- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 32 - ค่าเสียหายทางจิตใจ
บทที่ 32 - ค่าเสียหายทางจิตใจ
บทที่ 32 - ค่าเสียหายทางจิตใจ
บทที่ 32 - ค่าเสียหายทางจิตใจ
ศึกมหาเซียน พลิกฟ้าคว่ำดิน!
กลิ่นอายแห่งมรรควิถีอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ขยายออกไปไร้ขอบเขต ปกคลุมไปทั่วทั้งจักรวาลยุคบรรพกาล
สรรพชีวิตทั่วหล้าต่างอกสั่นขวัญแขวน ความคิดอ่านหยุดชะงัก ราวกับสมองขาวโพลน เหลือทิ้งไว้เพียงความหวาดกลัวอันไร้ที่สิ้นสุด
กี่ปีแล้วที่ไม่มีมหาเซียนลงมือต่อสู้กันอย่างจริงจัง แต่วันนี้... มันเกิดขึ้นแล้ว!
เหล่ากึ่งนักบุญระดับท็อปจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพากันเพ่งมองไปทางเขาพระสุเมรุโดยสัญชาตญาณ พยายามทำความเข้าใจร่องรอยแห่งพลังระดับมหาเซียน
เผื่อว่าจะสามารถแกะรอยวิถีแห่งเต๋า และมองเห็นหนทางสู่การบรรลุธรรมได้บ้าง
เมื่อจอมเซียนทงเทียนลงมือแล้ว เจาทิศและจุ่นถีย่อมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้กลับ
เมื่อเผชิญหน้ากับความบ้าดีเดือดและกดดันอย่างหนักของทงเทียน สองมหาเซียนแห่งตะวันตกต่างรู้สึกอัดอั้นตันใจ ไฟโทสะสุมอกแทบระเบิด แต่กลับไม่กล้าลงมือเต็มกำลัง
เขาพระสุเมรุคือรังของพวกเขา แม้จะสั่งสมบารมีมานับล้านล้านปี วางค่ายกลป้องกันไว้นับไม่ถ้วน ต่อให้กึ่งนักบุญมาบุกก็ไม่ระคายผิว
แต่มันรับมือการตะลุมบอนของสามมหาเซียนไม่ไหวแน่
แค่พลังรั่วไหลออกมาเพียงนิดเดียว ก็อาจสร้างความเสียหายมหาศาล
ขืนสู้กันเต็มสูบ เขาพระสุเมรุคงได้พังยับเยินกลายเป็นฝุ่นผง
"ทงเทียน แน่จริงก็ไปสู้กันนอกโลก ในห้วงโกลาหลสิ!"
เจาทิศคำรามลั่น ฟาดสากปราบมารปล่อยแสงธรรมนับล้านสาย ราวกับจะผ่าโลกแยกแผ่นดิน
ธงบงกชเขียวทิศบูรพาเองก็เปล่งแสงสีเขียวเจิดจ้า ปกป้องสี่ทิศรอบเขาพระสุเมรุไว้ ป้องกันไม่ให้พลังทำลายล้างจากการต่อสู้เล็ดลอดเข้ามา
จุ่นถีถือต้นไม้เจ็ดสมบัติ สะบัดแสงเจ็ดสีเข้าใส่กระบี่มารทั้งสี่ไม่ยั้ง หวังจะปัดป้องการโจมตี
อานุภาพของต้นไม้เจ็ดสมบัติย่อมไม่ธรรมดา แต่ภายใต้การประสานพลังของกระบี่ทั้งสี่ รังสีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวก็บดขยี้แสงเจ็ดสีจนแหลกสลาย
"เหอะๆ พวกเจ้ามาขุดรากถอนโคนศิษย์ข้าถึงที่ แล้วยังมีหน้ามาชวนไปสู้ข้างนอกอีกเหรอ"
"เห็นข้าเป็นตุ๊กตาดินปั้นหรือไง!"
