- หน้าแรก
- สยบแดนอาถรรพ์ เริ่มต้นสยบเหล่าแม่มด
- บทที่ 10 วิถีแห่งการรนหาที่ตาย
บทที่ 10 วิถีแห่งการรนหาที่ตาย
บทที่ 10 วิถีแห่งการรนหาที่ตาย
ฟิโอน่าพาเหล่าแม่มดสาวออกไปทัศนศึกษานอกสถานที่ที่ 'ปอปลาร์สปริง' อดีตสถานที่หลบภัยของแม่มด
ส่วนคอร์ดีเลียก็ออกจากบ้านไปเช่นกัน ดูเหมือนเธอจะออกไปหาสามี
ทำให้ตอนนี้ทั่วทั้งโรงเรียนแม่มดเหลือเพียงแค่ร็อบกับสปอลดิงเท่านั้น
ในเวลาที่ไม่ได้ทำงาน สปอลดิงมักจะขังตัวเองอยู่ในห้องใต้หลังคา ขลุกอยู่กับกองทัพตุ๊กตาแสนประณีตที่รับรองว่าเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ เห็นแล้วจะต้องกรีดร้องด้วยความ 'ถูกใจ' อย่างแน่นอน
ร็อบไม่ได้เข้าไปรบกวนเขา
ชายหนุ่มกลับไปที่ห้องของตัวเอง งีบหลับพักผ่อนเพื่อเติมพลัง ก่อนจะตื่นมานั่งไถข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ในนิวออร์ลีนส์ที่อาจมีเรื่องราวเหนือธรรมชาติซ่อนอยู่
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตัวเองต้องถูกกักขังวิญญาณเสียเอง แม้จะไม่เต็มใจ แต่เขาก็จำต้องกัดฟันออกไปเผชิญหน้ากับตำนานเหล่านี้
เขาหวังว่าจะได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง
ร็อบเช็ดทำความสะอาดปืนกล็อกของเขา และเลียนแบบฉากในหนังด้วยการเอากระสุนจุ่มลงในน้ำมนต์เพื่อให้มันชุ่มฉ่ำ (ถึงแม้ว่าน้ำที่เขาเรียกว่าน้ำมนต์นั้นจะดูเหมือนน้ำเปล่าธรรมดาๆ ก็ตาม) โดยหวังว่าวิชาชักปืนไวสไตล์อเมริกันจะยังคงพึ่งพาได้
สุดท้าย หลังจากสวดอ้อนวอนพระเจ้าแบบขอไปทีตามธรรมเนียมบ้านเกิด และเห็นว่าได้เวลาเที่ยงแล้ว ร็อบก็เดินลงไปข้างล่าง เตรียมหาอะไรใส่ท้อง
ไม่นานนัก เสียงพูดคุยของพวกสาวๆ ก็ดังมาจากนอกบ้าน
"เฮ้ ร็อบ" โซอี้ทักทายร็อบอย่างสนิทสนมขณะผลักประตูเข้ามา
"เฮ้ ร็อบ" เมดิสันที่เดินตามมาติดๆ ถอดแว่นกันแดดออกแล้วเอ่ยทักร็อบด้วยน้ำเสียงเดียวกัน
โซอี้หันขวับไปมองค้อนใส่เธอ
ควีนนี่ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงผลักเมดิสันออกไปอย่างเอือมระอา แล้วเดินเข้ามาหาร็อบพลางบ่น "ร็อบ มีอะไรให้กินบ้างไหม? ฉันเดินจนขาลากมาทั้งเช้าแล้วเนี่ย"
"แน่นอน ผมเพิ่งทำเสร็จพอดี" ร็อบตอบ "ว่าแต่แม่มดสูงสุดล่ะ? เธอยังไม่กลับมาเหรอ?"
