- หน้าแรก
- สามก๊ก ระบบมหาจักรวรรดิไร้เทียมทาน
- บทที่ 46 - เรื่องมงคลไม่ขาดสาย
บทที่ 46 - เรื่องมงคลไม่ขาดสาย
บทที่ 46 - เรื่องมงคลไม่ขาดสาย
บทที่ 46 - เรื่องมงคลไม่ขาดสาย
ยามเช้าตรู่ หวังเฉินตื่นขึ้นเพราะเสียงเคาะประตูรัวเร็ว
"ท่านพี่ เรื่องดี เรื่องดีจ้ะ" เมื่อเปิดประตู ก็เห็นหวังหย่งยืนยิ้มหน้าบานอยู่หน้าห้อง "ท่านพี่ มีเรื่องมงคลใหญ่หลวง"
"เรื่องมงคลอันใด? ราชโองการมาถึงแล้วหรือ?" หวังเฉินหันหลังกลับไปล้างหน้าพลางเอ่ยถาม
"ไม่ใช่จ้ะ ราชโองการยังไม่มา แต่คนของเรากลับมาแล้ว แถมพาคนมาด้วยอีกโข"
ได้ยินดังนั้น หวังเฉินวางผ้าเช็ดหน้าลง หันมามองหวังหย่ง "ช่างฝีมือรึ?"
"ใช่จ้ะ!" หวังหย่งตอบ "ทางราชสำนักไม่รู้ทำงานกันประสาอะไร คนของเราหาคนได้แล้ว แต่ราชโองการยังไม่มาถึงเสียที"
"เอาเถอะ คนอยู่ที่ไหนกัน?"
"รออยู่ที่ห้องโถงหน้าจ้ะ!"
"ข้าจะตามไป เจ้าไปก่อนเถอะ"
ณ ห้องโถงหน้า มีช่างฝีมือประมาณสามสิบคนกำลังรอคอยนายจ้างที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่
ไม่นานนัก เมื่อได้ยินเสียงทหารประกาศ หวังเฉินก็เดินออกมาจากด้านข้าง
"คารวะท่านแม่ทัพ!"
ช่างฝีมือในลานมีสำเนียงแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มาจากปิ้งโจวและจี้โจว แต่ก็มีจากซือลี่ไม่น้อย
หวังเฉินโบกมือให้ทุกคนลุกขึ้น แล้วกล่าวว่า "ทุกท่านมาที่นี่ รู้กฎของที่นี่แล้วหรือไม่?"
"กินดื่มไม่อั้นหนึ่งเดือน แถมเงินอีกแปดสิบอีแปะ" ช่างใจกล้าคนหนึ่งตอบทันที
หวังเฉินพยักหน้า "นั่นยังไม่พอ ดูท่าคนของข้าจะยังบอกไม่หมด" กล่าวจบเขาก็เสริมว่า "มาทำงานกับข้า กติกาง่ายมาก ฝีมือยิ่งดี ค่าตอบแทนยิ่งสูง"
"เราไม่พูดถึงเรื่องกินเรื่องอยู่ เอาแค่ค่าแรง ข้ามีงานที่ให้ค่าแรงเดือนละสิบพวง (หนึ่งหมื่นอีแปะ) งานเดือนละห้าพวง งานหนึ่งพวง และงานแปดสิบอีแปะ ขึ้นอยู่กับว่าพวกท่านมีฝีมือเด็ดขาดแค่ไหน ฝีมือยิ่งสูง ข้าก็ยิ่งจ่ายหนัก"
สิ้นเสียงหวังเฉิน เหล่าช่างฝีมือก็ฮือฮากันใหญ่
สิบพวง? นั่นคือหนึ่งหมื่นอีแปะเชียวนะ! สำหรับคนที่หากินด้วยฝีมือช่าง การมีรายได้เดือนละหมื่นถือว่ามหาศาลนัก
"ที่ท่านพูดเป็นความจริงหรือ?" เสียงอันทรงพลังดังขึ้น กลบเสียงของคนอื่นจนหมด
ทุกคนหันไปมอง เห็นชายวัยกลางคนเสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง กอดห่อผ้าที่หุ้มด้วยผ้าใบน้ำมันไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายจ้องมองหวังเฉิน
"ย่อมเป็นความจริง!" หวังเฉินพยักหน้า
"หนึ่งเดือนสิบพวง ก็คือหนึ่งหมื่น สองเดือนข้าก็แลกทองคำได้หนึ่งตำลึง คำนวณดูแล้ว หนึ่งเดือนข้าซื้อข้าวได้ร้อยตั้น หนึ่งปีก็ได้พันกว่าตั้น ดีกว่าขุนนางบางคนเสียอีก" ชายผู้นั้นคำนวณครู่หนึ่ง ก็แหวกผู้คนออกมา จ้องหน้าหวังเฉิน "ข้าขอทดสอบ ท่านจะว่าอย่างไร?"
