- หน้าแรก
- เส้นทางอมตะเริ่มต้นจากคนเชือดหมู
- บทที่ 26 - การขัดผิวสุดคลั่งกับความทรมานไร้สิ้นสุด
บทที่ 26 - การขัดผิวสุดคลั่งกับความทรมานไร้สิ้นสุด
บทที่ 26 - การขัดผิวสุดคลั่งกับความทรมานไร้สิ้นสุด
บทที่ 26 - การขัดผิวสุดคลั่งกับความทรมานไร้สิ้นสุด
"กระทะเหล็กใบใหญ่ หนึ่งตำลึงสี่ร้อยห้าสิบอีแปะ"
"ทรายเหล็กห้าสิบชั่ง ชั่งละสิบสามอีแปะ รวมเป็นหกร้อยห้าสิบอีแปะ"
"ขี้ผึ้งกระดูกพยัคฆ์หนึ่งกระปุก ราคาเต็มหนึ่งตำลึงครึ่ง ซื้อครึ่งราคาเหลือเจ็ดร้อยห้าสิบอีแปะ"
ณ ลานบ้านของลุงลู่
เว่ยหงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดคิดบัญชี ข้างกายมีอุปกรณ์ขัดผิวที่เพิ่งซื้อมาวางกองอยู่
เขาพบว่าเงินที่เพิ่งจะตุงกระเป๋า แฟบลงในพริบตาเดียว เงินของขวัญห้าตำลึงที่จูซื่อไห่ให้มา ตอนนี้เหลือติดตัวแค่ร้อยห้าสิบอีแปะเท่านั้น
"ปวดใจล่ะสิ" ลู่ซานสูบยาเส้นปุ้ยๆ พลางหัวเราะชอบใจ "นี่แค่รายจ่ายเบื้องต้นนะ ถ้าจะขัดผิวให้สำเร็จ ไม่รู้ต้องถมเงินลงไปอีกเท่าไหร่ ไหนจะค่าฟืน ค่าถ่าน ค่าสมุนไพรที่ต้องซื้อทุกวัน เงินไหลออกเป็นน้ำเลยล่ะ"
"คนจนเรียนหนังสือ คนรวยฝึกยุทธ์ คำโบราณว่าไว้ไม่ผิดจริงๆ" เว่ยหงถอนหายใจเฮือก
"ช่วยไม่ได้นี่หว่า" ลู่ซานเคาะกล้องยาสูบกับพื้น "ช่วงนี้ท่านอ๋องตามหัวเมืองต่างๆ ก่อกบฏกันวุ่นวาย ราคาเหล็กเลยพุ่งกระฉูด ตอนนี้เหล็กดิบชั่งหนึ่งปาไปสิบเจ็ดอีแปะแล้ว กระทะใบใหญ่นี่ใช้อย่างต่ำก็สี่ห้าสิบชั่ง บวกค่าแรงช่างตีเหล็กอีก แพงก็ไม่แปลก"
"เฮ้อ"
เว่ยหงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
ตั้งเป้าไว้เลยว่าพอฝึกขัดผิวได้ที่เมื่อไหร่ ต้องรีบไปหาจ็อบเสริมที่โรงฝึกยุทธ์ด่วนๆ
"ลุง บ้านข้ามันแคบไม่มีที่วางของ" เว่ยหงบอก "ข้าขอฝากของไว้ที่นี่นะ เดี๋ยวตอนเย็นหรือหลังเลิกงานข้าจะแวะมาฝึก ส่วนค่าถ่านเดี๋ยววันหลังข้าซื้อมาคืนให้"
"ตามสบาย" ลู่ซานพยักหน้า "แล้วเอ็งจะเริ่มฝึกเลยไหม ที่บ้านข้าพอมีถ่านเหลืออยู่บ้าง"
"จัดไปจ้ะ"
เว่ยหงไม่เกรงใจอยู่แล้ว
เขาจัดการก่อเตาไฟกลางลานบ้าน
เอากระทะเหล็กตั้ง แล้วเททรายเหล็กลงไป
จากนั้นก็ใส่ฟืนใส่ถ่านเร่งไฟ ไม่นานในกระทะก็เริ่มมีควันขาวลอยฉุย
"อย่าใช้ไฟแรงนัก" ลู่ซานคอยกำกับ "เอ็งเพิ่งเริ่มฝึก ผิวหนังยังทนความร้อนสูงไม่ได้ คั่วให้ทรายเหล็กพอร้อนมือแล้วก็ราไฟลงซะ"
