- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเทพยุทธ์ด้วยสกิลอมตะ
- บทที่ 44 - การทดสอบ
บทที่ 44 - การทดสอบ
บทที่ 44 - การทดสอบ
บทที่ 44 - การทดสอบ
ฝืนทนมาจนถึงสิบวา ปัง! ลู่ฮ่าวทิ้งลูกบอลในอ้อมแขนลงพื้น กล้ามเนื้อทั่วร่างกระตุกเกร็งอย่างควบคุมไม่ได้
"เจ็ดคะแนน!"
ลู่ฮ่าวหน้าซีดเผือด ดูไม่ออกว่าดีใจหรือเสียใจ
พอลู่ฮ่าวสอบเสร็จ บรรยากาศในหมู่ผู้เข้าสอบก็หนักอึ้งทันที
กรรมการโบกธงคำสั่ง นักเรียนกลุ่มต่อไปแปดคนเดินเข้าไปกอดลูกบอล พอสิ้นเสียงสัญญาณ ทุกคนก็เริ่มขยับตัวไปข้างหน้า
มีบทเรียนจากลู่ฮ่าว ทุกคนเลยฮึดสู้ พยายามเดินให้เร็วขึ้นในช่วงแรก
แต่พอผ่านไปได้สามวา ความเร็วของทุกคนก็ตกลงอย่างเห็นได้ชัด
จบการสอบรอบนี้ ไม่มีใครไปถึงสิบวาเลยสักคน มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งไปไม่ถึงเส้นห้าวาด้วยซ้ำ
"กลุ่มต่อไป!"
พรึ่บ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จางจิ้นฟูซึ่งกำลังก้าวออกมา แม้แต่กรรมการคุมสอบที่นั่งเบื่อๆ ยังยืดตัวขึ้นมาจ้องเขม็ง
ธงคำสั่งโบกสะบัด กลุ่มนี้ยกบอลขึ้นพร้อมกัน สิ้นเสียงสัญญาณ ทุกคนเร่งฝีเท้าพุ่งไปข้างหน้า
จางจิ้นฟูออกตัวช้าที่สุด รั้งท้ายเพื่อน แต่ทุกก้าวของเขามั่นคงมาก ไม่นานก็แซงทุกคนขึ้นมา และทิ้งห่างไปไกล
ในขณะที่คนอื่นวางบอลลง หอบแฮ่กๆ จางจิ้นฟูยังคงเดินหน้าต่อ แม้หน้าจะแดงก่ำ แต่ฝีเท้ายังคงความหนักแน่น
ทุกคนตาโต เพราะจางจิ้นฟูเหลืออีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงเส้นสามสิบวาแล้ว
ตามกติกา ห้าวาได้หกคะแนน สิบวาเจ็ดคะแนน สิบห้าวาแปดคะแนน ยี่สิบวาเก้าคะแนน สามสิบวาสิบคะแนน ซึ่งถือเป็นคะแนนเต็ม
หนึ่งก้าว สองก้าว ร่างของจางจิ้นฟูเซเล็กน้อย เหงื่อเม็ดโป้งผุดเต็มหน้าผาก จังหวะการเดินเริ่มรวน ทุกก้าวที่ย่ำลงไปดูยากลำบากแสนสาหัส
"สามสิบวา สามสิบวาแล้ว เต็มแล้ว ได้เต็มแล้ว"
เสียงเชียร์ดังกระหึ่ม กรรมการคุมสอบยังตื่นเต้นจนลุกขึ้นยืน
แต่ทว่า จางจิ้นฟูยังไม่หยุดเดิน ทุกคนกลั้นหายใจ จ้องมองแผ่นหลังของเขาตาไม่กระพริบ
ในที่สุด พอข้ามเส้นสามสิบสามวา จางจิ้นฟูก็ปล่อยมือ ลูกบอลขาวกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
จางจิ้นฟูประสานมือคารวะรอบทิศ แล้วเดินลงจากสนาม ทันใดนั้นเพื่อนๆ ก็กรูเข้าไปแสดงความยินดี
นักเรียนจากสนามสอบข้างๆ ก็พยายามเบียดเข้ามาดู
จางจิ้นฟูวางมาดนิ่งสุขุม พูดคุยกับทุกคนอย่างเป็นกันเอง ควบคุมสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ไม่นาน นักเรียนกลุ่มสุดท้ายก็ลงสนาม หนิงเซี่ยอยู่ในกลุ่มนี้ ยืนอยู่ลู่ที่สี่
ธงแดงโบกสะบัด หนิงเซี่ยอุ้มลูกบอลขาวขึ้น สิ้นเสียงสัญญาณ เขาเริ่มออกเดิน
ด้วยวีรกรรมที่เคยอัดจางตงกับลู่ฮ่าว และช่วยเว่ยหานจือไว้ ทำให้เขาได้รับความสนใจไม่แพ้จางจิ้นฟู
แม้แต่จางจิ้นฟูที่กำลังคุยกับคนอื่นอยู่ ก็ยังหยุดพูด หันมามองหนิงเซี่ย
