- หน้าแรก
- เปิดปมลับ วิถีป่วนโลก
- บทที่ 10 ตัวตนใหม่ของโรลลิน
บทที่ 10 ตัวตนใหม่ของโรลลิน
บทที่ 10 ตัวตนใหม่ของโรลลิน
ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยทิงเก็นนับว่าเป็นคนมีเหตุผลทีเดียว เมื่อทราบว่าไคลน์ได้งานใหม่แล้ว เขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร มิหนำซ้ำยังแสดงความยินดีตามมารยาทอีกด้วย
ไคลน์พูดคุยทักทายตามธรรมเนียมเล็กน้อย พอทำท่าจะกลับ เขาก็บังเอิญเจอกับอาจารย์ที่ปรึกษา 'ศาสตราจารย์เควนติน' และอาจารย์วิชาประวัติศาสตร์ 'มิสเตอร์อาซิก' เข้าพอดี
ในขณะเดียวกัน ไคลน์ก็สังเกตเห็นชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่งเดินมาพร้อมกับอาจารย์ทั้งสองท่าน
"อรุณสวัสดิ์ครับอาจารย์ มิสเตอร์อาซิก" ไคลน์รีบทักทาย ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่มข้างกายพวกเขาด้วยความสงสัย "ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์ท่านนี้ชื่ออะไรหรือครับ?"
ชายหนุ่มคนนั้นดูอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา น่าจะประมาณยี่สิบต้นๆ ผมสีทองสว่างราวกับดวงอาทิตย์และดวงตาสีมรกต หน้าตาหล่อเหลาโดดเด่นชนิดที่ว่าถ้าไปอยู่บนปกนิตยสารแฟชั่นก็คงไม่ดูขัดตาแต่อย่างใด
ศาสตราจารย์เควนตินอธิบายธุระของตนก่อน จากนั้นจึงเป็นฝ่ายแนะนำขึ้นมาว่า "นี่คือมิสเตอร์แจ็ค โจนส์ อาจารย์ใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทิงเก็น เขาจบจากมหาวิทยาลัยเบ็คแลนด์ เป็นคนเก่งมากทีเดียว"
แจ็ค โจนส์... เอาจริงดิ? นี่นายเป็นโจรสลัดแห่งแคริบเบียนหรือไง?
พอได้ยินชื่อนี้ ไคลน์ก็อดบ่นในใจไม่ได้ ก็ไม่แปลกหรอก ภาพลักษณ์ของกัปตันแจ็คกับเดวี่ โจนส์มันฝังหัวคนที่เคยดูภาพยนตร์ชุด Pirates of the Caribbean อยู่แล้ว พอเอาสองชื่อนี้มารวมกัน เขาเลยอดค่อนขอดไม่ได้จริงๆ
ถึงจะแอบแซวในใจ แต่ภายนอกไคลน์ยังคงยิ้มแย้มตามมารยาทและยื่นมือออกไป "สวัสดีครับมิสเตอร์โจนส์ ผมชื่อไคลน์ โมเร็ตติ เป็นลูกศิษย์ของศาสตราจารย์เควนติน เพิ่งจบการศึกษาครับ" เขาพูดติดตลกต่อว่า "น่าเสียดาย ถ้าผมไม่ได้งานทำไปก่อน เราคงได้เป็นเพื่อนร่วมงานกันแล้ว"
'ไม่เป็นไร ถึงไม่ได้เป็นเพื่อนร่วมงาน ก็เป็นคนบ้านเดียวกันได้!'
