- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์ชายหก ข้าขออู้งานจนจิ๋นซีต้องร้องขอชีวิต
- บทที่ 33 - รางวัลอู้งานเข้ากระเป๋าแล้ว!
บทที่ 33 - รางวัลอู้งานเข้ากระเป๋าแล้ว!
บทที่ 33 - รางวัลอู้งานเข้ากระเป๋าแล้ว!
บทที่ 33 - รางวัลอู้งานเข้ากระเป๋าแล้ว!
เมื่อการประชุมเช้าเริ่มขึ้นอีกครั้ง ผู้คนเห็นอิ๋งหยวนเดินกลับเข้ามาในท้องพระโรงด้วยรอยยิ้มเอกลักษณ์ ผลลัพธ์... ก็ดูเหมือนจะชัดเจนแล้ว
แต่สิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่สังเกตสีหน้าของอิ๋งหยวน แต่เป็นการมองไปที่สองอัครมหาเสนาบดีและสองแม่ทัพใหญ่
เจ้ากรมการคลังหยางเย่ไม่ค่อยสนใจเรื่องจ้าวกาอยู่แล้ว ส่วนองค์ชายฝูซูก็เป็นพี่ชายขององค์ชายหก
ท่าทีของสองคนนี้ไม่ได้ตัดสินทิศทางของเรื่องราวทั้งหมด
แต่สองอัครมหาเสนาบดีและสองพ่อลูกตระกูลหวังต่างหาก คือกุญแจสำคัญ
แต่ทว่า... ทั้งสี่คนกลับไม่มีสีหน้าไม่พอใจแม้แต่น้อย เพียงแต่ขมวดคิ้วครุ่นคิด ราวกับมีเรื่องที่สำคัญกว่าการตายของจ้าวกาเป็นพันเท่าทวีคูณ
"เรื่องเจ้ากรมรถม้าจ้าวกาถือเป็นอันสิ้นสุด ไม่ต้องพูดถึงอีก"
บนบัลลังก์สูง จิ๋นซีฮ่องเต้ตรัสเสียงเรียบ เท่ากับใช้อำนาจกษัตริย์กดเรื่องนี้ลงไปดื้อ ๆ
ไม่ว่าในราชสำนักจะมีใครสงสัยหรือไม่ แต่... ต่อหน้าชะตากรรมของต้าฉิน เรื่องนี้มันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน
อาจกล่าวได้ว่า ในใจจิ๋นซีฮ่องเต้ ต่อให้จ้าวกาถูกใส่ร้ายแล้วยังไง? เทียบกับเสบียงกรังของต้าฉินที่อุดมสมบูรณ์ ราษฎรนับหมื่นนับล้านมีข้าวกินอิ่มท้องได้ไหม?
ฉุนอวี๋เยว่มองฝูซู แล้วกระซิบถาม "องค์ชาย ในตำหนักในเกิดอะไรขึ้นกันแน่? องค์ชายหยวน ยกเหตุผลที่ฟังขึ้นมาอ้างได้จริงหรือ?"
เมื่อครู่เขากับซูซุนทงเพิ่งจะดีใจจนเนื้อเต้น คิดว่าคราวนี้องค์ชายฝูซูคงกำจัดคู่แข่งที่น่ากลัวไปได้คนหนึ่งแล้ว
แต่นึกไม่ถึงว่าวาจาสิทธิ์ของจิ๋นซีฮ่องเต้ จะระงับเรื่องนี้ไว้ดื้อ ๆ?
เขาอยากรู้เบื้องลึกเบื้องหลัง
ฝูซูแววตาซับซ้อน ส่ายหน้าเบา ๆ "ท่านอาจารย์ เรื่องนี้เป็นความลับ เกี่ยวพันกับเรื่องใหญ่ ข้าพูดไม่ได้"
แม้เขาจะหัวโบราณและเคารพอาจารย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมองไม่ออกว่าอะไรหนักอะไรเบา!
