- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นต้นชา สกิลรู้แจ้งข้ามันโกงเกินพิกัด
- บทที่ 31 - สามมหาเซียนปิดล้อมเขาพระสุเมรุ
บทที่ 31 - สามมหาเซียนปิดล้อมเขาพระสุเมรุ
บทที่ 31 - สามมหาเซียนปิดล้อมเขาพระสุเมรุ
บทที่ 31 - สามมหาเซียนปิดล้อมเขาพระสุเมรุ
เป็นถึงระดับมหาเซียนก็ต้องห่วงภาพลักษณ์กันบ้าง
แต่การกระทำของจอมเซียนทงเทียนในครั้งนี้ เรียกได้ว่ากระชากหน้ากากของสองมหาเซียนแห่งนิกายตะวันตกออกมาจนล่อนจ้อน แล้วเอาไปถูไถกับพื้นดินจนไม่เหลือชิ้นดี
เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในโลกหล้าต่างพากันมุมปากกระตุก อยากจะขำก็ไม่กล้าขำ
คำเปรียบเปรยนี้มันช่างเห็นภาพชัดเจนเหลือเกิน
ทว่าเหล่ามหาเซียนคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูอยู่กลับไม่มีความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น ต่างพากันหัวเราะลั่นอย่างสะใจ
ถามว่านี่เป็นการหยามเกียรติสองมหาเซียนแห่งตะวันตกหรือไม่
เปล่าเลย
จอมเซียนทงเทียนก็แค่พูดความจริงในสิ่งที่สองคนนั้นทำออกมาเท่านั้นเอง จะเรียกว่าหยามเกียรติได้อย่างไร
ในขณะเดียวกัน ในใจของพวกเขาก็คาดหวังอย่างยิ่งที่จะได้เห็นอานุภาพของ "ค่ายกลสังหารอันดับหนึ่งแห่งโลกหล้า" ว่าจะร้ายกาจเพียงใด
"อมิตาพุทธ ศิษย์พี่ทงเทียน ท่านยกพวกบุกนิกายตะวันตกของเราอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ หากไม่มีเหตุผลที่ฟังขึ้น วันนี้เรื่องไม่จบง่ายๆ แน่!"
สีหน้าของจอมเซียนเจาทิศดูอมทุกข์หนักกว่าเดิม
"ต่อให้ต้องไปฟ้องอาจารย์ปู่หงจวิน พวกเราพี่น้องก็จะขอความเป็นธรรมให้ถึงที่สุด"
"ถูกต้อง!"
จอมเซียนจุ่นถีตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาเริ่มสัมผัสได้เลาๆ แล้วว่าเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั่วหล้ากำลังหัวเราะเยาะพวกเขาอยู่
โดยเฉพาะเจ้าพวกไท่ซ่าง หยวนสื่อ และหนี่วา สามคนนั้นหัวเราะใส่หูพวกเขาแบบไม่เกรงใจเลยสักนิด ไม่มีปิดบังกันเลย
รังแกกันเกินไปแล้ว!