โซอี้เดินเข้ามาช่วยจัดโต๊ะและตอบว่า "เธอแยกตัวไปทำธุระน่ะ"
ร็อบพยักหน้ารับรู้
หลังจากนั้น เหล่าแม่มดสาวต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนหลังจากอิ่มหนำกับมื้อเที่ยงสไตล์จีนฝีมือร็อบ
โรงเรียนแม่มดแห่งนี้ไม่ได้มีคาบเรียนอะไรมากมายนัก ทำให้ทุกคนมีเวลาว่างเหลือเฟือที่จะทำสิ่งที่ตัวเองชอบ
แนนหอบหนังสือและสวมหูฟังตัดเสียงรบกวน เดินหลบมุมไปอ่านหนังสือเงียบๆ คนเดียว
ควีนนี่ที่ยังกินไม่อิ่มหนำ สั่งป๊อปคอร์นมาเพิ่ม โดยวางแผนจะใช้เวลาช่วงบ่ายดูหนังคนผิวดำให้ฉ่ำปอด
โซอี้เป็นคนที่ขยันที่สุดในบรรดาแม่มดสาว เธอกลับเข้าห้องไปทบทวนความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์อย่างตั้งใจ เธอต้องการแก้ปัญหาทางร่างกายของตัวเองให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้มอบความรักให้แฟนหนุ่มได้อย่างเต็มที่
ส่วนเมดิสัน ตามนิสัยปกติของเธอแล้ว เธอน่าจะออกไปเที่ยวบาร์หรือช้อปปิ้งในร้านแบรนด์เนม
ทว่าในตอนนี้ เธอกลับเลือกที่จะอยู่ข้างๆ ร็อบ ชวนคุยเรื่องสัพเพเหระ
ซึ่งประจวบเหมาะกับที่ร็อบกำลังต้องการตัวเธอพอดี
"บ่ายนี้สนใจออกไปเดินเล่นด้วยกันไหม?" เขาเอ่ยชวน
ดวงตาของเมดิสันเป็นประกาย รอยยิ้มตื่นเต้นผุดขึ้นที่มุมปากขณะถามกลับ "นี่ชวนเดตเหรอ?"
รุกแรงขนาดนี้เลย?
แม่คุณ ไม่รู้หรือไงว่าผมมีแฟนแล้ว?
ร็อบรีบแก้ตัว "แค่ชวนในฐานะเพื่อนต่างหาก คุณก็รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ผมมานิวออร์ลีนส์ ผมต้องการไกด์เจ้าถิ่นช่วยพาเที่ยวหน่อย"
"ไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะเป็นไกด์สาว 'คนสนิท' ให้คุณเอง" เมดิสันเน้นเสียงคำว่า 'คนสนิท' ก่อนจะแกล้งถามลองเชิงว่า
"เรื่องนี้เราต้องบอกโซอี้ไหม?"
"อย่าไปรบกวนเธอเลย ปล่อยให้เธอตั้งใจอ่านหนังสือไปเถอะ"
"เข้าใจแล้ว..."
จังหวะนั้นเอง เมดิสันก็ก้าวขาเรียวยาวเข้ามาประชิด โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดต้นคอชายหนุ่ม ริมฝีปากสีแดงสดกระซิบข้างหูร็อบด้วยน้ำเสียงยั่วยวนว่า
"ฉันไม่ถือหรอกนะ"
ร็อบ: "......"
ให้ตายสิ!
ยัยจิ้งจอกสาวตัวร้าย!
ร็อบสวดบทมหากรุณาธารณีสูตรในใจรัวๆ เพื่อเรียกสติให้กลับมาผ่องใสโดยด่วน
เขาทำเป็นเมินคำพูดเมื่อครู่ของเธอ และไม่ลืมว่ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องบอกให้ชัดเจน ในที่สุดเขาก็พูดออกมาด้วยท่าทีขัดเขินเล็กน้อย
"เอ่อ คือผมพกเงินติดตัวมาไม่เยอะ เพราะงั้นถ้าออกไปข้างนอก เมดิสัน คุณช่วยเป็นคนจ่ายหน่อยนะ"
เมดิสัน: "......"
......
