- หน้าแรก
- สยบแดนอาถรรพ์ เริ่มต้นสยบเหล่าแม่มด
- บทที่ 20 เจ้าหน้าที่จากเพนตากอน
บทที่ 20 เจ้าหน้าที่จากเพนตากอน
บทที่ 20 เจ้าหน้าที่จากเพนตากอน
"เรื่องนั้นมันเก่ากึ้กไปแล้ว"
ดูเหมือนจะไม่พอใจที่ไมค์แย่งความสนใจจากเมดิสันไปจนหมด เพื่อนคนหนึ่งของเขาจึงตะโกนแทรกขึ้นมาเสียงดัง
เมื่อเมดิสันหันไปมอง เขาจึงรีบเล่าต่ออย่างตื่นเต้น "เพื่อนบ้านที่หวาดกลัวช่วยกันฝังร่างของสองสามีภรรยาและแขนทองคำกลับลงไปในดิน นึกว่าจะสงบสุขไปได้หลายปี แต่เมื่อไม่นานมานี้ ดันมีพวกโจรขุดสุสานกลุ่มหนึ่งไปขโมยแขนทองคำออกมาจากโลงอีกรอบ นั่นแหละคือสาเหตุที่ตอนนี้มีข่าวลือว่าวิญญาณร้ายของเฮเธอร์ออกมาเพ่นพ่านและส่งเสียงคำรามทุกค่ำคืน"
"ใช่! ฉันได้ยินคนแถวนั้นเล่าว่า ตอนกลางคืนมักจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ กับเสียงคำรามที่น่าสยดสยองดังมาจากข้างนอก"
"หมาล่าเนื้อกับพวกเป็ดไก่แถวนั้นโดนควักไส้พุง เครื่องในถูกกินเกลี้ยงเลยนะ"
"ไม่ใช่แค่นั้นนะ คนที่ใจกล้าออกไปดูลาดเลาตอนกลางคืน ก็หายสาบสูญไปตั้งหลายคนแล้ว"
"ขนาดเชิญบาทหลวงมาทำพิธีไล่ผียังคว้าน้ำเหลวเลย"
"......"
ภายใต้ความหวาดกลัว มนุษย์ย่อมมีความอยากรู้อยากเห็นในเรื่องลี้ลับเป็นธรรมดา
หากตอนแรกทุกคนยังสงวนท่าที แต่ตอนนี้เมื่อถูกกระตุ้นด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ สาวงาม และบรรยากาศพาไป ทุกคนจึงเริ่มเปิดปากเล่าอย่างออกรส
"เหอะ! วิญญาณร้ายบ้าบออะไร ฆาตกรที่ไหนกัน มีแต่พวกคนแก่หูเบาเท่านั้นแหละที่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว ต่อให้เป็นปิศาจโผล่มาจริง ฉันจะเป่าให้ร่วงด้วยกระสุนนัดเดียวคอยดู"
"ใครกล้าไปพิสูจน์กับฉันบ้าง? ไม่ว่าจะไปกระชากหน้ากากคนลวงโลกหรือไปจับวิญญาณร้ายที่ว่านั่น เราก็จะกลายเป็นวีรบุรุษของเคาน์ตี้กันทั้งนั้น!"
เมื่อเห็นว่าสายตาของเมดิสันเริ่มเบนความสนใจไปที่คนอื่น ไมค์ที่ต้องการทำคะแนนอย่างหนักจึงตบโต๊ะเสียงดังและประกาศก้องด้วยความห้าวหาญ
พวกขี้เมาคนอื่นๆ เมื่อถูกไมค์ยุยงก็พลอยตื่นเต้นตามไปด้วยและตะโกนสนับสนุน
"ไปสิ! ใครไม่ไปถือว่าเป็นหมาหัวหด!"
"พวกเราคือคนที่กล้าหาญที่สุดในเขตนี้ แน่นอนว่าต้องไป!"
"เฮอะๆ อยากรู้จังว่าแม่สาวเฮเธอร์ที่ว่าสวยที่สุด พอกลายเป็นวิญญาณร้ายแล้วรสชาติจะเป็นยังไง"
"......"
