- หน้าแรก
- สยบแดนอาถรรพ์ เริ่มต้นสยบเหล่าแม่มด
- บทที่ 14 บาทหลวงทำพิษ
บทที่ 14 บาทหลวงทำพิษ
บทที่ 14 บาทหลวงทำพิษ
บ้าเอ๊ย!
ยิงเท่าไหร่ก็ไม่ตาย!
ต้องรู้ก่อนนะว่ากระสุนในปืนของร็อบแช่น้ำมนต์มาแล้ว
เขายังจำได้แม่นว่าบาทหลวงเมื่อวานสาบานเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเคยทำพิธีไล่ผีมาแล้วนับสิบครั้ง วัตถุมงคลที่ผ่านการปลุกเสกจากมือท่าน รับรองว่าเป็นของแสลงสำหรับพวกวิญญาณร้ายทุกตัวอย่างแน่นอน
ด้วยความที่ไม่เชื่อเรื่องอาถรรพ์ ร็อบจึงระดมยิงต่อไป
ทว่านอกจากจะทำให้ศพผู้หญิงเคลื่อนไหวช้าลงบ้างแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีผลอะไรอย่างอื่นอีก
เขารีบหันไปถามเมดิสัน "ปกติบาทหลวงเขาท่องบทอะไรเวลาไล่ผีนะ?"
เมื่อก่อนเขาเคยท่องจำได้บ้าง แต่ตอนนี้สถานการณ์มันตึงเครียดจนเขาลืมไปหมดเกลี้ยงแล้ว
"หา?" เมดิสันทำหน้างง
ถ้าถามเธอเรื่องแฟชั่นในแต่ละฤดูกาลล่ะก็ เธอท่องให้ฟังได้คล่องปรื๋อ
แต่คัมภีร์ไบเบิลเนี่ยนะ?
เธอลืมไปเกือบหมดแล้ว
"ฉันขอสั่งเจ้า... ออกไปซะ?" เมดิสันตอบแบบไม่ค่อยแน่ใจนัก
ร็อบถึงกับพูดไม่ออก
เมดิสันถลึงตาใส่เขาอย่างหงุดหงิดพร้อมเตือนสติ "ฉันเป็นแม่มดนะย่ะ!"
ช่างมันเถอะ เอาวะ ได้แค่ไหนแค่นั้น!
ร็อบยิงศพผู้หญิงจนล้มลงอีกครั้ง และอาศัยจังหวะที่มันยังไม่ลุกขึ้น เขารีบคว้าไม้กางเขนกับคัมภีร์ไบเบิลออกมา ข่มความกลัววิ่งเข้าไปประชิดตัว ใช้ไม้กางเขนและคัมภีร์กดลงบนร่างของมันแน่น พร้อมตะโกนเสียงดัง
"ในนามของสวรรค์... ถุย! ในนามของพระเจ้า ฉันขอสั่งเจ้าให้ออกไปจากที่นี่แล้วกลับนรกไปซะ!"
ร็อบเอาข้อมูลที่ได้จากเมดิสันมาใส่สีตีไข่เพิ่ม แล้วตะโกนใส่หน้าศพผู้หญิง
ดูเหมือนจะได้ผลแฮะ
พอได้ยินเสียงกรีดร้องที่โหยหวนขึ้นกว่าเดิมของศพผู้หญิง ร็อบก็ลิงโลดใจ เตรียมจะลงแรงเพิ่มอีก แต่ทว่า...
ลมกรรโชกแรงวูบหนึ่งพัดผ่าน
ศพผู้หญิงที่เริ่มหมดความอดทนเหวี่ยงมือซ้ายข้างที่ยังดีอยู่ตบเข้าฉาดใหญ่ จนไม้กางเขนกับคัมภีร์ไบเบิลหลุดจากมือร็อบกระเด็นไปไกล
ร็อบตกใจสุดขีด รีบถอยกรูดหนีออกมา
"ไหนบอกว่าไม้กางเขนกับคัมภีร์ไบเบิลได้ผลไง? ไอ้บาทหลวงเฮงซวยทำพิษแล้ว! ละครทีวีก็ด้วย!"
เมื่อเห็นศพผู้หญิงลุกขึ้นมาอย่างกระฉับกระเฉงโดยไร้รอยขีดข่วนแล้วพุ่งตรงมาหา ร็อบก็รีบตะโกนขอความช่วยเหลือ "เมดิสัน ตาเธอแล้ว!"
