เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - เรื่องสยองขวัญ ชีวิตคนด้อยค่ายิ่งกว่าหมา!

บทที่ 6 - เรื่องสยองขวัญ ชีวิตคนด้อยค่ายิ่งกว่าหมา!

บทที่ 6 - เรื่องสยองขวัญ ชีวิตคนด้อยค่ายิ่งกว่าหมา!


บทที่ 6 - เรื่องสยองขวัญ ชีวิตคนด้อยค่ายิ่งกว่าหมา!

ยามเช้าตรู่

ร้านเนื้อสกุลจูยังคงคึกคักจอแจเหมือนเช่นเคย!

เว่ยหงกวาดล้างคราบเลือด ล้างไส้หมูอย่างไม่หยุดหย่อน

งานการทุกอย่างทำได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว จนใครก็หาที่ติไม่ได้

เผลอแป๊บเดียวเวลาผ่านไปครึ่งเดือนกว่า

แม้จะทำงานหนัก แต่เรื่องกินอยู่ไม่เคยขาด

ร่างกายที่เคยผอมแห้งเริ่มมีกล้ามเนื้อขึ้นมาบ้าง สีหน้าท่าทางสดใสไม่ซีดเซียวเหมือนเมื่อครึ่งเดือนก่อน แววตาก็ดูคมกริบขึ้นจากการฝึกยุทธ์ ดูมีราศีจับสมกับเป็นเด็กหนุ่มไฟแรง

"น้องหง ยุ่งอยู่เหรอ?"

หลี่ต้าหนิวเข็นรถเข็นกลับเข้ามาจากข้างนอก

ตั้งแต่เว่ยหงมารับหน้าที่เบ็ดเตล็ด เขาเลยต้องออกไปส่งของตามเหลาอาหารทุกวัน งานเลยยุ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน

"ไม่ยุ่งหรอก!" เว่ยหงมือยังทำงานไม่หยุด เงยหน้ายิ้มตอบ "งานพวกนี้สบายจะตาย เทียบกับพี่ที่ต้องวิ่งรอกข้างนอกไม่ได้หรอก"

"โอย! อย่าให้พูดเลย!" หลี่ต้าหนิวรินน้ำชาในครัวดื่มอึกใหญ่ แล้วบ่นอุบ "เมื่อคืนแก๊งหัวเสือกับแก๊งกาโลหิตเป็นบ้าอะไรไม่รู้ ตีกันเละเทะตอนดึกๆ หน่วยลาดตระเวนเขตตะวันตกเลยสั่งปิดพื้นที่ตรวจค้น ข้าโดนเรียกตรวจไม่รู้กี่รอบกว่าจะหลุดมาส่งของได้ เสียเวลาชะมัด"

"หือ?"

เว่ยหงหูผึ่งทันที

หลี่ต้าหนิวคนนี้ถึงจะดูซื่อๆ แต่เรื่องชาวบ้านนี่รู้ลึกรู้จริง

ขยับปากทีไรต้องมีข่าวเด็ดในเมืองหลวงมาเล่าให้ฟังตลอด

เว่ยหงชอบคุยกับเขาอยู่แล้ว เลยรีบถามต่อว่า "แก๊งหัวเสือคุมถิ่นอันเล่อกับอันซีตั้งกว้าง แก๊งกาโลหิตกล้ามาแหยมด้วยเหรอ?"

"เอ็งยังไม่รู้สินะ" หลี่ต้าหนิวลดเสียงลง ทำท่าภูมิใจที่รู้ลึก "ช่วงนี้แก๊งกาโลหิตได้แบ็คดีเป็นคนใหญ่คนโต รับสมัครยอดยุทธ์ระดับขัดเกลาโลหิตมาเพียบ สร้างบารมีขึ้นมาน่าดู ไม่งั้นจะกล้างัดกับแก๊งหัวเสือเหรอ?"

"อย่างนี้นี่เอง!"

เว่ยหงยิ้มส่ายหน้า ชินกับเรื่องพวกนี้เสียแล้ว

คงเป็นเกมการเมืองของพวกผู้ลากมากดี สุดท้ายก็ใช้ชีวิตคนตัวเล็กตัวน้อยเป็นเบี้ยหมากรุก คนธรรมดาอย่างเราก็แค่คนดู

"ยังมีอีกนะ คุณชายใหญ่ตระกูลหลี่เศรษฐีถนนหลิวลวี่ เมื่อคืนจู่ๆ ก็คลุ้มคลั่ง ถือมีดไล่แทงคนในบ้านตายไปสิบแปดศพ ได้ยินว่าหน่วยปราบมารยังต้องลงมาดูเองเลย!"

