- หน้าแรก
- อสังหาฯพลิกโลก เกิดใหม่เป็นเจ้าพ่อหมื่นล้าน
- บทที่ 5 - ธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้าน
บทที่ 5 - ธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้าน
บทที่ 5 - ธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้าน
บทที่ 5 - ธุรกิจมูลค่าหลายสิบล้าน
◉◉◉◉◉
ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริด หลัวหยางเปิดเผยสถานะของตนเองออกมาตรงๆ
"เอกวิศวกรรมโยธาเหรอ"
เหลียงซิงหมินยังพอตั้งสติได้ แต่เขายิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม "คุณควรจะมาสมัครเป็นวิศวกรไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงมาทำงานพาร์ตไทม์ขายบ้านล่ะ"
"ทางนี้ได้เงินเร็วกว่าครับ"
หลัวหยางพูดความจริง "อีกอย่างผมยังเรียนไม่จบ ตอนนี้มีแค่วุฒิมัธยมปลาย"
"เอ่อ..."
เหลียงซิงหมินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา
เมื่อครู่จิตใต้สำนึกของเขาไม่ได้มองหลัวหยางเป็นนักศึกษาเลย พอโดนทักเข้าถึงได้รู้สึกตัวว่าพ่อหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงแค่นักศึกษาปีสอง
"เมื่อกี้ผมเห็นคุณวิเคราะห์สถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเป็นตุเป็นตะ จนเกือบจะลืมไปเลยว่าคุณยังเป็นนักศึกษา... แต่ไม่เป็นไรนะ เอาเป็นว่าเรียนจบแล้วมาทำงานที่นี่กับผม เป็นไง"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเถ้าแก่เหลียงตอนนี้ดูเหมือนคุณยายหมาป่าที่กำลังหลอกเด็กน้อยไม่มีผิด
"เรียนจบแล้วมาทำงานกับท่านประธานหรือครับ"
หลัวหยางชี้ที่จมูกตัวเองแล้วยิ้ม
เรียนจบแล้วเขาต้องกลับบ้านเกิดไปเป็นเศรษฐีภูธรต่างหาก ใครจะอยู่เซี่ยงไฮ้เป็นลูกจ้างให้เหลียงซิงหมินกันเล่า
แต่ตอนนี้พูดไปก็คงไม่เหมาะ เขาจึงมองเหลียงซิงหมินแล้วตอบว่า "ท่านประธานครับ กว่าจะเรียนจบก็อีกตั้งสามปี ความเปลี่ยนแปลงในระหว่างนั้น... ช่างเถอะครับ เอาเป็นว่าช่วยท่านขายบ้านสักสองสามเดือนก่อนดีกว่า พูดไปสองไพเบี้ย นำผลงานมาพิสูจน์กันดีกว่าครับ"
ให้ตายสิ นี่เพิ่งขายบ้านไปได้แค่หลังเดียว ก็เริ่มโม้ขนาดนี้แล้วหรือ
ดูจากสีหน้า มื้อเที่ยงก็ไม่ได้ดื่มเหล้ามานี่นา?
พอจะอ้าปากสั่งสอนสักสองสามประโยค เหลียงซิงหมินก็เห็นหลัวหยางลุกพรวดพราดขึ้นมาอย่างเร่งรีบ
พอมองไปทางด้านข้าง ก็เห็นหลัวหยางฉีกยิ้มกว้าง เดินจ้ำอ้าวเข้าไปต้อนรับคุณลุงวัยกลางคนคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้ามาในสำนักงานขาย
ชิ กำลังช่วยเราหาเงินอยู่ อดทนไว้ก่อนก็แล้วกัน!
