- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเทพยุทธ์ด้วยสกิลอมตะ
- บทที่ 11 - สายลับ
บทที่ 11 - สายลับ
บทที่ 11 - สายลับ
บทที่ 11 - สายลับ
มาถึงห้องโถงสว่างไสว อาจารย์หลิวที่เคยเจอกันนั่งอยู่ตรงกลาง พอเห็นเขามาก็ลุกขึ้นเดินมาต้อนรับ ยิ้มพลางกล่าวว่า "ต้องให้เจ้ารับเคราะห์แล้ว ที่ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ก็เพื่อจะชี้แจงแถลงไข"
หนิงเซี่ยประสานมือคารวะ "ท่านอาจารย์ การจับตัวผมคือการสร้างสถานการณ์ลวงใช่ไหมครับ"
อาจารย์หลิวยิ้ม "ถูกต้อง หน่วยพิทักษ์มีไส้ศึกปะปนอยู่ การจับเจ้าเป็นแค่ระเบิดควัน เพื่อให้ไส้ศึกตัวจริงตายใจและเผยพิรุธ เมื่อเช้านี้เอง ไส้ศึกที่แฝงตัวในหน่วยพิทักษ์และสายส่งข่าวของมันถูกกำจัดไปพร้อมกันแล้ว
หลายวันมานี้ต้องขอโทษด้วย ข้าแจ้งทางหน่วยพิทักษ์ไว้แล้ว ให้นับเป็นวันออกภาคสนาม เดี๋ยวจะจ่ายโบนัสย้อนหลังให้"
ออกภาคสนามวันละห้าสิบ เก้าวันก็สี่ร้อยห้าสิบ
พอได้ยินว่ามีเงินก้อนโต ความขุ่นข้องหมองใจของหนิงเซี่ยก็หายเป็นปลิดทิ้ง "ท่านอาจารย์ครับ ผมว่าผมยังทนติดคุกได้อีกสักเดือนสองเดือนนะ"
อาจารย์หลิวหัวเราะ "ฟังจากน้ำเสียง ดูท่าจะอยากหาเงินสินะ"
หนิงเซี่ยนึกในใจ ใครบ้างจะเกลียดเงิน
"ไม่ต้องอายหรอก อยากหาเงินไม่ใช่ความผิด ถ้าเจ้ามีความตั้งใจจริง ข้ามีภารกิจหนึ่ง ไม่รู้ว่าเจ้ากล้ารับไหม"
อาจารย์หลิวจ้องหนิงเซี่ยเขม็ง
"เชิญว่ามาเลยครับ"
หนิงเซี่ยหูผึ่ง
อาจารย์หลิวกล่าว "ตอนรับสมัครหน่วยพิทักษ์ เราค่อนข้างหละหลวม โอกาสที่คนทรยศจะแฝงตัวเข้ามามีสูงมาก ดังนั้นสำนักศึกษาจึงมีมาตรการตรวจสอบภายในหน่วยพิทักษ์อยู่เสมอ
ครั้งนี้ เรากำจัดไส้ศึกในหน่วยพิทักษ์ชื่อเฉาเตี้ยน จากการตรวจสอบความทรงจำของสายส่งข่าวไส้ศึก ทำให้รู้ว่าคนคนนี้ชื่ออินฉวง มาจากองค์กรคนทรยศชื่อ 'ลัทธิโลหิตสังหาร' ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีแผนการใหญ่ต่อเมืองตงหัว
แต่ความเคลื่อนไหวยังไม่แน่ชัด ตอนนี้เราต้องการคนไปสวมรอยเป็นเฉาเตี้ยน แฝงตัวเข้าไปในลัทธิโลหิตสังหารเพื่อสืบข่าว"
หนิงเซี่ยขมวดคิ้ว "อินฉวงตายแล้ว ลัทธิโลหิตสังหารต้องเดาได้แน่ว่าเฉาเตี้ยนถูกเปิดโปง ถ้าใช้ฐานะเฉาเตี้ยนเข้าไปตอนนี้ ก็ไม่ต่างจากไปหาที่ตายสิครับ"