"เมื่อเช้าคนผ่านหน้าบ้านตระกูลหลี่ ตกใจกันแทบช็อก เลือดนองเต็มพื้น เขาว่ากันว่าสิบแปดศพนั่นโดนถลกหนังออกมาทั้งตัวเลยนะ!"

"ปู่ของเอ็งทำงานตีเกราะตอนกลางคืน ถ้าต้องผ่านแถวนั้นก็บอกให้แกระวังตัวหน่อยล่ะ!"

หลี่ต้าหนิวพ่นข่าวออกมาเป็นชุด

เว่ยหงฟังแล้วขนลุกซู่ นี่มันฝีมือพวกสิ่งลี้ลับ?

เขารู้ดีว่าโลกนี้มีภูตผีปีศาจออกอาละวาด แม้เมืองหลวงจะเป็นที่ประทับของโอรสสวรรค์มีพลังมังกรคุ้มครอง โอกาสเกิดเรื่องร้ายจะน้อยกว่าที่อื่น แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์

หลายปีมานี้เฉพาะแถวตรอกอันเล่อ ก็มีเรื่องสยองขวัญเกิดขึ้นปีละเป็นสิบครั้ง

เบาะๆ ก็บาดเจ็บล้มตายหนึ่งถึงสองคน หนักหน่อยก็ตายยกรัง...

ชาวบ้านส่วนใหญ่เลือกที่จะปิดปากเงียบ เพราะรู้ว่าผีสางเทวดามันคาดเดาไม่ได้ รับมือยาก ต่อให้เป็นหน่วยปราบมาร ส่วนใหญ่ก็แค่มาตามเก็บกวาดซากทีหลังเท่านั้น

ได้แต่โทษว่าเหยื่อดวงซวยเอง!

"อยู่ดีๆ บ้านตระกูลหลี่ไปยุ่งกับสิ่งลี้ลับได้ยังไง?" เว่ยหงถามด้วยความแปลกใจ "บ้านเศรษฐีแบบนั้นน่าจะจ้างจอมยุทธ์มาเป็นคนคุ้มกัน ตามหลักแล้วผู้ฝึกยุทธ์มีเลือดลมร้อนแรงดั่งเตาหลอม พลังหยางกล้าแข็ง พวกภูตผีปีศาจธรรมดาน่าจะไม่กล้าเข้าใกล้ไม่ใช่เหรอ"

"ก็ใช่น่ะสิ" หลี่ต้าหนิววางถ้วยชา ทำหน้าลึกลับ "เขาลือกันว่าคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่เพิ่งไปไหว้พระที่วัดหงฝูเมื่อวันก่อน ขากลับฝนตกหนักเลยไปหลบฝนที่ศาลาร้างกลางเขา สงสัยจะไปติดเอาสิ่งอัปมงคลมาจากที่นั่นแล้วพาเข้าบ้านมาด้วย"

"ลุงถังคนขายพะโล้ข้างบ้านเล่าว่า กลางดึกได้ยินเสียงคุณชายใหญ่ร้องงิ้วเสียงแหลมๆ ตอนแรกแกก็ไม่ได้เอะใจ ที่ไหนได้พอดึกหน่อยก็เกิดเรื่อง เอ็งว่าสยองไหมล่ะ!"

เว่ยหงขนลุกชันไปทั้งตัว เย็นวาบไปถึงสันหลัง!

โลกนี้มันอยู่ยากจริงๆ ชีวิตคนไร้ค่ายิ่งกว่าหมูหมา หาความปลอดภัยไม่ได้เลย!

ต้องรีบเก่งขึ้นให้เร็วที่สุด ไม่งั้นถ้าเจอเรื่องสกปรกพวกนี้คงหนีไม่รอดแน่

"จริงสิ วิชายืนม้าของเอ็งไปถึงไหนแล้ว?" หลี่ต้าหนิวถามด้วยความอยากรู้

"ก็พอจะร่ายรำรวดเดียวได้ถึงกระบวนท่าที่เจ็ดแล้ว!"

เว่ยหงวางมือจากงาน เดินไปที่มุมกำแพงคว้าหินหนักห้าสิบชั่งขึ้นมา สูดหายใจลึกแล้วกระชากขึ้น

"ฮึบ!"

หินก้อนโตลอยขึ้นเหนือหัว

แม้แขนของเว่ยหงจะสั่นริกๆ

แต่เทียบกับเมื่อครึ่งเดือนก่อนที่ไม่มีแรงแม้แต่จะเชือดไก่ ถือว่ามาไกลโข

"เยี่ยม! ไม่เสียแรงที่เอ็งขยันฝึกทุกวัน" หลี่ต้าหนิวชมเปาะ "อีกสักสิบวันครึ่งเดือนน่าจะรำมวยจบรอบเดียวสิบสามท่าได้แล้ว ถ้าวันหนึ่งฝึกได้เก้ารอบ พละกำลังแขนน่าจะแตะสองร้อยชั่งได้สบาย!"