ชายหนุ่ม... หรือโรลลินพึมพำในใจ ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างสดใสขณะจับมือตอบ "สวัสดีครับ ผมแจ็ค โจนส์ ไม่ต้องเรียกมิสเตอร์โจนส์หรอกครับ เรียกผมว่าแจ็คเฉยๆ ก็พอ ยินดีที่ได้รู้จักครับมิสเตอร์โมเร็ตติ" เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนพูดทีเล่นทีจริงว่า "ความจริงผมอยากให้คนเรียกผมว่า 'กัปตันแจ็ค' มากกว่านะ"
ไคลน์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่ก็รีบปรับสายตากลับมาเป็นปกติ เขาชักมือกลับแล้วเปลี่ยนคำเรียกอย่างเป็นกันเองทันที "ได้ครับแจ็ค คุณก็เรียกผมว่าไคลน์เถอะ" จากนั้นแกล้งถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงต้องเป็นกัปตันแจ็คล่ะครับ?"
จักรพรรดิโรเซลล์เอาเรื่อง Pirates of the Caribbean มาเผยแพร่ด้วยเหรอ? หรือว่า...
"ก็เพราะชื่อแจ็คมันเหมาะกับตำแหน่งกัปตันจะตายไป!" โรลลินตอบ สีหน้าฉายแววเสียดายเล็กน้อย ราวกับคนที่เล่นมุกแล้วไม่มีใครเข้าใจ
ไคลน์: ...
บ้าน่า หรือจะเจอคนบ้านเดียวกันเข้าจริงๆ?
ไคลน์ไม่แปลกใจเรื่องที่มีผู้ข้ามมิติคนอื่นในโลกนี้ เพราะโรเซลล์เป็นตัวอย่างรุ่นพี่ที่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่เขาไม่นึกเลยว่าจะมาเจอคนที่อาจจะมาจากบ้านเกิดเดียวกันในโลกต่างมิตินี้เร็วขนาดนี้
เรื่องนี้ทำให้ไคลน์ประหลาดใจไม่น้อย แต่เขาก็ยังเก็บอาการเอาไว้
ท้ายที่สุด เขาไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้าเป็นผู้ข้ามมิติเหมือนกันจริงหรือไม่ และต่อให้ใช่ ไคลน์ก็จะไม่รีบเข้าไปตีสนิทแบบญาติมิตรทันที
การได้เจอคนบ้านเดียวกันเป็นเรื่องน่าดีใจก็จริง แต่ไม่มีใครรับประกันว่าผู้ข้ามมิติทุกคนจะเป็นคนดี ไคลน์คิดว่าระวังตัวไว้ก่อนย่อมดีกว่า
โรลลินย่อมไม่แปลกใจกับปฏิกิริยาของไคลน์ และไม่ได้คิดจะเปิดเผยอะไรในตอนนี้
ส่วนตัวตนที่ใช้อยู่นี้ แน่นอนว่าเป็นผลงานจากความพยายามตลอดสองวันที่ผ่านมาของเขา
—แจ็ค โจนส์ จบการศึกษาภาควิชาประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเบ็คแลนด์ มาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยทิงเก็นตามคำแนะนำของอาจารย์ที่ปรึกษา และเพิ่งเริ่มงานหมาดๆ
ในฐานะ 'ตัวตลก' ผู้เคยมีสารพัดชื่อปลอม โรลลินรู้วิธีสร้างตัวตนจริงขึ้นมา แฟ้มประวัติของ "แจ็ค โจนส์" นอนนิ่งอยู่ในหอจดหมายเหตุของมหาวิทยาลัยเบ็คแลนด์ มีประวัติการเรียนสี่ปีระบุชัดเจน ใครก็จับผิดไม่ได้
ต่อให้พวกเหยี่ยวราตรีไปตรวจสอบที่มหาวิทยาลัยเบ็คแลนด์ ก็จะพบว่ามีคนคนนี้อยู่จริง... เพราะนี่คือบุคคลที่มีตัวตนจริง เพียงแต่ชื่อเดิมไม่ใช่ "แจ็ค โจนส์" นี่เป็นชื่อใหม่ที่โรลลินตั้งให้ต่างหาก
การปลอมตัวที่แนบเนียนที่สุดคือการสวมรอยแทนที่ตัวตนที่มีอยู่แล้ว แน่นอนว่าโรลลินไม่ใช่คนชั่วร้าย เขาแค่ทำเรื่องง่ายๆ...
