- หน้าแรก
- สยบแดนอาถรรพ์ เริ่มต้นสยบเหล่าแม่มด
- บทที่ 4 เหล่าแม่มดรุ่นเยาว์
บทที่ 4 เหล่าแม่มดรุ่นเยาว์
บทที่ 4 เหล่าแม่มดรุ่นเยาว์
โซอี้มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง
ทันทีที่เธอสังเกตเห็นร่างสามร่างในชุดคลุมสีดำสวมหน้ากากอีกาดูน่าขนลุก ปรากฏตัวขึ้นจากทุกทิศทางและพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกริชในมือ เธอก็ไม่อาจเก็บความหวาดกลัวไว้ได้อีกต่อไป จึงตะโกนลั่น
"ร็อบ! หนีเร็ว!"
พูดจบเธอก็คว้าแขนร็อบ หมายจะดึงเขาให้วิ่งหนีไปด้วยกัน
ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ร็อบไม่เพียงแต่ไม่ขยับเขยื้อน แต่กลับรั้งตัวเธอเอาไว้
"โซอี้ ใจเย็นๆ ก่อน"
ร็อบตบไหล่โซอี้เบาๆ ก่อนจะหันไปมองร่างในชุดคลุมดำทั้งสามที่กำลังดาหน้าเข้ามา แล้วเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม "ไงสาวๆ ต้องขอบอกเลยนะว่าพิธีต้อนรับของพวกคุณนี่แปลกใหม่ไม่เบาเลย"
ร่างในชุดคลุมดำทั้งสามชะงักฝีเท้า พลางหันมองหน้ากันเอง
คนหนึ่งในนั้นดูเหมือนยังไม่อยากยอมแพ้ เดินถือกริชตรงเข้ามาหาร็อบและโซอี้ ปากก็พึมพำว่า "พระมารดาแห่งความมืด เราขอถวายร่างสดใหม่สองร่างนี้แด่ท่าน..." พร้อมกับง้างแขนทำท่าจะแทง
แต่ร็อบยังคงมองเธอด้วยรอยยิ้ม ส่วนโซอี้ที่เชื่อใจแฟนหนุ่ม แม้จะยังหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้พยายามจะวิ่งหนีอีกต่อไป
ร่างในชุดคลุมดำรู้สึกหมดสนุกทันที เธอโยนกริชทิ้ง ถอดหน้ากากและฮู้ดออก เผยให้เห็นเรือนผมสีทองเป็นประกายและใบหน้าที่สวยเฉี่ยวสะดุดตา
เธอยุ้ยปากอย่างขัดใจ "ผิดแผนหมดเลย น่าเบื่อชะมัด"
"นั่นก็เพราะเธอแสดงได้ห่วยแตกน่ะสิ"
ร่างในชุดคลุมดำอีกสองคนที่เหลือก็ถอดชุดพรางตัวออกเช่นกัน และหญิงผิวดำรูปร่างอ้วนกลมราวกับลูกบอลก็เป็นคนเอ่ยปากบ่น
สาวงามผมทองเลิกคิ้วเรียวสวย หันกลับไปตอกกลับอย่างเจ็บแสบ "งั้นเหรอ? ฉันว่าหุ่นมหึมาของหล่อนต่างหากที่ทำให้ความแตก ไม่มีสมาชิกลัทธิที่ไหนอ้วนเป็นหมูแบบหล่อนหรอกย่ะ"
หญิงสาวผิวดำโกรธจัด "นัง..."
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ โซอี้ที่เพิ่งตั้งสติได้ก็พูดแทรกขึ้นมา "ทุกคนคะ ช่วยบอกทีได้ไหมว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่?"
"ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ พวกเราแค่อยากจัดพิธีรับน้องใหม่น่ะ"
เด็กสาวอีกคนที่ยังไม่ได้พูด รูปร่างเล็กและหน้าตาดูแปลกตาเล็กน้อยพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม "เป็นไอเดียของเมดิสันเขา ฉันชื่อแนน"
"เมดิสัน มอนต์โกเมอรี่ ดาราฮอลลีวูด ถ้าอยากได้ลายเซ็นก็บอกฉันได้ตลอดเวลานะ"
เมดิสัน สาวผมทองผู้เป็นดาวเด่นในหมู่แม่มดกลอกตามองบนใส่สาวผิวดำ ก่อนจะหันมาทักทายโซอี้ แต่สายตาอันเปี่ยมด้วยความสนใจกลับจับจ้องไปที่ร็อบตาไม่กะพริบ
"เหอะ เรื่องสุดท้ายที่หล่อนเล่นมันเมื่อไหร่กันยะ?" หลังจากเหน็บแนมตามความเคยชิน สาวผิวดำก็แนะนำตัวบ้าง "ควีนนี่"
"ฉันโซอี้ ส่วนคนข้างๆ นี่คือ..."
