- หน้าแรก
- สยบแดนอาถรรพ์ เริ่มต้นสยบเหล่าแม่มด
- บทที่ 28: ยกระดับสถานะ
บทที่ 28: ยกระดับสถานะ
บทที่ 28: ยกระดับสถานะ
ณ โรงเรียนแม่มด
ร็อบถ่ายทอดเรื่องราวการต่อสู้กับวิญญาณร้ายอย่างออกรส สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าแม่มด รวมถึงคอร์ดีเลีย และทำให้สาวใช้คนใหม่อย่างเดลฟี่ต้องวิ่งวุ่นเสิร์ฟของว่างไปมาไม่หยุดหย่อน
เมื่องานเลี้ยงต้อนรับใกล้จบลง เดลฟี่ที่มีอายุปาเข้าไปกว่าสองร้อยปีกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก หวังจะได้พักสังขารอันแก่ชราเสียที
แต่ควีนนี่ก็ตะโกนสั่งขึ้นมาอีกครั้ง "ฉันยังไม่อิ่ม! เอาพายลูกพีชมาเพิ่มอีก"
เดลฟี่กุมมือแน่นด้วยความหงุดหงิด "ยังจะกินอีกเหรอ? กินล้างผลาญแบบนี้ชาตินี้คงหาผัวไม่ได้หรอก ถ้าหล่อนเป็นลูกสาวฉันนะ ฉันจะล็อคตู้เย็นแล้วโยนกุญแจทิ้งไปซะ"
แม้ปากจะบ่น แต่เธอก็ยังจำใจเดินไปที่ตู้เย็นเพื่อหยิบวัตถุดิบ
หลังจากที่นางสร้างความขุ่นเคืองให้ทุกคนด้วยคำพูดเหยียดเชื้อชาติในวันแรกที่มาถึง ฟิโอน่าจึงมอบนางให้เป็นทาสรับใช้ของควีนนี่โดยเฉพาะ
การใช้ชีวิตร่วมกันไม่กี่วันที่ผ่านมาทำให้นางต้องทนทุกข์ไม่น้อย
ไม่อย่างนั้น ป่านนี้นางคงสวนกลับไปแล้วว่า "นังคนดำชั้นต่ำ กล้าดียังไงเอาปากสกปรกๆ นั่นมาสั่งฉัน" แทนที่จะเป็นแค่คำบ่นกระปอดกระแปดเพียงไม่กี่คำ
ร็อบไม่ได้ใส่ใจเรื่องหยุมหยิมพวกนี้
พอมีเงินเหลือติดกระเป๋า เขาจึงนำของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ที่ซื้อระหว่างทางมามอบให้เหล่าแม่มด และสุดท้ายก็มายืนอยู่ตรงหน้าแนน ยื่นหูฟังอันใหม่ที่เตรียมไว้ให้เธอเป็นพิเศษ พร้อมขยิบตาให้อย่างมีเลศนัยพลางกระซิบว่า:
"เหยียบให้มิดเลยนะ แนน"
แนนรับหูฟังอันใหม่มาพยักหน้าอย่างมีความสุข "ตกลง"
แม้แนนจะอ่านใจร็อบไม่ได้ แต่เมดิสันทำได้ และย่อมรู้ความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด เธอจึงต้องกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ
เดิมทีเธอก็ลังเลว่าจะแฉความจริงดีไหม แต่เมื่อถูกร็อบติดสินบนแล้ว ความคิดนั้นก็ปัดตกไปทันที
แนนที่ถูกคนอื่นมองว่าเป็นตัวประหลาดมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับของขวัญจากใครเลยนอกจากคนในครอบครัว
ร็อบเข้ามาเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปนี้ได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อความประทับใจพุ่งสูงขึ้น เธอย่อมเชื่อฟังเขาเป็นธรรมดา
หลังจากงานเลี้ยงต้อนรับจบลง
ร็อบกลับมาที่ห้อง ขณะกำลังจัดข้าวของที่นำกลับมา ก็มีเสียงเคาะประตู
เป็นแฟนสาวของเขานั่นเอง
เวลานี้โซอี้สวมชุดกระโปรงสีฟ้าสวยงามที่เขาซื้อมาฝากเรียบร้อยแล้ว
"สวยไหม?" เธอถามพลางหมุนตัวโชว์ ชายกระโปรงพริ้วไหวเผยให้เห็นน่องเรียวงาม
"แน่นอน" ร็อบพยักหน้า
เมื่อได้ยินดังนั้น รอยยิ้มของโซอี้ก็กว้างขึ้น