"ทดสอบได้ทุกคน เจ้าตามข้าเข้ามา!"
หวังเฉินเดินนำชายผู้นั้นเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ส่วนช่างฝีมือคนอื่นๆ ข้างหลังต่างตื่นเต้น อยากจะตามเข้าไปบ้าง แต่ถูกทหารกันไว้ ต้องรอทดสอบเบื้องต้นกับจูล่งด้านข้างตามลำดับ
ภายในห้องโถงใหญ่ หวังเฉินนั่งบนบัลลังก์ มีทหารหู่เปินอารักขาซ้ายขวา
"เจ้ามีฝีมืออะไร ถึงกล้ามาขอเงินข้าเดือนละสิบพวง?"
ชายผู้นั้นยิ้ม ค่อยๆ แกะห่อผ้าในอ้อมกอด "ท่านแม่ทัพรับสมัครช่างฝีมือ พวกข้าไม่มีความรู้อื่น มีแต่ตีอาวุธได้ดี"
ผ้าใบน้ำมันถูกแกะออก เผยให้เห็นกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมไร้ฝัก
แสงเย็นเยียบสะท้อนวูบวาบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นกระบี่ชั้นยอด!
"นี่เป็นกระบี่ที่ข้าตีไว้ก่อนหน้านี้ ยังไม่ใช่เล่มที่ดีที่สุด หากท่านแม่ทัพหาวัตถุดิบดีๆ ให้ได้ ข้าสามารถตีเล่มที่ดีกว่านี้ได้"
"ขอลองดูกระบี่ของเจ้าหน่อย!" หวังเฉินหยิบเงินอีแปะห้าเหรียญ ยื่นให้ทหารหู่เปินนำไปวางซ้อนกันบนโต๊ะ
ชายผู้นั้นสูดลมหายใจลึก ฟันกระบี่ลงไปอย่างแรง เหรียญทองแดงห้าเหรียญขาดสะบั้น แต่คมกระบี่ยังคงไร้รอยบิ่น
"เยี่ยม!" หวังเฉินพยักหน้า "กระบี่ดีจริงๆ!"
ชายผู้นั้นยืดอกด้วยความภูมิใจ "แค่นี้ไม่เท่าไหร่ ขอท่านแม่ทัพโปรดมอบกระบี่ให้ข้าสักเล่ม"
หวังเฉินพยักหน้าให้ทหารหู่เปินส่งกระบี่ให้ ชายผู้นั้นให้ทหารจับกระบี่ไว้แน่น แล้วฟันลงไปเต็มแรง กระบี่เล่มนั้นหักเป็นสองท่อนทันที ส่วนกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมในมือเขาก็เกิดรอยบิ่นขึ้นหนึ่งรอย ดูท่าจะถึงขีดจำกัดแล้วเช่นกัน
"หากไม่ใช่เพราะไฟไม่ถึง วัตถุดิบไม่ดี ข้าต้องตีออกมาได้ดีกว่านี้แน่" ชายผู้นั้นแสดงสีหน้าเจ็บใจ เก็บกระบี่ฮั่นแปดเหลี่ยมกลับไป
แต่เพียงเท่านี้ก็ทำให้หวังเฉินทึ่งมากแล้ว กระบี่ของทหารหู่เปินนั้นสร้างโดยกรมพระคลัง ใช้วัตถุดิบชั้นดี สร้างโดยช่างหลวงยอดฝีมือ
เปรียบเทียบกับช่างชาวบ้าน ก็เหมือนของหลวงกับของราษฎร์ แต่ของราษฎร์กลับฟันกระบี่หลวงขาดได้ ช่างหายากยิ่งนัก
"เอาล่ะ แสดงฝีมือแค่นี้ข้าให้โอกาสเจ้า" หวังเฉินกล่าว "รอให้โรงงานเปิด ข้าจะให้เตาหลอมแก่ผู้สมัครทุกคน ถึงตอนนั้นงัดไม้ตายของพวกเจ้าออกมา ข้าจะตัดสินอีกที และจะมีรางวัลพิเศษให้"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพ!" ชายผู้นั้นประสานมือคารวะ เตรียมจะเดินออกไป
"เจ้าชื่ออะไร?" หวังเฉินเรียกไว้
