- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 33 - ความป๋าของมหาเซียนแห่งทิศประจิม
บทที่ 33 - ความป๋าของมหาเซียนแห่งทิศประจิม
บทที่ 33 - ความป๋าของมหาเซียนแห่งทิศประจิม
บทที่ 33 - ความป๋าของมหาเซียนแห่งทิศประจิม
ค่าเสียหายทางจิตใจ คำศัพท์ใหม่ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั่วหล้ากลับเข้าใจความหมายได้ในทันที
แปลว่ากำลังเรียกค่าไถ่นั่นแหละ
แต่ข้อเรียกร้องของจอมเซียนทงเทียนนั้นก็ดูสมเหตุสมผล ฟังขึ้นทีเดียว
"เจ้า..."
จุ่นถีโกรธจนหลุดขำ เตรียมจะตะโกนด่ากลับว่าฝันไปเถอะ
พฤติกรรมของทงเทียนนี่มันจงใจกรรโชกทรัพย์ชัดๆ
ถึงเขาจะทำเรื่องพวกนั้นจริง แต่มันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ทงเทียนพูดสักหน่อย เขาไม่ได้จับเย่ อู้ มาจริงๆ เสียหน่อย
"ศิษย์น้อง!"
เจาทิศร้องเตือน ขัดจังหวะคำพูดของจุ่นถี
"ศิษย์พี่ทงเทียน เรื่องครั้งนี้พวกข้าสองพี่น้องทำผิดจริง นี่คือเมล็ดโพธิ์แห่งกุศลสามเม็ด เดิมเป็นเมล็ดพันธุ์จากต้นโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์ นำไปแช่ในสระบุษบงแปดคุณสมบัติ ดูดซับพลังกุศลมาอย่างยาวนาน"
"ไม่เพียงช่วยให้จิตใจสงบ เพิ่มประสิทธิภาพการหยั่งรู้ แต่ยังป้องกันจิตมารเข้าแทรกซ้อน กินเข้าไปแล้วช่วยเพิ่มพลังตบะนับหมื่นปี"
"ไม่ทราบว่าของชดเชยสิ่งนี้ พอจะทำให้ศิษย์พี่ทงเทียนพอใจได้หรือไม่"
"ศิษย์... ศิษย์พี่...???"
จุ่นถีอ้าปากค้าง นึกไม่ถึงว่าศิษย์พี่จะยอมก้มหัวง่ายดายขนาดนี้ แถมยังยอมควักเมล็ดโพธิ์แห่งกุศลออกมาให้
ของสิ่งนั้น ต่อให้ในนิกายตะวันตกเองก็ยังเป็นของหายาก มีจำนวนจำกัด
แต่เมื่อเห็นสายตาที่ศิษย์พี่ส่งมา เขาก็ได้แต่เงียบเสียงลงด้วยความเจ็บใจ
"เมล็ดโพธิ์แห่งกุศล?"
ทงเทียนตาเป็นประกาย "อืม ก็ถือว่าเป็นของดี"
"แต่มันยังไม่พอ!"
เย่ อู้ เดาถูกจริงๆ พอเรื่องลุกลามบานปลาย เจาทิศกับจุ่นถีต้องยอมถอยแน่
เพื่อยุติปัญหา
ถ้าไม่มีคำแนะนำจากเย่ อู้ มาก่อน เมล็ดโพธิ์สามเม็ดนี้ก็น่าจะเพียงพอให้เขายอมถอย
แต่ตอนนี้เหรอ...
