- หน้าแรก
- เดวี่ โจนส์ กัปตันเรือมรณะ
- บทที่ 17: การบุกขึ้นเรือ! การโจมตีอันบ้าคลั่งของบากี้
บทที่ 17: การบุกขึ้นเรือ! การโจมตีอันบ้าคลั่งของบากี้
บทที่ 17: การบุกขึ้นเรือ! การโจมตีอันบ้าคลั่งของบากี้
กลุ่มโจรสลัดแมวดำ?
"ร้อยเล่ห์" คุโระ?
นาวาเอกมอร์แกน?
เดวี่ โจนส์ไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับสองชื่อแรกเลย แต่เขาจำชื่อสุดท้ายได้
เมื่อไม่นานมานี้ โคบี้พยายามยืมมือนาวาเอกมอร์แกนมากำจัดเดวี่ โจนส์ แต่น่าเสียดายที่มอร์แกนดูเหมือนสติสตางค์จะไม่สมประกอบ ดันบุกเข้ามาท้าสู้เดี่ยวๆ จึงถูกก้ามปูแทงทะลุอกจนตายไปเรียบร้อยแล้ว
มอร์แกนนั้นจำง่าย กรามเป็นเหล็กและแขนข้างหนึ่งเป็นขวาน อัลบีด้าจำได้ทันทีว่าเขาคือนาวาเอกมอร์แกนแห่งกองทัพเรือ
ตอนนั้นเดวี่ โจนส์ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของเจ้านี่หรอก แต่ภายหลังอัลบีด้าก็คายข้อมูลที่เกี่ยวข้องออกมาหมดเปลือก รวมถึงเรื่องที่ว่ามอร์แกนไต่เต้ามาจากทหารไร้ชื่อเสียงได้อย่างไร
ว่ากันว่าเขาจับกุมกัปตัน "ร้อยเล่ห์" คุโระ ได้ด้วยตัวคนเดียว ชื่อเสียงจึงโด่งดังเป็นพลุแตก และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นนาวาเอกประจำสาขากองทัพเรืออย่างรวดเร็ว
และกัปตันคุโระคนนั้นก็ถูกประหารชีวิตไปแล้ว กลุ่มโจรสลัดแมวดำย่อมต้องแตกกระสานซ่านเซ็นไปตามระเบียบ
แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีกลุ่มโจรสลัดแมวดำโผล่มาอีกกลุ่มได้?
บากี้เองก็กำลังคิดไม่ต่างจากเดวี่ โจนส์ในเวลานี้
ขณะมองดูเรือโจรสลัดแมวดำแล่นเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มุ่งหน้าสู่ธริลเลอร์ บาร์ค อย่างไม่เกรงกลัว บากี้แทบจะหัวเราะออกมาด้วยความเดือดดาล
ตลอดสามวันที่ผ่านมาที่เขาอยู่กับกัปตันเดวี่ โจนส์ พวกเขามีแต่เที่ยวไปปล้นชาวบ้าน ไม่เคยมีใครกล้ามาปล้นพวกเขา ไม่นึกเลยว่าจะมีกลุ่มโจรสลัดที่รนหาที่ตาย แล่นเรือมาถวายตัวถึงที่!
ด้วยแรงส่งจากคลื่นลม ในชั่วพริบตา เรือของกลุ่มโจรสลัดแมวดำก็แล่นเข้าสู่รัศมีพายุของธริลเลอร์ บาร์ค
ฟิ้ว—
แต่ดูเหมือนพวกมันจะไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมาจากสภาพอากาศวิปริตนี้ ยังคงแล่นตรงเข้าหาธริลเลอร์ บาร์ค ต่อไป
เรือธริลเลอร์ บาร์ค มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย และเรือสองลำ ลำหนึ่งใหญ่ลำหนึ่งเล็ก ก็เผชิญหน้ากัน!
