เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46 - คู่ซ้อมระดับสอง งานดีแบบนี้ทำไมจะไม่เอา!

บทที่ 46 - คู่ซ้อมระดับสอง งานดีแบบนี้ทำไมจะไม่เอา!

บทที่ 46 - คู่ซ้อมระดับสอง งานดีแบบนี้ทำไมจะไม่เอา!


บทที่ 46 - คู่ซ้อมระดับสอง งานดีแบบนี้ทำไมจะไม่เอา!

เรื่องที่เว่ยหงทะลวงขั้น เนื่องจากร่องรอยการผลัดผิวของเขาชัดเจนมาก สุดท้ายก็ปิดไม่มิด!

ทันทีที่เขาไปถึงโรงชำแหละเพื่อเริ่มงาน ทุกคนต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าคนที่เพิ่งฝึกขั้นขัดเกลาผิวหนังได้ไม่ถึงครึ่งเดือน จะทะลวงจากขั้นต้นไปสู่ขั้นกลางได้รวดเร็วขนาดนี้

คำโบราณว่าไว้ ฝึกแรงสามปี ขัดผิวสิบปี! นักยุทธ์ทั่วไปต้องฝึกฝนอย่างหนักแรมปี กว่าจะทะลวงขั้นได้สักครั้งก็ต้องใช้เวลาเป็นปีหรือครึ่งปี

การทะลวงขั้นย่อยได้ในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนนั้น หาได้ยากยิ่งจริงๆ

ด้วยเหตุนี้ฉายาอัจฉริยะของเว่ยหงจึงได้รับการยืนยันอีกครั้ง

ต่อให้เขาไม่อยากทำตัวเด่นดังแค่ไหน แต่การแบกผิวขาวผ่องดุจหยกรุ่นไปเป็นคนเชือดหมู มันก็เหมือนดวงจันทร์สว่างไสวท่ามกลางหมู่ดาว หรือหงส์ในฝูงไก่ ทำให้ผู้คนรอบข้างอดทึ่งไม่ได้

ไม่กี่วันต่อมา! เว่ยหงวุ่นอยู่กับการฆ่าหมูเพื่อเก็บเกี่ยวพลังชีวิตทุกวัน หาเวลาว่างหิ้วของขวัญไปเยี่ยมเยียนเพื่อนบ้านพร้อมกับปู่เว่ย

จนกระทั่งถึงวันที่เจ็ดเดือนอ้าย เขาถึงพอจะมีเวลาว่าง กลับไปที่สำนักหมัดเหล็กอีกครั้ง

อาจเป็นเพราะยังอยู่ในช่วงตรุษจีน บรรยากาศในสำนักเลยดูเงียบเหงาไปบ้าง มีคนมาฝึกไม่ถึงครึ่งของเวลาปกติ

เว่ยหงหิ้วขนมเปี๊ยะสองกล่อง เข้าไปเยี่ยมครูฝึกหลัวตามมารยาท

"สวัสดีปีใหม่ครับครูฝึกหลัว" เว่ยหงประสานมือคารวะพร้อมรอยยิ้ม "ขอบคุณที่ช่วยดูแลผมมาตลอด นี่เป็นของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ครับ"

"เจ้า? เจ้าคือเว่ยหงรึ?"

ครูฝึกหลัวเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เห็นได้ชัดว่าเขามองออกทันทีว่าเว่ยหงเปลี่ยนไป

แต่เขาไม่รู้เวลาที่แน่ชัดว่าเว่ยหงเริ่มฝึกขัดเกลาผิวหนังเมื่อไหร่ จึงได้แต่ทอดถอนใจว่าเด็กคนนี้พรสวรรค์ดีจริง ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก รับขนมไปพร้อมรอยยิ้ม

"ไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้หรอก แค่มาอวยพรพูดจามงคลก็พอแล้ว" ครูฝึกหลัวหัวเราะชอบใจ "เจ้าหนู พัฒนาการของเจ้าเร็วดีแท้ เสียดายช่วงนี้ปีใหม่คนน้อย เกรงว่าจะไม่ค่อยมีคนเรียกใช้บริการคู่ซ้อมนะสิ"

"ไม่เป็นไรครับ ผมแค่แวะมาดูเฉยๆ" เว่ยหงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะถามทีเล่นทีจริง "อีกอย่างผมอยากถามหน่อยครับว่า ถ้าจะเลื่อนเป็นคู่ซ้อมระดับสอง ต้องทดสอบยังไงบ้าง?"

"ระดับสอง?"

