เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17 - วิชาเกราะคชสารและโอสถลับขัดผิว

บทที่ 17 - วิชาเกราะคชสารและโอสถลับขัดผิว

บทที่ 17 - วิชาเกราะคชสารและโอสถลับขัดผิว


บทที่ 17 - วิชาเกราะคชสารและโอสถลับขัดผิว

คนฝึกยุทธ์ส่วนใหญ่

มักจะเริ่มต้นด้วยการฝึกยืนม้าเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายและวางรากฐานให้มั่นคง

เมื่อร่างกายกำยำแข็งแรงจนมีแรงแขนข้างเดียวถึงสองร้อยชั่ง ก็จะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการขัดเกลาผิวหนัง

เขาว่ากันว่าขั้นตอนการขัดเกลาผิวหนังนั้นทรมานแสนสาหัส จำเป็นต้องใช้ทรายเหล็กและน้ำทองแดงทาถูไปทั่วร่าง เพื่อให้ผิวหนังเหนียวทนทานดุจเหล็กไหล หากไม่มีโอสถลับคอยช่วยบรรเทา มันก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกเชือดเนื้อเถือหนังดีๆ นี่เอง

โอสถลับพวกนี้ไม่ใช่ของที่จะหาซื้อกันได้ง่ายๆ ตามท้องตลาด

ร้านขายยาทั่วไปอย่างมากก็มีแค่ยาต้มบำรุงกำลัง

ถ้าอยากได้โอสถลับสำหรับขัดผิว ก็มีแต่ต้องเข้าร่วมกับขุมกำลังใหญ่ๆ ถึงจะมีโอกาสได้มาครอบครอง

หรือถ้าไม่อยากเอาตัวเข้าไปผูกมัดกับใคร อย่างน้อยที่สุดก็ต้องกำเงินไปสมัครเป็นศิษย์ตามสำนักยุทธ์ ถึงจะพอมีสิทธิ์ซื้อหามาใช้ได้

"แก๊งหัวเสือมีโอสถลับชนิดหนึ่งชื่อว่าขี้ผึ้งกระดูกพยัคฆ์ เขาว่าสรรพคุณยอดเยี่ยมมาก" หลี่ต้าหนิวทำหน้าบอกบุญไม่รับ "จากนี้ไปข้าสามารถเข้าไปเลือกฝึกวิชาขัดผิวระดับพื้นฐานในแก๊งได้หนึ่งวิชา ถึงตอนนั้นยังไงก็ต้องใช้โอสถลับช่วยอยู่ดี"

"ขี้ผึ้งกระดูกพยัคฆ์เนี่ยถ้าขายให้สมาชิกระดับล่าง ราคาปาเข้าไปชุดละหนึ่งตำลึงครึ่ง แต่หัวหน้าใหญ่อาศัยเส้นสายที่มีพี่เมียเป็นถึงหัวหน้าหอ ก็เลยหาทางช่วยลูกน้องให้ได้สวัสดิการดีๆ สามารถซื้อได้ในครึ่งราคาเดือนละสองชุด ก็เท่ากับประหยัดไปได้ตั้งหนึ่งตำลึงครึ่งเชียวนะ"

เห็นท่าทางลังเลใจของอีกฝ่าย

เว่ยหงก็พอจะเข้าใจจุดสำคัญของเรื่องนี้

ฝั่งหนึ่งตามรองหัวหน้าสองแล้วมีโอกาสโกงกินหาเงินเข้ากระเป๋า อีกฝั่งตามหัวหน้าใหญ่กับรองหัวหน้าสามแล้วได้ซื้อยาราคาถูก ทั้งสองทางต่างก็มีดีมีเสีย กินกันไม่ลงจริงๆ มิน่าล่ะหลี่ต้าหนิวถึงตัดสินใจยาก

"จอมยุทธ์ระดับขัดเกลาผิวหนัง เดือนหนึ่งต้องใช้โอสถลับกี่ชุด" เว่ยหงถามด้วยความอยากรู้

"แน่นอนว่ายิ่งเยอะก็ยิ่งดี" หลี่ต้าหนิวเกาหัวแกรกๆ พลางรำพึงด้วยความหวัง "โอสถลับช่วยลดความเจ็บปวด กระตุ้นเลือดลม และเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดผิว คนรวยๆ เขาอยากทาเท่าไหร่ก็ทา แถมยังกินยาต้มควบคู่ไปด้วยเพื่อฟื้นฟูร่างกายไม่ให้บอบช้ำ"

"แต่พวกเราเบี้ยน้อยหอยน้อย ก็ต้องใช้อย่างประหยัด หนึ่งชุดก็ต้องลากใช้ให้ได้สักสามถึงห้าวัน"

"เอ็งลองดูพวกมือมีดในร้านสิ วันธรรมดาก็ได้แต่ฝึกยืนม้ากระตุ้นเลือดลม พอกลับถึงบ้านนั่นแหละถึงจะควักโอสถลับออกมาฝึกขัดผิว คิดว่าพวกเขาไม่อยากฝึกตลอดเวลาหรือไง ก็เพราะจนน่ะสิถึงทำไม่ได้"

