- หน้าแรก
- สามก๊ก ระบบมหาจักรวรรดิไร้เทียมทาน
- บทที่ 48 - ทุกสิ่งพรักพร้อม
บทที่ 48 - ทุกสิ่งพรักพร้อม
บทที่ 48 - ทุกสิ่งพรักพร้อม
บทที่ 48 - ทุกสิ่งพรักพร้อม
ด้วยคำสั่งของหวังเฉิน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงว่างเว้นจากการทำนา และด้วยการเกลี้ยกล่อมอย่างไม่ลดละของกงซุนเยี่ยน ที่เอาเกียรติเป็นประกันว่าจะใช้เวลาเพียงสองเดือน ในที่สุดเหล่าตระกูลใหญ่ในเยี่ยนเหมินก็ยอมรวบรวมคนมาให้ได้หนึ่งหมื่นคน
ตามความต้องการของหวังเฉิน ห้าพันคนถูกจัดสรรไปทำเกราะในโรงงานช่างฝีมือ ส่วนอีกห้าพันคนที่เหลือ ถ้าไม่ไปช่วยขยายโรงงาน ก็ไปเป็นลูกมือให้ช่างตีเหล็ก
เขตเยี่ยนเหมินไม่ได้มีการก่อสร้างใหญ่โตเช่นนี้มาหลายปีแล้ว โชคดีที่หวังเฉินมีเสบียงมากพอจะเลี้ยงดูคนเหล่านี้ อีกทั้งยังเบิกเงินจากคลังเมืองมาจ่ายเป็นค่าแรง ทำให้ไม่เกิดกระแสต่อต้านจากชาวบ้าน
วันเวลาผ่านไป โรงงานช่างฝีมือขยายตัวขึ้นทุกวัน คลังอาวุธเริ่มมีเกราะและอาวุธแบบใหม่เข้ามาเติมเต็ม นอกจากนี้เยี่ยนเหมินก็ไม่มีเหตุการณ์สำคัญใดๆ เกิดขึ้น
เมื่อว่างเว้นจากภารกิจ หวังเฉินจึงนึกถึงแต้มอัพเกรดสองแต้มในระบบการทหารที่ยังไม่ได้ใช้
หวังเฉินนอนเอนกายอยู่บนเตียง สั่งการในใจว่า 'เปิดระบบการทหาร'
'เปิดระบบการทหารเรียบร้อย'
ภาพโฮโลแกรมผังต้นไม้เทคโนโลยีทางทหารปรากฏขึ้นในดวงตาของหวังเฉิน หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในที่สุดเขาก็หยุดสายตาอยู่ที่จุดสำคัญที่สุด
'อัพเกรดการตีเหล็กระดับหนึ่ง อัพเกรดกรรมวิธีหลอมเหล็กกล้า ระดับหนึ่ง'
'อัพเกรดเสร็จสิ้น คาดการณ์ว่านายท่านจะมีเทคโนโลยีล้ำหน้ายุคปัจจุบันสิบปี'
'แค่สิบปีเองรึ?' หวังเฉินประหลาดใจ นึกว่าเสียแต้มไปเปล่าๆ เสียแล้ว
'ปลายราชวงศ์ฮั่นมีกรรมวิธีหลอมเหล็กกล้าปรากฏขึ้นแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้รับการปรับปรุง นายท่านเพียงแค่อัพเกรดการตีเหล็กให้ถึงระดับสาม จะสามารถปลดล็อคดาบเหิงเตา และทวนม้าได้ จากนั้นเมื่ออัพเกรดกรรมวิธีหลอมเหล็กกล้าถึงระดับสาม ก็จะปลดล็อคเทคโนโลยีทางทหารขั้นต่อไป'
'เชี่ยเอ้ย แล้วแต้มอัพเกรดครั้งต่อไปจะหาได้จากไหน?'
'ไม่มีการมอบแต้มอัพเกรดในกรณีทั่วไป หากนายท่านต้องการปลดล็อคขั้นต่อไป เพียงแค่ทำตามเงื่อนไขที่กำหนดให้สำเร็จ'
'เงื่อนไขสำหรับระดับสองของการตีเหล็กและกรรมวิธีหลอมเหล็กกล้าคืออะไร?'