เหมือนกับจางจิ้นฟู หนิงเซี่ยไม่เร่งฝีเท้า เขาอุ้มลูกบอลยักษ์เดินไปอย่างช้าๆ แต่มั่นคง
ยี่สิบวินาทีผ่านไป เพื่อนร่วมกลุ่มอีกเจ็ดคนหยุดเดินกันหมดแล้ว คนที่ทำได้ดีที่สุดไปได้แค่สิบเจ็ดวา ได้แปดคะแนน
ตอนที่คนสุดท้ายวางบอลลง หนิงเซี่ยเพิ่งเดินผ่านเขาไป ความเร็วของหนิงเซี่ยช้าลงอีก เหงื่อไหลซึมหน้าผาก แต่ฝีเท้ายังคงนิ่ง
"ข้าว่าหนิงเซี่ยน่าจะไปถึงยี่สิบวา ได้เก้าคะแนน"
จางจิ้นฟูวิจารณ์ด้วยมาดผู้เหนือกว่า
"แค่ขอบเขตชักนำขั้นแปด มีแรงขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว"
จางตงพูดเสียงดัง
จางจิ้นฟูส่ายหน้าเบาๆ "ไม่ใช่ขั้นแปด ดูจากเลือดลมที่ระเหยออกมากับไอร้อนในตัว น่าจะถึงขั้นเก้าแล้ว"
"อะไรนะ! แป๊บเดียวเลื่อนขั้นอีกแล้วเหรอ"
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นในหมู่ผู้ชมนักเรียน
จางจิ้นฟูพูดเสียงเรียบ "หนิงเซี่ยก็นับว่าเป็นยอดคนคนหนึ่ง"
พูดยังไม่ทันขาดคำ รูม่านตาเขาก็หดวูบ จ้องเขม็งไปที่หนิงเซี่ยในสนาม
คนเริ่มมุงเข้ามาดูมากขึ้น บรรยากาศในสนามกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
ตอนนี้หนิงเซี่ยอุ้มลูกบอลมาถึงเส้นยี่สิบเจ็ดวาแล้ว แม้ตัวเขาจะสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง แต่จังหวะการก้าวเท้ายังไม่เสีย
"หรือจะมีคนได้เต็มอีกคน?"
มีคนอดใจไม่ไหวถามขึ้นมา
ลู่ฮ่าวส่ายหน้า "เป็นไปไม่ได้ ดูสิ ตัวสั่นขนาดนั้น แรงหมดเกลี้ยงแล้ว ตอนนี้แค่ฝืนสังขารอยู่
พี่จิ้นฟู ข้าพูดถูกไหม?"
จางจิ้นฟูตอบ "ยังไงก็หวังว่าเขาจะทำได้ ขอให้เขาโชคดีละกัน"
ปากพูดอวยพร แต่สายตาจ้องหนิงเซี่ยเขม็ง ริมฝีปากสั่นระริก
หลังจากจางจิ้นฟูพูดจบได้สามวินาที หนิงเซี่ยก็ก้าวขายาวๆ เหยียบลงบนเส้นสามสิบวา
ตึง! ลูกบอลตกพื้น หนิงเซี่ยทรุดฮวบลงไปนั่งกอง แววตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในใจกลับสบายเฉิบ แอบให้คะแนนการแสดงตัวเองเต็มสิบ
ใช่แล้ว เขาแกล้งทำ
คนทะลวงจุดหมื่นศิลาอย่างเขา พละกำลังมหาศาลแค่ไหน มือเดียวถือลูกบอลเดินยังได้ ประสาอะไรกับสองมืออุ้ม
เอาแค่คะแนนเต็มก็พอ เขาไม่อยากทำตัวเด่นเกินหน้าเกินตา ปล่อยให้จางจิ้นฟูรับแสงไปคนเดียวเถอะ
"เต็ม! อีกคนแล้ว หนิงเซี่ยแม่*เจ๋งว่ะ"
"ขอบเขตชักนำขั้นเก้า มีแรงช้างสารขนาดนี้ น่าทึ่งจริงๆ"
"ดูท่าการสอบภาคปฏิบัติรอบนี้ ห้องสูงหนึ่งจะมีตัวท็อปเพิ่มอีกคนแล้ว"
ขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชม จู่ๆ สนามสอบทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็มีเสียงเชียร์ดังลั่นฟ้า
การสอบยกน้ำหนักจบลงแล้ว ผู้คนจากทุกทิศต่างหลั่งไหลไปทางต้นเสียง
หนิงเซี่ยก็เดินไปมุงดูด้วย พอไปถึงก็เห็นคนคนหนึ่งอุ้มลูกบอลขาว เหยียบอยู่บนเส้นสามสิบสามวา สีหน้าปกติ ลมหายใจสม่ำเสมอ กำลังก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง
"จ้าวข่าย!"