"แหะๆ!"

เว่ยหงยิ้มแห้งไม่ได้พูดอะไร

เขารู้ลิมิตตัวเองดี ความคืบหน้านี้จริงๆ แล้วช้ากว่าชาวบ้านเขาเยอะ

ครึ่งเดือนมานี้ถึงจะกินดีอยู่ดีจนร่างกายมีเนื้อมีหนัง แต่พื้นฐานเดิมเขาแย่ พรสวรรค์ก็งั้นๆ มีแต่หลี่ต้าหนิวนี่แหละที่คอยเชียร์อัพ

"กำลังแขนสองร้อยชั่งมันง่ายซะที่ไหน ได้ยินว่าลูกท่านหลานเธอมีเงินซื้อยาบำรุง กินวันเดียวเท่ากับคนจนอย่างพวกเราฝึกเป็นเดือน!"

"แต่ข้าไม่มีเงินซื้อยา ถ้าไม่มีพลังชีวิตมาเติมเต็ม เกรงว่าสามปีก็อาจจะฝึกไม่สำเร็จ!"

"เมื่อไหร่จะได้เชือดหมูสักทีน้อ"

เว่ยหงขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม

ช่วงนี้เขาพอจะได้ช่วยป้าหวังเชือดไก่เชือดเป็ดบ้างประปราย

แต่อยากจะเชือดหมูเชือดแพะมันไม่ง่าย เพราะยังไม่ถึงคิวเขาถือมีด

"น้องหงอยากเชือดหมูเหรอ?" หลี่ต้าหนิวเหมือนอ่านใจได้ อดแซวไม่ได้ว่า "ถ้าเอ็งคันไม้คันมืออยากลงมีดจริงๆ พรุ่งนี้มาเป็นลูกมือข้าสิ"

เว่ยหงตาลุกวาว รีบถามว่า "พี่ต้าหนิวอย่าล้อเล่นนะ พี่มีแรงแขนสองร้อยชั่งแล้วเหรอ?"

"ยังหรอก" หลี่ต้าหนิวยิ้มเขินๆ "ตอนนี้ข้ามีแรงแค่ร้อยแปดสิบชั่ง ยังเป็นมือมีดเต็มตัวไม่ได้ แต่พรุ่งนี้มันวันเทศกาลเสื้อหนาวนี่นา"

"อ้อ?" เว่ยหงงง

"ก็เทศกาลไง ใครๆ ก็ต้องซื้อเนื้อสัตว์ไปไหว้ไปกิน" หลี่ต้าหนิวอธิบาย "ไม่ใช่แค่เหลาอาหารหรือบ้านคนรวย ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปก็ต้องซื้อ พรุ่งนี้ร้านเราต้องยุ่งจนหัวหมุนแน่"

เว่ยหงถึงบางอ้อ

พอร้านยุ่ง คนก็ต้องขาดมือ

ปกติหลี่ต้าหนิวอาจจะยังไม่ถึงขั้นได้เชือดหมู แต่พอคนขาด เด็กฝึกงานที่ฝึกมาสองปีครึ่งมีแรงร้อยแปดสิบชั่งอย่างเขา ย่อมได้รับโอกาสให้จับมีด

"พี่ต้าหนิว พรุ่งนี้เรามาร่วมมือกันดีไหม?" เว่ยหงถามตาเป็นประกาย

"แหงอยู่แล้ว" หลี่ต้าหนิวยิ้มซื่อ "พวกเดรัจฉานพวกนี้แรงเยอะ ข้าคนเดียวกดมันไม่ค่อยลงหรอก มีเอ็งมาช่วยย่อมดีกว่า"

เว่ยหงได้ยินดังนั้นอารมณ์ดีขึ้นทันตาเห็น

ดูท่าพรุ่งนี้จะมีโอกาสปั๊มแต้มพลังชีวิตแล้ว

และก็เป็นไปตามคาด ช่วงบ่ายจูซื่อไห่เรียกทุกคนมาสั่งงานให้เลิกงานเร็วขึ้น พรุ่งนี้ต้องมาเข้างานเช้ากว่าปกติหนึ่งชั่วโมงเพื่อรับมือกับงานเทศกาล

กองทัพหมูและแพะถูกลำเลียงมาจากท่าเรือเป็นฝูงใหญ่

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 6 - เรื่องสยองขวัญ ชีวิตคนด้อยค่ายิ่งกว่าหมา!

คัดลอกลิงก์แล้ว