ตู้ม!
สิ้นเสียง พลังที่มองไม่เห็นแต่อนุภาพรุนแรงก็ระเบิดออกจากฝ่ามือของเมดิสัน ศพผู้หญิงไม่อาจต้านทานได้ ถูกซัดกระเด็น "ปัง" อัดเข้ากับผนังจนตัวจมลึกเข้าไป
"แค่คิดว่าผู้หญิงตายแล้วต้องกลายเป็นตัวน่าเกลียดแบบนี้ ฉันก็ขยะแขยงจะแย่อยู่แล้ว" เมดิสันพูดพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน เต็มไปด้วยความดูแคลน
พอได้เวลาพักหายใจหายคอจากการที่ร็อบถ่วงเวลาไว้ เธอก็ตั้งสติได้และกลับมาสงบเยือกเย็น พร้อมปลดปล่อยพลังเต็มสูบ
"กรรรร!!!"
ดูเหมือนคำพูดของเมดิสันจะไปกระตุกต่อมโมโห ศพผู้หญิงดิ้นหลุดจากผนังอย่างบ้าคลั่ง แล้วพุ่งเข้าใส่เมดิสันอย่างรวดเร็ว
แต่เมดิสันผู้มาดมั่นหาได้ตระหนกไม่ เธอเพียงสะบัดมือวูบเดียว ร่างของศพผู้หญิงก็ปลิวกลับไปอีกครั้ง
ตู้ม! ตู้ม!
หลังจากนั้น สถานการณ์ก็กลายเป็นการยำศพผู้หญิงอยู่ฝ่ายเดียว
"เจ๋งเป้ง~~" เห็นฉากนี้เข้า ร็อบถึงกับผิวปากอย่างตื่นเต้น "เมดิสัน แบบนั้นแหละ! ตอนนี้เธอดูดีมีเสน่ห์สุดๆ ไปเลย"
"งั้นเหรอ? นายชอบสไตล์นี้สินะ" เมดิสันขยิบตาให้ร็อบอย่างยั่วยวน ฉวยโอกาสโปรยเสน่ห์ใส่
แต่ไม่นานนัก เสียงหัวเราะของทั้งคู่ก็ค่อยๆ เลือนหายไป
ดูจากรูปการณ์ เมดิสันเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ศพผู้หญิงเข้าไม่ถึงตัวแถมยังโดนซัดน่วมอยู่ฝ่ายเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองเริ่มใจคอไม่ดีคือ ไม่ว่าจะโจมตีใส่มันหนักหน่วงแค่ไหน แม้กระทั่งตอนที่เมดิสันใช้พลังจิตบิดร่างมันจนเป็นเกลียวโปเต้ มันก็ยังไม่ยอมตาย แถมยังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อีก ราวกับเป็นอมตะฆ่าไม่ตายยังไงยังงั้น
"ร็อบ เราต้องหาวิธีอื่นแล้วล่ะ" เมดิสันขมวดคิ้วเตือน
พลังของแม่มดไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีวันหมด
ขืนใช้พลังต่อเนื่องแบบนี้ อีกไม่นานเธอก็คงหมดแรงเหมือนกัน
ร็อบตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหา ปากก็พึมพำ "รู้แล้วๆ" สายตากวาดมองไปรอบๆ พยายามหาทางออกอย่างสุดชีวิต
ทีแรกเขามองไปที่คัมภีร์อาคมในใจ พยายามเรียกมันออกมาแล้วชี้ไปที่ศพผู้หญิง แต่กลับไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ เลย?
แม้จะบอกว่าคัมภีร์เล่มนี้ผนึกวิญญาณได้ทุกชนิด แต่ดูท่าทางมันจะไม่ยอมขยับเขยื้อน สงสัยคงรอให้เขาเอาวิญญาณไปป้อนใส่ปากมันเองกระมัง
แผนแรกพังไม่เป็นท่า ร็อบเริ่มร้อนรน คิดหาวิธีอื่น
"ร็อบ ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราหนีกันเถอะ" เมดิสันตะโกนบอก
ร็อบเห็นเมดิสันทำท่าพร้อมจะชิ่งได้ทุกเมื่อ แต่ก็ยังอุตส่าห์บอกเขาก่อน แสดงว่าความสัมพันธ์คลุมเครือระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้สูญเปล่า ขณะที่เขากำลังจะเออออห่อหมกด้วย หางตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าที่ใส่แขนทองคำวางอยู่
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาทันที เขารีบหยิบแขนทองคำออกมาจากกระเป๋า แล้วพุ่งเข้าหาศพผู้หญิงพร้อมตะโกนลั่น "เมดิสัน ช่วยตรึงมันไว้ที!"