เดวี่ โจนส์ไม่ได้สั่งให้ธริลเลอร์ บาร์ค เปิดฉากยิงทันที แต่กลับหยิบกล้องยาสูบออกมาสูบอย่างใจเย็น พ่นควันเป็นวงแหวนใส่หน้าบากี้จนสำลักไปหลายที
สีหน้าของบากี้เปลี่ยนไป หลังไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เข้าใจเจตนาของกัปตัน
ในโลกใบนี้ กัปตันเรือย่อมไม่ออกหน้าไปไล่ตบศัตรูจนเหี้ยน ขณะที่ลูกเรือยืนดูอยู่เฉยๆ ข้างหลังหรอก
ครั้งนี้ ก็เหมือนกับตอนที่พวกเขาบุกปล้นตลาดมืดกลางทะเล มันคือบททดสอบอีกครั้งจากกัปตันเดวี่ โจนส์ ที่มีต่อบากี้
บททดสอบว่าเขามีความสามารถมากพอที่จะรับมือกับการโจมตีของโจรสลัดพวกนี้หรือไม่
เสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นดังมาจากเรือโจรสลัดแมวดำ โจรสลัดจำนวนมากดึงเชือกแล้วโหนตัวข้ามมายังธริลเลอร์ บาร์ค ราวกับฝูงลิง
พวกมันถือดาบยาวและสังเกตเห็นบากี้เป็นคนแรก ทันทีที่เห็นชายประหลาดสวมหมวกทรงสามมุม สีหน้าพวกมันก็เปลี่ยนไป
รูปลักษณ์ของเดวี่ โจนส์นั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ามนุษย์เงือกเสียอีก แม้จะมีเค้าโครงคล้ายคลึงกันก็ตาม
ทว่า การปรากฏตัวของชายคนหนึ่งช่วยขจัดความลังเลในใจพวกมันไปได้
"รออะไรกันอยู่?" จังโก้ รักษาการกัปตัน ผู้สวมหมวกและแว่นตารูปหัวใจ ก็โหนเชือกข้ามมายืนที่หัวเรือธริลเลอร์ บาร์ค เช่นกัน
"กัปตันจังโก้ มีสัตว์ประหลาดอยู่ตรงนั้นครับ" ลูกเรือโจรสลัดแมวดำคนหนึ่งชี้ไปที่ปัญหา
จังโก้ขยับแว่นตารูปหัวใจขึ้นด้วยปลายนิ้ว มองดูเดวี่ โจนส์อยู่ครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วใช้ความคิด ก่อนจะอธิบาย "มันเป็นมนุษย์เงือก พวกแกมันอ่อนหัด อย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย"
"มนุษย์เงือก?" บูจิ หนึ่งใน "พี่น้องเนโกะ" ร่างอ้วนใหญ่ เกาหัวแกรกๆ "อีสต์บลูมีมนุษย์เงือกด้วยเหรอ? นึกว่ามีแต่ในแกรนด์ไลน์ซะอีก"
แชม พี่ชายร่างผอมแห้งของเขา แค่นเสียงเยาะ "เจ้าโง่! มนุษย์เงือกข้ามเรดไลน์กับคามเบลต์มาอีสต์บลูได้ง่ายกว่าพวกเรามนุษย์เยอะ!"
"อีกอย่าง..." จังโก้ล้วงแหวนวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วเริ่มถูมัน "ฉันได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อน มีกลุ่มโจรสลัดมนุษย์เงือกกลุ่มหนึ่งมาที่อีสต์บลู ยึดครองหมู่บ้านและเมืองบนเกาะไปหลายแห่ง ทหารเรือในพื้นที่หวาดกลัวพวกมันจนต้องยอมร่วมมือด้วย..."
