตะโกนราคาใหม่อย่างเด็ดขาด เพิ่มไปทีเดียวร้อยดอลลาร์ แล้วส่งยิ้มเหยียดหยามกลับไปให้การ์เซีย
ดาหน้ากันเข้ามาเลย เพื่อนพร้อมเสมอ
ได้ยินราคานี้ การ์เซียใจหายวาบ หน้าดำจนม่วงไปแล้ว
จะตามต่อดีไหม ในกระเป๋ามีแค่พันดอลลาร์ แล้วไอ้หนุ่มจีนนี่ก็ทำท่าไม่ยอมถอย ยังจำเป็นต้องสู้ต่อไหม
ขณะที่การ์เซียลังเล วิลล์เจ้าของแผงก็ดีใจจนแทบบ้า ปากฉีกถึงรูหูแล้ว
เขาตื่นเต้นจนอยากจะเข้าไปกอดเย่เทียนกับการ์เซียคนละที เชียร์ให้สู้กันต่อไป เอาให้ตายกันไปข้าง ขอแค่สุดท้ายมีคนจ่ายเงินก็พอ
การประมูลที่ดุเดือดแบบนี้มันเร้าใจมาก ดึงดูดความสนใจได้ดี ทุกคนต่างมุงเข้ามา แม้แต่คนครึ่งตลาดนัดก็มองมาทางนี้
พริบตาเดียว หน้าแผงนี้ก็คนแน่นขนัด หลายคนดูความคึกคักไปพลาง ถกเถียงกันอย่างออกรสไปพลาง
"ไอ้หนุ่มจีนนี่แข็งกร้าวชะมัด ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว มีคาแรคเตอร์"
"ทำได้ดี ไอ้เม็กซิกันนี่นิสัยไม่ดีเลย"
"วิลล์รวยเละแน่ งานนี้ เดิมทีจะได้แค่ 550 ดอลลาร์ เผลอแป๊บเดียวจะแตะพันแล้ว ดีไม่ดีได้มากกว่านั้น น่าอิจฉาจริงๆ"
"แต่วิธีของเขาไม่ถูกต้อง น่าสงสัยเรื่องความซื่อสัตย์"
...
การประมูลยังดำเนินต่อ
การ์เซียเหมือนสัตว์ป่าจนตรอก กัดฟันเสนอราคาใหม่อีกครั้ง
"850 ดอลลาร์"
เสียงหลุดจากปาก เขาจ้องมองเย่เทียนอย่างตึงเครียด หวังให้เย่เทียนหยุดมือ
แต่ผลลัพธ์กลับน่าสิ้นหวัง เย่เทียนมองเขาด้วยสายตาเย็นชา แล้วเสนอราคาล่าสุดทันที
"1000 ดอลลาร์"
"ว้าว บ้าไปแล้ว"
สิ้นเสียง บรรยากาศรอบข้างก็เต็มไปด้วยเสียงอุทาน
ผู้คนมองเย่เทียนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ไอ้หมอนนี่สติหลุดไปแล้ว
"เย้ สุดยอดไปเลย แปะมือหน่อย"
วิลล์เจ้าของแผงคลั่งไปแล้ว เริ่มแท็กมือฉลองกับเพื่อนข้างๆ
นี่เป็นราคาที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะฝัน แบงก์แฟรงคลินผู้ยิ่งใหญ่ตั้งสิบใบ
พอนึกถึงแบงก์ดอลลาร์ร้อยสีเขียว วิลล์ก็ตื่นเต้นจนอยากจะเต้นระบำ วันนี้ต้องไปฉลองให้สุดเหวี่ยง ไม่ได้ฟินแบบนี้มานานแล้ว
เส้นเลือดบนหน้าผากการ์เซียปูดโปน จ้องมองเย่เทียนด้วยสายตาลุกเป็นไฟ แทบอยากจะพุ่งเข้าไปอัดหน้าตายด้านนั่นสักหมัด
"เพื่อน เอาต่อสิ งัดความห้าวหาญของคาวบอยเม็กซิกันออกมา เอาชนะไอ้หนุ่มจีนนี่ให้ได้"
คนข้างๆ เชียร์แบบไม่กลัวเรื่องบานปลาย
"ฮ่าๆๆ"
เสียงหัวเราะดังสนั่น
ดูจากสีหน้าการ์เซีย ทุกคนเดาได้แล้วว่า ในกระเป๋าเขามีเงินแค่นี้ ให้ราคาที่สูงกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ส่วนเย่เทียนทำท่าทางเย็นชา สีหน้าไม่เปลี่ยน เห็นได้ชัดว่ายังมีเงินอีกเพียบ สู้ต่อได้สบาย
"ไอ้บ้า เครื่องเงินชุดนี้ไม่มีทางถึง 1000 ดอลลาร์หรอก"
การ์เซียคำรามอย่างเคียดแค้น เขาโกรธจนจะเป็นบ้าแล้ว
"หึหึ"
เย่เทียนหัวเราะเยาะสองที แล้วพูดประโยคที่ทำเอาทุกคนหนาวสันหลัง
"ฉันรู้ว่ามันไม่ถึง 1000 ดอลลาร์ แต่ฉันพอใจ ขอแค่ไม่ตกไปอยู่ในมือนายก็พอ ถ้าคนอื่นอยากแข่ง ฉันยินดีถอยให้ แต่กับนาย ไม่มีทาง"