เมดิสันกัดฟันยื่นสองมือออกไป รีดเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ตรึงร่างศพผู้หญิงไว้นิ่งสนิท
ร็อบที่เข้าถึงตัวศพผู้หญิงได้สำเร็จ ไม่รอช้าใช้แขนทองคำในมือต่างค้อน ฟาดลงไปที่ร่างของมันอย่างแรง
"อยากได้แขนทองคำนักใช่มั้ย? เอ้า คืนให้! คืนให้..."
ทุกครั้งที่พูดว่า "คืนให้" ร็อบก็จะเหวี่ยงแขนทองคำฟาดใส่ศพผู้หญิงเต็มแรง
ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!
เศษเนื้อเน่าเละเทะกระเด็นว่อนไปทั่ว
ถ้าใครมาเห็นฉากนี้เข้า คงนึกว่าร็อบเป็นพวกวิปริตชอบซากศพแน่ๆ
แต่ฝ่ายผู้ถูกกระทำอย่างศพผู้หญิง แปลกที่คราวนี้มันกลับไม่ส่งเสียงคำราม กลับจ้องมองนิ้วทองคำตาเขม็ง สีหน้าดูตื่นเต้นพลางพึมพำ:
"แขนทองคำของฉัน... แขนทองคำของฉัน..."
"เออ แขนทองคำของแก... แขนทองคำของแกนั่นแหละ..."
ทุกครั้งที่ศพผู้หญิงพูด ร็อบก็จะตอบกลับไปประโยคหนึ่ง พร้อมกับระดมฟาดแขนทองคำที่อีกฝ่ายโหยหาใส่ไม่ยั้ง
จนท้ายที่สุด แม้เมดิสันจะหมดแรงจนปล่อยมือไปแล้ว แต่ศพผู้หญิงที่ควรจะขยับตัวได้กลับยืนนิ่ง ยอมให้ร็อบทุบตีต่อไป
กว่าร็อบจะหมดแรงเหวี่ยงแขนทองคำ เขาถึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าศพผู้หญิงขยับตัวได้ตั้งนานแล้ว
เขาตกใจแทบสิ้นสติ กำลังจะกระโดดหนี แต่จู่ๆ ศพผู้หญิงก็ค่อยๆ ยื่นแขนซ้ายออกมา ชี้ไปที่แขนทองคำแล้วพูดว่า:
"แขน... ทองคำของฉัน!"
สิ้นเสียง ร่างของมันก็ทรุดฮวบลงและสลายหายไป
ร็อบยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างงุนงง
จบง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ?
เขาก้มมองแขนทองคำในมือ ทีแรกก็กะจะแค่ระบายอารมณ์เฉยๆ ไม่นึกว่าจะฟลุ๊คเข้าเป้าจังๆ
จุดอ่อนของศพผู้หญิงที่โหยหาแขนทองคำ ก็คือตัวแขนทองคำเองงั้นเหรอ?
ในฐานะมือใหม่หัดปราบผี ร็อบก็สรุปเอาดื้อๆ แบบนี้แหละ
แต่เดี๋ยวนะ ทำไมคัมภีร์อาคมถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย?
ร็อบเพ่งจิตไปที่คัมภีร์ในหัวที่ยังคงสงบนิ่ง
ไม่สิ ไม่ได้นิ่งสนิทเสียทีเดียว
[แต้มผนึก: 10]
บนหน้า 000 ซึ่งเป็นหน้าข้อมูลของเขา ร็อบพบว่าแต้มผนึกที่เดิมเป็น 0 ตอนนี้กลายเป็น 10 แล้ว
นี่มันหมายความว่ายังไง?
ตกลงศพผู้หญิงถูกกำจัดไปแล้วหรือยัง?
ร็อบส่ายหน้า แม้เขาจะเป็นเจ้าของคัมภีร์ แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ
ตอนนั้นเอง เมดิสันก็เดินเข้ามา มองดูจุดที่ศพผู้หญิงหายไป แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก "ทำได้ดีมากร็อบ! สงสัยเรื่องคงจบแล้วล่ะมั้ง"
ร็อบเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเบาๆ
"จบเหรอ? ก็คงงั้นมั้ง"