รูปแบบความร่วมมือเช่นนี้เป็นสิ่งที่กลุ่มโจรสลัดหลายกลุ่มใฝ่ฝัน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทำได้ เงื่อนไขสำคัญคือกลุ่มโจรสลัดต้องมีอำนาจมากพอที่จะกดขี่ทหารเรือในท้องถิ่นได้
ซึ่งกลุ่มโจรสลัดแมวดำขาดคุณสมบัตินี้อย่างชัดเจน ตลอดหลายปีมานี้ พวกเขาได้แต่หนีหัวซุกหัวซุนจากการไล่ล่าของทหารเรือ จนกระทั่งเหตุการณ์เมื่อสามปีก่อนที่กลุ่มโจรสลัดแมวดำหายสาบสูญไป และเพิ่งกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเร็วๆ นี้
ดังนั้น ชายประหลาดตรงหน้านี้อาจเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มโจรสลัดมนุษย์เงือกนั่นหรือเปล่า?
แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?
หรือว่าเขาจะไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโจรสลัดมนุษย์เงือกนั่นเลย?
จังโก้เริ่มครุ่นคิด
เดวี่ โจนส์วางกล้องยาสูบลง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเรียกเขาว่า "มนุษย์เงือก" เขาเริ่มสนใจเผ่าพันธุ์นี้มากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะพ่นควันเป็นวงแหวน เขายังคงนิ่งเฉยไม่เคลื่อนไหวใดๆ
จังโก้ไม่อาจประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเดวี่ โจนส์ได้ แต่เขารู้หลักพื้นฐานในการรับมือกับมนุษย์เงือก
ข้อแรก โดยทั่วไปแล้ว สมรรถภาพทางกายของมนุษย์เงือกเหนือกว่ามนุษย์ ข้อสอง ท้องทะเลคือถิ่นของมนุษย์เงือก หากตกลงไปในทะเล พวกเขาจะเสียเปรียบอย่างหนัก
นั่นหมายความว่า พวกเขาต้องหลีกเลี่ยงการปะทะตัวต่อตัว และต้องระวังไม่ให้ตกลงไปในน้ำทะเล
"จัดการเจ้านั่นก่อน!" จังโก้ชี้แหวนไปที่บากี้ สั่งการลูกสมุนกลุ่มโจรสลัดแมวดำ "แล้วค่อยกลับมารุมจัดการเจ้ามนุษย์เงือกนั่นพร้อมกัน"
"หือ?" บากี้โกรธจนควันออกหูในทันที แต่ด้วยเหตุผลคนละเรื่อง "จมูกใครเหมือนลูกยางยักษ์ฟะ?!"
คำถามนี้ทำเอาจังโก้อึ้งไป
ฉันไปพูดตอนไหนว่าจมูกแกเหมือนลูกยางยักษ์?
ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น บากี้ที่กำลังเดือดดาลลืมเป้าหมายเดิมที่จะโชว์ฝีมือให้กัปตันเดวี่ โจนส์ประทับใจไปจนหมดสิ้น เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มโจรสลัดแมวดำเพื่อระบายความแค้น
เหล่าโจรสลัดต่างตกตะลึงเมื่อเห็นชายในชุดตัวตลกคนนี้ลอยตัวอยู่กลางอากาศ!
ในความเป็นจริง มีเพียงส่วนร่างกายเหนือเท้าขึ้นไปเท่านั้นที่ลอยอยู่ เท้าทั้งสองข้างของเขายังต้องเหยียบอยู่บนพื้นผิวที่ยืนได้ นี่คือหนึ่งในข้อจำกัดของพลังผลบาระ บาระ
อย่างไรก็ตาม พูดอีกอย่างก็คือ ตราบใดที่เขาซ่อนเท้าไว้ในที่ปลอดภัย เขาก็สามารถใช้ส่วนอื่นๆ ของร่างกายโจมตีพวกโจรสลัดจากกลางอากาศได้!