ตอนพูดประโยคนี้ เย่เทียนแอบดีใจลึกๆ โชคดีที่วันนี้กดมาสองพันดอลลาร์ กระเป๋าตังค์ยังตุงอยู่ ไม่งั้นเจอสถานการณ์นี้คงรับมือยาก
"คนบ้า คุยไม่รู้เรื่อง"
การ์เซียจะทำอะไรได้ ได้แต่ทิ้งคำด่ากราดเกรี้ยวไว้ แล้วหันหลังเดินหนีไปอย่างทุลักทุเล ไปหาที่ลงที่อื่น
ส่วนเพื่อนของวิลล์ที่เดิมทีจะช่วยปั่นราคา พอได้ยินประโยคนี้ ก็รีบสงบปากสงบคำทันที
ไอ้หนุ่มจีนนี่เล็งเป้าแค่การ์เซีย คนอื่นอย่าไปยุ่งดีกว่า
ขืนตัวเองตะโกนราคาสูงไป แล้วเย่เทียนไม่รับช่วงต่อ ธุรกิจของวิลล์รอบนี้ก็เจ๊งบ่องสิ เดี๋ยวจะโดนเกลียดขี้หน้าเอา
วิลล์ก็รีบส่งสัญญาณมือให้เพื่อนๆ บอกให้ทุกคนอย่าหาเรื่อง 1000 ดอลลาร์เข้ากระเป๋าอุ่นใจกว่าอะไรทั้งนั้น อย่าให้มีเรื่องผิดพลาดเลย
พอเห็นละครจบ คนอื่นๆ ก็ทยอยแยกย้าย
ตอนจากไปแต่ละคนดูตื่นเต้นมาก ละครฉากนี้สนุกจริงๆ ขณะเดียวกัน ความแข็งกร้าวของเย่เทียนก็สร้างความประทับใจให้ทุกคน
ได้เวลาปิดดีล
เย่เทียนดึงเงิน 1000 ดอลลาร์ออกมาจากกระเป๋า ยื่นให้วิลล์ พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
"วิลล์ ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการทำธุรกิจของคุณ แบบนี้จะเสียชื่อเอานะ"
"อืม"
ตอนนี้วิลล์จะไปสนอะไร ในตาเหลือแต่ดอลลาร์แล้ว เขารับคำส่งเดช แล้วเริ่มนับเงินอย่างมีความสุข
เย่เทียนมองท่าทางของเขาแล้วส่ายหน้าอย่างระอา
"วันหลังคบค้าสมาคมกับคนนี้ไม่ได้ เว้นแต่เขาจะมีของเก่าดีๆ ให้เก็บตก ไม่อย่างนั้นอยู่ให้ห่างไว้ดีกว่า"
จากนั้นเย่เทียนก็หยิบชุดเครื่องเงินโบราณบนแผง ใส่ลงไปในเป้ตัวเอง
ถึงตอนนี้ ใจที่แขวนอยู่ถึงได้วางลงจริงๆ ของเก่าชิ้นนี้เป็นของเขาแล้ว
เทียบกับมันแล้ว เงิน 1000 ดอลลาร์จะนับเป็นอะไร เชื่อว่ามันจะมีค่าเท่ากับ 1000 ดอลลาร์อีกหลายเท่า
วิลล์นับเงินเสร็จ ทั้งคู่จับมือกัน เย่เทียนก็หันหลังเดินจากไป มุ่งหน้าสู่แผงต่อไป
ส่วนวิลล์ดีใจจนเนื้อเต้น นึกว่าตัวเองกำไรมหาศาล หารู้ไม่ว่าของเก่าล้ำค่าหลุดลอยไปจากมืออย่างง่ายดาย ตัวเองเสียโอกาสเปลี่ยนชีวิตไปแล้ว
เย่เทียนเดินต่อในตลาด เขาใช้พลังดวงตากวาดของจนคล่องแล้ว เหมือนเครื่องสแกน ไถตลาดนัดจนทั่ว ไม่ปล่อยให้หลุดรอดไปสักมุม
จากนั้นเขาก็เจอของเก่าชิ้นเล็กอีกสองสามชิ้น มีสองชิ้นชำรุดนิดหน่อย
ของเก่าพวกนี้คุณค่าทางศิลปะไม่สูง มีดีกว่าไม่มี เป็นของในรอบร้อยปี ไม่ได้มีราคาเท่าไหร่ ซื้อกลับไปไว้ทดลองพลังดวงตาก็ดี
เรื่องเดียวที่ไม่สบอารมณ์คือ ก่อนหน้านี้พฤติกรรมใจป้ำของเขาถูกพ่อค้าแม่ค้าเห็นกันหมด ดังนั้นเขาจะซื้อของแล้วต่อราคาก็ยากแล้ว
ยังดีที่ของพวกนี้ไม่แพง ห้าหกชิ้นรวมกันก็แค่ 300 ดอลลาร์ เทียบกับมูลค่าจริงของพวกมันแล้ว ไม่นับเป็นอะไรเลย
เผลอแป๊บเดียวก็เที่ยง แผงในตลาดมากันครบแล้ว
เย่เทียนกวาดตาดูทุกแผงใหม่อีกรอบ พอมั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น ก็เตรียมตัวออกจากที่นี่ ย้ายไปตลาดนัดเชลซี
จากนั้นเขาไปปิดดีลโต๊ะเล็กสไตล์บาโรก แล้วก็ออกจากดัมโบ้ เรียกแท็กซี่ตรงกลับบ้าน
[จบแล้ว]