- หน้าแรก
- เปิดปมลับ วิถีป่วนโลก
- บทที่ 24 เดอะฟูลฝากตัวเป็นศิษย์
บทที่ 24 เดอะฟูลฝากตัวเป็นศิษย์
บทที่ 24 เดอะฟูลฝากตัวเป็นศิษย์
เมื่อโรลลินได้ยินคำพูดของไคลน์ เขาไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจให้สมบทบาทพลางอุทานว่า "กะแล้วเชียว! ที่แท้นายก็เป็นนักทำนายเหมือนกันเหรอ?"
ไคลน์เริ่มคุ้นชินกับวาจาขวานผ่าซากและคาดเดาไม่ได้ของโรลลินอยู่บ้างแล้ว เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเปิดโปงสถานะของตน เขาจึงไม่ได้ตื่นตระหนกนัก เพียงแค่พยักหน้าตอบรับ "ใช่ครับ ผมเป็นนักทำนาย"
ในเมื่อได้ 'สารภาพ' ความเกี่ยวข้องที่มีต่อ 'เดอะฟูล' ไปแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องนี้อีก
ทว่า... ไคลน์มองโรลลินด้วยสายตาเคลือบแคลง ก่อนจะลองหยั่งเชิงถามกลับไปว่า "เหมือนกัน?"
เขาไม่ยอมปล่อยผ่านคำขยายความที่โรลลินใช้เมื่อครู่
"ถูกต้อง ฉันเองก็เป็นนักทำนาย" โรลลินเฉลยออกมาตรงๆ
มุมปากของไคลน์กระตุกเล็กน้อย เขามองโรลลินแล้วถามหยั่งเชิงต่อ "ทำไมคุณถึงเลือกเป็นนักทำนายล่ะครับ?"
"...ตระกูลของฉันนับเป็นตระกูลผู้วิเศษที่เก่าแก่พอสมควร แม้จะตกต่ำลงไปบ้าง แต่คนรุ่นใหม่ในตระกูลก็ยังพอมีทางเลือกอยู่บ้าง... ระหว่างนักจารกรรม นักทำนาย และผู้ฝึกหัด ส่วนฉันชอบนักทำนายมากกว่า" โรลลินกล่าวหน้าตายโดยไม่กะพริบตา
มิน่าล่ะถึงหาข้อมูลได้เยอะขนาดนี้... ขณะที่ไคลน์เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาก็ถามด้วยสีหน้าแปลกๆ ว่า "...บอกเรื่องพวกนี้กับผมจะดีเหรอครับ?"
"ไม่เป็นไรหรอก เพราะนายเป็นคนดีไงล่ะ!" โรลลินโบกมือพร้อมรอยยิ้ม "อีกอย่างฉันทำนายดูแล้ว นายไม่มีทางขายฉันแน่นอน"
เมื่อได้ยินดังนั้น ไคลน์ก็นึกย้อนไปถึงผลการทำนายของตัวเองก่อนออกจากบ้าน อารมณ์ของเขาพลันซับซ้อนขึ้นมาทันที
โรลลินที่จงใจหยอกล้ออีกฝ่ายจนพอใจแล้วก็หยุดหัวเราะ แล้วกลับมาทำสีหน้าจริงจัง "อันที่จริง ฉันสงสัยว่าเหล่าดุ๊กในยุคสมัยที่สี่ที่มีความเกี่ยวข้องกับ 'จักรพรรดิโลหิต' น่าจะมีปัญหาบางอย่าง"
"หมายความว่ายังไงครับ?" ไคลน์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนถามด้วยความงุนงง
"ฉันมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ที่เบ็คแลนด์ เธอน่าจะเกี่ยวข้องกับตระกูลอับราฮัม เท่าที่ฉันรู้ เธอต้องทนทุกข์ทรมานจากคำสาปพระจันทร์เต็มดวง และไม่ใช่แค่เธอ ทั้งตระกูลอับราฮัมดูเหมือนจะประสบปัญหานี้กันหมด"
โรลลินอธิบายต่อ "ส่วนดุ๊กคนสุดท้ายอย่างอามอน... เจ้านั่นไม่ใช่ตัวดีแน่นอน" มาถึงตรงนี้ โรลลินแสร้งแสดงสีหน้าหวาดกลัวได้อย่างแนบเนียน
"คุณมีความแค้นกับอามอนคนนั้นเหรอ?" ไคลน์ถามหยั่งเชิง
"ไม่ใช่ว่าฉันมีความแค้นกับ 'เขา' หรอก แต่ตัวอามอนเองนั่นแหละที่มีปัญหา เอาเป็นว่าถ้าบังเอิญไปเจอเจ้าสารเลวที่น่าสงสัยว่าเป็นอามอน จงรีบหนีทันที 'เขา' ชอบจับผู้วิเศษเส้นทางนักทำนาย นักจารกรรม และผู้ฝึกหัดกินเป็นของว่าง..."