บากี้ทำเช่นนั้นจริงๆ
เขาล้วงมีดขว้างออกมาจากกระเป๋าแล้วซัดออกไปอย่างแม่นยำ
ฉึก ฉึก ฉึก—
โจรสลัดคนหนึ่งถูกมีดปักเข้าที่คอหอย เลือดพุ่งกระฉูดทันที อีกคนโดนเจาะที่แขนจนอาวุธหลุดมือ ส่วนอีกรายโดนปักเข้าที่หว่างขา ทรุดลงไปนอนดิ้นพราดด้วยความเจ็บปวด
การโจมตีทางอากาศอย่างบ้าคลั่งของบากี้ ทำให้กลุ่มโจรสลัดแมวดำที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้วลดลงไปอีกสามคนในพริบตา!
จังโก้ผู้ชอบอ่านหนังสือพิมพ์เป็นกิจวัตร จำตัวตนของบากี้ได้ทันทีจากรูปลักษณ์และความสามารถ
"เจ้าตัวตลก" บากี้!
กัปตันกลุ่มโจรสลัดอีกกลุ่มในอีสต์บลู ที่มีความฉาวโฉ่ไม่แพ้กัปตันคุโระเลย!
ทำไมมันมาอยู่ที่นี่? หรือเรือลำนี้จะเป็นของกลุ่มโจรสลัดบากี้? แต่ทำไมถึงมาพัวพันกับมนุษย์เงือกได้ล่ะ?
จังโก้สับสนไปหมด
นี่คือผลเสียของการบุ่มบ่ามกระทำการโดยขาดข้อมูล
โจรสลัดปล้นโจรสลัดด้วยกันถือเป็นเรื่องต้องห้าม โดยทั่วไป แต่ละกลุ่มจะหากินในถิ่นของตัวเอง การล้ำเส้นถือเป็นการประกาศสงครามที่ต้องแลกด้วยชีวิต
หากจังโก้รู้ตัวตนของบากี้แต่แรก หรืออนุมานได้ว่าเดวี่ โจนส์เป็นสมาชิกกลุ่มโจรสลัดมนุษย์เงือก เขาอาจจะยุติการบุกขึ้นเรือครั้งนี้
ทว่า สถานการณ์ได้เกิดขึ้นแล้ว และฝ่ายของพวกเขาก็สูญเสียกำลังพลไปแล้ว แถมกลุ่มโจรสลัดของพวกเขาก็ไม่ได้อะไรติดมือมานานกว่าสัปดาห์ ไม่มีใครหยุดยั้งการต่อสู้ครั้งนี้ได้อีกแล้ว
"บูจิ แชม!" จังโก้ตัดสินใจเด็ดขาด "มานี่ ฉันจะสะกดจิตพวกนายให้ระเบิดพลังและความเร็วสูงสุดออกมา!"
"โอเค!" พี่น้องเนโกะ อ้วนผอมมองตากัน แล้วรีบพุ่งมายืนข้างจังโก้ทันที
จังโก้หยิบแหวนวงกลมที่ผูกติดกับด้ายเส้นบางออกมา เขาใช้นิ้วคีบปลายด้ายไว้แล้วแกว่งแหวนไปมาต่อหน้าพี่น้องเนโกะ
เดวี่ โจนส์คาบก้านกล้องยาสูบไว้ในปาก เฝ้ามองการกระทำของจังโก้ด้วยความสนใจจากระยะไกล
"หนึ่ง สอง จังโก้!" ในวินาทีสุดท้าย จังโก้กดปีกหมวกลงเล็กน้อยเพื่อบังสายตาตัวเอง และสะกดจิตพี่น้องเนโกะจนสำเร็จ
การสะกดจิตระดับนี้ไร้ผลโดยสิ้นเชิงสำหรับเดวี่ โจนส์
แต่สำหรับพี่น้องเนโกะ พวกเขาดูเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นราวกับลูกโป่งสูบลม ดวงตาเหม่อลอยไร้สติสัมปชัญญะ และฟันงอกยาวออกมาเหมือนสัตว์ร้าย!
"แฮ่ แฮ่ แฮ่—" พี่น้องเนโกะหันขวับกลับไป ทิ้งตัวลงเดินสี่ขาเหมือนสัตว์ตระกูลแมว และส่งเสียงข่มขู่ใส่บากี้