จริงๆ แล้วพฤติกรรมของหลัวหยางที่ลุกออกไปโดยไม่บอกกล่าวแบบนี้เสียมารยาทมาก โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าเหลียงซิงหมิน
แต่ใบหน้าที่หางตาเขาเหลือบไปเห็นเมื่อครู่นั้นคุ้นตาเหลือเกิน โอกาสทองแบบนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้เด็ดขาด
ชาติที่แล้วตอนที่เขาเพิ่งเข้ามาทำงานพิเศษภาคฤดูร้อนในฝ่ายการตลาดของโครงการจินหลานหยวน เคยได้ยินเรื่องเล่าระดับตำนานการขายที่ถูกนำมาคุยโวได้ไม่รู้จบ ซึ่งไต้ตงหมิงผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบแดงของตัวเอง
เล่ากันว่าไต้ตงหมิงปิดการขายกับนักเก็งกำไรอสังหาฯ จากถนนเจ้อตงได้เจ้าหนึ่ง ขายบ้านออกไปได้รวดเดียวหลายสิบหลัง แถมหลังจากนั้นลูกค้ารายนี้ยังแนะนำลูกค้าใหม่ๆ มาให้อีกหลายครั้ง
ตอนนั้นในตำแหน่งที่สะดุดตาที่สุดของบอร์ดฝ่ายการตลาดมีรูปถ่ายแปะอยู่ เป็นรูปที่ไต้ตงหมิงกำลังจับมือกับชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
ดังนั้นพอหลัวหยางเห็นหน้าคนคนนี้ ความทรงจำในสมองก็ผุดขึ้นมาทันที จนไม่สนใจแล้วว่าจะเสียมารยาทต่อหน้าเหลียงซิงหมินหรือไม่
"ที่นี่คือสำนักงานขายโครงการจินหลานหยวน ผมชื่อหลัวหยาง ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายแซ่อะไรครับ"
พนักงานขายหลายคนคาดไม่ถึงว่าหลัวหยางจะขยับตัวเร็วขนาดนี้ นอกจากจะเสียดายแล้ว พวกเขายังรู้สึกอยากรู้อยากเห็นแบบพวกชอบมุงดูเรื่องชาวบ้านมากกว่า
ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วแล้วว่านักศึกษาปีสองคนนี้ยืมตำแหน่งผู้ช่วยท่านประธาน ปิดการขายบ้านหนึ่งหลังได้ภายในสามสิบห้านาที ผลลัพธ์ครั้งนี้จะเป็นอย่างไรนะ
สงสัยใคร่รู้ ไม่ยอมรับ อยากดูละครฉากเด็ด... สภาพจิตใจของแต่ละคนแตกต่างกันไป
คุณลุงวัยกลางคนก็ชะงักไปนิดหนึ่ง ไม่ใช่เพราะความหนุ่มของหลัวหยาง แต่เป็นเพราะประโยคเปิดบทสนทนาที่แปลกประหลาด
ปกติเวลาเดินเข้าสำนักงานขาย พนักงานมักจะแนะนำตัวเองว่าเป็นที่ปรึกษาการขายชื่ออะไร จากนั้นค่อยสอบถามความต้องการซื้อบ้าน จู่ๆ วิ่งเข้ามาถามแซ่เลยแบบนี้ไม่เคยเจอ
แถมหน้าอกของพ่อหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะไม่มีป้ายชื่อพนักงานด้วยซ้ำ
พนักงานฝึกหัดก็ไม่น่าจะขนาดนี้นะ
"ฉันแซ่หลิว"
โชคดีที่เขาไม่ถือสาเรื่องพวกนี้ จึงตอบหลัวหยางกลับไปเรียบๆ
จินหลานหยวนเป็นโครงการที่สี่ที่เขาเข้ามาดูในช่วงไม่กี่วันนี้ สุดท้ายจะซื้อที่ไหน ก็ต้องดูราคาและดูวาสนา
"คุณหลิว เชิญทางนี้ครับ"
หลัวหยางยิ้มพลางผายมือเชิญชายวัยกลางคนเดินไปที่โมเดลจำลองโครงการ ระหว่างเดินก็ถามว่า "คุณหลิวซื้อเพื่อการลงทุนใช่ไหมครับ"
"?"
ชายวัยกลางคนชะงักฝีเท้า หันมามองหลัวหยางเต็มตาอีกครั้ง "คุณสรุปว่าฉันมาซื้อเพื่อการลงทุนได้ยังไง"
"บ้านสำหรับครอบครัวทั่วไป แทบจะเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดในชีวิต ปกติแล้วต้องมากันทั้งสามีภรรยา หรือไม่ก็ขนกันมาดูทั้งครอบครัวครับ"
คำพูดของหลัวหยางเป็นการอนุมานย้อนกลับล้วนๆ "อีกอย่างรัศมีของคุณหลิวตอนเดินเข้ามาในสำนักงานขายนั้นแตกต่างออกไป"
"รัศมีแตกต่าง?"
ชายวัยกลางคนขมวดคิ้ว "ต่างตรงไหน ฉันก็แค่คนวัยกลางคนธรรมดา"
"ไม่หรอกครับ รัศมีที่เต็มไปด้วยความผ่อนคลายและมั่นใจของคุณคล้ายกับเถ้าแก่ของผมมาก"
หลัวหยางยืมชื่อเหลียงซิงหมินมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับชี้มือไปทางทิศทางนั้น "ประธานกรรมการจินเฉิงเรียลเอสเตท เหลียงซิงหมินครับ"
ร่วมมือ ต้องร่วมมือแล้ว พ่อหนุ่มนี่กำลังช่วยฉันหาเงิน ผู้ช่วยก็ผู้ช่วยวะ!