โซอี้กำลังจะแนะนำแฟนหนุ่มให้ทุกคนรู้จัก แต่เมดิสันก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน "ร็อบ ฉันรู้อยู่แล้ว คอร์ดีเลียเคยพูดถึง ได้ข่าวว่าจะมาทำงานแทนสปอลดิงสินะ"
"ฉันล่ะรำคาญตาแก่วิตถารที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับคนนั้นเต็มทน ดีจังที่มีหนุ่มหล่อดูมีเสน่ห์แปลกตาเข้ามาร่วมวงด้วย ร็อบ นายทำอาหารจีนเป็นไหม? ฉันอยากลองกินอะไรแปลกใหม่ดูบ้าง"
กลิ่นน้ำหอมโชยมาแตะจมูก ร็อบที่เริ่มปรับตัวเข้ากับสังคมนี้ได้แล้ว สังเกตเห็นดวงตาเรียวสวยเปี่ยมเสน่ห์ของเมดิสันที่จ้องมองเขาอย่างเปิดเผยและเร่าร้อนขณะที่เธอขยับตัวเข้ามาใกล้
"ผมทำอาหารจีนง่ายๆ ได้บ้างครับ แต่ไม่รู้ว่าจะถูกปากพวกคุณหรือเปล่า"
เมดิสันตอบอย่างอารมณ์ดี "ฉันคิดว่าฉันปรับตัวเก่งนะ"
ควีนนี่เห็นภาพนั้นก็กระซิบกับแนนที่อยู่ข้างๆ "ยัยแรดนี่ วันๆ ในหัวคิดแต่เรื่องบนเตียง"
"ไม่หรอก เมดิสันแค่สนใจหน้าใหม่ๆ ของร็อบ ยังไม่ถึงขั้นจะลากขึ้นเตียงหรอก" แนนผู้มีพลังโทรจิตอธิบาย
จากนั้นเธอก็หันไปมองร็อบอีกครั้งแล้วพูดอย่างมีความสุข "ฉันชอบพ่อบ้านคนใหม่คนนี้จัง"
ควีนนี่ถามด้วยความแปลกใจ "ทำไม? หรือว่าหล่อนก็เล็งเด็กใหม่คนนี้เหมือนกัน?"
"เปล่า! ในหัวเขาไม่มีเสียงรบกวนเลย เยี่ยมไปเลย หูฉันจะได้สงบลงบ้าง"
พลังโทรจิตของแนนนั้นควบคุมไม่ได้ และเธอมักจะถูกรบกวนด้วยเสียงความคิดของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ
แต่วันนี้เป็นข้อยกเว้น ร็อบเป็นคนแรกที่เธออ่านใจไม่ได้
แนนยังไม่รู้ว่าสิ่งนี้มีความหมายอย่างไร แต่เธอดีใจมากที่ได้เจอคนเงียบๆ สักคน
ในขณะเดียวกัน โซอี้เริ่มรู้สึกว่าเมดิสันจะแสดงท่าทีกระตือรือร้นเกินเหตุ จึงรีบแทรกเข้ามาในวงสนทนา
ร็อบฉวยโอกาสนี้สังเกตเหล่าแม่มดรุ่นใหม่
โซอี้กับพลังแมงมุมแม่หม้ายดำ, เมดิสันกับพลังจิตเคลื่อนย้ายวัตถุ, ควีนนี่ตุ๊กตาวูดูมนุษย์ที่ย้ายความเจ็บปวดได้, และแนนที่อ่านใจคนได้
ก่อนมาที่นี่ เขาเคยวิตกกังวลนิดหน่อยว่าการอ่านใจของแนนจะทำให้ความลับของเขาถูกเปิดเผย
แต่โชคดีที่หลังจากเขาควบคุมคัมภีร์ที่ติดตัวมาได้ พลังประเภทอ่านใจหรือการยึดร่างก็ใช้กับเขาไม่ได้ผล
เรื่องนี้ทำให้เขาเบาใจ และตัดสินใจว่าจะอยู่ที่นี่ไปสักพักก่อน
อย่างน้อยการเป็นพ่อบ้านให้เหล่าแม่มดก็ยังมีเงินเดือน
ต้องรู้ไว้ว่าการใช้ชีวิตในอเมริกา การมีเงินกับไม่มีเงินนั้นมันเหมือนอยู่คนละโลกกันเลยทีเดียว
สำหรับเจ้าของร่างเดิมที่พ่อแม่หายสาบสูญไปตั้งแต่เด็ก ต้องระหกระเหินไปตามสถานสงเคราะห์ต่างๆ และไม่มีเงินเก็บมากนัก หากมองข้ามเรื่องความอันตรายไป การมีที่กินที่อยู่แถมยังมีเงินเดือนให้แบบนี้ ก็นับว่าเป็นงานที่ดีมากทีเดียว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาเพิ่มแล้ว โซอี้จึงถามด้วยความแปลกใจ "สรุปว่าทั้งโรงเรียนมีนักเรียนแค่สามคนเหรอ?"