"เหอะๆ ความสามารถในการลืมตาพูดโกหกของพวกเจ้านี่ มันบรรลุขั้นเซียนไปแล้วจริงๆ"
"สมัยก่อนตอนที่จอมมารก้งกงชนเขาปู้โจว ถ้าเอาหนังหน้าของพวกเจ้าสองคนไปหุ้มภูเขาไว้ รับรองว่าเขาปู้โจวไม่มีทางหักแน่นอน"
จอมเซียนทงเทียนแค่นเสียงดูแคลน ไม่ได้เก็บคำขู่ของเจาทิศและจุ่นถีมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
ณ เกาะเต่าทอง เหล่าศิษย์สำนักสกัดสวรรค์มองดูการแสดงของอาจารย์ผ่านจอม่านแสงบนท้องฟ้าด้วยความอึ้งกิมกี่
อาจารย์ของพวกเขาไปฝึกสกิลการพูดจาแดกดันแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่
เย่ อู้ หัวเราะลั่น มันช่างสะใจจริงๆ สมแล้วที่เป็นจอมเซียนทงเทียน ปากคอเราาะร้ายได้โล่มาก
จอมเซียนเจาทิศและจุ่นถีโกรธจนควันออกหู ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้อ้าปากเถียง จอมเซียนทงเทียนก็กระตุ้นพลังสายฟ้าสั่นสะเทือนกระบี่มารทั้งสี่ บดขยี้แสงธรรมนับหมื่นสายบนเขาพระสุเมรุจนแตกกระเจิง ทำเอาสองมหาเซียนตะวันตกหัวใจแทบสลาย
อย่าว่าแต่ศิษย์นิกายตะวันตกบนเขาเลย แม้แต่สิ่งมีชีวิตทั่วดินแดนตะวันตกในเวลานี้ ต่างก็หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก
ไม่มีใครกล้าคิดต่อต้าน
พลังระดับมหาเซียน บวกกับอานุภาพของค่ายกลสังหารอันดับหนึ่ง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะต้านทานได้เลย
"เย่ อู้ คือศิษย์สายตรงของข้า ทงเทียน! พวกเจ้ากล้าหมายตาก็ว่าแย่แล้ว แต่นี่ยังกล้าลอบกัด ใช้เดรัจฉานวิชามาล้างสมอง ยัดเยียดบทสวดมนต์เพื่อหวังเคลมตัวศิษย์ข้า คิดว่าข้าทงเทียนเป็นคนอารมณ์ดีหรือไง!"
"วันนี้ ถ้าพวกเจ้าให้คำตอบที่น่าพอใจไม่ได้ ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะพลิกเขาพระสุเมรุให้หงายท้อง!"
สิ้นเสียงคำราม ทั่วทั้งโลกหล้าก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ต่างกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ตกตะลึงจนตาค้างกันอีกรอบ
แม้แต่เหล่ามหาเซียนท่านอื่นๆ ก็ยังอึ้ง
พวกเขาได้ยินอะไรผิดไปหรือเปล่า
"มหาเซียนตะวันตกสองคนนั้นบ้าไปแล้วหรือ ก่อนหน้านี้ไล่จับเซียนฝั่งตะวันออกไปบวชก็พอทน เพราะพวกนั้นไม่มีพรรคพวก แต่นี่ถึงขั้นกล้าขุดรากถอนโคนศิษย์สายตรงของมหาเซียนด้วยกัน... ช่างกล้าหาญชาญชัยจนข้าอยากจะร้องไห้แทน!"
"ไอ้ประโยคที่ว่า 'สหายมีวาสนากับตะวันตก' นี่มันน่ารังเกียจจริงๆ ครั้งนี้สองหัวโล้นเตะเจอแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว"
"เดี๋ยวนะ เจ้าเย่ อู้ คนนั้น ใช่คนที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อเร็วๆ นี้หรือเปล่า ให้ตายเถอะ หมอนั่นต้องมีภูมิหลังเทพขนาดไหน ถึงทำให้สองมหาเซียนตะวันตกยอมเสี่ยงตายขนาดนี้"
หลังจากเงียบกริบไปชั่วอึดใจ ทั่วทั้งวงการเซียนก็ระเบิดความฮือฮาขึ้นทันที
ถกเถียงกันอย่างดุเดือดเผ็ดมัน
เรื่องเผือกคราวนี้มันใหญ่ระดับช้าง เรียกได้ว่าชาวเน็ตกินแตงอิ่มจนพุงกาง
มันส์พะยะค่ะ!
ในขณะเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นในตัวเย่ อู้ ก็พุ่งทะลุปรอท
เขาต้องมีดีอะไรขนาดไหน สองมหาเซียนตะวันตกถึงยอมแลกทุกอย่างเพื่อจะลากตัวเขาไปบวชให้ได้
ทางด้านตำหนักแปดทิศและตำหนักหยก สองมหาเซียนผู้พี่เมื่อเข้าใจต้นสายปลายเหตุ สีหน้าก็ดำทะมึนลงทันที ดูน่ากลัวสุดขีด
"ดี ดีมากเจ้าจุ่นถี กล้าคิดการใหญ่ถึงขั้นเล็งเป้าศิษย์สามสำนักของเรา จิตใจช่างชั่วช้า!"