เหลียงซิงหมินส่งยิ้มบางๆ ให้ชายวัยกลางคนคนนั้น
ชายวัยกลางคนอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นก็พยักหน้าตอบกลับตามมารยาทพร้อมรอยยิ้ม
"การสังเกตของคุณใช้ได้เลย"
พอมองกลับมาที่หลัวหยาง สีหน้าของชายวัยกลางคนก็ผ่อนคลายลง ใบหน้าเริ่มมีรอยยิ้มเจืออยู่บ้าง
"พ่อหนุ่ม คุณเดาถูกแล้ว ฉันมาซื้อเพื่อการลงทุน... ไหนลองแนะนำจุดเด่นของจินหลานหยวนให้ฟังหน่อยซิ"
ตอนนี้ทั้งสองเดินมาถึงหน้าโมเดลจำลองแล้ว
มีที่ปรึกษาการขายใจกล้าคนหนึ่งวิ่งเข้ามา เสิร์ฟน้ำชาพร้อมกับส่งปากกาเลเซอร์ให้
ชายวัยกลางคนโบกมือ เป็นสัญญาณว่ายังไม่ต้องการดื่มน้ำ
หลัวหยางก็โบกมือเช่นกัน บอกว่าตัวเองไม่ต้องการปากกาเลเซอร์
ที่ปรึกษาการขาย "..."
"ในเมื่อเป็นการซื้อเพื่อลงทุน คุณหลิวคงตระเวนดูมาหลายโครงการแล้ว น่าจะทราบข้อดีด้านทำเลของแต่ละโครงการจนทะลุปรุโปร่ง"
หลัวหยางไม่เดินตามเกมปกติ "สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบสำหรับโครงการแถบนี้ถือว่าใช้ร่วมกัน ราคาโครงการจะผูกกับแบรนด์ของผู้พัฒนา อัตราส่วนพื้นที่ก่อสร้างต่อที่ดิน และระดับของโครงการ สำหรับนักลงทุนอย่างคุณหลิว จินหลานหยวนกลับเหมาะสมกว่า"
"โอ้ พูดแบบนี้ชักน่าสนใจแล้วสิ ลองขยายความหน่อยซิ"
"งั้นเราไปนั่งคุยกันตรงโน้นดีกว่าครับ โมเดลจำลองมันก็เหมือนๆ กันหมด ไม่มีอะไรน่าดูหรอก"
มิน่าล่ะหลัวหยางถึงไม่เอาปากกาเลเซอร์ เขาไม่ได้คิดจะแนะนำโมเดลจำลองให้ลูกค้าฟังตั้งแต่แรก แต่พาชายวัยกลางคนเดินตรงไปยังโต๊ะในโซนเจรจาเลย
"รบกวนช่วยชงชาให้คุณหลิวแก้วหนึ่ง แล้วก็ขอกระดาษหนึ่งแผ่นกับปากกาหนึ่งด้ามให้ผมด้วย!"
เอาอีกแล้ว เอาอีกแล้ว!