สีหน้าของโรลลินเคร่งขรึมขึ้นมาก "อ้อ แล้วเอกลักษณ์ของอามอนคือแว่นตาขาเดียว ถ้าเห็นใครใส่แว่นตาขาเดียวเมื่อไหร่ ก็วิ่งให้ไวเลย"
"จดไว้แล้วครับ ขอบคุณที่เตือนนะแจ็ค" ไคลน์รีบจดจำสิ่งที่โรลลินพูด แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดจริงเท็จแค่ไหน แต่ความระแวดระวังที่มีต่ออามอนก็เพิ่มสูงขึ้นทันที
กระนั้น ความสงสัยบางอย่างก็ผุดขึ้นในใจ ไคลน์มองโรลลินแล้วอดถามไม่ได้ "อามอนอยู่เส้นทางไหนหรือครับ ทำไมเขาถึงกินผู้วิเศษเส้นทางนักทำนาย ผู้ฝึกหัด และนักจารกรรม?"
"อามอนคือนักจารกรรม" โรลลินอธิบาย ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ มองไคลน์ "ส่วนเหตุผลที่เขากินผู้วิเศษสามเส้นทางนี้ น่าจะเป็นเพราะทั้งสามเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่ใกล้เคียงกัน... เอ้อ นายรู้จักเส้นทางใกล้เคียงไหม?"
ไคลน์ส่ายหน้าอย่างซื่อตรง
ในขั้นตอนนี้ ไคลน์ยังไม่เข้าใจความรู้ประเภทนี้จริงๆ เขาไม่รู้แม้กระทั่งการมีอยู่ของ 'ตะกอนพลังผู้วิเศษ' ด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นผู้วิเศษมือใหม่อย่างแท้จริง
"ไม่รู้สินะ? อื้ม... แต่ฉันจะสอนความรู้ส่วนนี้ให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าก็ไม่ได้เสียด้วย..." โรลลินแสดงท่าทีลำบากใจ เขามองไคลน์ราวกับลังเลอยู่หลายวินาที ในที่สุดก็เผยเจตนาที่แท้จริง
"เอาอย่างนี้ไหม ถ้านายเรียกฉันว่า 'อาจารย์' ความสัมพันธ์แบบศิษย์อาจารย์ก็น่าจะพอให้ฉันสอนความรู้นี้ได้ โดยไม่ผิดกฎธรรมเนียมจนเกินไป"
"อ้อ จริงสิ หรือถ้านายจะใช้เงินซื้อ..."
โรลลินแสร้งทำเป็นนึกวิธีอื่นออก แต่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็ได้ยินไคลน์โพลงออกมาว่า
"อาจารย์ครับ!"
ความเร็วนั้นไวเสียจนเห็นได้ชัดว่ากลัวโรลลินจะเปลี่ยนใจมาเก็บเงินค่าความรู้แทน
สมกับเป็นนายจริงๆ เทพเจ้าแห่งความยากจน!