'คลังของนายท่านต้องมีชุดเกราะมากกว่าห้าหมื่นชุด มีอาวุธที่สร้างด้วยกรรมวิธีหลอมเหล็กกล้าระดับหนึ่งมากกว่าสามหมื่นชิ้น และโรงงานช่างฝีมือต้องมีขนาดตามที่กำหนด จึงจะปลดล็อคระดับสองได้อัตโนมัติ'
'ตอนนี้โรงงานของข้าถึงเกณฑ์หรือยัง?'
'โรงงานของนายท่านถึงเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว สามารถรองรับการตีเหล็กระดับสามได้'
'ตกลง' หวังเฉินจนปัญญาจะทำความเข้าใจระบบบ้าบอนี้ เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ แต่กลับไม่พบแบบแปลนใดๆ
'เอ๊ะ? เมื่อกี้เพิ่งกดอัพเกรดสกิลไปไม่ใช่รึ?'
'นายท่านได้สร้างโรงงานช่างฝีมือแล้ว ฟังก์ชัน "ส่งผลต่อความเป็นจริง" จึงถูกเปิดใช้งาน เมื่อนายท่านอัพเกรดสกิล ระบบจะส่งผลโดยตรงต่อความรู้ความเข้าใจของหัวหน้าช่างที่รับผิดชอบในโรงงานนั้นๆ ให้ได้รับการอัพเกรดโดยอัตโนมัติ'
'มารดาเถอะ เจ๋งขนาดนี้เลยรึ?'
'นายท่านสามารถเลือกที่จะถ่ายโอนข้อมูลแบบแปลนได้เช่นกัน'
'ไม่ล่ะ!' ในเมื่อสามารถอัพเกรดความรู้ให้หัวหน้าช่างได้โดยตรง จะต้องเสียเวลาส่งแบบแปลนไปทำไม?
นึกไม่ถึงว่าฟังก์ชันส่งผลต่อความเป็นจริงจะยอดเยี่ยมขนาดนี้ หวังเฉินเริ่มสนใจระบบการเมืองขึ้นมาทันที
น่าเสียดายที่ระบบการเมืองยังเป็นสีเทา ต้องรอให้เขาเป็นเจ้าเมืองครองแคว้นเสียก่อนถึงจะเปิดใช้งานได้ น่าหงุดหงิดชะมัด
วันรุ่งขึ้น ม้าเร็วตัวหนึ่งควบตะบึงผ่านถนนหลวง ตามมาด้วยกองทัพประมาณสองหมื่นนายภายใต้การนำของสองขุนพลพยัคฆ์ เคลื่อนพลเข้ามาอย่างรวดเร็ว คนเหล่านี้ส่วนใหญ่ยังสวมชุดชาวบ้าน ในมือไร้ซึ่งอาวุธ
จวนแม่ทัพ ห้องโถงกลาง
"จูล่งยังไม่มีข่าวคราวอีกหรือ?" หวังเฉินถามเตียวเลี้ยว
"ยังเลยขอรับ ข้าควบม้าเร็วมาจากเหอตง ไม่ได้รับข่าวใดๆ จากแม่ทัพจูล่งเลย แต่แม่ทัพกวนอูและแม่ทัพหวังหย่งนำคนมาถึงแล้ว น่าจะถึงค่ายใหญ่พรุ่งนี้เที่ยง" เตียวเลี้ยวตอบ
"ดี!" หวังเฉินพยักหน้า "ตอนนี้ในคลังมีเกราะใหม่สองหมื่นชุด กับอาวุธคมกล้าห้าพันเล่ม เอาออกมาให้หมด แจกจ่ายให้พี่น้องทหารเก่าเปลี่ยนใช้งาน ส่วนทหารใหม่ที่มาถึง ให้แจกเกราะให้ไม่อั้น แต่อาวุธต้องให้ทหารเก่าที่มีประสบการณ์ก่อน"
"นายท่านหมายความว่าทหารใหม่เหล่านี้ให้ใช้อาวุธเก่าที่กองอยู่ในคลังหรือขอรับ?" เตียวเลี้ยวถาม
"อืม!" หวังเฉินตอบ "อาวุธที่พวกแม่ทัพนายกองตามหัวเมืองส่งมา เอาเข้าคลังหมดหรือยัง?"