ครูฝึกหลัวทำหน้าแปลกใจ กวาดตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า แอบคิดในใจว่าไอ้หนูนี่ทะเยอทะยานใช้ได้ แต่พอลองคิดดูดีๆ ตอนอยู่ขั้นต้นเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ตอนนี้ทะลวงขั้นแล้ว จะหวังค่าตอบแทนระดับสองก็ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

เพราะคู่ซ้อมระดับสอง ค่าจ้างสูงถึงห้าร้อยอีแปะต่อเวลาหนึ่งถ้วยชา รายได้เพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าเชียวนะ!

"เจ้าอยากเลื่อนเป็นคู่ซ้อมระดับสองจริงๆ รึ?" ครูฝึกหลัวลังเลเล็กน้อย "คู่ซ้อมระดับสามรับมือแค่คู่ต่อสู้ขั้นขัดเกลาผิวหนังระดับกลาง แต่ระดับสองต้องเจอกับพวกขั้นปลาย หรือกระทั่งขั้นสมบูรณ์เลยนะ พวกนั้นฝีมือร้ายกาจมาก ความยากนี่เพิ่มขึ้นเป็นสิบเป็นร้อยเท่าเลย"

"ผมทราบดีครับ" เว่ยหงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "แต่ผมก็ยังอยากลองดู ให้ครูฝึกหลัวช่วยทดสอบหน่อยได้ไหมครับ?"

"ไม่ต้องทดสอบหรอก" ครูฝึกหลัวส่ายหน้า "ข้ารู้ฝีมือเจ้าดี แต่ก่อนพวกขั้นปลายทั่วไปยังเอาชนะเจ้าได้ยากเลย ตอนนี้ทะลวงขั้นแล้ว ย่อมมีคุณสมบัติเป็นคู่ซ้อมระดับสองแน่นอน เจ้าก็ระวังตัวหน่อยแล้วกัน"

"ขอบคุณครับครูฝึก!"

เว่ยหงอารมณ์ดีขึ้นมาทันที การเลื่อนเป็นคู่ซ้อมระดับสอง ไม่เพียงแต่รายได้จะพุ่งกระฉูด แต่ทุกวันยังจะมีโอกาสได้สู้กับยอดฝีมือขั้นปลายหรือขั้นสมบูรณ์ที่ยอมจ่ายเงินมาเป็นคู่ซ้อมให้ ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การต่อสู้จริง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบนี้ มีหรือเขาจะไม่ชอบ?

"น้องเว่ย ยินดีด้วยนะ!" ลู่หมิงเดินเข้ามาจากด้านข้าง ยิ้มร่าพลางว่า "ฝีมือระดับเจ้าเลื่อนเป็นระดับสอง เดือนนึงคงฟันเงินเป็นร้อยตำลึงแน่ๆ ต้องเลี้ยงเหล้าพวกข้าแล้วล่ะ"

"แน่นอน!" เว่ยหงโบกมืออย่างใจป้ำ "จะหอเทียนเซียนหรือหอซิ่งฮวาก็เลือกมาเลย วันนี้ไม่เมาไม่เลิก ครูฝึกหลัวให้เกียรติไปร่วมวงด้วยไหมครับ?"

กระเป๋าตุงแล้ว เว่ยหงย่อมใจป้ำเป็นธรรมดา ภัตตาคารหรูที่เมื่อก่อนไม่กล้าเหยียบ ตอนนี้กลายเป็นขาประจำไปแล้ว การเลี้ยงข้าวเพื่อสร้างเส้นสายเป็นเรื่องปกติ เขาไม่เสียดายเงินค่าเหล้าแค่มื้อสองมื้อหรอก

"ข้าไม่ไปดีกว่า พวกเจ้าไปกันเถอะ!" ครูฝึกหลัวส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วหันไปทำงานต่อ

ส่วนลู่หมิงเดินเข้ามาโอบไหล่ ทำหน้าทะเล้นใส่ "ล้อเล่นน่า จะให้เจ้าเลี้ยงได้ไง? ไปๆๆ วันนี้ข้าเลี้ยงเอง"

"ไปไหนล่ะ?"

เว่ยหงไม่ได้รังเกียจความสนิทสนมแบบนี้ ช่วงนี้ทั้งสองคนคุยกันบ่อย ซ้อมมือกันจนสนิทใจ เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว

"ไปหาความสำราญบนเรือ" ลู่หมิงหัวเราะคิกคัก "ทำไม? ไม่กล้าไปรึ? แค่กินเหล้าเฉยๆ จะไปสนุกอะไร"

"เรือสำราญ?" เว่ยหงทำหน้าแปลกๆ นั่นมันสวรรค์ของลูกผู้ชายที่ไปกินดื่มเคล้านารีไม่ใช่เหรอ? เขาไม่ใช่พวกแสร้งทำตัวสูงส่ง ใครบ้างไม่ชอบฟังเพลงเคล้าสาวงาม? แค่เมื่อก่อนไม่มีเงินเลยไม่ได้ไปแค่นั้นเอง

"ไม่ใช่เรือสำราญธรรมดานะ!" ลู่หมิงยิ้มเจ้าเล่ห์ "วันนี้จะพาเจ้าไปเปิดหูเปิดตา"

"เอางั้นก็ได้!"