หนิงเซี่ยตกใจ คนที่กำลังโชว์พลังอยู่นั่นคือคู่ปรับเก่า จ้าวข่าย
หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ตระกูลจ้าวส่งสัญญาณปรองดองผ่านอาจารย์หลิว หนิงเซี่ยก็ไม่ได้สนใจจ้าวข่ายอีกเลย
นึกไม่ถึงว่าวันนี้จ้าวข่ายจะโชว์ฟอร์มเทพขนาดนี้ พลังรุดหน้าไปไกลโข
"เปิดจุดพันศิลาได้แล้วมันร้ายกาจจริงๆ"
"จ้าวข่ายผ่านด่านเป็นตายมาได้ น่าจับตามองจริงๆ การสอบใหญ่ปีนี้สนุกแน่"
"ดูทรงแล้ว เขาคงกะจะเดินให้สุดเส้นสามสิบหกวาเลยมั้ง"
ท่ามกลางสายตาตกตะลึง จ้าวข่ายอุ้มลูกบอลเดินจนสุดเส้นวัดระยะ
ตึง! เสียงลูกบอลกระแทกพื้น ดังสะเทือนเข้าไปในใจทุกคน
"ทำลายขีดจำกัด คะแนนเต็มสิบ บวกเพิ่มหนึ่งคะแนน"
สิ้นเสียงประกาศของกรรมการ ทั้งสนามฮือฮาแตกตื่น
จ้าวข่ายกวาดสายตาเย่อหยิ่งไปรอบๆ ไม่นานก็เห็นหนิงเซี่ยในฝูงชน เขาปรายตามองหนิงเซี่ยอย่างเหยียดหยาม แล้วเมินหน้าหนี
ผู้ใหญ่ในตระกูลสั่งห้ามไม่ให้เขาเป็นศัตรูกับหนิงเซี่ย แต่ตอนนี้เขาเองก็ไม่คิดจะลดตัวไปสู้กับหนิงเซี่ยแล้ว
"ข้าคืออัจฉริยะที่เปิดจุดพันศิลา จะไปลดตัวแข่งกับมดปลวกทำไม"
จ้าวข่ายคิดอย่างลำพองใจ
ยังไม่ทันเที่ยง การสอบวิชาแรกก็จบลง หลังกินข้าวเที่ยง หนิงเซี่ยกลับไปงีบที่หอพัก บ่ายสองครึ่ง การสอบวิชาที่สองก็เริ่มขึ้น โจทย์คือการวิ่งวิบากระยะทางหนึ่งลี้
สนามสอบอยู่ที่หลังเขา ทางสำนักปรับพื้นที่หน้าผาให้เรียบ ผู้เข้าสอบต้องวิ่งทางราบหนึ่งลี้ แล้วปีนขึ้นหน้าผา
ด่านนี้วัดความเร็วและวิชาตัวเบา
บนทางราบระยะหนึ่งลี้ มีพลธนูซุ่มอยู่ ระหว่างวิ่ง ผู้เข้าสอบต้องหลบลูกธนูไร้หัวที่ทาปูนขาว ใครโดนยิง คะแนนจะถูกตัดเหลือไม่เกินหกแต้ม
ภายในสามสิบลมหายใจ ถ้าไม่โดนยิงและปีนถึงยอดเขาได้ ถือว่าผ่าน ยิ่งใช้เวลาน้อย คะแนนยิ่งสูง
จบการสอบ หนิงเซี่ยได้เก้าคะแนน
หลังจากทะลวงจุดหมื่นศิลา ศักยภาพโดยรวมเขาเพิ่มขึ้นทุกด้าน แต่จุดอ่อนคือวิชาตัวเบา เขาไม่ได้ฝึกวิชาสายความเร็วโดยเฉพาะ ลูกธนูที่ระดมยิงมาทำให้เขาช้าลง
ต่างจากจางจิ้นฟู ที่วิชาตัวเบาพลิ้วไหว ลูกธนูทำอะไรไม่ได้เลย
หนิงเซี่ยต้องเสียสมาธิไปกับการหลบธนูเยอะมาก ถ้าไม่ใช่เพราะช่วงปีนหน้าผาไม่มีธนูยิงกวน แล้วเขาอาศัยแรงควายเร่งสปีดช่วงสุดท้าย เขาคงไม่ได้เก้าคะแนนด้วยซ้ำ
คะแนนนี้ถือว่าหัวแถวของห้องสูงหนึ่ง แต่เทียบกับจางจิ้นฟูที่ได้เต็มอีกแล้ว ก็ยังถือว่าด้อยกว่า
สอบวิชาที่สองเสร็จ ไม่มีการพัก วิชาที่สามเริ่มต่อทันที คราวนี้สอบ "กระดาษบินตัดหลิว" และ "เต้าหู้แปดส่วน"
กระดาษบินตัดหลิว คือให้ผู้เข้าสอบใช้กระดาษเนื้อดีแผ่นเรียบ ตัดกิ่งหลิวที่ห้อยลงมาในระยะหนึ่งวาให้ขาด
ส่วนเต้าหู้แปดส่วน คือให้ใช้ดาบกล้าหนักร้อยชั่ง หั่นเต้าหู้ที่บางเฉียบราวปีกจั๊กจั่นให้เป็นแปดส่วน โดยที่เต้าหู้ห้ามเละ
อันแรกวัดความแกร่งในความอ่อน อันหลังวัดความอ่อนในความแกร่ง
ทั้งสองอย่างเน้นเทคนิคล้วนๆ