- หน้าแรก
- สามก๊ก ระบบมหาจักรวรรดิไร้เทียมทาน
- บทที่ 26 - ความพ่ายแพ้ที่กว๋างจง
บทที่ 26 - ความพ่ายแพ้ที่กว๋างจง
บทที่ 26 - ความพ่ายแพ้ที่กว๋างจง
บทที่ 26 - ความพ่ายแพ้ที่กว๋างจง
สิบลี้ทางทิศตะวันตกของเมืองกว๋างจง
กองทัพประมาณสามหมื่นนายจัดตั้งค่ายกลขนาดใหญ่ท่ามกลางทุ่งร้าง หวังเฉินแบ่งกองทัพออกเป็นหกกองย่อย แต่ละกองมีประมาณห้าพันคน ประกอบด้วยทหารม้าห้ากองและทหารราบหนึ่งกอง
"ใจคอมันช่างน่าอึดอัดเสียจริง คนอื่นเขาไปฆ่าแกงกันที่กว๋างจง พวกเรากลับกลายเป็นลูกเมียน้อย มานั่งกินลมชมวิวอยู่ในป่าเขารกร้างนี่" เตียวหุยหน้าบอกบุญไม่รับ มือแกว่งทวนอสรพิษตัดหญ้าเล่น ปากก็บ่นงึมงำไม่หยุด
"น้องรอง พูดน้อยลงหน่อย มาแล้วก็ต้องอยู่ให้ได้ ท่านเสี้ยวเว่ยและท่านตูเว่ยย่อมมีความคิดของท่านเอง" เล่าปี่ยังคงสงบนิ่ง หลับตาพักผ่อนอยู่บนหลังม้า
"นั่นสิอี้เต๋อ ท่านอย่าได้บ่นไปเลย ตลอดทางมานี่ปากท่านไม่เคยหยุดเลยนะ" จูล่งที่อยู่ข้างๆ ก็ขมวดคิ้ว เริ่มรำคาญขึ้นมาบ้าง
"ข้าบ่นไม่กี่คำแล้วมันจะเป็นไรไป? ก็มันเรื่องจริงนี่นา ถ้าพวกเราไม่ใช่ลูกเมียน้อย แล้วจะมาทำอะไรตรงนี้?" เสียงอันดังก้องของเตียวหุย แม้จะอยู่ไกล แต่หวังเฉินก็ได้ยินชัดเจน
เขากวักมือเรียกทั้งสามคนให้เข้ามาหา
"อะไรคือลูกเมียน้อย? พวกเรานี่แหละลูกเมียน้อยที่เป็นลูกรัก อยากรบนักรึ?" หวังเฉินมองเตียวหุยพร้อมรอยยิ้ม
"ก็ใช่น่ะสิ อุตส่าห์ดั้นด้นมาตั้งไกล ถ้าไม่อยากรบ จะให้มาดูต้นทางให้พวกมันหรือไง?" เตียวหุยกล่าวอย่างแง่งอน
"ฮ่าๆๆๆ..." หวังเฉินและลิ่งหูเว่ยหัวเราะขึ้นพร้อมกัน
"ท่านเสี้ยวเว่ย ท่านตูเว่ย โปรดอย่าถือสา..." เล่าปี่ประสานมือขออภัย
"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร อี้เต๋อพูดถูก ใครๆ ก็อยากรบ มาอยู่ตรงนี้ใครก็อึดอัด" ลิ่งหูเว่ยกล่าว "แต่ตูเว่ยหวังบอกว่าพวกเราเป็นลูกเมียน้อยที่เป็นลูกรัก แน่นอนว่าต้องรอเก็บแรงอยู่ที่นี่ อยากรบ เดี๋ยวมีคนมาให้เจ้ากระทืบแน่ เพียงแต่ถึงตอนนั้นห้ามกลัวจนหัวหดถอยหนีล่ะ!"
"จริงรึ?" เตียวหุยดีใจจนเนื้อเต้น รีบกล่าวว่า "ท่านเสี้ยวเว่ยโปรดวางใจ ทวนอสรพิษในมือข้าอยากดื่มเลือดจะแย่อยู่แล้ว อยู่แต่ในค่ายช่วงนี้ ข้าแทบจะบ้าตาย"
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยหยอกล้อ ม้าเร็วตัวหนึ่งก็ควบตะบึงมาจากระยะไกล
"รายงาน..."
