- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นองค์ชายหก ข้าขออู้งานจนจิ๋นซีต้องร้องขอชีวิต
- บทที่ 34 - เอาจ้าวกาไปเลี้ยงหมา
บทที่ 34 - เอาจ้าวกาไปเลี้ยงหมา
บทที่ 34 - เอาจ้าวกาไปเลี้ยงหมา
บทที่ 34 - เอาจ้าวกาไปเลี้ยงหมา
ได้ยินคำพูดของอิ๋งหยวน ฝูซูถึงกับชะงัก สีหน้าแฝงความประหลาดใจ
น้องหกคนนี้จะสอน 'เมตตาธรรม' ให้เขา?
น้องหก เจ้าลองฟังสิ่งที่ตัวเองพูดหน่อยไหม? เมื่อกี้เจ้าเพิ่งจะยัดข้อหาอาจจะมีก็ได้ให้จ้าวกา แล้วฆ่าเขาทิ้งนะ!
"น้องหกมีความเห็นต่างเกี่ยวกับลัทธิขงจื๊อรึ?"
แต่ฝูซูก็ไม่ได้ปฏิเสธทันที กลับเอ่ยถาม
การเปิดกว้างรับฟังความเห็นผู้อื่น คือคุณสมบัติพื้นฐานของสุภาพชน
อิ๋งหยวนยิ้มลึกลับ "ความเห็นต่างคงเรียกไม่ได้ แต่เรียกว่าความเข้าใจที่ถูกต้องน่าจะเหมาะกว่า"
คำพูดนี้ทำเอาฝูซูมุมปากกระตุก!
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเมตตาธรรมในลัทธิขงจื๊อ? น้องหกคนนี้ ช่างไม่ถ่อมตัวเอาซะเลยจริง ๆ!
"พี่ใหญ่ เดี๋ยวช่วงบ่ายท่านมาที่จวนข้า"
"แต่ก่อนจะมา ท่านลองคิดคำถามนี้ให้ดี"
"สมัยที่ท่านปรมาจารย์ขงจื๊อเดินทางไปทั่วแว่นแคว้น ตอนนั้นบ้านเมืองมีแต่สงคราม ท่านอาศัยอะไรถึงเดินทางไปมาระหว่างแคว้นได้? ไม่ต้องพูดถึงแคว้นที่เป็นศัตรูกันนะ แค่พวกโจรป่า หรือคนเถื่อนตามชนบท ขงจื๊อใช้อะไรรับมือคนพวกนี้?"
อิ๋งหยวนพูดพร้อมรอยยิ้ม
วิธีสอนคนที่ดีที่สุด คือการโยนคำถามให้คิด
เมื่อคนเริ่มคิด ใจก็จะเปิด เมื่อนั้นถึงจะกรอกแนวคิดใหม่ ๆ ลงไปได้
"ย่อมเป็นเมตตาธรรม ใช้เมตตาธรรมขัดเกลา ใช้คุณธรรมสร้างความซาบซึ้ง"
ฝูซูตอบโดยไม่ต้องคิด แต่อิ๋งหยวนโบกมือ "พี่ใหญ่ลองคิดดูดี ๆ ข้ากลับจวนก่อน ไว้ท่านมาถึงค่อยมาฟังคำตอบที่ท่านไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว"
พูดจบ อิ๋งหยวนก็หันหลังเดินออกจากตำหนัก ทิ้งให้ฝูซูยืนครุ่นคิดอยู่คนเดียว
"องค์ชาย องค์ชายหยวนพูดอะไรกับท่านหรือ? ทำไมท่าทีในท้องพระโรงถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ?"
"ต่อให้อัครมหาเสนาบดีเฝิงและหลี่ไม่อยากพูดมากเรื่องจ้าวกาเพื่อรอรับผลประโยชน์ แต่แม่ทัพเฒ่าหวังกับทงอู่โหว ทำไมถึงเข้าข้างองค์ชายหยวน? แถมเจ้ากรมการคลังหยางเย่ก็เป็นไปกับเขาด้วย?"
ซูซุนทงเดินเข้ามาถามเสียงเบา
เรื่องนี้เขาคิดยังไงก็ไม่เข้าใจ
การประชุมในตำหนักใน องค์ชายฝูซูไม่ซ้ำเติมถือเป็นเรื่องปกติ แต่ทำไมหยางเย่ถึงไม่พูดอะไรเลย?