"ได้จ้ะ"
เว่ยหงรับคำ
แต่ในใจกลับไม่สนเรื่องอุณหภูมิเท่าไหร่
เขาสูดหายใจลึก ถอดเสื้อตัวนอกออก เปลือยท่อนบนท้าลมหนาว แล้วจ้วงมือลงไปในกระทะเหล็กทันที
"ฉ่า"
ความเจ็บปวดแล่นพล่านขึ้นสมอง ทรายเหล็กในกระทะร้อนระอุ
มือของเว่ยหงเหมือนจุ่มลงไปในกระทะน้ำมันเดือด ไม่เพียงผิวหนังทุกตารางนิ้วจะถูกเผาไหม้ แต่เหลี่ยมมุมของทรายเหล็กยังบาดผิวจนเลือดสาดกระเซ็น
"ไอ้บ้า เอ็งจะฆ่าตัวตายรึไง" ลู่ซานตกใจจนตาถลน "ฝึกครั้งแรกทำไมไม่ทายาก่อน รีบเดินลมปราณเร็วเข้า"
"ฟู่ว"
"ซี้ด"
เว่ยหงยังคงใจเย็น กัดฟันข่มความเจ็บปวดแล้วเริ่มปรับลมหายใจ
วิธีฝึก วิชากายทองคำร้อยหลอม ไม่ซับซ้อน เขาโคจรเลือดลมไปที่แขนทั้งสองข้าง กล้ามเนื้อแขนขยายตัวขึ้นทันตาเห็นเพราะเลือดไปเลี้ยง
ความเจ็บปวดลดลงไปสามส่วน แต่ก็ยังทรมานเจียนตาย
ผิวหนังบนฝ่ามือเริ่มเปื่อยยุ่ย ม้วนตัว เปิดเปิง เลือดไหลโชก กลิ่นเนื้อไหม้ลอยคลุ้งเตะจมูก ทำเอาลู่ซานยืนอ้าปากค้าง
"เอ็งไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วเรอะ" ลู่ซานรีบวิ่งเข้ามาห้าม "หยุดเดี๋ยวนี้แล้วทายาซะ ไม่งั้นมือเอ็งพิการแน่"
"ไม่เป็นไรจ้ะ" เว่ยหงหน้ากระตุกยิกๆ แต่ยังฝืนยิ้ม "ข้าแค่อยากลองดูว่าถ้าไม่ทายามันจะเจ็บแค่ไหน ข้ารู้ลิมิตตัวเองดี"
"รู้กะผีน่ะสิ" ลู่ซานโกรธจนเต้นเร่า
"แหะๆ"
เว่ยหงยอมชักมือกลับมา
พอล้างน้ำสะอาดแล้ว แผลที่มือดูน่ากลัวจนขนลุก
ลู่ซานทำหน้าเครียดจะเดินไปหยิบยาใส่แผล แต่เว่ยหงยกมือห้ามไว้ แล้วควักเอาขี้ผึ้งกระดูกพยัคฆ์มาทาที่มือแทน
"ซี้ด"
ความเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วผิวหนัง
ความเจ็บปวดทุเลาลงอีกสามส่วน พร้อมกับตัวยาที่ซึมเข้าสู่ผิวหนัง ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออย่างช้าๆ
"ขี้ผึ้งกระดูกพยัคฆ์นี่นอกจากจะเป็นยาชาช่วยแก้ปวดแล้ว ยังช่วยบำรุงและเร่งการฟื้นฟูผิวหนังด้วย มิน่าคนเขาถึงต้องใช้ยากัน"
เว่ยหงเปรียบเทียบความรู้สึกในใจ
พบว่าการใช้ยากับไม่ใช้ยานั้นต่างกันราวฟ้ากับเหว
อย่างแรกคือเรื่องความเจ็บ ถ้าไม่ทายาก็คงทนไม่ไหวจริงๆ
อย่างที่สองคือประสิทธิภาพ ถ้าไม่ใช้ยาแล้วรอให้เลือดลมซ่อมแซมเอง นอกจากจะช้าแล้วผลลัพธ์ยังงั้นๆ