หากไม่มีใครห้ามปราม พวกหนุ่มเลือดร้อนที่กำลังฮึกเหิมเหล่านี้คงจะเดินเรียงแถวไปตายทีละคนเหมือนในหนังสยองขวัญฮอลลีวูดอย่างแน่นอน
เมดิสันขยับตัวถอยห่างจากเจ้าหนุ่มที่คิดจะ 'เอา' แม้กระทั่งผี เธอไม่ได้ใส่ใจคำคุยโวโอ้อวดเหล่านั้น ในเมื่อได้ข้อมูลมามากพอแล้ว เธอจึงเอ่ยถามอีกครั้ง
"ข่าวลือเรื่องวิญญาณร้ายนั่นมาจากที่ไหน?"
"กรีนทาวน์ ในเขตอัลเพนา ร่างของเฮเธอร์ถูกฝังอยู่ที่นั่น" คนหนึ่งตอบ
อีกคนหนึ่งที่มีอาการเมาตาเยิ้ม จู่ๆ ก็ชี้ไปที่ชายผิวดำวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลแล้วพูดว่า "หมอนั่นเคยเป็นคนงานเก่าแก่ของสามีเฮเธอร์ เขาน่าจะรู้อะไรดีกว่าใคร"
"ขอบใจ" เมดิสันหันไปมองชายผิวดำแวบหนึ่ง ก่อนจะโบกมือลาพวกวัยรุ่นที่หมดประโยชน์แล้ว
"เดี๋ยวสิ! อย่าเพิ่งรีบไป นี่มันยังหัวค่ำอยู่เลย อยู่เล่นกับพวกเราต่อเถอะน่า ฉันพิสูจน์ให้ดูได้นะว่าของฉัน 'ใหญ่' ของจริง!"
ไมค์ที่กลิ่นเหล้าหึ่งเห็นเมดิสันกำลังจะจากไป ก็รีบลุกขึ้นมาขวางทางและยื่นมือจะคว้าตัวเธอไว้ หวังจะรั้งสาวงามผู้นี้ด้วยกำลัง
เมดิสันสะบัดมือเบาๆ อย่างแนบเนียน ร่างของไมค์ก็สะดุดล้มหน้าทิ่มพื้นเต็มแรง เลือดไหลอาบหัวทันที
เพื่อนๆ ของเขารีบกุลีกุจอเข้าไปพยุงตัวเขาขึ้นมา
เมื่อไม่มีใครขวางทาง เมดิสันจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามทิ้งท้ายด้วยท่าทีสบายๆ
"ว่าแต่ ได้ยินว่าสมัยก่อนเฮเธอร์เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในแถบนี้ เธอสวยเท่าฉันไหม?"
"ไม่ครับ" คนที่เคยเห็นเฮเธอร์เงยหน้าขึ้นมองแล้วตอบตาค้าง
"งั้นก็ดี"
เมดิสันหันหลังเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี
เมื่อกลับมาสมทบกับร็อบ เธอก็ถ่ายทอดข้อมูลที่ได้มาให้เขาฟัง
ร็อบมองชายผิวดำที่นั่งดื่มเหล้าอยู่คนเดียวตามที่ได้รับแจ้งว่าเป็นคนงานเก่าแก่ของคู่สามีภรรยาเจ้าของแขนทองคำ เขาใช้มือลูบคางพลางกล่าวว่า "งั้นเราไปยืนยันข้อมูลกับเขาเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะ"
ร็อบเดินตรงเข้าไปหาชายผิวดำและเข้าประเด็นทันที "สวัสดีครับ ผมเจ้าหน้าที่สมิธ จากแผนกสิ่งผิดปกติ เพนตากอน มีเรื่องอยากจะสอบถามคุณหน่อยครับ"
พูดจบ เขาก็หยิบตราขนาดเท่าฝ่ามือออกมาโชว์ให้ชายผิวดำดูแวบหนึ่งแล้วรีบเก็บเข้ากระเป๋า
แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ตราประจำแผนกสิ่งผิดปกติอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเข็มกลัดที่ระลึกที่ได้มาจากโรงแรมมอนเทลีโอนก่อนหน้านี้
การจะหลอกชายผิวดำที่ใช้ชีวิตเป็นคนตัดไม้ในเมืองบ้านนอกมาทั้งชีวิต ซึ่งอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในเคาน์ตี้มีหน่วยงานกี่แผนก นับประสาอะไรกับเพนตากอน แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว
เป็นไปตามคาด แม้ชายผิวดำจะดูงุนงงเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร เพียงแค่ยกแก้วเบียร์ขึ้นจิบแล้วถามอย่างเนือยๆ ว่า "มีธุระอะไร?"