คำพูดของน้องหกเมื่อครู่ที่ว่าน้ำพยุงเรือได้ ก็คว่ำเรือได้เช่นกัน เปรียบเสมือนฟ้าผ่ากลางใจฝูซู
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ในใจน้องหก ปากท้องของราษฎร คือชะตากรรมของบ้านเมือง
และเพราะเหตุนี้ ฝูซูยิ่งรู้สึกอยากปกป้องอิ๋งหยวนมากขึ้น
ฝูซูมีลางสังหรณ์ว่า น้องหกจะช่วยแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อได้มากโข!
"นี่..."
ได้ยินแบบนี้ ฉุนอวี๋เยว่ชะงัก สีหน้าดูแย่ลงทันที
การเปลี่ยนท่าทีของฝูซู ในสายตาอาจารย์อย่างเขา มันมีความหมายอีกนัยหนึ่ง ความห่างเหิน!
มันคือความห่างเหินทีละเล็กทีละน้อย!
ฉุนอวี๋เยว่มองอิ๋งหยวนด้วยสายตาลึกล้ำ แอบผูกใจเจ็บ
ตั้งแต่องค์ชายหกผู้นี้เข้ามาในราชสำนัก องค์ชายฝูซูก็เริ่มเปลี่ยนไป นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย
แต่อิ๋งหยวนไม่ได้สนใจความแค้นในใจของฉุนอวี๋เยว่เลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เขาขยับตัวไปทางเสาต้นหนึ่ง เพื่อให้เสาช่วยบังตัวเขาไว้หน่อย
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ ขัดจังหวะการประชุมเช้าอย่างรุนแรง จนทำให้ต้องระงับการประชุม】
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ ได้รับรางวัลแต้มอู้งาน 50 แต้ม】
【แต้มอู้งานปัจจุบัน: 835 แต้ม!】
ได้ยินเสียงเครื่องจักรในหัว อิ๋งหยวนก็ไม่แปลกใจ
เพราะเขาตั้งใจจะเอาแต้มอยู่แล้ว
แค่น่าเสียดายนิดหน่อย เสด็จพ่อกับพวกขุนนางเหล่านั้นแรงกดดันสูงเกินไป ถ่วงเวลาได้ไม่นาน
ไม่งั้น แค่เรื่องระงับการประชุม อาจจะปั่นแต้มอู้งานจนทะลุเป้าขั้นต่อไปได้เลย
คิดไปคิดมา อิ๋งหยวนก็เลยเอียงหัวพิงเสา งีบหลับซะเลย
การตื่นแต่เช้าตรู่ ถือเป็นการไม่ให้เกียรติการนอนหลับอย่างรุนแรง นี่มันฝืนสัญชาตญาณสิ่งมีชีวิตชัด ๆ!
ขนาดสัตว์ป่า ก่อนจะออกล่าเหยื่อยังต้องนอนให้อิ่ม แต่นี่เขาเป็นถึงองค์ชายหกแห่งต้าฉิน นอนไม่อิ่มต้องตื่นมาทำงาน!
คิดแล้ว อิ๋งหยวนก็หลับไปดื้อ ๆ
ขุนนางบุ๋นบู๊ในตำหนักกิเลน หูฟังการประชุม ตาดูองค์ชายหกหลับ ในใจเหมือนมีม้าศึกหมื่นตัววิ่งพล่าน!
กล้าหลับในตำหนักกิเลน?
องค์ชายหกผู้นี้ นับว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง ทั้งในอดีตและอนาคต!
โดยเฉพาะ
องค์ชาย ท่านกำลังปิดหูขโมยกระดิ่งอยู่เหรอ? (หลอกตัวเอง) การพิงเสาหลับ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะไม่เห็นท่านนะ! ทำไมถึงหลับสบายใจเฉิบขนาดนั้น
กลับกัน บนบัลลังก์สูง ในแววตาของจิ๋นซีฮ่องเต้ กลับฉายแววขบขันจาง ๆ
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ นอนหลับอุตุกลางท้องพระโรง ได้รับแต้มอู้งาน 300 แต้ม!】
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ แต้มอู้งานปัจจุบัน 1,135 แต้ม ทำภารกิจอู้งานสำเร็จ】
【ติ๊ง! ยินดีด้วยโฮสต์ หักแต้มอู้งาน 1,000 แต้ม ได้รับรางวัลตอบแทนจากระบบ: วิธีขุดเจาะและกลั่นเกลือสินเธาว์!】
【ติ๊ง! แต้มอู้งานคงเหลือ: 135 แต้ม!】
【เงื่อนไขรางวัลอู้งานขั้นต่อไป: 3,000 แต้ม!】
เมื่อคำว่า "เลิกประชุม" ดังขึ้นในท้องพระโรง อิ๋งหยวนก็ตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงีย
พอตื่นมา เสียงเตือนรัว ๆ ของระบบทำเอาเขาเกือบมึน
วิธีขุดเจาะและกลั่นเกลือสินเธาว์?