พอใช้ยาช่วย ทั้งความเร็วในการฟื้นตัวและความแข็งแกร่งของผิวหนัง เพิ่มขึ้นมาสามถึงห้าเท่า
"เห็นฤทธิ์มันรึยัง" ลู่ซานแซว "เอ็งนี่นะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา การขัดผิวจะขาดยาไม่ได้เด็ดขาด นี่ขนาดแค่ยาพื้นๆ นะ ได้ยินว่าพวกลูกท่านหลานเธอใช้ยาดีกว่านี้เป็นพันเท่า"
"การฝึกยุทธ์นี่มันตัวล้างผลาญเงินจริงๆ" เว่ยหงบ่นอุบ "ลุงไปทำธุระเถอะจ้ะ เดี๋ยวข้าขอลองอะไรหน่อย"
"เออๆ"
ลู่ซานพยักหน้าแล้วเดินเข้าบ้านไป
เว่ยหงมองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าปลอดคน ก็ลองเติมแต้มพลังชีวิตลงไปที่ค่าพลังกาย 1 แต้ม
ทันใดนั้นกระแสความอบอุ่นก็ไหลบ่าไปทั่วร่าง แล้วไปรวมจุดอยู่ที่มือทั้งสองข้าง ซ่อมแซมบาดแผลอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย"
เว่ยหงเบิกตากว้างด้วยความดีใจ
เขาพบว่าพลังชีวิตจากระบบซ่อมแซมร่างกายได้ไวกว่ายาเป็นสิบเป็นร้อยเท่า
เลือดที่ไหลโกรกหยุดสนิททันที พลังงานอุ่นๆ ซึมลึกเข้าสู่ชั้นผิวหนัง กลบฤทธิ์ยาจนมิด ผิวหนังแข็งแกร่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
"แบบนี้ก็ประหยัดค่ายาไปได้บานเลยสิ"
เว่ยหงยิ้มแก้มปริ
คนทั่วไปจะฝึกยุทธ์ทีต้องคิดแล้วคิดอีกเรื่องค่ายา
พวกลูกคนรวยจ่ายเงินเดือนละเป็นหมื่นเป็นแสนเพื่อซื้อยาบำรุง
แต่เขาแค่เชือดหมูในร้านก็ได้แต้มมาอัพเกรดตัวเองฟรีๆ
แถมผลลัพธ์ยังดีกว่าคนอื่นเป็นร้อยเท่า แบบนี้ไม่ให้ดีใจจนเนื้อเต้นยังไงไหว
"อย่าเพิ่งได้ใจไป กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว ทุกอย่างต้องพึ่งพาตัวเอง"
"ระบบเป็นแค่ตัวช่วย จะเก่งจริงต้องผ่านความทรมานไปให้ได้"
เว่ยหงเตือนสติตัวเอง
สูดหายใจลึก แล้วจ้วงมือลงไปในกระทะเหล็กอีกครั้ง
"ฉ่าาา"
ควันขาวโขมง เว่ยหงสูดปากด้วยความเจ็บปวด
ค่าพลังชีวิตบนหน้าต่างสถานะลดลงเล็กน้อย
เว่ยหงกัดฟันเติมเข้าไปอีก 10 แต้ม แล้วกำทรายเหล็กร้อนๆ ขึ้นมาขัดถูแขนอย่างบ้าคลั่ง
"อ๊าก..."
ความเจ็บปวดเหมือนโดนแล่เนื้อเถือหนัง
ทำเอาเขาต้องขบกรามแน่นจนแทบแตก
วิธีการฝึกที่ป่าเถื่อนขนาดนี้ ถ้าใครมาเห็นเข้าคงช็อกตาตั้ง
แต่เว่ยหงกลับทนได้ แม้จะเจ็บจนตัวสั่นเหงื่อแตกพลั่ก แต่แววตายังคงดุดันมุ่งมั่น สองมือยังคงขัดถูต่อไปไม่หยุด
พอมือเริ่มเละ เขาก็กัดฟันกอบทรายเหล็กขึ้นมาขัดถูช่วงตัวท่อนบนต่อ