เขาหานักศึกษาจบใหม่ที่กำลังตกที่นั่งลำบากและมีรูปร่างหน้าตาคล้ายคลึงกับเขา ทำข้อตกลงกัน ส่งอีกฝ่ายไปอยู่เมืองอื่นอย่างลับๆ หลังเสร็จสิ้นการเจรจา จากนั้นก็แต่งหน้าปลอมตัวเป็นนักศึกษาคนนั้น ถือจดหมายแนะนำตัวมาสัมภาษณ์งานที่ทิงเก็นจนได้งานทำ นี่แหละคือที่มาของอาจารย์แจ็ค โจนส์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไคลน์ตอนนี้
การทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไร้ช่องโหว่ แต่ในยุคที่การสื่อสารยังไม่รวดเร็วและรูปถ่ายเป็นของหายาก โอกาสความแตกจึงต่ำมาก อีกอย่างโรลลินไม่ได้กะจะใช้ตัวตนปลอมนี้ไปตลอดกาล ขอแค่เพิ่มระดับความชอบพอจากอาซิกและปาเลสได้ตามเป้า หลังจากนั้นความลับจะแตกหรือไม่ก็ไม่สำคัญแล้ว
ไคลน์ย่อมไม่รู้ว่าอาจารย์ "แจ็ค โจนส์" ตรงหน้าคือตัวตนที่เพิ่งสร้างขึ้นใหม่ เขาคุยกับพวกอาจารย์ต่ออีกครู่หนึ่ง บทสนทนาก็วนเข้าเรื่องการตายของ "เวิร์ลและนายา" จากฝีมือโจรขึ้นบ้าน ซึ่งเป็นคำอธิบายอย่างเป็นทางการของเหตุการณ์การทำนายสีดำ เพราะยุคนี้ห้ามเปิดเผยเรื่องเหนือธรรมชาติสู่สาธารณะ
แม้ไคลน์จะรู้ข้อมูลวงใน แต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง เขาจงใจหลุดคำสำคัญอย่าง "จักรวรรดิโซโลมอน" และ "สมุดบันทึกของแอนทิโกนัส" ออกมา เพื่อดูว่าอาจารย์ประวัติศาสตร์ผู้รอบรู้พวกนี้จะรู้อะไรบ้าง... ข้อมูลพวกนี้ไม่ใช่ความลับที่พูดไม่ได้
ไม่พลาดแน่... ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว!
"คุณหมายถึงตระกูลแอนทิโกนัสเหรอครับ?" ในขณะที่ศาสตราจารย์ทั้งสองกำลังครุ่นคิด โรลลินก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างถูกจังหวะ ราวกับรู้อะไรบางอย่าง
"แจ็ค คุณรู้เรื่องตระกูลแอนทิโกนัสด้วยเหรอครับ?" ไคลน์หันมามองด้วยความแปลกใจระคนยินดี เขาอยากรู้เรื่องสมุดบันทึกของตระกูลแอนทิโกนัสใจจะขาด
"อืม ผมเคยเห็นบันทึกเกี่ยวกับตระกูลแอนทิโกนัสในไดอารี่ของบรรพบุรุษ... แค่กๆ ในตำราโบราณน่ะครับ เป็นตระกูลที่ลึกลับและทรงพลังมาก มีบทบาทอยู่ในยุคสมัยที่สี่ ว่ากันว่าตระกูลนี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิโซโลมอน แต่ยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับจักรวรรดิทิวเดอร์ด้วย"
โรลลินหยุดพูดแค่นั้น ไม่เล่าต่อแต่มองไปที่ไคลน์ด้วยสายตาใคร่รู้และแฝงแววหยั่งเชิงเล็กน้อยพลางถามว่า "แต่ตระกูลแอนทิโกนัสตกต่ำไปนานมากแล้ว แทบไม่มีใครรู้จักเลย ทำไมคุณถึงถามถึงพวกเขาล่ะครับ?"