"ศิษย์พี่ทงเทียน อย่าโลภมากนักเลย"
สีหน้าของเจาทิศเริ่มดำคล้ำ ความโกรธที่กดทับไว้เริ่มจะปะทุ
"อย่าเพิ่งรีบร้อน ข้ายังพูดไม่จบ"
จอมเซียนทงเทียนยิ้มมุมปาก "การกระทำของพวกเจ้า ไม่ใช่แค่ทำให้ศิษย์รักของข้าเสียขวัญ แต่ยังทำให้ข้าเกิดความวิตกกังวลไปด้วย ความเสียหายส่วนนี้ พวกเจ้าก็ต้องรับผิดชอบ"
"ยังไม่หมด ข้าในฐานะมหาเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ต้องแบกกระบี่สังหารเทพอันดับหนึ่งออกมาไกลขนาดนี้ ค่าน้ำมันค่าเดินทาง พวกเจ้าสองคนก็ต้องจ่ายด้วย"
"อืม เอาแค่นี้ก่อน พวกเจ้าลองปรึกษากันดูว่าจะชดใช้อย่างไรให้สมเกียรติ"
เจาทิศและจุ่นถีนิ่งค้างเป็นหิน เผลอเอานิ้วแคะหู สงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า
คำพูดนี้มัน...
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั่วหล้าต่างพากันเงียบกริบ สมองเริ่มรวนเร
นี่ใช่จอมเซียนทงเทียนที่พวกเขารู้จักหรือเปล่า
ทำไมดูเปลี่ยนไป เหมือนไปเรียนรู้วิชาการไถของมาจากไหน ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
แต่ไอ้ทฤษฎีการรีดไถนี่ก็น่าสนใจดีนะ จำเอาไว้ใช้บ้าง เผื่อวันหน้าจะมีประโยชน์
แม้แต่ไท่ซ่างและหยวนสื่อ ได้ยินบทพูดนี้ของน้องสามเข้าไป ก็ยังอดอึ้งไปชั่วขณะไม่ได้
เภสัชคุรุและพระศรีอริยเมตไตรย เหล่าเมล็ดพันธุ์แห่งพุทธ ได้ยินแบบนี้แทบจะระเบิดโทสะออกมาเป็นร่างอวตารเมียวโอ
แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกไร้หนทางสู้
ต่อหน้ามหาเซียน พวกเขาก็เหมือนมดปลวก จะบี้ให้ตายเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะสอดปาก
"อาจารย์ ทำไมรู้สึกว่า..."
ตัวเป่าขยี้ตา พูดไม่ออกบอกไม่ถูก
เขาติดตามอาจารย์มานับล้านปี เพิ่งเคยเห็นอาจารย์ทำตัวแบบนี้เป็นครั้งแรก
จ้าวกงหมิงและสามเทพธิดาก็ตกตะลึงพอกัน
เย่ อู้ มองดูภาพฉายพร้อมรอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ต่อไปนี้แหละคือของจริง ถ้านิกายตะวันตกไม่เลือดตกยางออก เขาจะกลืนความแค้นนี้ลงคอได้ยังไง!
"เจ้ามันจงใจกรรโชกทรัพย์ชัดๆ!"
จุ่นถีทนไม่ไหวอีกต่อไป สารีธาตุแทบกระเด็น เขาแย่งเมล็ดโพธิ์สามเม็ดกลับมาจากมือเจาทิศ จ้องทงเทียนตาเขียวปัด
"เจ้าจะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว!"
คำพูดของทงเทียนมันเห็นพวกเขาเป็นตัวตลกชัดๆ
ถ้าพวกเขายอมจ่ายตามที่ขอ นิกายตะวันตกคงกลายเป็นตัวตลกให้ทั่วหล้าหัวเราะเยาะ
เรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด
เจาทิศไม่ได้พูดอะไร แต่การกระทำก็บอกชัดเจนว่าเห็นด้วยกับศิษย์น้อง
"โห?"
ทงเทียนไม่ตื่นตระหนก ปฏิกิริยาของสองคนนี้อยู่ในคาดการณ์ของเย่ อู้ เช่นกัน
"ถ้าไม่ยอม ก็สู้ต่อ!"