"สำหรับตอนนี้ ใช่จ้ะ"
เสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
ทุกคนหันไปมองและเห็นหญิงสาววัยผู้ใหญ่กำลังเดินเข้ามา
"ฉันคือครูใหญ่ของพวกเธอ คอร์ดีเลีย ฟอกซ์"
คอร์ดีเลียยิ้มและแนะนำตัวกับโซอี้ ก่อนจะหันไปมองเมดิสันและอีกสองสาว พลางกล่าวว่า
"เอาล่ะสาวๆ หมดเวลาคุยเล่นแล้ว รถบรรทุกของใช้ประจำวันจอดรออยู่ที่ทางเข้า ไปช่วยกันขนของลงมาได้แล้ว เดี๋ยวครูจะพาโซอี้ไปที่ห้อง แล้วเจอกันตอนรวมพลมื้อเที่ยงนะ"
"อ้อ จริงสิ แล้วก็ร็อบ"
เธอหันมามองร็อบ
ร็อบรีบทักทายอย่างนอบน้อม "สวัสดีครับ คุณคอร์ดีเลีย"
"เป็นเด็กที่มารยาทดีจังนะ"
คอร์ดีเลียพิจารณาร็อบอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ "สปอลดิงจะเป็นคนจัดการเรื่องงานของเธอ ตั้งใจเรียนรู้งานจากเขาล่ะ จำไว้ว่ากฎที่สำคัญที่สุดของการทำงานที่นี่คือการรักษาความลับ"
"รับทราบครับ คุณคอร์ดีเลีย" ร็อบรับคำอย่างหนักแน่น
คอร์ดีเลียพยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะเรียกสปอลดิงและสั่งงาน "สปอลดิง ผู้ช่วยของนายมาแล้ว จัดการเรื่องที่พักและงานให้เขาต่อได้เลย"
สปอลดิง ชายผมบางผู้มีใบหน้ายาวและแข็งทื่อพยักหน้าเงียบๆ
เขาผู้ไร้ลิ้นทำไม้ทำมือบอกให้ร็อบตามเขาไป
วินาทีนี้ ชีวิตการเป็นพ่อบ้านก็ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
หลังจากบอกลาโซอี้สั้นๆ ร็อบก็หิ้วกระเป๋าเดินทางเดินตามสปอลดิงไป
ในฐานะที่เป็นโรงเรียนแม่มด คฤหาสน์ที่ร็อบเข้ามาอยู่นั้นกว้างขวางมาก เคยรองรับคนได้มากกว่าหกสิบคนในยุครุ่งเรือง
ด้วยเหตุนี้ ร็อบจึงได้รับอภิสิทธิ์ให้นอนห้องส่วนตัว
หรืออาจเป็นเพราะเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเขากับโซอี้ ห้องของเขาจึงอยู่ใกล้กับหอพักของโซอี้และเมดิสัน ซึ่งอยู่บนชั้นสองเหมือนกัน สะดวกแก่การที่เขากับแฟนสาวจะทำเรื่องลึกซึ้ง...
หยุด!
ร็อบรีบสะกดกลั้นความคิดอันตรายนี้เอาไว้ทันที
โซอี้คือแมงมุมแม่หม้ายดำขนานแท้
คราวที่แล้วเขารอดมาได้ก็เพราะการข้ามภพ
ถ้ามีครั้งต่อไป เขาไม่รับประกันว่าจะไม่ตามรอยเจ้าของร่างเดิมไปปรโลก
เฮ้อ!
บ้านอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่กลับเข้าไม่ได้
น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