แม้จะเป็นดาราหนังตกกระป๋อง แต่เมดิสันที่เข้าวงการมาตั้งแต่เด็กในฐานะดาราเด็กก็มีเงินเก็บอยู่พอสมควร
ถึงแม้ส่วนใหญ่จะโดนพ่อแม่จอมหน้าเลือดสูบเลือดสูบเนื้อไปก็เถอะ
แต่เธอก็ยังมีกำลังทรัพย์พอที่จะเลี้ยงข้าวใครสักคนได้สบายๆ
สิ่งที่ทำให้เมดิสันแปลกใจคือ ปกติเวลาไปไหนมาไหน มักจะมีผู้ชายคอยตามใจและแย่งกันจ่ายเงินให้เธอเสมอ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินผู้ชายพูดอย่างหน้าไม่อายว่าจะให้เธอเป็นคนจ่าย แถมยังเป็นการชวนออกไปเที่ยวอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม ก็เหมือนกับเวลาที่เราชอบใครสักคน เรามักจะหาเหตุผลดีๆ มาซัพพอร์ตการกระทำของเขาได้เสมอ
หลังจากเหตุการณ์ยาปลุกกำหนัดเมื่อคืนและคำเตือนเมื่อเช้า บวกกับใบหน้าหล่อเหลาแบบตะวันออกที่ดูแปลกใหม่ของร็อบ เมดิสันจึงยอมตกลงที่จะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเขาดูสักครั้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เลี้ยงผู้ชาย ซึ่งก็นับเป็นประสบการณ์ที่ไม่เลวเหมือนกัน
ด้วยความคิดนี้ เมดิสันในชุดเดรสสีดำสุดหรูที่ดูเย็นสบายและได้รับการชื่นชมจากร็อบ จึงเดินตามเขาไปตามแผนที่เส้นทางท่องเที่ยว และเริ่มเดินชมเมืองนิวออร์ลีนส์
ช่วงแรกทุกอย่างก็ดูปกติดี
พวกเขาแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนิวออร์ลีนส์ไปตลอดทาง
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป เมดิสันเริ่มสังเกตว่าร็อบไม่ได้สนใจตึกรามบ้านช่องที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์เหล่านั้นเลย แต่กลับมุ่งหน้าไปตามสถานที่แปลกๆ หรือแม้กระทั่งสุสาน ทำให้เมดิสันเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
จนกระทั่งร็อบพาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าของ 'สุสานลาฟาแยตหมายเลข 1' อันโด่งดัง
เมื่อมองดูบรรยากาศอึมครึมที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้แม้ในวันที่แดดจ้า ซึ่งช่างแตกต่างจากบรรยากาศการเดตที่เธอวาดฝันไว้อย่างสิ้นเชิง ในที่สุดเมดิสันก็อดถามไม่ได้ว่า
"ร็อบ ทำไมเราต้องมาที่แบบนี้ด้วย?"
หลังจากเดินวนเวียนอยู่ครึ่งค่อนวันโดยไม่เจอเรื่องลี้ลับอะไรเลย เสียแรงเปล่าที่ไปอ่านพวกประสบการณ์ตรงในเน็ตมา ร็อบถอนหายใจแล้วตอบว่า
"ผมลืมบอกคุณไป ผมเป็นพวกคลั่งไคล้เรื่องลี้ลับน่ะ วันนี้เลยอยากออกมาวัดดวงดูเผื่อจะเจอผีหรืออะไรทำนองนั้น ได้ยินว่าสุสานลาฟาแยตหมายเลข 1 นี่เฮี้ยนที่สุด แถมยังมีตำนานแวมไพร์กับซอมบี้ด้วย ผมเลยอยากมาดูให้เห็นกับตา"
เมดิสันพยักหน้าเข้าใจ "ไม่ยักรู้ว่าคุณมีรสนิยมแบบนี้"
แม้การชอบเรื่องผีๆ สางๆ จะเป็นรสนิยมเฉพาะกลุ่ม แต่เมื่อเทียบกับผู้ชายที่เธอเคยเจอ ซึ่งชอบรนหาที่ตายในรูปแบบต่างๆ ชอบประตูหลัง ชอบโชว์ของลับ แต่งหญิง หรือรสนิยมวิตถารอื่นๆ แล้ว งานอดิเรกของร็อบก็ถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เมดิสันถามด้วยความอยากรู้ "คุณเชื่อเรื่องผี แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า หรือพวกโกสต์ไรเดอร์หัวไฟอะไรพวกนั้นจริงๆ เหรอ?"
"ในเมื่อแม่มดอย่างพวกเธอยังมีตัวตนอยู่จริงได้ งั้นเจ้าพวกในตำนานพวกนั้นก็ย่อมมีโอกาสมีอยู่จริงเหมือนกัน" ร็อบชี้ไปที่เมดิสันเพื่อยืนยันคำพูด
"ก็สมเหตุสมผล"
ความสนใจของเมดิสันถูกร็อบจุดติดขึ้นมา เธอเปลี่ยนท่าทีจากความเบื่อหน่ายเมื่อครู่ กวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความกระตือรือร้น
"ถ้าพวกมันมีจริง เราจับกลับไปสักตัว แล้วเอาไปหลอกยัยควีนนี่กับคนอื่นๆ กันเถอะ"
เมื่อนึกภาพควีนนี่คู่กัดตลอดกาลของเธอต้องลงไปนอนกลิ้งกับพื้นด้วยความกลัว เมดิสันก็แทบอดใจไม่ไหวอยากจะลงมือทันที
"ความคิดเข้าท่า!" ร็อบปรบมือเห็นด้วย
เขาอุตส่าห์เตรียมคำพูดหว่านล้อมไว้ตั้งเยอะ ไม่คิดเลยว่าเธอจะกระตือรือร้นขนาดนี้
สมกับเป็นวัยรุ่นอเมริกันผู้สืบทอดประเพณีการรนหาที่ตายจริงๆ