- หน้าแรก
- ฮ่องเต้หุ่นเชิด ระบบเสกกองทัพถล่มวัง
- บทที่ 15 - ระดับสองขั้นสูง
บทที่ 15 - ระดับสองขั้นสูง
บทที่ 15 - ระดับสองขั้นสูง
บทที่ 15 - ระดับสองขั้นสูง
และในขณะนี้ ที่จวนซือถู
สองพ่อลูกตระกูลซือถูนั่งอยู่ด้วยกัน
"สองวันแล้วที่ไม่มีการประชุมเช้า"
ซือถูเซวียนหรานเอ่ยปาก ตรงหน้าเขามีถุงแพรที่ซือถูต๋าเอ๋อร์นำมามอบให้วางอยู่บนโต๊ะ
"ความหมายของท่านพ่อคือ ฝ่าบาทเริ่มลงมือแล้ว?"
ซือถูหยวนครุ่นคิดแล้วถาม
ซือถูเซวียนหรานพยักหน้า
"ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่าฝ่าบาทจะปิดข่าวได้นานแค่ไหน สำหรับฝ่าบาทแล้ว เวลาคือทุกสิ่ง
คิดว่าฝ่าบาทคงเดิมพันกับแม่ทัพเทียนเป่าที่นำทัพออกไป หากแม่ทัพเทียนเป่าสามารถใช้คนสามพันคน กวาดล้างลัทธิบัวขาวภายในสามสิบวัน แล้วกลับมาพร้อมชัยชนะได้จริงๆ
ก็ย่อมมีทางรอด
แต่ถ้าล้มเหลว...
หยวนเอ๋อร์ ตระกูลซือถูของเรา ก็คงต้องพลีชีพเพื่อชาติแล้ว
แต่นี่คือสถานการณ์ที่ดีที่สุด
ที่กลัวก็คือ จะรอไม่ถึงวันนั้นน่ะสิ"
ซือถูเซวียนหรานมองไปทางวังหลวง
ไจ่ไทเฮาอยู่ในวัง จะปิดบังนางได้นานขนาดนั้นเชียวหรือ?
ยาก!
ยากจริงๆ!
นี่คงเป็นสาเหตุที่ฝ่าบาทให้ต๋าเอ๋อร์เสี่ยงตายออกมา
กำแพงวังลึกและหนา ย่อมปิดกั้นข่าวสารได้มากมาย
ตำหนักฉือหนิง ไจ่ไทเฮานั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปล่อยให้นางกำนัลจัดทรงผมให้
แม้อายุจะไม่น้อยแล้ว แต่ใบหน้ากลับไม่มีริ้วรอย ตรงกันข้าม กลับดูสง่างามและสูงศักดิ์กว่าหญิงสาววัยรุ่นเสียอีก
"หวังเจิ้นไอ้สุนัขตัวนั้น ไม่ได้มาตำหนักฉือหนิงของข้าหลายวันแล้วนะ"
ไจ่ไทเฮาเอ่ยปาก
"ช่วงนี้ฝ่าบาทเพิ่งครองราชย์ ในวังคงมีเรื่องยุ่ง อีกสักพักคงจะมาเพคะ"
นางกำนัลด้านหลังตอบอย่างระมัดระวัง
"อืม"
ไจ่ไทเฮาพยักหน้า แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า
"เจ้าติดตามข้ามากี่ปีแล้ว?"
"ทูลไทเฮา บ่าวติดตามท่านมาห้าปีแล้วเพคะ" นางกำนัลตอบ
"ห้าปี ก็ไม่น้อยแล้วนะ"
ไจ่ไทเฮาถอนหายใจ
"แต่ตั้งนานขนาดนี้ ทำไมข้าถึงดูไม่ออกเลยนะ ว่าเจ้าเป็นสายลับ"
ได้ยินดังนั้น นางกำนัลด้านหลังรูม่านตาหดเกร็ง
"ไทเฮา หม่อมฉัน..."