"ขอทราบชื่อของคุณด้วยครับ"
"แอนดี้"
"คุณแอนดี้ รบกวนเวลาสักสองสามนาที ผมต้องการถามเรื่องเกี่ยวกับ 'แขนทองคำ'"
เพล้ง!
ทันทีที่ร็อบพูดจบ มือของแอนดี้ที่ถือแก้วเหล้าอยู่ก็สั่นเทาจนแก้วร่วงหล่นลงพื้นแตกกระจาย
แอนดี้ไม่ได้สนใจเศษแก้วเหล่านั้น แต่กลับจ้องมองร็อบด้วยดวงตาแดงก่ำที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด "อย่าพูดถึงเรื่องนั้นนะ!"
ร็อบยังคงรักษารอยยิ้มบนใบหน้าพลางกล่าว "เชื่อผมเถอะ เรามาที่นี่เพื่อจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้น ก่อนหน้านี้คุณเคยแจ้งตำรวจไปแล้วไม่ใช่เหรอ? พวกเขารับมือเรื่องพรรค์นี้ไม่ไหวหรอก เบื้องบนเลยส่งพวกเรามาแทน"
"พวกคุณเนี่ยนะ?" แอนดี้มองใบหน้าอ่อนเยาว์ของร็อบที่ดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกชายของเขาด้วยความประหลาดใจและตั้งคำถาม "นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ คุณจะทำได้เหรอ? ขนาดบาทหลวงยังคว้าน้ำเหลวกลับไปเลยนะคุณรู้ไหม"
"คนเรามีความถนัดต่างกันครับ หน้าที่หลักของบาทหลวงคือสื่อสารกับพระเจ้า แต่ถ้าเป็นเรื่องจัดการกับวิญญาณร้าย ต้องเป็นหน้าที่ของมืออาชีพอย่างพวกผม" ร็อบตอบด้วยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ
จากนั้นเขาเหลือบมองแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของแอนดี้แล้วเสริมว่า "วางใจเถอะครับ เรารู้เรื่องวิญญาณร้ายดีกว่าที่คุณคิด และเราไม่มองว่ามันเป็นเรื่องงมงายไร้สาระแน่นอน การรีบจัดการเรื่องนี้ให้จบๆ ไป ย่อมเป็นผลดีต่อครอบครัวและลูกๆ ของคุณ โดยไม่มีข้อเสียใดๆ... ผมพูดถูกไหมครับ?"
อาจเป็นเพราะได้รับความมั่นใจจากร็อบ หรืออาจเพราะนึกถึงครอบครัว แอนดี้เริ่มใจอ่อน เขากัดฟันพูดว่า "อยากรู้อะไรก็ถามมา ผมจะบอกเท่าที่รู้"
"เยี่ยมมากครับ"
ร็อบเริ่มซักถามรายละเอียด
ในช่วงแรก สิ่งที่แอนดี้เล่าคล้ายคลึงกับข้อมูลที่เมดิสันได้มา เพียงแต่ลงรายละเอียดลึกกว่า
ทว่า หลังจากจุดที่แขนทองคำถูกขโมยไป เขาได้ให้ข้อมูลใหม่เพิ่มเติม
"พวกเรารู้ดีว่าแขนทองคำสำคัญต่อเฮเธอร์มากแค่ไหน แม้จะรู้ว่ามีทองคำจำนวนมหาศาลอยู่ใต้หลุมศพมาตลอดหลายปี แต่เราก็ไม่กล้ามีความโลภแม้แต่นิดเดียว แต่ไอ้พวกโจรบัดซบพวกนั้น ไม่รู้ไปเอาข่าวมาจากไหน ถ้าพวกมันไม่ขโมยแขนทองคำไป เฮเธอร์ก็คงไม่ตื่นขึ้นจากการหลับใหล และกรีนทาวน์ก็คงไม่กลายเป็นสภาพแบบนี้" แอนดี้พูดด้วยความคับแค้นใจ
ร็อบถามต่อ "กลายเป็นสภาพแบบไหนครับ?"
แอนดี้ตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทุกค่ำคืน วิญญาณของเฮเธอร์จะกลับเข้าร่าง แล้วออกอาละวาดไปทั่วเมืองด้วยความโกรธเกรี้ยว ตอนแรกก็มีพวกวัยรุ่นที่ไม่เชื่อเรื่องผีสางออกไปลองของ แต่ไม่นานพวกเขาก็หายสาบสูญไป ไม่เคยมีใครได้กลับออกมาอีกเลย"
"ไม่เคยมี! ห้ามออกไปข้างนอกตอนกลางคืนเด็ดขาด!"