อาจารย์หลิวจิบชา "เพราะเราคำนึงถึงเรื่องที่จะต้องใช้ฐานะของเฉาเตี้ยน เราเลยไม่เลือกจับกุมอินฉวงตอนที่ทั้งสองนัดพบกัน แต่จัดฉากให้อินฉวงตายในเหตุวิวาทของแก๊งอันธพาล ทำไว้อย่างแนบเนียน
ส่วนเฉาเตี้ยน เป็นสายที่อินฉวงหามาเอง ลัทธิโลหิตสังหารไม่มีข้อมูลของเฉาเตี้ยนมากนัก และอินฉวงเคยตกลงกับเฉาเตี้ยนไว้ว่า ถ้าติดต่ออินฉวงไม่ได้ ให้ไปปรากฏตัวซ้ำๆ ในจุดที่กำหนดไว้ในเมือง เดี๋ยวทางลัทธิจะสังเกตเห็นเอง
ถึงเวลานั้น เฉาเตี้ยนแค่ต้องเดินไปมาระหว่างวัดกุยหยวน เจดีย์ตระกูลเซี่ย และอนุสาวรีย์หานเจี๋ย ตามลำดับ เดี๋ยวก็มีคนของลัทธิโลหิตสังหารมาติดต่อเอง"
หนิงเซี่ยฟังดูแล้วไม่มีพิรุธ "แล้วถ้าเฉาเตี้ยนตัวปลอมเข้าไปในลัทธิ จะต้องรายงานข่าวอะไรบ้างครับ"
อาจารย์หลิวตอบ "ข้อมูลรายละเอียด เราเตรียมไว้พร้อมแล้ว ถ้าเจ้าตกลงจะไป ข้าจะมอบข้อมูลพวกนี้ให้"
หนิงเซี่ยถาม "ทำไมไม่หานักเรียนในสำนักศึกษาไปทำครับ ระดับพลังและไหวพริบน่าจะดีกว่าผมเยอะ"
อาจารย์หลิวตอบ "พวกนักเรียนมีกลิ่นอายของสำนักศึกษาติดตัวมากเกินไป พวกคนทรยศตาไวคงดูออกทันที อีกอย่างเฉาเตี้ยนมาจากหน่วยพิทักษ์ การหาคนจากหน่วยพิทักษ์ย่อมเหมาะสมที่สุด แน่นอนว่าตัวเลือกเรามีเยอะ แต่ในเมื่อเจ้าอาสา ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะมอบโอกาสนี้ให้"
พูดก็พูดเถอะ จริงๆ แล้วหนิงเซี่ยแทบจะเป็นตัวเลือกเดียว
หนึ่งคือประวัติของหนิงเซี่ยเรียบง่าย ไม่ค่อยมีสังคม ตรวจสอบยาก
สองคือจากวีรกรรมที่ผ่านมา หนิงเซี่ยมีความบ้าดีเดือด
การแฝงตัวเข้าไปในดงศัตรู ไม่กลัวว่าจะไม่ฉลาด แต่กลัวว่าจะไม่กล้าพอ
"ท่านอาจารย์ครับ ร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ไม่มีปัญหา ผมไม่กลัวอันตราย แต่อยากรู้ว่าค่าตอบแทนเป็นยังไง ช่วงนี้ผมขยันฝึกซ้อม เพิ่งจะถูไถขึ้นมาถึงชักนำขั้นที่สอง ถ้าเป็นไปได้ ผมอยากเข้าเรียนในสำนักศึกษาครับ"
เขาคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะต่อรอง
อาจารย์หลิวจ้องเขาด้วยความประหลาดใจ "เจ้าถึงขั้นที่สองแล้วเรอะ นี่เพิ่งจะผ่านไปนานแค่ไหน ทำได้ยังไง"
หนิงเซี่ยตอบ "ต้องขอบคุณอาจารย์เฉิงที่ช่วยชี้แนะครับ"
อาจารย์หลิวพยักหน้าเบาๆ "ผู้เฒ่าเฉิงมีฝีมือลึกล้ำ แกยอมชี้แนะเจ้านับเป็นวาสนา ภารกิจครั้งนี้ สำนักศึกษาให้ห้าแต้มผลงาน ในเมื่อเจ้าอยากเข้าสำนักศึกษา ข้าจะช่วยจัดการให้ ส่วนเรื่องอื่นๆ ต้องพึ่งความพยายามของเจ้าเอง"