ของโคตรดี!
ต้องรู้ก่อนว่า ยุคนี้เกลือราคาแพงหูฉี่ เรียกได้ว่าค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน อย่างน้อยสามส่วนต้องหมดไปกับการซื้อเกลือ แถมต้องเป็นชาวบ้านที่มีฐานะหน่อยถึงจะซื้อกินได้
ชาวบ้านตาดำ ๆ จะเสริมเกลือเข้าร่างกาย ต้องใช้วิธีอมผ้าชุบน้ำส้มสายชูเอา (ผ้าที่ต้มกับเกลือคุณภาพต่ำ)
ถ้าเอามาใช้ดี ๆ... วิธีนี้มีค่าที่สุดในมืออิ๋งหยวนตอนนี้ รองจากมันฝรั่งเลย
แต่พอดีใจเสร็จ อิ๋งหยวนก็เริ่มเซ็ง
ขั้นต่อไปต้องใช้แต้มตั้งสามพัน โหดเกินไปแล้ว!
ดูท่าต้องหาช่องทางทำมาหากินใหม่ซะแล้ว
"น้องหก..."
ทันใดนั้น ฝูซูก็ตบไหล่อิ๋งหยวน พูดด้วยสีหน้าซับซ้อน "เรื่องวันนี้ โชคดีจริง ๆ วันหน้าวันหลังน้องหกอย่าใจร้อนวู่วามอีกนะ"
ได้ยินแบบนี้ อิ๋งหยวนยิ้มรับแล้วพยักหน้า "พี่ใหญ่ ท่านก็รู้ ข้าน่ะเป็นคนสุภาพอ่อนโยน เป็นมิตรกับทุกคน ถ้าไม่ใช่เรื่องสุดวิสัยจริง ๆ ข้าไม่ใช้วิธีนี้หรอก"
คำพูดนี้ทำเอาฝูซูมุมปากกระตุก
ถ้าเป็นเมื่อก่อน อิ๋งหยวนพูดแบบนี้ ฝูซูคงไม่เถียงสักคำ แต่ตอนนี้...
ไหว้ล่ะ! เจ้าเพิ่งฆ่าจ้าวกามาหยก ๆ ยังกล้าพูดว่าเป็นมิตรกับทุกคนอีกเหรอ?
"ช่างเถอะ ช่างเถอะ"
ฝูซูถอนหายใจ ส่ายหน้าเตรียมจะเดินจากไป
มองท่าทีของพี่ชาย อิ๋งหยวนรู้ทันทีว่าพี่ชายคนนี้กำลังสับสนเพราะความเมตตาธรรมของตัวเองอีกแล้ว
"พี่ใหญ่ ข้ามีเรื่องจะบอก ข้าจะให้ของขวัญท่านชิ้นหนึ่ง"
อิ๋งหยวนรั้งตัวฝูซูไว้ เอ่ยเสียงเข้ม
ฝูซูชะงัก สงสัย "น้องหก พี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้าอาหาร เจ้าอย่าสิ้นเปลืองเลย"
อิ๋งหยวนส่ายหน้า ยิ้มกริ่ม "พี่ใหญ่ ของที่ข้าจะให้ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่! แต่ไม่ใช่สิ่งของ"
"มันเกี่ยวกับ 'เมตตาธรรม' และเป็นสมบัติทางความคิด!"
"สิ่งนี้ จะบอกท่านว่า อะไรคือลัทธิขงจื๊อที่แท้จริง!"
[จบแล้ว]