ยังพูดไม่ทันจบ ไทเฮาก็ยื่นมือออกไป บีบคอนางกำนัลคนนั้นหักคาทือทันที
จากนั้นนางก็ลุกขึ้น ไม่แม้แต่จะมองศพบนพื้น
"ผ่านไปหลายวันขนาดนี้ ดูท่าทางทางฝั่งฮ่องเต้จะเกิดเรื่องแล้วล่ะ เสี่ยวเหยียนจื่อ ออกจากวังไปคุยกับราชครูไจ่หน่อย"
"พะยะค่ะ ไทเฮา" เสียงตอบรับดังมาจากนอกตำหนัก
จากนั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเร่งรีบจากไป
ส่วนตัวไจ่ไทเฮาเอง หันหลังเดินเข้าสู่ตำหนักชั้นใน
ข้างในมีคนเตรียมสระน้ำร้อนไว้แล้ว ไจ่ไทเฮาปลดเปลื้องอาภรณ์ ก้าวลงสระ หลับตาพักผ่อนอย่างเงียบสงบ
ทันใดนั้น ร่างกายก็สั่นไหวเล็กน้อย
เหมือนมีคนมาสัมผัส แต่นางไม่โกรธ แม้แต่ตายังไม่ลืม
เพียงแค่จับมือคนที่บังอาจผู้นั้นไว้
"จะรีบไปไหน"
"ทำไมจะไม่รีบ? ไทเฮา ตอนนี้ท่านยิ่งดูสูงส่งขึ้นทุกวัน..."
ไจ่ไทเฮาหัวเราะคิกคัก
"เร็วๆ นี้ ในวังดูเหมือนจะมีเรื่องเกิดขึ้นไม่น้อย"
"หวังเจิ้นตายแล้ว"
"หือ?"
ไจ่ไทเฮาลืมตาขึ้น
"ฝีมือฮ่องเต้?"
"สองวันก่อน ตำหนักเหวินฮว๋าปิดตาย หวังเจิ้นพาขันทีใหญ่ระดับสามสองคนไปที่ตำหนักเหวินฮว๋า แล้วก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย"
"นึกไม่ถึงว่า ไอ้ลูกผสมนั่นจะมีทีเด็ดพวกนี้ซ่อนอยู่"
ไจ่ไทเฮากัดฟัน
ทันใดนั้นก็ส่งเสียงครางเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
"มีข้าอยู่ ไม่ต้องห่วง"
น้ำเสียงยังคงหนักแน่น ราวกับไม่เห็นทุกสิ่งในสายตา
จากนั้นน้ำก็แตกกระจาย เหลือเพียงเสียงหัวเราะ
และในขณะนี้ นอกตำหนักฉือหนิง เว่ยกงกงมองดูขันทีน้อยตรงหน้า
"คนของตำหนักฉือหนิง มุ่งหน้าไปนอกวัง?"
"ขอรับ ท่านบรรพชน ข้าเห็นกับตา ไม่ผิดแน่"
เว่ยกงกงพยักหน้า แล้วมองไปทางตำหนักฉือหนิง ดูท่าไทเฮาจะรู้ตัวแล้วจริงๆ แต่สายลับนกกระจอกไม่ส่งข่าวออกมา คงเกิดเรื่องแล้ว
แววตาฉายแสงอำมหิต เว่ยกงกงทะยานร่าง ไล่ตามขันทีน้อยคนนั้นไป
ครู่ต่อมา เว่ยกงกงยืนอยู่หน้าศพเสี่ยวเหยียนจื่อ
ข้างกายเขา คือทหารกององครักษ์เสวียนอวี้ที่เพิ่งสกัดกั้นเสี่ยวเหยียนจื่อ ทหารเหล่านี้แม้จะไม่มีความภักดีอะไร แต่ตอนนี้ก็พอใช้สอยได้บ้าง
แต่เว่ยกงกงไม่ได้มองพวกเขา
แต่มองไปทางตำหนักฉือหนิง
"ดูท่า ข้าต้องไปดูตำหนักฉือหนิงสักหน่อยแล้ว"
จากนั้น ร่างของเว่ยเหลียวก็หายวับไป
เขาจะลอบเข้าตำหนักฉือหนิง เพื่อยืนยันสถานการณ์
ถ้าถึงขั้นนั้นจริงๆ เกรงว่าคงต้องทำตามแผน บุกสังหารไจ่ไทเฮา
เพียงแต่ก้าวนี้ ไม่ว่าโจวหยวนหรือเว่ยเหลียว ก็ไม่อยากเดิน
ฆ่าขุนนางสักคนก็แค่โดนหาว่าโหดเหี้ยม แต่ฆ่าไทเฮา ต่อให้ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของโจวหยวน แต่ชื่อเสียงนี้...
แต่ไม่ว่าอย่างไร
เรื่องนี้จะให้รั่วไหลออกไปไม่ได้เด็ดขาด!