หนิงเซี่ยถาม "ห้าแต้มผลงานนี้ จะมีเงินห้าพันเหรียญแถมมาด้วยไหมครับ"
เขาเคยได้แต้มผลงานมาสองครั้ง ครั้งแรกหนึ่งแต้ม ครั้งที่สองสองแต้ม
ครั้งแรกไม่มีเงินแถมมา แต่ครั้งหลังมีเงินสองพันเหรียญแถมมาด้วย
ถ้าครั้งนี้ได้ห้าแต้มจริงๆ มีเงินแถมกับไม่มีเงินแถม ความแตกต่างมันมหาศาล
อาจารย์หลิวหัวเราะร่า "เรื่องนี้สำนักศึกษาไม่มีระเบียบตายตัว แต่ข้าจะช่วยขอให้ ไม่น่ามีปัญหา"
"ถ้าอย่างนั้น งานนี้ผมรับครับ แค่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง รายละเอียดต้องคุยกันให้ชัดเจน ไม่มีใครรับประกันได้ว่าในหน่วยพิทักษ์จะไม่มีไส้ศึกคนอื่นอีก ดังนั้นนับจากนี้ไป สำนักศึกษาต้องควบคุมความเคลื่อนไหวของสมาชิกหน่วยพิทักษ์ทุกคน จนกว่าผมจะเสร็จสิ้นภารกิจ"
หนิงเซี่ยพูดเสียงเครียด
อาจารย์หลิวตาเป็นประกาย "ดูท่าจะเลือกคนถูกแล้ว เจ้ามีความรอบคอบขนาดนี้ งานก็สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ความชั่วร้ายของพวกคนเถื่อนมันเกินจินตนาการของเจ้ามาก ต้องเตรียมใจให้พร้อม ปฏิบัติการใกล้จะเริ่มแล้ว เจ้ามีข้อเรียกร้องอะไรก็ว่ามา รวมทั้งการขอเบิกห้าแต้มผลงานล่วงหน้า ข้าก็ช่วยขอให้ได้"
หนิงเซี่ยว่า "ท่านอาจารย์ช่วยถามเรื่องเงินก่อนเถอะครับ ถ้ามี ผมอยากเบิกเงินก่อน กระเป๋าแฟบเหลือเกิน"
ใกล้จะเริ่มภารกิจ หนิงเซี่ยอยากเพิ่มความแข็งแกร่ง การทะลวงจุดเทียนเฉวียนขึ้นสู่ชักนำขั้นที่สามมีความจำเป็นมาก
ลำพังแค่เพลงดาบพันชั่งขั้นสูงสุด เขาก็สามารถฝึกถึงขั้นที่สามได้โดยไม่มีอุปสรรค
แต่ต้องใช้เวลานานเกินไป สามถึงห้าเดือนเป็นอย่างต่ำ เขาคอยไม่ไหว
เขาตัดสินใจจะใช้เนื้อสัตว์อสูรช่วยเร่งความเร็ว
ตอนนี้เขามีเหลือสองแต้มผลงาน แต่เงินร่อยหรอ ถ้าเอาเงินไปซื้อเนื้อสัตว์อสูรหมด ชีวิตความเป็นอยู่หลังจากนี้คงลำบาก
แถมข้างกายเขายังมีตัวภาระเพิ่มมาอีกหนึ่งปากท้อง
อาจารย์หลิวพยักหน้า "รอฟังข่าวละกัน เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อน ช่วงนี้ผู้เฒ่าเฉิงไปอาละวาดกับสำนักศึกษาเรื่องเจ้าไว้ไม่น้อย"
หนิงเซี่ยกลับถึงห้องพัก เห็นตาเฒ่าเฉิงนอนกรนสนั่นอยู่บนเตียงเขา บนโต๊ะเตี้ยข้างๆ มีจานถั่วลิสงเหลืออยู่ไม่กี่เม็ด ทั้งตัวเหม็นหึ่งไปด้วยกลิ่นเหล้า