"รายงานนายท่าน กว๋างจงเริ่มรบกันแล้ว ค่ายทหารราบปีนขึ้นกำแพงเมืองได้สองครั้งแต่ถูกพวกโจรตีลงมา สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีขอรับ"
หวังเฉินพยักหน้า โบกมือไล่หน่วยสอดแนมถอยไป
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาหันไปทางเล่าปี่ "เสวียนเต๋อ กองทหารราบข้ามอบให้ท่านดูแล เดี๋ยวรอคำสั่งข้า ให้พาทหารราบไปดักที่ถนนหลวงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่มุ่งไปสู่ฉวีโจว รับมือข้าศึกจากด้านหน้า! หากมีทหารฝ่ายเราแตกพ่ายหนีมา จงปล่อยพวกเขาผ่านไป"
"รับคำสั่ง!" เล่าปี่ประสานมือ
"อี้เต๋อ เจ้าอยากให้ทวนยาวดื่มเลือดมิใช่หรือ? ดี เดี๋ยวเจ้าตามเสวียนเต๋อไปเฝ้าถนนหลวงทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หากปล่อยโจรผ่านไปได้แม้แต่คนเดียว เอาหัวมาให้ข้า!"
"ท่านวางใจ ข้าจะไม่ยอมให้ใครผ่านไปได้แม้แต่คนเดียว!" เตียวหุยตบหน้าอกรับรอง
หวังเฉินพยักหน้า มีสองคนนี้เฝ้าอยู่ เขาเชื่อว่าสมรภูมิด้านหน้าจะไม่มีอะไรผิดพลาด
เขาหันไปมองขุนพลคนอื่นๆ "กงเสิ้ง ท่านกับข้าแบ่งทหารม้าคนละกอง หากทัพกลางแตกพ่าย พวกเราจะบุกออกจากสี่ทิศ เข้าก่อกวนและดักสังหารข้าศึกที่ไล่ตามมา รักษาชีวิตทหารฝ่ายเราที่แตกพ่ายให้ได้มากที่สุด"
"รับคำสั่ง!" ลิ่งหูเว่ยประสานมือรับคำหวังเฉิน โดยไม่ถือสาเรื่องยศศักดิ์ที่เท่าเทียมกัน
"อวิ๋นฉาง ท่านนำทหารม้าหนึ่งกอง รอให้ฝ่ายเราแตกพ่ายและข้าศึกออกจากเมืองมาแล้ว ให้ไปเผาค่ายข้าศึกนอกเมือง โดยเฉพาะเสบียงอาหาร ห้ามให้เหลือตกถึงมือข้าศึกแม้แต่เม็ดเดียว เผาให้เกลี้ยง!"
"รับคำสั่ง!"
"จื่อหลง น้องหย่ง เจ้าสองคนคุมทหารม้าคนละกอง พอเห็นไฟไหม้ค่าย ก็ให้ตีกลองโบกธงที่ทิศตะวันตกและทิศเหนือของกว๋างจง ทำทีว่าจะบุกตีเมือง พอข้าศึกถอยกลับมา ก็ให้รีบถอนตัว จำไว้ว่าให้คอยหนุนช่วยอวิ๋นฉาง!"
"รับคำสั่ง!"
"นายท่านตั้งใจจะถอยทัพกลับฉวีโจวหรือ?" หลังจากสั่งการเสร็จสรรพ กงซุนเยี่ยนจึงถามหวังเฉิน
"หากทัพเราพ่ายแพ้ที่กว๋างจง การจะจัดทัพใหม่ในทันทีแทบเป็นไปไม่ได้ ส่วนเสบียงส่วนใหญ่ของเราเก็บไว้ที่ฉวีโจว อีกทั้งยังมีแม่น้ำจางเป็นชัยภูมิป้องกันข้าศึกจากกว๋างจงได้ หากจะตั้งหลักใหม่ ฉวีโจวคือตัวเลือกที่ดีที่สุด"
"แล้วถ้าข้าศึกเบนเข็มไปตีเมืองจิงเซี่ยนจะทำอย่างไร?" เล่าปี่แทรกขึ้น
"เสวียนเต๋อวางใจเถิด หากทัพเราปักหลักที่ฉวีโจว โจรที่กว๋างจงย่อมไม่กล้าบุ่มบ่าม" หวังเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ
"นายท่าน! ข่าวกรองเร่งด่วน!"
ม้าเร็วอีกตัวควบมาอย่างรวดเร็ว "นายท่าน โจรที่กว๋างจงต่อต้านอย่างดุเดือด ทัพเราบุกเข้าเมืองได้ครั้งหนึ่ง แต่ถูกฆ่าถอยออกมา ตอนนี้ใต้กำแพงเมืองกว๋างจงศพกองเป็นภูเขา"
ม้าเร็วคนนั้นยังไม่ทันจากไป ม้าเร็วอีกตัวก็รีบวิ่งเข้ามา "นายท่าน ข้าศึกเปิดประตูเมืองออกมาสู้รบกับฝ่ายเราที่หน้าเมืองแล้ว!"