"ให้มันรู้กันไป แลกด้วยการพังเขาพระสุเมรุ ถล่มแดนตะวันตกให้ราบคาบ ข้าก็ยอม!"
จอมเซียนทงเทียนรับมือสองมหาเซียนด้วยตัวคนเดียว ท่วงท่าดุดันห้าวหาญ แสงกระบี่ตัดขวางฟ้าดิน ไม่เพลี่ยงพล้ำแม้แต่น้อย
โดยเฉพาะกระบี่สังหารเทพทั้งสี่ที่ยิ่งสู้ยิ่งดุ รังสีอำมหิตแทบจะจับตัวเป็นก้อน ราวกับต้องการทำลายล้างเขาพระสุเมรุให้สิ้นซาก
แม้จะมีธงบงกชเขียวทิศบูรพา หนึ่งในห้าธงวิเศษคอยคุ้มกัน แต่เขาพระสุเมรุบางส่วนก็ยังถูกอานุภาพกระบี่เฉือนจนถล่มลงมา พลังวิญญาณแตกซ่าน
ทำให้นิกายตะวันตกที่ยากจนอยู่แล้ว ยิ่งลำบากหนักเข้าไปอีก
ชั่วขณะหนึ่ง เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ต่างใจหายวาบ หรือทงเทียนจะเสียสติไปแล้วจริงๆ ถึงกะจะถล่มเขาพระสุเมรุ
ถ้าเป็นแบบนั้น...
"ถ้าเขาพระสุเมรุถล่มจริง ก็คงดีเยี่ยมไปเลย!"
ณ อารามห้าจวง ท่านเจิ้นหยวนจื่อมองดูการต่อสู้เหนือเขาพระสุเมรุด้วยสีหน้าสะใจปนเคียดแค้น
"ทงเทียน! เจ้าทำเกินไปแล้วนะ คิดว่าพวกข้าสองพี่น้องรังแกง่ายนักหรือไง!"
จุ่นถีสติแตกโดยสมบูรณ์ ปล่อยท่าไม้ตายระดับมหาเซียนออกมาไม่ยั้ง มองดูสภาพเขาพระสุเมรุแล้วหัวใจแทบขาด
เขาไม่คิดเลยว่า แค่ศิษย์สายตรงคนเดียว จะทำให้ทงเทียนบ้าคลั่งได้ขนาดนี้ ยอมแลกทุกอย่างแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ถ้ารู้ว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ ให้ตายเขาก็จะไม่ประมาทไปตอแยตัวหายนะแบบนั้นเด็ดขาด
ทันใดนั้นเอง จุ่นถีก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์มรณะที่ระเบิดขึ้นในใจ
ไม้เท้าค้ำมังกรโผล่พรวดออกมาจากความว่างเปล่า ฟาดเข้ากลางหลังของเขาเต็มเหนี่ยว ชนิดที่หลบไม่ทัน
ผัวะ!
โดนเข้าไปเต็มเปา จุ่นถีเซถลา ร่วงลงจากกลางอากาศ
ร่างทองคำสูงหกจั้งถึงกับเกิดรอยร้าวปริแตก ราวกับกระจกเงาที่ถูกทุบ
"ไท่ซ่าง!!!"
จุ่นถีคำรามด้วยความโกรธแค้น สายตาอาฆาตจ้องมองไปยังทิศทางของตำหนักแปดทิศ
เจาทิศตกใจ รีบจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่แล้วความรู้สึกอันตรายสุดขีดก็เสียดแทงเข้ามาในดวงจิต
จากนั้นเขาก็เห็นธงยาวที่มีกลิ่นอายแห่งความโกลาหลพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ปลดปล่อยปราณกระบี่แห่งความโกลาหลนับล้านสาย สับลงมาที่เขา
"หยวนสื่อ!!!"