"เรียนท่านแม่ทัพ ข้าน้อยชื่อ 'ฉีอู๋จวิ้น' นามรอง 'เชียนหลี่' (พันลี้) เป็นชาวเมืองเซียงกั๋ว นี่เป็นวิชาที่สืบทอดกันมาในตระกูล"
'แซ่ฉีอู๋ ชาวเมืองเซียงกั๋ว? หรือคนผู้นี้จะเป็นบรรพบุรุษของยอดช่างตีดาบ ฉีอู๋หวยเหวิน ในยุคหลัง?' หวังเฉินคิดในใจ แต่อาจจะเป็นแค่เหตุบังเอิญ "เอาล่ะ เจ้าลงไปรอเถอะ!"
เป็นไปตามคาด ด้วยอานุภาพของเงินสิบพวง ทุกคนต่างกระตือรือร้นแย่งกันสมัคร
บางคนควักผลงานเก่าออกมาโชว์ บางคนก็งัดวิชาเด็ดออกมาแสดง
ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ รอวันเปิดโรงงาน
เรื่องราวยังไม่ทันสงบ ก็เห็นช่างฝีมืออีกร้อยกว่าคนเดินตามขุนนางราชสำนักเข้ามาในจวนแม่ทัพ
หวังเฉินตกใจกับสถานการณ์กะทันหันนี้ไม่น้อย
"ท่านแม่ทัพ ราชโองการจากฝ่าบาท!" ขุนนางหัวหน้าคณะยื่นราชโองการให้หวังเฉิน แล้วกล่าวว่า "ช่างฝีมือร้อยกว่าคนนี้ ส่วนใหญ่กรมพระคลังจัดหามา อีกส่วนหนึ่งท่านข้าหลวงติงจัดให้ระหว่างทาง ส่วนวัตถุดิบที่ท่านแม่ทัพต้องการ ราชสำนักได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังท้องที่ต่างๆ แล้ว น่าจะกำลังทยอยส่งมา"
"เช่นนั้น ขอบใจมาก!" หวังเฉินประสานมือ การอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ย่อมเย็นสบาย ตอนนี้เขาต้องแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีของราชสำนักไปก่อน
"ท่านแม่ทัพ จะขอบคุณก็ต้องขอบคุณท่านจางฉางซื่อ (จางร่าง) เรื่องที่แม่ทัพนายกองทั้งหลายรุมฟ้องร้องท่าน ก็ได้ท่านจางฉางซื่อช่วยไกล่เกลี่ยจนได้ผลลัพธ์เช่นนี้"
"เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านจางฉางซื่อแล้ว!" หวังเฉินดีใจ สั่งให้ลูกน้องมอบเงินรางวัล แล้วส่งคณะขุนนางไปพักผ่อน
มองดูราชโองการในมือ หวังเฉินยิ้มมุมปาก ดูท่าเงินที่จ่ายไปเมื่อคราวก่อนจะไม่สูญเปล่า
"จางฉางซื่อผู้นี้คุยง่ายจริงๆ ส่งน้ำใจมาให้ตั้งมากมาย" กงซุนเยี่ยนหัวเราะ
"พวกนั้นคิดจะฟ้องข้า นึกไม่ถึงว่าจะทำให้ข้าได้เสบียงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า ตอนนี้เสบียงที่ส่งมาแต่ละเดือน คำนวณตามจำนวนคนเจ็ดหมื่นคน ดูท่าแม่ทัพนายกองพวกนั้นคงอมเงินหลวงไปไม่น้อย ราชสำนักยิ่งเน่าเฟะลงทุกวัน สมควรแก่เวลาต้องซ่อมแซมแล้ว"
"ในเมื่อจางฉางซื่อช่วยเหลือถึงเพียงนี้ นายท่านไยไม่ส่งเงินทองไปให้เขาอีกสักหน่อย ให้เขาช่วยพูดจาดีๆ ในราชสำนักเล่า?" กงซุนเยี่ยนเริ่มดีดลูกคิดรางแก้ว
"ท่านกำลังลองใจข้าหรือ!" หวังเฉินยิ้ม วางราชโองการลง "คนจับผีก็คือเขา คนปล่อยผีก็คือเขา ข้าจะไปขอบคุณมันทำไม?"