กระบี่สังหารเทพทั้งสี่สั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่เจาทิศและจุ่นถีทันที
"ข้าก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกเจ้าจะทนได้นานแค่ไหน"
ยังไงสนามรบก็คือเขาพระสุเมรุ ต่อให้พังพินาศ คนที่เจ็บปวดที่สุดก็คือเจาทิศและจุ่นถี
ไม้เท้าค้ำมังกรและธงผานกู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าร่วมวงตะลุมบอน คอยลอบโจมตีอยู่รอบนอก ทำให้เจาทิศและจุ่นถีหัวหมุน
งานนี้ทงเทียนที่เป็นตัวดาเมจหลัก เลยใส่ได้เต็มเหนี่ยว สบายมือสุดๆ
เจาทิศและจุ่นถีแค้นจนแทบกระอักเลือด สามเชียรรังแกกันเกินไปแล้ว
พวกมากรังแกพวกน้อย
ไม่ยุติธรรม!
ร่างทองคำของสองมหาเซียนแตกร้าวไม่หยุด เขาพระสุเมรุก็สั่นคลอนเหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
ท่ามกลางสงคราม ศิษย์สาวกจำนวนมากจิตใจแตกสลาย ส่งผลกระทบต่อดวงชะตาของนิกายตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด
จากที่จนกรอบอยู่แล้ว ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
"ศิษย์พี่ทงเทียนโปรดยั้งมือ พวกข้าสองคนยอมแพ้แล้ว"
ในที่สุด เจาทิศและจุ่นถีก็ต้องกัดฟันยอมก้มหัว
ขืนสู้ต่อ เขาพระสุเมรุที่ทุ่มเทสร้างมานับล้านปี คงได้พังพินาศจริงๆ
ค่าตอบแทนมันสูงเกินไป
"นี่คือ สากวัชระอวยพร เป็นของวิเศษระดับสูง น่าจะพอชดเชยค่าเสียหายของศิษย์พี่ทงเทียนและหลานเย่ อู้ ได้แล้วนะ"
จุ่นถีหยิบสากวัชระออกมา หัวใจมีเลือดไหลซิบๆ
นั่นมันของวิเศษระดับสูงเชียวนะ สมบัติของนิกายตะวันตกยิ่งมีน้อยๆ อยู่ เสียไปอีกชิ้นนี่แทบหมดตัว
ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะ "ใจป๋า" หรอกนะ แต่มันจำใจจริงๆ
ในเมื่อทงเทียนเล่นเรียกค่าเสียหายโหดขนาดนั้น เมล็ดโพธิ์สามเม็ดเอาไม่อยู่แน่
ถ้าให้น้อยไป เรื่องก็ไม่จบ
ถ้าต้องรบกันอีกรอบ ความเสียหายมันประเมินค่าไม่ได้ ยิ่งกว่าเสียของวิเศษชิ้นเดียวเสียอีก
ช่วยไม่ได้ ใครใช้ให้ฝีมือสู้เขาไม่ได้ล่ะ
ถ้าแค่ทงเทียนคนเดียว และไม่ได้สู้กันที่บ้านตัวเอง พวกเขาไม่มีทางยอมง่ายๆ แบบนี้แน่
แต่ทว่า...
"ฮ่าๆๆ ศิษย์น้องจุ่นถีใจป๋าจริงๆ ถ้าอย่างนั้น ศิษย์พี่ก็ไม่เกรงใจละนะ"
ทงเทียนคว้าสากวัชระมาครองทันที ไม่มีคำว่าเกรงใจ
รีดไถได้ของดีขนาดนี้มา ก็ถือว่าเกินคาดเหมือนกัน
"ส่วนเมล็ดโพธิ์สามเม็ดนั้น ไหนๆ ก็เอาออกมาแล้ว ไม่ต้องเก็บกลับไปหรอก"
"ถือซะว่าเป็นของขวัญวันเจอหน้าจากอาจารย์อาให้หลานศิษย์ก็แล้วกัน"
จุ่นถียังไม่ทันตั้งตัว เมล็ดโพธิ์สามเม็ดก็ลอยเข้ามือทงเทียนไปเรียบร้อย