หนิงเซี่ยกระแอมไอหลายที ตาเฒ่าเฉิงถึงได้งัวเงียตื่น
ตอนหนิงเซี่ยโดนจับใหม่ๆ ตาเฒ่าเฉิงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ บุกไปทวงหลักฐานว่าหนิงเซี่ยเป็นไส้ศึกจากหนานหวยหยวน
หนานหวยหยวนจำใจต้องบอกความจริง ตาเฒ่าเฉิงถึงได้สงบลง
"เจ้าหนูนี่ดวงซวยจริงๆ แตไม่เป็นไร ข้าสืบมาแล้ว เบื้องบนให้นับเป็นวันออกภาคสนาม ถือว่าได้เงินฟรีๆ อย่างปลอดภัย"
กระเป๋าตังค์ของหนิงเซี่ยเกี่ยวข้องกับปากท้องของตาเฒ่าเฉิง แกเลยห่วงเป็นพิเศษ
หนิงเซี่ยควักปึกตั๋วแลกเงินออกมาวางบนโต๊ะ "ขอบคุณท่านอาจารย์ที่เป็นห่วง ตอนอยู่ในห้องขังมืดผมท่องบทเรียนได้เยอะมาก แต่มีจุดผิดพลาดตกหล่นเพียบ ตอนนี้อยากจะทบทวนให้แม่นยำ"
ตาเฒ่าเฉิงตาสว่างทันที คว้าเงินบนโต๊ะหมับ "มีความมุ่งมั่นแบบนี้ ไม่กลัวจะทำการใหญ่ไม่สำเร็จ เจ้าตั้งใจเรียนไปเถอะ ข้าไม่กวนแล้ว มีอะไรไปหาข้าที่โรงอาหารสาม"
พูดจบก็หิ้วน้ำเต้าเขียวข้างเตียง ฮัมเพลงลูกทุ่งเดินจากไป
พอตาเฒ่าเฉิงไปแล้ว หนิงเซี่ยหยิบกระดาษปากกา จดจุดที่ผิดพลาดจากผนังห้องขังลงมาทั้งหมด
จากนั้นก็หยิบตำรามาไล่แก้จุดที่ผิดทีละจุด
การเรียนคือกระบวนการทบทวนและยกระดับซ้ำๆ เขารู้สึกว่าความกระตือรือร้นตอนนี้ มากกว่าตอนเตรียมสอบไฟนอล ม.6 เสียอีก
นั่งอ่านหนังสือจนพระจันทร์ลอยเด่นกลางฟ้า ระหว่างนั้นเขาแค่แวะไปกินข้าวที่โรงอาหารรอบเดียว แล้วก็กลับมาอ่านต่อ
ก๊อกๆ เสียงเคาะประตู "ข้าเอง หลิวเฉาหยวน"
หนิงเซี่ยเปิดประตู อาจารย์หลิวยืนอยู่ข้างนอก พระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างเหนือหัว ลมยามค่ำพัดชายเสื้อเขาปลิวไสว
"สำนักศึกษาอนุมัติแล้ว จะให้เงินห้าพันเหรียญคู่กับแต้มผลงาน เบิกให้ก่อนสองพัน จะจ่ายพร้อมกับค่าเบี้ยเลี้ยงภาคสนามเก้าวันที่เจ้าโดนขัง นอกจากนี้ ปฏิบัติการกำหนดไว้ในอีกสามวัน ข้าจะมาทบทวนรายละเอียดกับเจ้าด้วยตัวเอง"
สั่งความเสร็จ อาจารย์หลิวก็จากไป
เช้าวันรุ่งขึ้น หนิงเซี่ยได้รับเงินสองพันสี่ร้อยห้าสิบเหรียญ
เขารีบใช้หนึ่งแต้มผลงานกับเงินหนึ่งพันเหรียญ ซื้อเนื้อสัตว์อสูรมาสิบชั่งทันที
จากนั้นก็ขังตัวเองในห้อง กินเนื้อฝึกวิชา
อาจารย์หลิวได้กำชับเฟ่ยหมิงหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ไว้แล้ว ว่าช่วงนี้ไม่ต้องให้หนิงเซี่ยร่วมภารกิจใดๆ