โรลลินพึมพำในใจ ไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของไคลน์เลยแม้แต่น้อย เขาพยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง "งั้นตั้งแต่นี้ไปนายเป็นลูกศิษย์ฉันแล้วนะ เฮ้อ ไม่นึกเลยว่าฉันจะมีวาสนาได้เป็นอาจารย์คนอื่นกับเขาด้วย"
"มีความเป็นไปได้ไหมครับว่าคุณเป็นอาจารย์อยู่แล้ว?" ไคลน์เตือนสติโรลลินถึงอาชีพที่แท้จริง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาเรียกอีกฝ่ายว่าอาจารย์ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ
เดิมทีโรลลินก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แม้อายุจะไม่ห่างกันมาก แต่อาชีพก็ค้ำคออยู่ ไคลน์จึงไม่มีกำแพงในใจที่จะเรียกเขาว่าอาจารย์
"นั่นมันคนละเรื่องกัน อาจารย์ทางไสยเวทจะเหมือนกับอาจารย์ทั่วไปได้ยังไง" โรลลินแย้ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ "ในเมื่อนายเรียกฉันว่าอาจารย์แล้ว ฉันคงไม่ให้เสียเที่ยว เพื่อจะอธิบายเรื่องเส้นทางใกล้เคียง นายต้องเข้าใจคอนเซปต์หนึ่งก่อน นั่นคือ 'ตะกอนพลังผู้วิเศษ'..."
เก็บทุกเม็ดไม่มีพลาด!
จากนั้นโรลลินก็อธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับการมีอยู่ของตะกอนพลังผู้วิเศษ รวมถึงกฎสามข้อแห่งตะกอนพลัง—กฎแห่งความไม่ดับสูญ กฎแห่งการอนุรักษ์ และกฎแห่งแรงดึงดูด—ให้ไคลน์ฟัง พร้อมทั้งสอดแทรกเรื่องเส้นทางใกล้เคียงเข้าไปในเนื้อหา
"ดังนั้น เส้นทางนักทำนาย นักจารกรรม และผู้ฝึกหัด จึงเป็นเส้นทางใกล้เคียงที่สามารถสับเปลี่ยนกันได้ นี่คงเป็นเหตุผลที่อามอนจ้องเล่นงานผู้วิเศษจากสามเส้นทางนี้" โรลลินสรุป
ขณะที่ไคลน์รู้สึกเหมือนได้รับแสงสว่างทางปัญญา เขาก็เกิดข้อสันนิษฐานใหม่เกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของตน... หรือว่าเหตุผลที่เขามีความเชื่อมโยงกับ 'เดอะฟูล' อาจไม่ใช่เพราะมีใครบงการอยู่เบื้องหลัง แต่เป็นเพราะหมอกสีเทานั่น?
ไคลน์เริ่มสงสัยตะหงิดๆ ว่าหมอกสีเทาลึกลับนั้น อาจเป็นสิ่งของระดับสูงจากเส้นทาง 'เดอะฟูล' หรืออาจเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าเลยก็เป็นได้
โรลลินลอบสังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของไคลน์ เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเช่นกัน
ก่อนหน้านี้เขาหยอกล้อแรงไปหน่อย จนสร้างแรงกดดันให้มิสเตอร์ฟูลมากเกินไป โรลลินกลัวว่าจะเผลอเล่นจนเลยเถิด จึงใช้อ้างความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์เพื่อเสนอความเป็นไปได้อื่นๆ ให้ไคลน์คลายกังวล
แน่นอน โรลลินไม่ปฏิเสธว่าเขาอยากเป็นอาจารย์ของมิสเตอร์ฟูลจริงๆ การได้สนองความอยากรู้อยากลองและได้กระชับความสัมพันธ์ไปในตัว ถือเป็นกำไรสองต่อ
หลังจากเข้าใจเรื่องความบังเอิญรอบตัวแล้ว ไคลน์ก็นึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้และถามด้วยความอยากรู้ "งั้นแปลว่า ยิ่งกินตะกอนพลังผู้วิเศษมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเก่งขึ้นเหรอครับ?"
"ในทางทฤษฎีก็ใช่ แต่จริงๆ แล้วมันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย แทนที่จะดื่มโอสถลำดับเดิมเพิ่มอีกสองขวด สู้รีบเลื่อนลำดับให้เร็วขึ้นจะดีกว่า" โรลลินส่ายหน้าและอธิบาย "การสะสมตะกอนพลังของลำดับเดิมมากเกินไปรังแต่จะเป็นอุปสรรคต่อการย่อย... อ้อ จริงสิ นายรู้จัก 'กฎการสวมบทบาท' ไหม?"