โซอี้ไม่เก็บกดอารมณ์ที่พลุ่งพล่านอีกต่อไป เธอโถมตัวเข้าใส่อ้อมกอดของร็อบ ดันตัวเขาเข้าไปในห้อง ใช้ขาเตะประตูให้ปิดลงแน่นหนา และเริ่มใช้เวลาส่วนตัวร่วมกัน
เมื่อไม่มีใครจับจ้อง ร็อบเองก็ปล่อยตัวตามสบาย ลิ้มรสความไร้เดียงสาที่แตกต่างจากความเจนจัดของเมดิสัน
น่าเสียดายที่ทำได้แค่หยอกเย้า ไม่อาจก้าวล่วงไปถึงขั้นสุดท้าย
"ฉันอยากให้เป็นฉันที่ไปกับคุณ ไม่ใช่เมดิสัน" โซอี้พูดอย่างเสียดายพลางหอบหายใจหลังจากผละออกจากกัน
ความรู้สึกที่แฟนหนุ่มต้องไปเสี่ยงอันตรายในขณะที่ตัวเองได้แต่นั่งรออยู่ที่บ้านมันแย่พออยู่แล้ว แต่การที่เมดิสันซึ่งชัดเจนว่ามีใจให้แฟนของเธอได้ติดตามไปด้วย ยิ่งทำให้เธอรู้สึกถึงวิกฤตมากขึ้นไปอีก
ถ้าไม่กลัวว่าจะรบกวนเขา เธอคงโทรหาร็อบทุกนาที
"ช่วยไม่ได้ เมดิสันเองก็โดนคำสาปเหมือนกัน" ร็อบอธิบาย "อีกอย่างคุณเพิ่งมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วัน ยังเรียนรู้วิชาแม่มดไปไม่เท่าไหร่ ถ้าให้คุณไปกับผม ผมคงไม่สบายใจ"
สีหน้าของโซอี้ดูหม่นหมองลงเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับเมดิสัน ควีนนี่ และแนน ความสามารถของเธอดูจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้มากนัก
"ต่อไปฉันจะตั้งใจเรียนให้หนักเลย!" เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เรื่องนี้ไม่เพียงเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเธอ แต่ยังรวมถึงความสุขของพวกเขาด้วย
หากไม่ใช่เพราะอันตรายที่ซ่อนอยู่ในร่างกายของเธอ เธอคงไม่ต้องรู้สึกขาดความมั่นใจเวลาเผชิญหน้ากับร็อบ หรือแม้แต่กับเมดิสัน
เขาคิดจริงๆ เหรอว่าเธอไม่สังเกตเห็นท่าทีลับหลังของเมดิสัน?
ร็อบไม่ได้รับรู้อารมณ์ความรู้สึกภายในใจของโซอี้ เขาแค่ยกคำคมปลุกใจดาษดื่นมาให้กำลังใจเธอ
ไม่นานนัก เมื่อเห็นโซอี้ที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมและกระตือรือร้นกลับไปอ่านหนังสือทั้งคืน เขาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ
แม้จะได้ความทรงจำของร่างเดิมมา แต่อารมณ์ความรู้สึกกลับไม่ได้ลึกซึ้งขนาดนั้น
หากจะว่าไป เมดิสันที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาไม่กี่วันยังดู 'จริง' เสียกว่า
ส่วนเหตุผลที่ไม่ทิ้งโซอี้...
แน่นอนว่าเป็นเพราะสถานะของเขา...
พูดง่ายๆ ก็คือความเห็นแก่ตัวนั่นแหละ
ตอนแรกเขาก็รู้สึกผิดอยู่บ้าง
แต่เมื่อเทียบกับวัยรุ่นอเมริกันทั่วไปที่มั่วเซ็กซ์แล้ว ร็อบรู้สึกว่าตัวเองเป็นหนุ่มน้อยผู้แสนดีขึ้นมาทันตา
ในฐานะว่าที่บิดาผู้เมตตาและพระผู้ช่วยให้รอดของชาวอเมริกัน การจะมีผู้หญิงมารุมล้อมย่อมเป็นเรื่องปกติใช่ไหม?
แน่นอนว่าปกติ!
ถือซะว่าเป็นการปรับตัวและป้องกันไว้ก่อนเพื่ออนาคตอันรุ่งโรจน์ ไม่ควรปล่อยให้ชื่อเสียงต้องมาพังเพราะข่าวฉาวในภายหลังจริงไหม?