จอมเซียนหยวนสื่อเทียนจุนระเบิดโทสะ แม้เขาจะไม่ถูกกับทงเทียน และสำนักอธิบายธรรมกับสกัดสวรรค์จะมีเรื่องผิดใจกัน แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องฆ่าแกงกัน
แต่การที่เจาทิศและจุ่นถีกล้าใช้กำลังบังคับศิษย์สายตรงของทงเทียน นั่นหมายความว่าพวกมันก็กล้าทำกับศิษย์ของเขาหยวนสื่อเหมือนกัน
นี่ไม่ใช่แค่การตบหน้าทงเทียน แต่มันลามปามมาตบหน้าเขาด้วย
คนอย่างหยวนสื่อเทียนจุนที่ห่วงหน้าตาเป็นที่สุด ย่อมทนเรื่องนี้ไม่ได้ เขาเรียกธงผานกู่ออกมาทันที แล้วส่งมันพุ่งตรงไปยังทิศทางของเขาพระสุเมรุ
กวงเฉิงจื่อยืนอึ้ง เสียงประกาศก้องของจอมเซียนทงเทียนดังไปทั่วสามโลก เขาเองก็รู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
เขารู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย
"พรสวรรค์และรากฐานของเจ้าเย่ อู้ มันน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ"
ถึงขนาดทำให้มหาเซียนตะวันตกยอมทำทุกอย่างเพื่อชิงตัวมา
แค่พฤติกรรมนี้อย่างเดียว ก็บ่งบอกอะไรได้หลายอย่างแล้ว
"เจาทิศ! จุ่นถี!"
จอมเซียนไท่ซ่างที่ปกติคิดว่าตัวเองเป็นคนใจเย็น แต่เวลานี้เขาก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
เมื่อทนไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องทน!
"มาลักพาตัวเซียนฝั่งตะวันออกไปหลายครั้ง ข้าไม่ถือสาหาความก็บุญแล้ว แต่นี่ยังกล้ายื่นมือสกปรกเข้ามาแตะต้องพวกเราสามพี่น้อง พวกเจ้าสองคนคงกินดีหมีหัวใจเสือเข้าไปสินะ!"
ความคิดของไท่ซ่างกับหยวนสื่อนั้นตรงกันเป๊ะ ถ้าเจาทิศและจุ่นถีกล้าแตะศิษย์ทงเทียน ก็แปลว่ากล้าแตะศิษย์ของเขาด้วย
หยวนสื่อกับทงเทียนยังมีศิษย์เยอะแยะ หายไปสักคนสองคนอาจจะไม่สะเทือนมาก แต่เขาไท่ซ่างไม่ใช่อย่างนั้น เขามีศิษย์เอกคือเสวียนตูเพียงคนเดียว
ขืนโดนลักพาตัวไปบวช สายวิชาของเขาก็ถึงกาลอวสานพอดี
ไม้เท้าค้ำมังกรพุ่งออกจากตำหนักแปดทิศอย่างเงียบเชียบ
"ทงเทียน เจ้าใส่ร้ายข้า! เรื่องพวกนี้ไม่มีมูลความจริง!"
จุ่นถีเต้นผางด้วยความโกรธจัด
เขายอมรับว่าอยากได้เย่ อู้ ไปอยู่ด้วยจริงๆ แต่เขาไม่ได้ทำรุนแรงอย่างที่ทงเทียนกล่าวหา
ทงเทียนจงใจเอาขี้มาป้ายหน้าพวกเขาสองพี่น้องชัดๆ
แต่ทว่า ไม่ว่าจุ่นถีจะแก้ตัวอย่างไร ทงเทียนก็ทำหูทวนลม ยึดคติประจำใจ 'ไม่ฟัง ไม่ฟัง ไอ้โล้นสวดมนต์'
เขาไม่ได้มาเพื่อหาเหตุผล แต่มาเพื่อ... หาเรื่อง
ตูม!
พลังอานุภาพของกระบี่สังหารเทพทั้งสี่ถูกปลดปล่อยออกมาเต็มพิกัด หมุนคว้างกลางอากาศ แล้วพุ่งเข้าสังหารเจาทิศและจุ่นถีอย่างบ้าคลั่ง
ตีก่อนค่อยคุย!