เตียวเลี้ยวตอบ "จะไปเห็นเงาพวกนั้นที่ไหนกัน? มีแค่แม่ทัพเมืองเยี่ยนเหมินสองคนที่รวบรวมอาวุธส่งมา ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อคลังแสงของพวกเขาอยู่ในเมืองอินกวาน ตอนนี้อาวุธยุทโธปกรณ์ในคลังของเราน่าจะมีพอสำหรับสองหมื่นคน"
"หึ ไอ้พวกหน้าไหว้หลังหลอก รอให้ผ่านพ้นฤดูใบไม้ร่วงไปก่อนเถอะ ค่อยมาคิดบัญชีกัน"
พูดถึงตรงนี้ หวังเฉินก็หยุดไว้ก่อน หันไปสั่งเตียวเลี้ยว "เจ้านำคนขนเกราะใหม่และอาวุธไปที่ค่าย ให้พี่น้องเราเปลี่ยนชุดเสียก่อน ส่วนคนของกวนอูมาถึงเมื่อไหร่ค่อยเอาเกราะเก่าและอาวุธให้ใช้แก้ขัดไปพลางๆ รอให้โรงงานผลิตออกมาค่อยว่ากัน"
"รับทราบ!" เตียวเลี้ยวประสานมือ แล้วเดินออกจากห้องโถงไป
'จูล่งยังไม่มีข่าวคราว คำนวณเวลาดูแล้ว ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่โจรภูเขาดำ กำลังผงาด หรือว่าจะไปปะทะกับโจรภูเขาดำที่ช่องเขาจิ่งสิง?' หวังเฉินเดินกลับไปกลับมา เป็นห่วงจูล่งยิ่งนัก
แต่ความกังวลไปก็เปล่าประโยชน์ หากไม่มีข่าวคราวของจูล่ง เขาก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ตอนนี้ทำได้เพียงแค่รอ
วันรุ่งขึ้น ยามเที่ยง
กองทัพประมาณสองหมื่นนาย ภายใต้การนำของกวนอูและหวังหย่ง เดินทัพเข้าสู่ลานฝึกซ้อมของค่ายใหญ่
"พี่ใหญ่ ข้ารวบรวมชายฉกรรจ์จากเหอตงได้หนึ่งหมื่นนาย นำมารายงานตัว"
"พี่ ข้ารวบรวมชายฉกรรจ์จากไท่หยวนได้หนึ่งหมื่นนาย นำมารายงานตัว!"
ทั้งสองยืนอยู่หน้าแถว ประสานมือรายงานหวังเฉินด้วยรอยยิ้ม
"น้องรอง อวิ๋นฉาง ลำบากพวกเจ้าแล้ว!"
หวังเฉินดีใจมาก พาคนทั้งสองขึ้นไปยังแท่นบัญชาการ เท่ากับว่าตอนนี้เขามีกองทัพขยายจากสองหมื่นเป็นสี่หมื่นคน ทำให้เขามีความมั่นใจในการรับมือชาวเซียนเปยที่กำลังจะบุกมา
ยืนอยู่บนแท่นบัญชาการ มองดูชายฉกรรจ์ที่ยังไม่ผ่านการฝึกฝนยืนระเกะระกะอยู่เบื้องล่าง แต่ละคนดูท่าทางไม่ค่อยจริงจังเท่าไหร่
"ไม่เลว นึกถึงตอนที่พวกเราเริ่มคุมทัพใหม่ๆ ก็เป็นสภาพนี้ไม่ใช่หรือ? ขอแค่พวกเราตั้งใจฝึกฝน ข้าเชื่อว่าไม่เกินหนึ่งปี จะต้องสร้างกองทัพเหล็กกล้าขึ้นมาได้แน่"
หวังเฉินพยักหน้า พอใจกับการได้เลือดใหม่เข้ามาเสริมทัพ
"พี่ใหญ่จะจัดการกับทหารใหม่เหล่านี้อย่างไร?" กวนอูถาม
"ข้าไม่คิดจะเอาไปรวมกับทหารเก่า ให้ตั้งเป็นค่ายทหารใหม่แยกต่างหาก"
"พี่ใหญ่ หากให้รวมกับทหารเก่า ทหารใหม่จะเรียนรู้การรบได้เร็วกว่านะขอรับ" กวนอูเสนอแนะ
"ไม่ได้!" หวังเฉินส่ายหน้า "ฤดูใบไม้ร่วงใกล้เข้ามาแล้ว หากเอาทหารใหม่ไปรวมกับทหารเก่า ข้ากลัวว่าจะไปฉุดรั้งประสิทธิภาพการรบของทหารเก่า เกรงว่าพอเข้าฤดูใบไม้ร่วง ชาวเซียนเปยจะยกทัพเข้าปล้นชิง ข้าต้องรักษากำลังรบของทหารเก่าไว้ให้ได้มากที่สุด"
"เช่นนั้นพี่ใหญ่จะจัดกำลังพลอย่างไร?"