คิดได้ดังนั้น ร็อบก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
ทันใดนั้น บททดสอบจิตใจก็ส่งมาถึง
ร็อบมองรูปเซลฟี่ในห้องน้ำที่เมดิสันส่งมาให้ในโทรศัพท์ เขากดบันทึกรูปเงียบๆ แล้วพิมพ์ตอบกลับไปอย่างผู้ทรงศีลว่าทำแบบนี้ไม่ดีนะ อยากมีภาพหลุดเหมือนรุ่นพี่ในฮอลลีวูดหรือไง
เมดิสันแสดงความสำนึกผิดและลบรูปทิ้งทันที
ขณะที่ร็อบกำลังชื่นชมว่าเด็กคนนี้สอนง่าย ข้อความใหม่ก็เด้งขึ้นมา
"เปิดประตู"
"......"
นี่มันเรื่องเปิดประตูที่ไหนกัน?
นี่กะจะทำลายตบะกันชัดๆ
ต้องต้านทานสิ่งยั่วยวนและยกระดับจิตใจของตนเอง
ร็อบแข็งใจปฏิเสธไปด้วยมาดผู้ทรงศีล
สุดท้ายเขาก็สมปรารถนา ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเงียบสงบตลอดคืน
วันรุ่งขึ้น ร็อบผู้ไร้ซึ่งจิตสำนึกของคนรับใช้ชาย ตื่นขึ้นมาแทบจะพร้อมๆ กับเหล่าแม่มด พวกเขาลงมาทานอาหารเช้าที่สปอลดิงและเดลฟี่ช่วยกันเตรียม
สปอลดิงไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจเดลฟี่เหมือนที่ทำกับร็อบ เข้าใจชัดเจนว่านางไม่ได้มาสายเดียวกับเขา
ที่โต๊ะอาหาร คอร์ดีเลียไม่ได้ทักท้วงเรื่องที่ร็อบตื่นสาย
หลังจากได้ฟังเรื่องราวเมื่อวาน เธอไม่ได้มองว่าแฟนหนุ่มสุดพิเศษของโซอี้เป็นเพียงคนรับใช้ชายอีกต่อไป
เขาสามารถเผชิญหน้ากับวิญญาณร้ายได้โดยไม่หวั่นเกรง และมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้
พลังการต่อสู้ที่เหลือล้นขนาดนี้
เทียบกับการเป็นคนรับใช้ชายแล้ว เธอเต็มใจที่จะปั้นร็อบให้เป็นผู้พิทักษ์ของเหล่าแม่มดมากกว่า
เมื่อต้องเผชิญกับอันตรายในโลกความเป็นจริง หากแม่มดสาวๆ มีคนอย่างเขาคอยคุ้มกัน ย่อมทำให้เธอเบาใจขึ้นมาก
"ร็อบ ทานมื้อเช้าเสร็จแล้วมาคุยกับฉันที่ห้องทำงานหน่อยนะ" คอร์ดีเลียเอ่ยขึ้นหลังจากตัดสินใจได้แล้ว
ร็อบพยักหน้า แม้จะไม่รู้เหตุผลแต่ก็เดาว่าคงไม่ใช่เรื่องร้าย
และก็เป็นเช่นนั้นจริง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เมื่อร็อบเดินออกมาจากห้องทำงานของคอร์ดีเลีย ใบหน้าของเขาก็แช่มชื่นเบิกบาน
เขาได้รับสัญญาจ้างฉบับใหม่
ไม่ใช่ในฐานะคนรับใช้ชาย แต่ในตำแหน่ง 'หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยแห่งโรงเรียนสตรีโรบิโชซ์'
คล้ายกับพวกบอดี้การ์ดใส่สูทที่อยู่รอบตัวไมร์เทิล
แม้ในฐานะหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย ลูกน้องในสังกัดจะมีแค่ตัวเขาเองคนเดียวก็ตาม
แต่การได้เลื่อนสถานะและขึ้นเงินเดือนย่อมเป็นเรื่องดีเสมอ
เหมือนอย่างตอนนี้ จังหวะที่เดินสวนกับสปอลดิง ร็อบทักทายด้วยมาดว่าที่เจ้านาย:
"เฮ้ สปอลดิง ตั้งใจทำงานล่ะ คืนนี้อย่าลืมปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยนะ"
พูดจบเขาก็ยิ้มแล้วเดินจากไป โดยไม่สนใจใบหน้าบอกบุญไม่รับของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย