เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 โลกอันแสนพิศวง

บทที่ 15 โลกอันแสนพิศวง

บทที่ 15 โลกอันแสนพิศวง


หลังจากร่างของศพหญิงสาวเลือนหายไป บรรยากาศอึมครึมชวนขนลุกก็จางหายไป

แสงไฟสว่างไสวกลับมาสาดส่องไปทั่วห้องอีกครั้ง

หากไม่ใช่เพราะสภาพห้องที่หลงเหลือร่องรอยราวกับเพิ่งถูกพายุเฮอริเคนถล่มและข้าวของที่กระจัดกระจาย ร็อบคงคิดว่าเหตุการณ์เมื่อครู่เป็นเพียงภาพหลอน

เขาก้มมองสำรวจตัวเอง เศษเนื้อเน่าเหม็นน่ารังเกียจที่เคยเปรอะเปื้อนตัวเขา บัดนี้อันตรธานหายไปพร้อมกับการจากไปของศพหญิงสาว

"นี่มันเป็นฉากที่ตื่นเต้นที่สุดในรอบสิบแปดปีที่ฉันเคยเจอเลยนะเนี่ย" เมดิสันเอ่ยขึ้นพลางเกยคางมนสวยลงบนไหล่ของร็อบ ดื่มด่ำกับความรู้สึกหลังการต่อสู้ "พอย้อนนึกดูตอนนี้ มันให้ความรู้สึกเสียวซ่านไปอีกแบบนะ"

"เสียวซ่าน?" ร็อบที่กำลังปวดระบมไปทั่วกล้ามเนื้อแขนทำหน้าฉงน

"ไม่เชื่อเหรอ? งั้นลองมาพิสูจน์ดูสิ" เมดิสันเลิกคิ้วสวยขึ้นข้างหนึ่งอย่างท้าทาย

ไม่กี่อึดใจต่อมา

ร็อบ: "......"

ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าคำวิจารณ์ที่ควีนนี่มีต่อเมดิสันนั้นถูกต้องทุกประการ

เขากระแอมเบาๆ รีบชักมือกลับ และเอ่ยขอบคุณเธอจากใจจริง "ฉันต้องขอบคุณเธอจริงๆ นะเมดิสัน สำหรับเรื่องคราวนี้"

มันเป็นความจริงอย่างที่สุด

หากครั้งนี้ไม่ได้เมดิสันยื่นมือเข้าช่วย เขาคงจบไม่สวยแน่ๆ

เรื่องลี้ลับแต่ละอย่างไม่ใช่สิ่งที่จะรับมือได้ง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุปกรณ์ปราบผีที่เขาฝากความหวังไว้ดันพังง่ายซะเหลือเกิน

เมดิสันโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ถือซะว่าตอบแทนเรื่องเมื่อคืนก็แล้วกัน อีกอย่าง ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกก็อย่าลืมเรียกฉันล่ะ ฉันไม่อยากให้คนที่ฉันเพิ่งจะเริ่มถูกใจต้องมาตายไปเปล่าๆ"

"แน่นอน!" ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเมดิสันจะเป็นอย่างไร ร็อบก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีผู้ช่วยฝีมือดีขนาดนี้อยู่ข้างกาย

"งั้น... เรามาสานต่อเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ให้จบกันไหม?"

จู่ๆ เมดิสันผู้เลอโฉมก็ใช้นิ้วชี้เชยคางร็อบขึ้นมา

แม่คุณ เมื่อกี้เพิ่งจะชมว่าพึ่งพาได้ ทำไมจู่ๆ ถึงกลับมาทำตัวเหลวไหลอีกแล้วล่ะ?

นี่มันใช่เวลามาปาร์ตี้กันไหมเนี่ย?

โชคดีที่ร็อบไม่ต้องลำบากหาข้ออ้างมาปฏิเสธเธอ เพราะมีเสียงคนอื่นดังมาจากหน้าประตูเสียก่อน

"พระเจ้าช่วย! พวกคุณโดนกราดยิงถล่มห้องมาเหรอเนี่ย?" แขกที่เดินผ่านมาเห็นบานประตูที่ล้มพังพาบจึงชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยความสงสัย ก่อนจะอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"อันที่จริง มันเลวร้ายยิ่งกว่าโดนกราดยิงเสียอีกครับ" ร็อบหันไปมองหน้าคนปกติที่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

......

ตามหลักเหตุผลแล้ว เมื่อครู่เกิดความวุ่นวายใหญ่โตขนาดนั้นในห้อง

ทั้งลมพายุที่โหมกระหน่ำ เสียงคำรามของศพหญิงสาว เสียงปืนของร็อบ และอื่นๆ อีกสารพัด

คนในโรงแรมควรจะได้ยินและแห่กันมาดูตั้งนานแล้ว และควรจะเข้ามาตรวจสอบสถานการณ์

แต่ปัญหาก็คือ ตลอดเวลาที่เกิดเรื่อง ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นในสายตาคนภายนอกเลย

จนกระทั่งศพหญิงสาวหายไป ห้องที่ดูเหมือนถูกปิดกั้นการรับรู้จึงกลับมาเป็นปกติ และกลายเป็นที่แตกตื่นในทันที

สิบนาทีต่อมา

ภายในห้องของร็อบและเมดิสัน นอกจากพนักงานโรงแรมแล้ว ยังเต็มไปด้วยไทยมุงขี้สงสัยกลุ่มใหญ่

"คุณผู้ชายครับ คุณหมายความว่าห้องนี้มีผีสิง สภาพเลยเละเทะแบบนี้งั้นเหรอครับ?" ผู้จัดการโรงแรมถามด้วยสีหน้าจริงจัง

"ใช่ครับ ผมมั่นใจมาก และผมขอรับประกันเลยว่าผมกับเพื่อนไม่ได้เมายาหรือเห็นภาพหลอน ผมสาบานต่อพระเจ้าได้เลยว่าสิ่งที่พูดเป็นความจริงทุกประการ"

เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับมหาศาลและปัญหาตามมาเป็นพรวน ร็อบยืนกรานเสียงแข็งว่าเขาเจอผีจริงๆ และเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจต้านทานได้

แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องแขนทองคำ

เมื่อได้ยินดังนั้น แขกมุงทั้งหลายต่างพากันถ่ายรูปและอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย พลางส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้น

"โอ้~~ โคตรเจ๋ง!"

"พวกนายเห็นผีผู้หญิงเหรอ? สวยไหม?"

"โชคดีชะมัด! ทำไมฉันไม่เจอบ้างนะ?"

"ข่าวลือที่ว่าโรงแรมนี้ผีดุนี่เรื่องจริงสินะ! เยี่ยมไปเลย ฉันจะขอพักต่ออีกสักสองสามวัน!"

"......"

คนส่วนใหญ่ที่ยอมมาพักที่นี่ ล้วนเคยได้ยินกิตติศัพท์เรื่องผีสิงของโรงแรมมาทั้งนั้น หลายคนถึงขนาดยอมดั้นด้นมาไกลเพียงเพื่อหวังจะได้สัมผัสประสบการณ์สยองขวัญสักครั้ง

ดังนั้นเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของร็อบ พวกเขาจึงไม่ได้มองว่าเขาบ้า แต่กลับมองร็อบและเมดิสันด้วยสายตาอิจฉา ราวกับอยากจะไปยืนแทนที่เสียให้ได้

โลกนี้มันช่างแฟนตาซีเสียจริง!

ร็อบบ่นพึมพำกับตัวเอง รู้สึกประหลาดใจกับปฏิกิริยาของบรรดาไทยมุงไม่น้อย

แต่ทว่า ไม่นานเรื่องที่แฟนตาซียิ่งกว่าก็เกิดขึ้น

ผู้จัดการโรงแรมจู่ๆ ก็ยิ้มกว้างออกมาแล้วพูดว่า

"คุณร็อบ ทางเราเชื่อประสบการณ์ของคุณอย่างไม่มีข้อกังขาครับ"

"โรงแรมมอนเทลีโอนมีประวัติศาสตร์ยาวนานและเปี่ยมด้วยมรดกทางวัฒนธรรม เราไม่ได้ให้บริการแค่คนเป็น แต่บางครั้งเหล่าวิญญาณก็มาเข้าพักด้วยเช่นกัน"

"ส่วนเรื่องผีพวกนี้ ไม่ต้องกลัวไปหรอกครับ พวกเขาแค่อยากเล่นสนุกนิดหน่อย เหมือนที่คุณร็อบเพิ่งเจอไงครับ ดูสิ! พวกเขาแค่ทำห้องรกไปนิดหน่อยเอง"

ร็อบมองดูสภาพห้องที่เหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาดๆ แล้วนึกคำด่าในใจที่ไม่อาจเอ่ยออกมาได้

ผู้จัดการโรงแรมพูดต่อ "คุณร็อบ ในเมื่อชัดเจนแล้วว่าผีเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด เพื่อเป็นการแสดงความขอโทษ ทางโรงแรมยินดีรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดจากเหตุการณ์นี้ และจะจัดเตรียมห้องพักใหม่ให้พวกคุณทั้งสองคนด้วยครับ"

"แน่นอนว่าทางเรามีคำขอเล็กน้อย เราหวังว่าคุณจะช่วยบรรยายประสบการณ์ในคืนนี้อย่างละเอียดและอนุญาตให้เรานำเรื่องราวนี้ไปใช้ และเพื่อความน่าเชื่อถือ เราหวังว่าคุณมอนต์โกเมอรี่จะช่วยยืนยันเรื่องนี้ด้วยครับ"

ในตอนท้าย ผู้จัดการโรงแรมหันไปมองเมดิสัน เห็นได้ชัดว่าเขาจำดาราสาวที่ยังพอมีชื่อเสียงในอเมริกาคนนี้ได้

"ไม่มีปัญหา" เมดิสันตอบอย่างไม่ยี่หระ

อย่างไรก็ตาม เรื่องเปลี่ยนห้องคงต้องขอบาย

หลังจากเจอเหตุการณ์ศพหญิงสาวเข้าไป ร็อบกับเมดิสันที่มีสภาพจิตใจไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนพวกไทยมุง ตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่โรงเรียนแม่มดจะดีกว่า

ในที่สุด หลังจากให้สัมภาษณ์และถ่ายรูปกันยกใหญ่ ร็อบและเมดิสันก็เดินออกจากประตูหน้าโรงแรม โดยมีพนักงานโรงแรมมาเข้าแถวส่งอย่างอบอุ่น

เมื่อหันกลับไปมองโรงแรมที่โอ่อ่าหรูหราและเปิดไฟสว่างไสว ร็อบก็อดถามไม่ได้ว่า "เจ้าพวกนี้คิดอะไรกันอยู่เนี่ย? ไม่กลัวกันบ้างหรือไง?"

เมดิสันจุดบุหรี่สูบแล้วตอบอย่างคนเจนโลก "อย่าว่าแต่ผีเลย ต่อให้ปิศาจโผล่มาจริงๆ พวกนั้นก็คงเอาชื่อปิศาจมาโปรโมทโรงแรมให้ดังระเบิดก่อนตายแน่ๆ"

โรงแรมมอนเทลีโอนมีชื่อเสียงเรื่องผีดุอยู่แล้ว หากมีประสบการณ์หลอนของจริงเรื่องใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีดาราฮอลลีวูดการันตี ย่อมเป็นผลดีกับธุรกิจของพวกเขาอย่างมหาศาล

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้จัดการโรงแรมเห็นห้องเละเทะขนาดนั้นแล้วไม่โกรธ แถมยังใจปดงดเว้นค่าปรับให้อีก

เมดิสันพ่นควันบุหรี่พลางพูดด้วยท่วงท่าของผู้มีประสบการณ์ "เชื่อฉันไหม? ห้องที่เราพักคืนนี้ โรงแรมจะไม่มีทางซ่อมแซมให้กลับมาดีเหมือนเดิมแน่นอน เผลอๆ จะเก็บสภาพไว้แบบนั้นเป๊ะๆ เพื่อเป็นหลักฐานที่มีชีวิตของการมีอยู่ของผี ไว้ดึงดูดคนให้มาเช็คอิน ส่วนชื่อเสียงของฉันก็จะพุ่งขึ้นอีกโข ไม่แน่อาจจะมีคนเสนอบทหนังสยองขวัญฮอลลีวูดมาให้เล่นก็ได้"

"ฉันเชื่อ" ร็อบพยักหน้าหงึกหงักอย่างเห็นด้วย ก่อนจะตั้งข้อสังเกตว่า "เสียดายที่มีผู้ชายอยู่ในห้องแค่คนเดียว ไม่อย่างนั้นชื่อเสียงของเธอคงดังกระฉ่อนไปทั่วอเมริกาแน่ๆ เมดิสัน!"

เมดิสันคิดตามแล้วก็หัวเราะจนตัวงอ "จริงด้วย! โลกแม่งบ้าบอชะมัด!"

ร็อบแย่งบุหรี่จากมือเมดิสันมาสูบหนึ่งที สำลักควันไปหลายเฮือก แล้วนึกถึงคำคมชื่อดังขึ้นมาได้ จึงถอนหายใจและกล่าวว่า

"โลกมนุษย์แปดเปื้อนไปอีกเรื่องแล้วสินะ!"

จบบทที่ บทที่ 15 โลกอันแสนพิศวง

คัดลอกลิงก์แล้ว