แถมจิ๋นซีฮ่องเต้ยังใช้อำนาจระงับเรื่องนี้ไว้ดื้อ ๆ ในท้องพระโรง?
ฝูซูสีหน้าซับซ้อน เอ่ยว่า "เรื่องของน้องหก อาจารย์ทั้งสองอย่าได้ซักไซ้เลย"
"นี่ไม่ใช่แค่พระประสงค์ของเสด็จพ่อ แต่ในการประชุมย่อย ทั้งท่านแม่ทัพเฒ่าหวังและเจ้ากรมการคลัง ต่างก็เห็นชอบ"
"ส่วนที่น้องหกพูดกับข้าเมื่อครู่ เขาบอกว่าเขามีมุมมองต่อหลักธรรมขงจื๊อในแบบของเขา ให้ข้าไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นช่วงบ่าย"
ได้ยินดังนั้น ซูซุนทงถึงกับตะลึง!
เห็นชอบ!
สองคำนี้ กับคำว่าปล่อยปละละเลยมันต่างกันราวฟ้ากับเหว!
องค์ชายหยวนมีความสามารถขนาดนี้เชียวหรือ ใช้เพียงลิ้นสามนิ้ว (วาทศิลป์) โน้มน้าวทุกคนในการประชุมย่อยได้สำเร็จ?
"องค์ชายหยวนไม่เคยเคารพปราชญ์ แถมยังเคยเมาอาละวาดพูดจาโอหังว่าสวรรค์สร้างข้ามาต้องมีประโยชน์ คนไม่รู้จักถ่อมตัวเช่นนี้ จะไปรู้ลึกซึ้งเรื่องหลักธรรมขงจื๊อได้อย่างไร?"
"องค์ชาย อย่าได้หลงกลเชียวนะพะยะค่ะ!"
ฉุนอวี๋เยว่ที่อยู่ข้าง ๆ แค่นเสียงเย็น สีหน้าดูแคลน
เขาเป็นปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค องค์ชายหยวนที่แม้แต่คัมภีร์ 《หลุนอวี่》 (คัมภีร์สนทนา) ยังอ่านไม่กี่จบ เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าจะมีมุมมองลึกซึ้งอะไร
แต่ฝูซูกลับส่ายหน้า "ไม่! ข้าเชื่อใจน้องหก"
"น้องหกไม่ใช่คนพูดจาเลื่อนลอย"
"อาจารย์ทั้งสอง ข้าขอตัวไปจัดการราชกิจก่อน เดี๋ยวจะไปจวนน้องหก ฎีกาแนะนำจากหอจวีเสียนช่วงนี้ ให้ส่งไปที่จวนข้า ค่ำ ๆ ข้าจะอ่าน"
พูดจบ ฝูซูทำความเคารพแบบศิษย์ครึ่งหนึ่ง แล้วเดินออกจากตำหนักกิเลนไป
ฉุนอวี๋เยว่และซูซุนทงมองหน้ากัน ต่างเห็นความกังวลในแววตาของอีกฝ่าย
ดูเหมือนองค์ชายหยวนจะผงาดขึ้นมาในราชสำนักจริง ๆ แล้ว
กระแสที่มาแรงแบบนี้ สำหรับพวกเขาแล้ว มันน่าหวั่นใจจริง ๆ
"ช่างเถอะ! ไม่ว่าองค์ชายหยวนจะเป็นอย่างไร ก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าองค์ชายฝูซูคือองค์ชายใหญ่แห่งต้าฉินไม่ได้"
"ขอเพียงองค์ชายฝูซูยึดมั่นในปณิธานของปราชญ์ มุ่งสร้างรัฐในอุดมคติ ใช้ระบบศักดินาแบ่งปันแผ่นดินเพื่อความสงบสุขของราษฎร"
"องค์ชายหยวน ไว้ค่อยจัดการวันหลังก็ได้"
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉุนอวี๋เยว่ถอนหายใจเบา ๆ
ซูซุนทงไม่ได้พยักหน้า และไม่ได้ส่ายหน้า
ไม่รู้ทำไม เขารู้สึกถึงภัยคุกคามอันเข้มข้นจากตัวอิ๋งหยวน
อย่าเห็นว่าองค์ชายหยวนไม่มีรากฐานในราชสำนัก แต่แค่ชุดอุปกรณ์ม้าศึกชุดเดียว ก็กอบโกยความประทับใจไปมหาศาล! ซูซุนทงก็กลัวเหมือนกัน!