"เสวียนเต๋อ รีบไปประจำตำแหน่ง!" หวังเฉินหันไปทางเล่าปี่ สีหน้าเริ่มเคร่งเครียด ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ ไม่เกินครึ่งชั่วยามทัพเราต้องแตกพ่ายแน่
"รับคำสั่ง!" เล่าปี่ประสานมือ แล้วนำทหารจากไปทันที
ผ่านไปไม่นาน ก็มีม้าเร็วมาอีก "นายท่าน ข้าศึกมีกำลังมาก เปิดฉากโต้กลับใส่ทัพเราหลายครั้ง เสี้ยวเว่ยค่ายทหารราบและเสี้ยวเว่ยค่ายฉางสุ่ยเสียชีวิตในที่รบ ค่ายกลทัพเราถูกข้าศึกตีแตกหลายครั้ง"
หวังเฉินยากที่จะยิ้มออกเมื่อคิดถึงการฆ่าฟันที่อยู่ไกลออกไป นั่นคือชีวิตคนเป็นๆ ทั้งนั้น ต้องมาสูญเสียไปเพราะตั๋งโต๊ะเช่นนี้
"ท่านเสี้ยวเว่ยลิ่งหู ตูเว่ยหวัง!"
ไม่นานนัก ม้าเร็วอีกตัวก็มาถึง แต่คราวนี้คนผู้นั้นเกราะชุ่มโชคด้วยเลือด ไม่ใช่คนของหน่วยตนเอง "ท่านทั้งสอง ท่านจงหลางเจี้ยงตั๋งมีคำสั่ง ให้ท่านทั้งสองรีบนำทัพไปช่วยด่วน"
แต่ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะขยับตัว ม้าเร็วอีกตัวก็วิ่งเข้ามา "นายท่าน ปีกซ้ายขวาของทัพเราแตกพ่าย ทัพหน้าตายเรียบ ท่านจงหลางเจี้ยงตั๋งถอยไม่ทัน ถูกข้าศึกล้อมไว้ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้ว!"
มาจนได้!
หวังเฉินสูดหายใจลึก หันไปกล่าวกับขุนพลรอบกาย "ทุกท่าน ทำตามแผน" กล่าวจบก็หันไปสั่งทหารม้าในสังกัด "ข้าจะนำทัพของข้าไปช่วยท่านจงหลางเจี้ยงตั๋ง กงเสิ้งท่านช่วยก่อกวนข้าศึกก่อน!"
"กงเจิ้นวางใจ!"
เมื่อได้รับคำตอบจากลิ่งหูเว่ย หวังเฉินก็นำทหารม้าห้าพันนายควบตะบึงไปทางทิศตะวันออกอย่างรวดเร็ว ฝุ่นตลบฟุ้งไปทั่วป่าเขา
ตัดกลับมาที่หน้าเมืองกว๋างจง
ทัพกลางที่ตั๋งโต๊ะอยู่ เปรียบเสมือนเรือลำน้อยในมหาสมุทร ถูกกองทัพโจรโพกผ้าเหลืองล้อมไว้อย่างแน่นหนา
ใบหน้าของเขาปรากฏแววสิ้นหวัง ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เขาไม่ได้กังวลว่าเบื้องบนจะลงโทษเช่นไร แต่เวลานี้เขาติดอยู่ในวงล้อม ความตายที่คืบคลานเข้ามาทำลายหัวใจที่แตกสลายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาพยายามจัดตั้งการตอบโต้หลายครั้ง แต่ก็ถูกโจรโพกผ้าเหลืองตีกลับมาทุกครั้ง
วงล้อมแคบลงเรื่อยๆ ทหารองค์รักษ์ในทัพกลางล้มลงทีละคนสองคน เขามองขึ้นไปบนกำแพงเมืองกว๋างจง ที่นั่น มีคนผู้หนึ่งยืนอยู่บนกองซากศพ จ้องมองลงมาที่เขา
จางเจุยวที่ใบหน้าไร้ซึ่งความป่วยไข้ ยืนพิงจางเหลียงมองดูสนามรบเบื้องล่างอย่างเงียบงัน มือของเขากำแน่น อาจเพราะออกแรงมากเกินไป จนมือสั่นระริก
"ทำลายมัน ทำลายมัน ต้องทำลายมันให้ได้!!!"
จางเหลียงเห็นพี่ชายเป็นเช่นนั้นก็ปวดใจ เอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า "พี่ใหญ่ไม่ต้องห่วง มันหนีไม่พ้นหรอก"
"ทำลายมันได้พวกเราก็รอด หมากกระดานนี้ก็จะกลับมาเดินต่อได้"
"พี่ใหญ่โปรดวางใจ!"
[จบแล้ว]