เว่ยหงพยักหน้าเห็นด้วย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามต่อ "แล้วพี่กะว่าจะไปเลือกวิชาเมื่อไหร่"

"คงพรุ่งนี้แหละ" หลี่ต้าหนิวตอบเสียงอ่อย "เดี๋ยวเลิกงานข้าว่าจะไปขอเบิกเงินล่วงหน้ากับหัวหน้าใหญ่สักสองตำลึง ไม่งั้นกลัวว่าจะเลือกวิชาดีๆ ไม่ได้"

"เขาเล่าลือกันว่าคนในหอถ่ายทอดวิชาหน้าเงินจะตาย ถ้าไม่ยัดเงินใต้โต๊ะ พวกมันก็จะโยนวิชาพื้นๆ ดาดๆ มาให้ส่งเดช ต้องมีเงินถึงจะพอมีสิทธิ์เลือกได้บ้าง"

เรื่องนี้เว่ยหงไม่แปลกใจเท่าไหร่

โลกนี้ที่ไหนๆ ก็ต้องใช้เงินเป็นใบเบิกทางทั้งนั้น

เรื่องสำคัญอย่างการถ่ายทอดวิชา ถ้าไม่โดนรีดไถก็แปลกแล้ว

"สองตำลึงจะพอเหรอพี่" เว่ยหงแนะนำด้วยความหวังดี "ลองขอเบิกหัวหน้าใหญ่เพิ่มอีกหน่อยไหม แกคงไม่ปฏิเสธหรอก ข้าเองก็พอมีเงินเก็บจากขายปลาช่วงนี้อยู่บ้าง เดี๋ยวเอามาช่วยสมทบให้"

"ไม่ต้องหรอกๆ" หลี่ต้าหนิวรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน "พวกเรามันแค่ลิ่วล้อปลายแถว ต่อให้ยัดเงินร้อยตำลึง เขาก็ไม่เอาวิชาสุดยอดมาสอนให้หรอก ยัดแค่พอเป็นพิธีไม่ให้โดนกลั่นแกล้งก็พอแล้ว"

"ก็จริงของพี่"

เว่ยหงพยักหน้าเห็นด้วย

ความจริงแล้วต่อให้พวกเขารวมเงินกันก็คงไม่ได้มากมายอะไร

สองสามตำลึงกับสี่ห้าตำลึงผลลัพธ์ก็คงไม่ต่างกัน ขอแค่ไม่โดนพวกนั้นเล่นแง่ก็พอแล้ว สัจธรรมที่ว่าเจรจากับยมบาลนั้นง่ายแต่คุยกับภูตผีลูกน้องนั้นยาก เด็กที่เติบโตมาจากชนชั้นล่างอย่างพวกเขาย่อมรู้ซึ้งดีที่สุด

"น้องหง ดูจากความเร็วในการฝึกของเอ็ง อีกสักเดือนสองเดือนคงได้ไปหอถ่ายทอดวิชาเหมือนกัน" หลี่ต้าหนิวทำท่าทางมีลับลมคมใน "ถึงตอนนั้นเอ็งเลือกฝึก วิชาเกราะคชสาร เลยนะ"

"ทำไมล่ะ" เว่ยหงสงสัย

"เพราะวิชาที่พวกเราเลือกได้มันมีไม่เยอะน่ะสิ" หลี่ต้าหนิวอธิบายรวบรัด "วิชาขัดผิวแบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ ฟ้า ดิน ทมิฬ และเหลือง แต่ละระดับก็แบ่งย่อยเป็น สูง กลาง ต่ำ รวมทั้งหมดสิบสองขั้น ยิ่งระดับสูงวิชาก็ยิ่งลึกล้ำพิสดาร"

"รุ่นพี่เขาเคยสรุปกันมาแล้วว่า ในบรรดาวิชานับร้อยเล่มที่หอถ่ายทอดวิชาเอามาให้พวกเราเลือก ส่วนใหญ่เป็นวิชาระดับเหลืองที่เอามาปนๆ กันให้ดูเยอะเข้าว่า มีแค่สิบกว่าเล่มเท่านั้นที่พอจะถูไถนับเป็นระดับทมิฬได้"

"ในจำนวนนั้นมีอยู่สามวิชาที่โดดเด่นที่สุดคือ วิชาเกราะคชสาร เคล็ดวิชาขัดผิวปฐพีหนา และ วิชาวชิระหมีเถื่อน สามวิชานี้มีเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ ฝึกไม่ยากจนเกินไป ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเรา ข้าเองก็เล็งวิชาเกราะคชสารไว้แล้วเหมือนกัน"