"กร๊อบ!"
"กร๊อบ!"
ภายในคอกสุนัข หลงเชี่ยทุบกระดูกจนแหลกละเอียด แล้วยัดใส่ปากสุนัขรวดเดียว
หมากินไม่ไหวแล้ว แต่พอเห็นท่าทางน่ากลัวของหลงเชี่ย สัญชาตญาณสัตว์บอกว่าต้องกลืนลงไป
พวกมันเป็นหมา แต่หลงเชี่ยไม่ใช่คนแน่ ๆ ยอมท้องแตกตายดีกว่าโดนลิงยักษ์เดินสองขาตรงหน้าทุบตาย!
"องค์ชายบอกให้เลี้ยงหมา ก็ต้องเลี้ยงให้เกลี้ยง"
"จ้าวกา ข้าไม่รู้จักเอ็งหรอกนะ แต่เอ็งตายไปแล้ว หมาพวกนี้ก็ได้อิ่มท้อง"
"จะว่าไป ข้ากับองค์ชาย ก็ถือว่าทำบุญนะเนี่ย!"
หลงเชี่ยป้อนไปบ่นไป
ไม่นาน หมาในคอกก็นอนหงายท้องพุงกาง หลงเชี่ยถึงได้ปัดมือเดินจากไป
ในเมื่อองค์ชายสั่งให้เลี้ยงหมา ก็ต้องเลี้ยงให้เกลี้ยง (ไม่เหลือซาก)
"หลงเชี่ย"
พอกลับมาถึงจวน อิ๋งหยวนค่อนข้างพอใจ อย่างน้อยในอากาศก็ไม่มีกลิ่นคาวเลือดแล้ว
"หนงหลินให้เจ้าติดตามเปิ่นกงจื่อ เจ้าจะรู้สึกไม่พอใจบ้างไหม?"
อิ๋งหยวนนั่งลงบนที่นั่งประธานอย่างสบายอารมณ์ ยิ้มถาม
หลงเชี่ยฉีกยิ้มกว้าง "ไม่เลยขอรับ"
"กลับกัน เมื่อเช้าองค์ชายสั่งให้ข้าทุบไอ้เจ้ากรมรถม้านั่นจนตาย ข้าสะใจมาก"
"ข้าเกลียดพวกคนไม่เด็ดขาดที่สุด ผู้ชายที่ทำตัวยืดยาด สู้ไปเกิดเป็นผู้หญิงซะยังดีกว่า"
คำตอบนี้ทำเอาอิ๋งหยวนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
สรุปว่าการที่เขาฆ่าคนเมื่อกี้ ในสายตาของชายถึกอย่างหลงเชี่ย ไม่ใช่การฆ่าแกงกัน แต่กลายเป็นความเด็ดขาดสะใจไปซะงั้น?
"ใครบอกว่าคนซื่อประจบไม่เป็น? หลงเชี่ย ฝีมือการประจบของเจ้านี่เป็นเลิศในใต้หล้าเลยนะ!"
อิ๋งหยวนหัวเราะ แล้วปลดป้ายหยกที่เอวโยนไปให้ "นี่คือป้ายหยกของเปิ่นกงจื่อ ในวังรู้จักกันดี ถือเป็นใบผ่านทางได้"
"วันหน้ามีเรื่องให้เจ้าทำอีกเยอะ เรื่องรางวัล เปิ่นกงจื่อไม่ทำให้เจ้าผิดหวังหรอก"
หลงเชี่ยรับป้ายหยกมาอย่างงง ๆ ก่อนจะเก็บรักษาไว้อย่างดี
เขาอาจจะเป็นคนตรง ๆ แต่เรื่องน้ำใจ เขาซึมซับได้
การมอบป้ายหยกประจำตัวให้ ความหมายไม่ใช่แค่ของขวัญธรรมดา
มันเท่ากับว่าอิ๋งหยวนให้หลงเชี่ยยืมชื่อเสียงของตน เวลาไปไหนมาไหน เขาหลงเชี่ยก็คือคนขององค์ชายหกอิ๋งหยวน!
"เอาล่ะ อย่ายืนทื่อ เข้ามานั่งสิ"
"เปิ่นกงจื่อมีแผนการหนึ่ง ต้องการให้เจ้าหลงเชี่ยลงมือด้วยตัวเอง..."
อิ๋งหยวนกวักมือเรียก ให้หลงเชี่ยเข้ามานั่ง
[จบแล้ว]