เจาทิศมือไม้ปั่นป่วน รีบเรียกเสาธรรมนำวิถีออกมารับ แต่ก็ถูกปราณกระบี่ซัดกระเด็น สุดท้ายต้องใช้ร่างทองคำรับการโจมตีตรงๆ
สภาพไม่ต่างจากจุ่นถี ร่างทองคำปริแตกทันที
เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็วมาก ไม่มีใครคาดคิดว่าไท่ซ่างและหยวนสื่อจะกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย
สามเชียรปะทะสองตะวันตก!
มันส์พะยะค่ะ!
"พี่ใหญ่กับพี่รอง ก็มาร่วมแจมด้วยหรือเนี่ย"
ทงเทียนชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ แต่ก็เข้าใจได้ทันที
การกระทำของเจาทิศและจุ่นถี คงไปแตะเส้นตายของพี่ใหญ่และพี่รองเข้าให้ ถึงได้งานเข้าแบบนี้
"พวกเจ้าวางแผนเล่นงานศิษย์สามสำนัก สมควรโดนแล้ว"
เสียงของไท่ซ่างดังแว่วมา แม้จะราบเรียบ แต่ทำเอาเจาทิศและจุ่นถีหนาวสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ครั้งนี้แค่สั่งสอน ถ้ามีครั้งหน้า นิกายตะวันตกของพวกเจ้าก็ไม่จำเป็นต้องมีอยู่อีกต่อไป!"
หยวนสื่อเทียนจุนไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ขู่ฆ่ากันซึ่งๆ หน้า
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั่วหล้าต่างตื่นเต้นกันยกใหญ่ นึกว่าเป็นศึกสามคน ตีไปตีมากลายเป็นศึกตะลุมบอนห้ามหาเซียน ละครฉากนี้เด็ดดวงจริงๆ
รอบเขาพระสุเมรุ มิติเริ่มฉีกขาดเป็นรอยแยกสีดำนับไม่ถ้วน ดูเหมือนจะรับพลังของห้ามหาเซียนไม่ไหว
เจาทิศและจุ่นถียิ่งสิ้นหวัง แค่ทงเทียนคนเดียวก็รับมือยากแล้ว นี่เจอไท่ซ่างกับหยวนสื่อเพิ่มมาอีก พวกเขาไม่มีทางชนะได้เลย
หลังจากการโจมตีระลอกแรก ไม้เท้าค้ำมังกรและธงผานกู่ก็ไม่ได้โจมตีต่อ แต่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ล็อกเป้าจุ่นถีและเจาทิศเอาไว้
ถ้าขยับเมื่อไหร่ โดนส่องร่วงแน่นอน
ทงเทียนเองก็หยุดมือ ใช้กระบี่มารทั้งสี่ปิดล้อมเขาพระสุเมรุ ล็อกตัวเจาทิศและจุ่นถีไว้
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ
เมื่อเห็นของวิเศษระดับตำนานสองชิ้นปรากฏขึ้นในสนามรบ เย่ อู้ ก็อึ้งไปเล็กน้อย ไม่นึกว่าลุงใหญ่กับลุงรองจะลงมือด้วย นี่อยู่นอกเหนือการคำนวณของเขา
แต่แบบนี้ก็ยิ่งดี
สามเชียรร่วมมือกัน สองมหาเซียนตะวันตกคงหมดทางสู้แล้ว
"ทงเทียน สรุปเจ้าต้องการอะไรกันแน่?!"
ผ่านไปพักใหญ่ จุ่นถีทำลายความเงียบ กัดฟันถาม
เขารู้ว่าครั้งนี้พวกเขาสองพี่น้องแพ้ยับเยิน
"ค่าเสียหาย!"
ทงเทียนไม่อ้อมค้อม พูดตรงประเด็น
"บังคับจับตัวเย่ อู้ ทำให้ศิษย์ข้าเกิดบาดแผลทางใจที่ยากจะเยียวยา จ่ายค่าเสียหายทางจิตใจมาซะดีๆ"