จากนั้น

หลี่ต้าหนิวก็สาธยายความยอดเยี่ยมของวิชานี้ให้ฟังอย่างไม่หยุดหย่อน

ระดับของมันสูงถึงขั้นทมิฬระดับต่ำ ฝึกสำเร็จแล้วนอกจากพละกำลังจะมหาศาลดั่งช้างสาร เลือดลมยังพลุ่งพล่านรุนแรง ผิวหนังทั่วร่างจะแข็งแกร่งดุจสวมเกราะหนา ฟันแทงไม่เข้า

"วิชาขัดผิวในโลกนี้มีเป็นหมื่นเป็นพัน" หลี่ต้าหนิววิจารณ์ราวกับผู้เชี่ยวชาญ "วิชาระดับฟ้าเป็นของสงวนราชวงศ์กับสำนักใหญ่ วิชาระดับดินคนธรรมดาอย่างเราก็เอื้อมไม่ถึง แค่ลิ่วล้อปลายแถวในแก๊งได้ฝึกวิชาระดับทมิฬขั้นต่ำก็นับว่าบุญโขแล้ว จะเอาอะไรอีก"

"นั่นสินะ" เว่ยหงถามด้วยความอยากรู้ "แต่ในสามวิชานั้น ทำไมพี่ถึงปักใจเลือกวิชาเกราะคชสารล่ะ เผื่ออีกสองวิชาจะเหมาะกับพี่มากกว่านะ"

"โธ่เอ๊ย คนหัวทึบอย่างข้าเลือกอันไหนก็เหมือนกันแหละ" หลี่ต้าหนิวกะพริบตาปริบๆ แอบทำหน้าเจ้าเล่ห์นิดหน่อย "ข้าเห็นว่าหัวหน้าใหญ่แกก็ฝึกวิชาเกราะคชสารเหมือนกัน ถ้าข้าฝึกตามแก วันหลังจะได้อาศัยความใกล้ชิดเข้าไปขอคำชี้แนะได้ไงล่ะ"

เว่ยหงถึงกับหลุดขำออกมา

ไอ้หมอนี่ดูภายนอกซื่อบื้อ แต่ในใจวางแผนไว้ซับซ้อนไม่ใช่เล่น

แต่ถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าเขาเลือกข้างเรียบร้อยแล้วสินะ

"คิดจะให้หัวหน้าใหญ่ช่วยชี้แนะ แล้วยังกล้าจะไปเข้าพวกกับรองหัวหน้าสองอีกเหรอ" เว่ยหงแกล้งแซว

"ไม่กล้าหรอก ไม่กล้า" หลี่ต้าหนิวฉีกยิ้มกว้าง "ความจริงข้าก็ไม่ได้โง่นะ ข้าไม่อยากตามรองหัวหน้าสองไปตระเวนเก็บหมูหรอก ได้ยินว่าต้องไปตามหมู่บ้านในหุบเขาเสี่ยงตายสารพัด สู้ทำงานในเมืองปลอดภัยสบายใจกว่าเยอะ ขืนเห็นแก่เงินประเดี๋ยวจะมีเงินแต่ไม่ได้ใช้เอานะ"

"ฉลาดมาก"

เว่ยหงยกนิ้วโป้งให้เลย

จริงๆ แล้วเขาก็ไม่อยากให้หลี่ต้าหนิวไปอยู่กับรองหัวหน้าสองเหมือนกัน

เพราะถ้าเขาอยากเก็บแต้มพลังชีวิต เขาก็ต้องฆ่าหมูอยู่ที่ร้าน ถ้ามัวแต่ไปวิ่งรอกขนหมูตามป่าเขา แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาปั๊มแต้ม ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือทั้งเขาและหลี่ต้าหนิวต้องปักหลักอยู่ที่ร้านนี่แหละ ถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด

ตอนนี้หลี่ต้าหนิวเลือกได้ถูกต้องแล้ว เว่ยหงก็ไม่ต้องเปลืองน้ำลายกล่อม

"น่าเสียดาย ตอนนี้ข้ายังไปเลือกวิชาไม่ได้"

"รออีกหน่อยดีกว่า อีกสักสองเดือนค่อยปล่อยข่าวว่าแรงถึงสองร้อยชั่งแล้ว ถึงตอนนั้นคงไม่เป็นจุดสนใจมากนัก"

"แถมเขาว่ากันว่ายิ่งพื้นฐานเลือดลมแน่นเท่าไหร่ การขัดผิวก็ยิ่งได้ผลดีเท่านั้น ยอมเสียเวลาสั่งสมพลังอีกสักสองเดือนก็คงไม่เสียหายอะไร เหมือนลับมีดให้คมก่อนไปตัดฟืนนั่นแหละ"

เว่ยหงคิดทบทวนแล้วก็วางแผนพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว

เขามีระบบโกงๆ อยู่ในมือ ขอแค่ทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวค่อยๆ เติบโตไปเรื่อยๆ ก็พอ ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลยสักนิด

จบบทที่ บทที่ 17 - วิชาเกราะคชสารและโอสถลับขัดผิว

คัดลอกลิงก์แล้ว