"นายท่านปรีชา!" กงซุนเยี่ยนกล่าว "นี่คือความฉลาดของจางร่าง หากนายท่านไม่ตอบแทน เกรงว่าวันหน้าในราชสำนักจะอยู่ยาก"
"เอาเถอะ ถึงเวลาต้องรวบรวมขุมกำลังแล้ว อีกสองเดือนก็จะเข้าฤดูใบไม้ร่วง ไม่แน่ว่าพวกเซียนเปยอาจจะบุกมาปล้นอีก อาจเกิดศึกใหญ่ขึ้นก็ได้ พวกแม่ทัพนายกองชายแดนพวกนั้นพึ่งพาไม่ได้ ต้องรีบเสริมสร้างความแข็งแกร่งก่อนศึกจะมา"
สำหรับคำปฏิเสธของหวังเฉิน กงซุนเยี่ยนไม่ได้ทัดทานอะไรอีก
หวังเฉินไม่มีทีท่ากังวล กลับดูยินดีด้วยซ้ำ "ตอนนี้เราจะขยายกองทัพ หวังพึ่งชายแดนคงไม่ได้ ท่านจงไปถ่ายทอดคำสั่งข้า ให้กวนอู จูล่ง และน้องรอง (หวังหย่ง) กลับไปบ้านเกิด อ้างชื่อข้า รวบรวมคนมาให้ได้คนละหนึ่งหมื่น"
"คนละหนึ่งหมื่น? นั่นสามหมื่นคนเชียวนะ!" กงซุนเยี่ยนตกใจ การเคลื่อนไหวใหญ่โตขนาดนี้ หากรู้ถึงหูราชสำนัก มีหวังโดนฟ้องแน่
หวังเฉินกลับดูผ่อนคลาย "ภูตผีปีศาจแถวชายแดนเพิ่งโดนเราซ้อนแผน คงยังไม่กล้าขยับตัว อีกอย่างราชโองการก็อยู่นี่แล้วไง? ให้ข้าเปลี่ยนถ่ายทหาร ชายแดนมีคนให้เกณฑ์หรือ? ให้พวกตระกูลใหญ่ส่งคนมาหรือ? ห้าหมื่นคน ไม่ถือว่ามาก"
"นายท่านไยไม่หาคนในพื้นที่? ลองไปเจรจากับตระกูลต่างๆ สามหมื่นคนไม่น่าจะมีปัญหา เหตุใดต้องถ่อไปพาคนมาไกลเป็นพันลี้? เอาเวลาไปฝึกทหารไม่ดีกว่าหรือ?"
"แถวนี้ผีเยอะเกินไป ถ้าใช้แต่คนท้องถิ่น เวลาข้าจะฆ่าคน มันจะทำงานลำบาก อีกอย่างพวกตระกูลใหญ่มีท่าทีจะยอมให้คนหรือ? เรามาอินกวานตั้งนานแล้ว ท่านเห็นหัวหน้าตระกูลไหนมาพบเราบ้าง? ตอนนี้จะไปขอคนจากพวกมัน? ไม่เท่ากับยอมอ่อนข้อให้ก่อนหรือ?" หวังเฉินแววตาฉายรังสีอำมหิต แต่พอมองกงซุนเยี่ยนก็หายวับไป
"ข้าน้อยเข้าใจแล้ว" กงซุนเยี่ยนเข้าใจความหมายของหวังเฉินทันที พลอยยิ้มตามไปด้วย
[จบแล้ว]