ตาเฒ่าเฉิงเพิ่งได้เงินไป ก็มัวแต่ไปเมาหัวราน้ำ ไม่มีเวลามาสนใจหนิงเซี่ย
พอดีเลย หนิงเซี่ยจะได้ฝึกอย่างสบายใจ
เนื้อสัตว์อสูรสิบชั่งลงท้อง หนิงเซี่ยหน้าแดงก่ำ เส้นเอ็นทั่วร่างปูดโปน เขาเหวี่ยงดาบโค่นอาชา ฟุ่บ ฟุ่บ ลมพัดตลบอบอวลทั้งห้อง
ดาบในมือเขาเหวี่ยงเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดภาพซ้อน เลือดลมที่ร้อนระอุพลุ่งพล่าน ด้วยการชักนำของเคล็ดวิชา มันไหลผ่านจุดเทียนหยวน จุดเทียนกวน ตรงดิ่งไปยังจุดเทียนเฉวียน
กระแสความร้อนหลั่งไหลเข้าสู่จุดเทียนเฉวียน ตูม! ร่างกายเขาส่งเสียงดังกังวาน จุดเทียนเฉวียนถูกทะลวง ขอบเขตชักนำขั้นที่สามสำเร็จแล้ว
เคร้ง! เงาดาบเก้าสายรวมเป็นหนึ่งเดียว ถ้วยชาใบหนึ่งโดนลมดาบกวาดใส่ เกิดรอยร้าวเรียบกริบบนตัวถ้วย รอยร้าวขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว เพล้ง! ถ้วยชาแตกครึ่ง
"เก้าเงารวมหนึ่ง สัญญาณแห่งเพลงดาบพันชั่งขั้นสูงสุด"
หนิงเซี่ยกำดาบแน่น ใบดาบวาววับสะท้อนใบหน้าเปื้อนยิ้มของเขา
โครก คราก ท้องเขาร้องประท้วง เปิดประตูจะวิ่งไปโรงอาหาร เงยหน้าขึ้นมองเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า
เขายืนนิ่ง พักใหญ่ถึงเห็นเงาร่างหนึ่งเดินมา พอเข้ามาใกล้ถึงเห็นว่าเป็นอาจารย์หลิว
หลังจากคุยกับอาจารย์หลิว หนิงเซี่ยเพิ่งรู้ตัวว่าเขาฝึกดาบในห้องมาสามวันเต็มๆ
พรุ่งนี้คือวันเริ่มปฏิบัติการ
อาจารย์หลิวคุยกับเขาอยู่สองชั่วโมงเต็ม รายละเอียดและข้อมูลต่างๆ ให้มาอย่างละเอียด จุดสำคัญๆ ก็ย้ำแล้วย้ำอีก
หนิงเซี่ยก็ถามทุกเม็ด เก็บรายละเอียดทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีพิรุธ
อาจารย์หลิวกลับไป หนิงเซี่ยไปกินข้าวผัดชามโตที่โรงอาหารเล็ก ไหว้เจ้าที่เจ้าทางในท้องเสร็จ กลับห้องหัวถึงหมอนหลับเป็นตาย
เช้าวันรุ่งขึ้นตื่นมา เขาถอดดีวิหคเพลิงจากคอ ใส่ไว้ในกระเป๋าลับที่ปลายแขนเสื้อ เดินออกจากสำนักศึกษา มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของเมือง
เขาเดินตามเส้นทางที่อาจารย์หลิวบอกไปมาหลายรอบ และไปที่จุดนัดพบสามแห่ง เดินวนไปวนมาอยู่หลายเที่ยว
ทันใดนั้น ชายสวมหมวกปีกกว้างก็เข้ามาประชิดตัวอย่างเงียบเชียบ กระซิบเสียงเบา "ตามข้ามา"
(จบตอน)