ตอนที่เว่ยเหลียวลอบเข้าตำหนักฉือหนิง ก็ไม่ลืมส่งข่าวบอกโจวหยวน
โจวหยวนก็ไม่แปลกใจ
ไจ่ไทเฮาไม่ใช่คนโง่ เรื่องนี้ยังไงก็ต้องถูกจับได้
แต่ตอนนี้ปัญหาไม่ใช่ไทเฮาแล้ว
ไทเฮาในวังลึกที่โดดเดี่ยว เขาจะจัดการเมื่อไหร่ก็ได้
แต่ช่วงนี้พอได้อ่านฎีกาต่างๆ เขาถึงได้สัมผัสว่า ปัญหาของต้าเฉียนตอนนี้ใหญ่หลวงแค่ไหน
รอบด้านต้าเฉียนมีสามแคว้น คือ ต้าหลี่ ต้าหยวน และต้าเว่ย
ต้าหลี่ประเทศอ่อนแอ แต่ก่อนที่อวี่เหวินเว่ยจะทะลวงสู่ระดับหนึ่ง ทั้งสองฝ่ายก็รบกันมาสิบกว่าปี
ต้าหยวนกับต้าเว่ยยิ่งแข็งแกร่งกว่าต้าหลี่ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ต้าเฉียนส่งบรรณาการทุกปี ถึงรักษาสถานการณ์ไว้ได้
แต่ตอนนี้ ต้าเฉียนภัยแล้งภัยน้ำท่วมสี่ทิศ ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส ไม่อย่างนั้นลัทธิบัวขาวคงไม่ขยายตัวเร็วขนาดนี้ หากยังส่งบรรณาการอีก เกรงว่าภายในประเทศคงเกิดกบฏไปทั่วแน่
ไม่ต้องพูดถึงว่า ตอนนี้เรื่องภายในประเทศเขาก็ตัดสินใจไม่ได้
แค่คิดถึงเรื่องพวกนี้ เขาก็ปวดหัวตึบ
ในขณะที่เขากำลังคิดหาวิธีแก้เกม ทันใดนั้นประตูตำหนักก็เปิดออก
โจวหยวนกำลังจะโกรธ แต่รูม่านตาก็หดเกร็งทันที
"เว่ยกงกง!"
เว่ยเหลียวเดินเข้ามาจากนอกตำหนัก หน้าอกชุ่มเลือด ใบหน้าซีดเผือด เห็นชัดว่าบาดเจ็บสาหัส
"เกิดอะไรขึ้น?"
ไม่ทันได้ตกใจ โจวหยวนรีบประคองเว่ยเหลียวนั่งลง แล้วปิดประตูตำหนัก
เห็นเพียงเว่ยเหลียวสกัดจุดบนร่างตัวเองไม่กี่จุด แล้วกระอักเลือดดำออกมาคำโต
ผ่านไปนานนับก้านธูป ใบหน้าซีดเผือดถึงค่อยมีสีเลือดขึ้นมาบ้าง
จากนั้นจึงเอ่ยปากอธิบายว่า
"ฝ่าบาท บ่าวไร้ความสามารถ วันนี้ลอบเข้าตำหนักฉือหนิง ถูกจับได้แล้วพะยะค่ะ"
โจวหยวนยังคงไม่เข้าใจ
"ท่านเป็นถึงระดับสอง แถมยังฝึกคัมภีร์ทานตะวัน ไปมาไร้ร่องรอย ต่อให้ถูกจับได้ ก็ไม่น่าจะบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้!"
เว่ยเหลียวทำหน้าจนใจ
"ฝ่าบาท พวกเราประเมินไทเฮาต่ำไป
ไจ่ไทเฮาไม่ได้ตัวคนเดียว ข้างกายนางยังมียอดฝีมือซ่อนอยู่อีกคน
ถ้าบ่าวเตรียมตัวไปก่อน ต่อให้สู้ไม่ได้ ก็ไม่น่าจะถึงขนาดนี้ น่าเสียดายบ่าวประมาท เลยถูกยอดฝีมือคนนั้นลอบทำร้าย"
ได้ยินดังนั้น โจวหยวนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ฝีมือคนผู้นั้นเป็นอย่างไร?"
เว่ยเหลียวกัดฟันพูดว่า
"ระดับสองขั้นสูง ห่างจากระดับหนึ่ง เพียงเส้นยาแดงผ่าแปด"
โจวหยวนงงเป็นไก่ตาแตก
"นางเอาอะไรมาเลี้ยงดูยอดฝีมือระดับสองขั้นสูง!
ระดับสองขั้นสูง ต่อให้วางไว้ในต้าเฉียน ก็เป็นยอดฝีมือระดับท็อป ถ้าเข้าสู่ราชสำนัก พริบตาเดียวก็มีอำนาจล้นฟ้า
นางอยู่ในวังลึก อำนาจไม่พ้นประตูวัง เงินทองยิ่งไม่มีความหมายกับยอดฝีมือระดับนี้"
วินาทีนี้ โจวหยวนทั้งตกใจทั้งโกรธ
ยอดฝีมือระดับนี้ ทำลายแผนการทั้งหมดของเขาในพริบตา
[จบแล้ว]