เว่ยหงไม่ปฏิเสธ ทั้งสองเดินตามกันไปที่ท่าเรือแม่น้ำสายใน ที่นี่มีเรือสำราญจอดเทียบท่าอยู่มากมาย แต่ละลำตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ

"เรือสำราญมีหลายแบบ บางลำแค่ล่องเรือชมทะเลสาบ ฟังเพลงดูระบำ ส่วนใหญ่รับแขกตอนกลางวัน พวกบัณฑิตชอบกันนัก บนเรือก็มีแต่สาวงามขายศิลป์ไม่ขายตัว"

"บางลำก็ทำธุรกิจเนื้อหนังมังสา ล่องเรือกินดื่มตอนกลางคืน พอได้ที่ก็โซเดมาคอมกันจริงๆ จังๆ พวกเศรษฐีมีเงินชอบนักแล!"

"แต่บางลำก็พิเศษหน่อย เดี๋ยวเจ้าคอยดูเอาเถอะ!"

ลู่หมิงสาธยายไปเดินไป พร้อมกับกวักมือเรียกเด็กรับใช้ที่พายเรือเล็ก ทั้งสองนั่งเรือเล็กมุ่งหน้าไปยังเรือสำราญขนาดใหญ่สูงสามชั้นที่สร้างจากไม้เหล็กทั้งลำ! เรือลำนี้ต่างจากลำอื่น ตรงที่ไม่มีเสียงหัวร่อต่อกระซิกของอิสตรี ไม่มีเสียงพิณเสียงเพลง และไม่มีสาวงามคอยเอาอกเอาใจ แขกเหรื่อที่เดินขวักไขว่ส่วนใหญ่กลับเป็นนักยุทธ์

พอเดินเข้าไปในห้องโถงเรือ ก็เห็นว่าภายในตกแต่งเหมือนภัตตาคารขนาดใหญ่ ตรงกลางมีเวทีประลองยุทธ์ รอบด้านทั้งสามชั้นสามารถมองเห็นการต่อสู้บนเวทีได้อย่างชัดเจน เสียงเชียร์ดังกระหึ่มออกมาจากห้องรับรองแต่ละห้อง

"นี่มัน?"

เว่ยหงพอจะเดาออกแล้ว นี่มันมวยเถื่อนชัดๆ? จะเรียกว่ามวยเถื่อนก็คงไม่ถูกนัก เพราะการประลองยุทธ์ในราชวงศ์ต้าโจวเป็นเรื่องถูกกฎหมาย เรือลำนี้แค่ใช้การประลองเป็นจุดขายดึงดูดลูกค้าเท่านั้น ไม่นึกว่าพวกเศรษฐีและผู้มีอำนาจในเมืองหลวงจะสรรหาอะไรเล่นกันเยอะขนาดนี้ ที่นี่มีทั้งการประลองแลกชีวิต และโต๊ะพนันขันต่อ การต่อสู้แต่ละรอบเรียกเสียงเชียร์อย่างบ้าคลั่ง ทำให้คนหลงใหลได้ง่ายๆ

"เป็นไง? เจ๋งไหมล่ะ!" ลู่หมิงชี้ไปที่ห้องรับรองชั้นสอง "พวกเฉิงชิงหานก็อยู่ที่นี่ ห้องนั้นพวกเขาเหมาไว้ระยะยาว เราเข้าไปได้เลย"

"หือ?"

เว่ยหงทำหน้าแปลกใจ ดูท่าการมากินเหล้าวันนี้จะมีวาระซ่อนเร้นสินะ! เฉิงชิงหานคือหญิงสาวชุดแดงที่เขาเจอวันแรกที่เข้าสำนักหมัดเหล็ก คนที่ใช้แส้ฟาดเขาจนน่วมแล้วให้เงินรางวัลนั่นแหละ เธอกับกลุ่มลูกหลานเศรษฐีในสำนักสนิทกันมาก และเป็นกลุ่มที่มีโอกาสทะลวงสู่ขั้นขัดเกลาโลหิตจนได้เป็นศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักมากที่สุด ลู่หมิงจงใจพาเขามาหา น่าจะมีเรื่องอื่นแอบแฝงแน่ๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 46 - คู่ซ้อมระดับสอง งานดีแบบนี้ทำไมจะไม่เอา!

คัดลอกลิงก์แล้ว