"ให้จัดเป็นทหารราบทั้งหมดก่อน ทหารม้าฝึกประเดี๋ยวประด๋าวไม่ได้เรื่องหรอก ม้าศึกที่ได้จากเมืองต่างๆ ข้าก็เอาไปให้ทหารเก่าใช้หมดแล้ว รวมกับม้าที่ยึดมาได้ก่อนหน้านี้ ก็เพิ่งจะรวบรวมทหารม้าได้แค่หมื่นเดียว"
กล่าวจบ หวังเฉินสะบัดมือ เสียงกลองรบดังสนั่นลั่นลานฝึก ทหารเก่านำอาวุธและชุดเกราะเข้ามาแจกจ่ายอย่างรวดเร็ว
"เรื่องการฝึกทหาร คงต้องรบกวนน้องทั้งสองแล้ว!" หวังเฉินประสานมือกล่าว
"พี่ใหญ่โปรดวางใจ!" ทั้งสองรับคำพร้อมกัน
คุยเรื่องงานจบ หวังเฉินก็เปลี่ยนเรื่อง "ข้าได้ข่าวว่าน้องรองรับครอบครัวมาอยู่ที่จินหยางแล้วรึ?"
หวังหย่งพยักหน้าหงึกหงัก "ข้าดูอยู่ตลอด พี่รองไม่เพียงรับพี่สะใภ้มา ยังพาเด็กผู้ชายตัวกำลังโตมาด้วยคนหนึ่ง"
"ฮ่าฮ่าฮ่า!" กวนอูหัวเราะลั่น "พวกเราออกมาสร้างชื่อเสียงข้างนอก จะปล่อยให้ลูกเมียตกระกำลำบากอยู่ที่บ้านเกิดได้อย่างไร"
"นั่นสิ ดูแลน้องสะใภ้ให้ดี นางเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ง่ายเลย"
"อวิ๋นฉางเข้าใจแล้ว!" กวนอูรับคำ
หลังจากสั่งความเสร็จ หวังเฉินกำลังจะกลับ ก็เห็นม้าเร็วควบตะบึงเข้ามา คุกเข่ารายงานว่า "เรียนนายท่าน แม่ทัพจูล่งส่งข่าวมาว่า ระหว่างทางที่เมืองฉางซาน ปะทะกับโจรจางเยียน อาจจะมาถึงล่าช้าไปไม่กี่วัน"
"ปลอดภัยดีไหม?"
"แม่ทัพจูล่งตีโจรแตกพ่ายแล้ว กำลังนำคนผ่านช่องเขาจิ่งสิง"
"ดี!" หวังเฉินโล่งอก
"โจรชั่วพวกนี้บังอาจนัก รังแกพี่จูล่งแล้วคิดว่าจะจบง่ายๆ รึ" หวังหย่งหน้าแดงด้วยความโกรธ ประสานมือขออนุญาต "พี่ ให้ข้านำทหารม้าเหล็กสามพันไปรับพี่จูล่งเถอะ"
"ไม่ได้!" หวังเฉินโบกมือห้าม "ก่อนหน้านี้ให้พวกเจ้าไปเกณฑ์ทหารในเมืองชั้นใน ก็เหยียบเส้นแดงของราชสำนักไปแล้ว หากไม่มีราชโองการข้าคงไม่กล้าทำบุ่มบ่าม ตอนนี้ถ้าให้เจ้าคุมทหารเข้าไปในเมืองชั้นใน จะยิ่งทำให้ฮ่องเต้กริ้ว"
คิดได้ดังนั้น หวังเฉินจึงสั่งว่า "เจ้าขี่ม้าเร็วกลับไปที่จินหยาง นำทหารส่วนตัวของตระกูลสักหนึ่งพันคนไปช่วยรับจูล่งก็พอ"
"รับทราบ!" หวังหย่งรับคำ แล้วรีบออกเดินทางทันที
[จบแล้ว]