ชัดเจนว่าคนอื่นกำลังขายบ้าน แต่ทำไมพวกเราถึงรู้สึกเหมือนกำลังดูหนังฟอร์มยักษ์อยู่ล่ะ
ไอ้จอมสร้างภาพนี่ จะวาดรูปอีกแล้วสินะ
ท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคน หลัวหยางหยิบปากกาขึ้นมา แต่จังหวะที่ปลายปากกากำลังจะจรดลงกระดาษ เขาก็หยุดชะงัก
"คุณหลิวตั้งใจจะซื้อกี่หลังครับ"
"มันเกี่ยวอะไรกับคำอธิบายของคุณด้วยรึ"
ท่านั่งของชายวัยกลางคนดูผ่อนคลายมาก อย่างที่หลัวหยางบอกไว้ก่อนหน้านี้ มั่นใจและผ่อนคลาย
"ถ้าแค่สองสามหลัง ผมคงไม่ต้องลำบากวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจอะไรให้คุณฟังหรอกครับ คุณหลับตาจิ้มซื้อได้เลย พอผ่านปีใหม่ไปก็ขายทิ้ง กำไรหลักแสนเป็นเรื่องกล้วยๆ"
หลัวหยางวางปากกาในมือลงแล้วพูดต่อ "เดิมทีรอบการควบคุมอสังหาริมทรัพย์ปี 07 น่าจะจบลงในปี 08 แต่เพราะวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่อเมริกาปะทุขึ้น ทำให้การฟื้นตัวของตลาดล่าช้าออกไป รัฐบาลจึงงัดแผนโครงสร้างพื้นฐานสี่ล้านล้านหยวนออกมา ในระดับที่คุณหลิวอยู่ น่าจะมองเห็นอะไรมากกว่าแค่เม็ดเงินสี่ล้านล้านนี้ พอมีการใช้เลเวอเรจทางการเงิน มันจะเกิดผลกระทบแบบทวีคูณหลายเท่าตัว ในมุมมองของการจัดการทรัพย์สินให้งอกเงย การที่คุณตัดสินใจลงทุนซื้อบ้านเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง แถมคุณยังดูไม่เหมือนพวกซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัยที่หวังจะได้ราคาต่ำสุดขีด นายทุนจะไม่หวังกำไรเหรียญสุดท้าย เมื่อจังหวะเหมาะสมก็ต้องเข้าตลาด เดือนกันยายนนี่แหละเหมาะสมที่สุด คุณว่าจริงไหม"
ชายวัยกลางคนจ้องหน้าหลัวหยางอยู่นาน
"ฉันชื่อหลิวไห่ซาน"
หลังจากแจ้งชื่อตัวเองอย่างเป็นทางการ หลิวไห่ซานถึงค่อยเอ่ยเรื่องอื่น "แล้วถ้าฉันไม่ได้จะซื้อแค่สองสามหลังล่ะ... อีกอย่าง จนถึงตอนนี้คุณยังไม่ได้บอกเลยว่าทำไมจินหลานหยวนถึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการลงทุนของฉัน"
"ผมขออธิบายก่อนว่าทำไมจินหลานหยวนถึงเป็นตัวเลือกแรกของคุณนะครับ"
หลัวหยางยิ้มอธิบาย "พูดง่ายๆ ก็คือแบบห้องและความคุ้มค่าครับ... 70% ของแบบห้องในโครงการจินหลานหยวนเฟสแรกเป็นห้องขนาดเล็กต่ำกว่า 100 ตารางเมตร สำหรับการลงทุนซื้อบ้าน มันปล่อยของต่อง่ายกว่าในภายหลัง ส่วนเรื่องความคุ้มค่า ยิ่งเข้าใจง่ายเข้าไปใหญ่ เถ้าแก่เหลียงแห่งจินเฉิงเรียลเอสเตทเป็นคนเซี่ยงไฮ้ท้องถิ่น แกกลัวโดนคนด่าลับหลัง ดังนั้นคุณภาพและเกรดของบ้านจึงทำออกมาได้ดีทีเดียว แต่บริษัทนี้ขนาดเล็ก ปั่นราคาค่าแบรนด์ไม่ได้ ดังนั้นพื้นที่สำหรับการเพิ่มมูลค่าจริงในภายหลังจึงมีมากกว่า"
หลิวไห่ซานไม่ใช่คู่สามีภรรยาก่อนหน้านี้ คำพูดสวยหรูไม่สามารถทำให้เขาเลือกจินหลานหยวนได้ทันที
พูดกันตามตรง เขามาเพื่อหาเงิน มีเพียงผลประโยชน์ที่มากขึ้นเท่านั้นที่จะดึงดูดใจเขาได้
อีกอย่างหลิวไห่ซานรอบนี้แค่มาดูลาดเลา ไม่ได้บอกว่าจะต้องซื้อวันนี้
"ถ้าปริมาณการซื้อของคุณหลิวค่อนข้างเยอะ ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณได้รับผลตอบแทนมากขึ้นไปอีกครับ"
หลัวหยางงัดไม้ตายออกมา!
หลิวไห่ซานกะพริบตา มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของหลัวหยางแล้วหัวเราะออกมา
"พ่อหนุ่ม ไม่ปิดบังนะ ครั้งนี้ถ้าฉันจะซื้อ อย่างน้อยก็จำนวนเท่านี้"
เขาชูมือขวาที่กางนิ้วทั้งห้าออกต่อหน้าหลัวหยาง "ถ้าคุณทำให้ฉันได้กำไรมากขึ้นได้ ฉันจะซื้อบ้านของจินหลานหยวนผ่านมือคุณตามจำนวนนี้!"
[จบแล้ว]